“ผักกาดมัดนี้ทั้งเหี่ยวแล้วก็เริ่มเน่าตรงปลาย มัดนี้แถมเถอะ ฉันจะเอาไปให้เป็ดกิน”
จักรธรเหลือบตามองลูกค้าอย่างไม่พอใจ เขานับหนึ่งถึงสิบในใจอยู่หลายรอบก่อนตอบ “ป้าดูยังไงเหี่ยว ผักเนี่ยเพิ่งตัดก่อนมาทั้งนั้น แล้วนี่ไม่ใช่เน่า มันเป็รอยช้ำจากตอกมัด แล้วก็ช้ำแค่ต้นเดียวเท่านั้น เอาไปแกงกินได้สบาย”
“อย่ามาแก้ตัว ใครเห็นก็มองออกว่ามันเหี่ยวแล้วใกล้เน่า มันถึงค้างอยู่บนแผงขายไม่ออกเสียที มัดนี้แถมเถอะ ถ้าไม่แถมฉันก็ไม่ซื้อ ไปซื้อร้านอื่นดีกว่าอีก สดกว่าตั้งเยอะ”
สติของจักรธรขาดผึง “เออ ไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ลูกค้าเื่มากอย่างป้าฉันก็ไม่อยากขาย”
“เอ๊ะ! แกว่าใครเื่มาก” ลูกค้าสูงวัยเท้าสะเอวถาม
“ตอนนี้ตรงหน้าฉันมีหมาที่ไหนยืนอยู่บ้างล่ะ”
“น...นี่แกว่าฉันเป็หมา?”
“ธร...หุบปากนะ” คำพาที่ขายของอยู่อีกฝั่งรีบวิ่งมาห้ามทัพ “ฉันขอโทษนะ หลานฉันมันปากไม่ดีแบบนี้แหละ ใจจริงมันไม่ได้คิดอะไร”
“ธร...ขอโทษป้าเขาเดี๋ยวนี้”
“เื่อะไรล่ะย่า มองหน้าก็รู้แล้วว่าคิดจะเอาเปรียบ อะไรกันผักขายแค่มัดละบาทยังคิดจะเอาฟรีอีก มองดูสิว่าร้านไหนขายผักกำใหญ่มากเท่านี้บ้าง คนเห็นแก่ตัว” ว่าแล้วจักรธรก็ใช้มือทุบโครมไปบนแผงผักจนสะดุ้งโหยงไปตาม ๆ กัน ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งที่หลังตลาดไม่สนใจอยู่ช่วยคำพาอีก
คำพาต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ สุดท้ายก็ต้องยกผักให้ลูกค้าคนนั้นไปฟรี ๆ หนึ่งมัด ลูกค้าถึงยอมเลิกราไม่สร้างเื่ใหญ่โตอีก
“ขายของต้องใจเย็น ๆ อย่าวอแวกับลูกค้าแบบนี้ อะไรกัน อายุก็เกือบยี่สิบปีแล้ว เป็พ่อคนแล้วด้วยแต่ยังทำใจร้อนเหมือนวัยรุ่นเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มแบบนี้อีก” คำพาบ่นหลานชายมาตลอดทาง ขณะที่จักรธรยังคงแสดงท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจแบบไม่ยอมอะไรง่าย ๆ อยู่
ทันทีที่เหยียบเท้าเข้าไปในประตูบ้าน เสียงร้องไห้ของของขวัญก็ดังลั่นจนแสบแก้วหู จักรธรนิ่วหน้าอย่างหงุดหงิด เขาเดินกระแทกเท้าโครมครามเข้าไปดูในห้องนอน
“ทำไมปล่อยให้ร้องแว้ด ๆ แบบนี้ตลอด น่าปวดหัวชะมัด” จักรธรต่อว่าพลอยแท้
พลอยแท้ที่เลี้ยงเด็กเครียดมาทั้งวัน หันไปมองจักรธรตาขวาง “มาก็ดีแล้ว เด็กนี่มันอึ นายเอาไปล้างก้นที ฉันจะเอาผ้าอ้อมไปทำความสะอาด”
จักรธรมองก้นเด็กที่มีคราบเหลืองเปื้อนอยู่เต็มพร้อมกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้อง เขาขยะแขยงจนแทบขย้อนน้ำเปรี้ยวออกมาจากลำคอ
“เร็วสิ เด็กมันไม่สบายตัว” พลอยแท้หันมาเร่งพร้อมยื่นของขวัญส่งให้
จักรธรปัดทิ้ง “เื่อะไร มันไม่ใช่หน้าที่ฉัน เธอทำเองนั่นแหละ มันเป็หน้าที่เธอ ฉันทำงานกลับมาเหนื่อย ๆ ทำไมต้องให้ทำเื่ไร้สาระแบบนี้อีก อยู่บ้านทั้งวันเสียเปล่า ทำไมไม่คิดช่วยกันบ้าง”
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย นี่นายคิดว่าฉันอยู่เฉย ๆ หรือ ฉันต้องกระเตงเด็กนี่ทั้งวัน ซักผ้าอ้อม ให้นม ทำความสะอาดบ้าน ขนาดข้าวตอนนี้ยังไม่ตกถึงท้องสักมื้อ อาบน้ำ ล้างหน้าก็ยังไม่มีเวลาทำ ฉันยังอยู่เฉย ๆ อีกหรือตอนนี้” พลอยแท้ขึ้นเสียง
“แล้วเธอรู้ไหมว่าไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบฉันนี่มันเจออะไรข้างนอกบ้าง เจอทั้งเื่ เจอทั้งคนสารพัดสารเพกว่าจะได้เงินมาสักบาท เธอแค่อยู่ที่บ้านรับมือกับเด็กคนเดียว ทำไมถึงยังทำไม่ได้ ไม่คิดพยายามทำให้มันมากกว่านี้หรือ” จักรธระโเสียงดังลั่นห้องด้วยความโกรธ
“แต่นายก็ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อของเด็กคนนี้นะ ทำเื่แค่นี้ให้หน่อยไม่ได้หรือไง”
“ฉันไม่ได้อยากเป็พ่อของเด็กคนนี้ั้แ่แรกและไม่อยากรับผิดชอบ เป็เธอเองนั่นแหละที่ขี้ขลาด ไม่งั้นคงไม่ต้องลำบากแบบนี้ โว้ย เบื่อโว้ย” จักรธรเตะตะกร้าผ้าในห้องจนล้มกลิ้งโค่โล่ก่อนจะผลุนผลันเดินลงบ้านและขี่รถจักรยานยนต์ออกไปท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างใของพลอยแท้ที่ตอนนี้มีคำพาคอยกอดปลอบอยู่ด้านข้าง