จารึกที่ 134 : พิธีกรรมปลุกเสก : ตรรกะแห่งจิตวิญญาณ
รัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่ช่วงที่มืดมิดที่สุดก่อนรุ่งสาง ความเงียบสงัดปกคลุมเรือนไผ่ม่วง มีเพียงเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ เป็นท่วงทำนองขับกล่อม ทว่าภายในห้องใต้ดินลึกลับ แสงสว่างจากอักขระนับพันตัวกำลังเต้นระริกแข่งกับแสงตะเกียงน้ำมัน
อาเจีย นั่งขัดสมาธิอยู่กลางวงเวทย์ที่เขียนด้วยเลือดผสมชาด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก เสื้อผ้าเปียกชุ่มราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ
ตรงหน้าเขามีชิ้นส่วนสำคัญสามอย่างลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยพลังปราณที่ประคองไว้
แกนวิญญาณจิ้งจอกมายาพันหน้า (สมอง) : ส่องแสงสีฟ้าครามวูบวาบ มีเงาจิ้งจอกจิ๋ววิ่งวนเวียนอยู่ภายใน
หินลมปราณธาตุวายุ (ความเร็วความคิด) : ปล่อยกระแสลมหมุนวนเล็กๆ ออกมาตลอดเวลา
น้ำหมึกพรางตา (ตัวประสาน) : ของเหลวสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง
"ขั้นตอนต่อไป... คือส่วนที่ยากที่สุด" อาเจียพึมพำ มือที่ถือ 'พู่กันนิรันดร์' สั่นเล็กน้อย... พลังอำนาจของมันหนักอึ้งเกินกว่าระดับพลังของเขาในตอนนี้
"การเขียน 'กลวิธานตรรกะ' ลงบนแกนวิญญาณ... ถ้าพลาดแม้อักษรเดียว จิตของมันจะวิปลาสและอาจจะลุกขึ้นมาฆ่าข้าแทน"
"จงจำไว้..." เสียง มู่เฉิน ดังขึ้นในจิต เพื่อคอยกำกับ "อย่าเขียนคำสั่งแบบทื่อๆ เช่น 'จงภักดี' ...แต่จงเขียน 'เหตุและผล' ...หากเจ้าปลอดภัย มันอยู่รอด... หากเจ้าตาย มันดับสูญ... นั่นคือตรรกะที่ทรงพลังที่สุด"
อาเจียพยักหน้า สูดหายใจลึก แล้วเริ่มตวัดพู่กันลงบนแกนวิญจาณจิ้งจอก!
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
ตัวอักษรสีทองตัวเล็กจิ๋วนับพันตัวถูกเขียนอัดลงไปในลูกแก้วสีฟ้า
อาเจียไม่ได้เขียนแค่คำสั่ง แต่เขากำลัง "สร้างบุคลิก"
...ความระแวดระวังภัย (จากสัญชาตญาณจิ้งจอก)...
...ความเด็ดขาดในการสังหาร (จากเจ้าสัวทมิฬ)...
...และความ 'งก' ในทรัพยากร (จากอาเจีย)...
"ผสาน!"
อาเจียบด หินธาตุวายุ จนเป็นผงละเอียด แล้วซัดเข้าไปในแกนวิญญาณเพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผล
จากนั้นใช้อักขระ "เชื่อมจิต" บังคับให้เงาจิ้งจอกในลูกแก้วยอมรับตรรกะใหม่ที่เขาสร้างขึ้น
กรรรร!
เงาจิ้งจอกแยกเขี้ยวขู่ พยายามต่อต้านการถูกควบคุม
"อย่าดื้อ!" อาเจียกัดฟัน ส่งคลื่นพลังจิตกระแทกเข้าไป "ข้าไม่ได้จะขังเจ้า! แต่ข้าจะให้ร่างใหม่แก่เจ้า! ร่างที่แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า... จงยอมรับซะ!"
เมื่อได้ยินข้อเสนอเรื่องร่างใหม่ เงาจิ้งจอกชะงัก... มันมองไปที่ร่างโลหะสุดแกร่งของเจ้าสัวที่ยืนรออยู่ แล้วท่าทีของมันก็เปลี่ยนไป... จากต่อต้าน กลายเป็นความสนใจ
วูบ...
เงาจิ้งจอกมุดกลับเข้าไปในแกนวิญญาณ ยอมรับการจารึกแต่โดยดี
ลูกแก้วสีฟ้าเปล่งแสงจ้าจนกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์!
"สำเร็จขั้นแรก! ...เจ้าสัว! เปิดช่องอก!"
เจ้าสัวทมิฬ (ร่างหยกทมิฬเดิม) ทำตามคำสั่ง เปิดเกราะหน้าอกออก เผยให้เห็นแกนผลึกปฐพีสีส้มที่หมุนวนอยู่ภายใน
อาเจียค่อยๆ ประคองแกนวิญญาณใหม่ (สมองจิ้งจอก + ตรรกะ) ใส่เข้าไปประกบกับแกนพลังงาน (หัวใจ) ทันทีที่สองสิ่งสัมผัสกัน...
ตู้มมมม!
คลื่นพลังงานกระแทกออกมาจนอาเจียกระเด็นไปติดผนังห้อง! ร่างของเจ้าสัวลอยขึ้นจากพื้น มีสายฟ้าสีฟ้าและสีส้มวิ่งพล่านไปทั่วตัว ผิวหยกทมิฬ ที่เคยดำสนิทและเรียบด้าน เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง... มันสั่นระริกและขับ "สิ่งสกปรก" ออกมา รอยขีดข่วนจากการต่อสู้ในอดีตค่อยๆ สมานตัวหายไป
เนื้อหยกสีดำเริ่มแปรเปลี่ยนเป็น "ความมันวาวดุจกระจกเงา" ลวดลายอักขระสีทองที่เคยซ่อนเร้น บัดนี้ลอยเด่นขึ้นมาบนผิวหยกราวกับเส้นเลือดมังกร มันส่องแสงวูบวาบประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจใหม่
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานเหมือนชั่วกัลป์... แสงสว่างค่อยๆ จางลง ร่างของเจ้าสัวค่อยๆ ร่อนลงมายืนบนพื้นอย่างนิ่มนวล
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงอีกครั้ง
อาเจียลุกขึ้นปัดฝุ่น เดินเข้าไปดูผลงานด้วยใจระทึก "เจ้าสัว...?"
หุ่นเชิดตรงหน้ายืนนิ่ง... แต่กลิ่นอายของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงก้อนหยกแกะสลักที่แข็งทื่อ... บัดนี้มันดูเหมือน "เทพนักรบในชุดเกราะทมิฬ" ที่สง่างาม ผิวหยกดำวาววับสะท้อนแสงไฟ ลวดลายสีทองไหลเวียนไปทั่วร่าง
และจุดที่เปลี่ยนไปชัดเจนที่สุด... คือ "ดวงตา" จากเดิมที่เป็นเพียงช่องแสงสีส้มทื่อๆ ไร้อารมณ์... บัดนี้... ภายในเบ้าตานั้นมี "เปลวเพลิงสีฟ้าคราม" ลุกโชนขึ้น! เป็นประกายแห่งปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมของจิ้งจอกมายาที่ผสานเข้ากับพลังงานเดิม กลายเป็นดวงตาที่ดูลุ่มลึกและมีชีวิตชีวา
มันยืน "ทิ้งน้ำหนัก" ลงขาข้างหนึ่ง ไหล่ห่อนิดๆ คอเอียงหน่อยๆ ท่าทางดูผ่อนคลายและยียวนกวนประสาท ไม่แข็งทื่อเหมือนหุ่นเชิดทั่วไปอีกต่อไป
มันยกมือซ้าย (แขนเงา) ขึ้นมาดู... ขยับนิ้วหยกสีดำทีละนิ้วอย่างคล่องแคล่ว พลิกหน้าพลิกหลัง จากนั้นมันเงยหน้าขึ้น สบตากับอาเจียด้วยดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้น
[ นาย... ท่าน... ]
เสียงไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของอาเจียโดยตรง! เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเก่าแก่ แต่แฝงความขี้เล่น
...
เสียงไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของอาเจียโดยตรง!
เป็นเสียงทุ้มต่ำแบบเครื่องจักร แต่แฝงความขี้เล่นแบบจิ้งจอก
"พูดได้แล้ว!" อาเจียกระโดดตัวลอย "สุดยอด! ข้าคือนักประดิษฐ์อัจฉริยะ!"
[ นายท่าน... เสียงดัง... หนวกหู... ] เจ้าสัวส่งกระแสจิตตอบกลับ พร้อมกับยกนิ้วก้อยขึ้นมาแคะรูหู (ทั้งที่ไม่มีขี้หู)
อาเจียชะงัก "เดี๋ยว... ทำไมเอ็งดู... กวนตีนจังวะ?"
[ ข้า... ประมวลผล... จากพฤติกรรม... ต้นแบบ... ] เจ้าสัวชี้ไปที่อาเจีย
"อ่าว..." อาเจียเกาหัว (ด่าตัวเองนี่หว่า)
"ช่างเถอะ! ไหนลองทดสอบระบบซิ!" อาเจียสั่งการ "วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน!"
เจ้าสัวกวาดตามองรอบห้อง แสงสีฟ้าในดวงตาวูบวาบ
[ สถานที่ : ห้องใต้ดินโทรมๆ ... ระดับความปลอดภัย : ต่ำ ... ทรัพย์สินมีค่า : มีน้อยมาก ... สถานะนายท่าน : ยากจน ... ข้อแนะนำ : ควรไปหาเงินเพิ่ม ]
"ไอ้..." อาเจียคิ้วกระตุก "ฉลาดเกินไปแล้วโว้ย! ...แต่ก็เอาเถอะ แสดงว่าระบบตรรกะทำงานสมบูรณ์!"
ทันใดนั้น เจ้าสัวหันขวับไปมองที่เพดานห้องใต้ดิน (ทิศทางของประตูเรือนด้านบน) ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงวูบหนึ่ง
[ ตรวจพบ... ผู้บุกรุก... ]
"หืม?" อาเจียหุบยิ้ม "ผู้บุกรุก? ตอนนี้เนี่ยนะ?"
[ จำนวน 3 คน... ระดับพลัง : รวบรวมลมปราณขั้น 9 (สองคน) ... และ สร้างรากฐานขั้นต้น (หนึ่งคน) ... เจตนา : สังหาร ]
อาเจียหน้าเครียดทันที "หลิวจิน... มันส่งคนมาเก็บข้าเร็วกว่าที่คิด"
[ นายท่าน... จะให้ข้า... 'จัดการ' ... หรือ ... 'เจรจา' ? ] เจ้าสัวถาม น้ำเสียงในจิตดูตื่นเต้นชอบกล
อาเจียแสยะยิ้ม แววตาอำมหิตกลับคืนมา
"เจรจากับผีน่ะสิ... นี่เป็นโอกาสดีที่จะทดสอบ 'สมอง' ของแก..."
"เจ้าสัว... เปิดโหมดป้องกันภัยอัตโนมัติ ...อนุญาตให้ใช้ 'กับดัก' และ 'เล่ห์เหลี่ยม' ได้เต็มที่... แต่อย่าให้ถึงตาย (เดี๋ยวเรื่องยาว) เอาแค่พิการก็พอ!"
เจ้าสัวโค้งคำนับอย่างงดงามแบบพ่อบ้าน (แต่ดูสยองพิลึก)
[ รับทราบ... นายท่านผู้ยากจน... เริ่มปฏิบัติการ... เชือดไก่ให้ลิงดู ]
ร่างของเจ้าสัวค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดของห้องใต้ดิน พรางกายด้วยแขนซ้ายและทักษะของจิ้งจอกมายา เตรียมขึ้นไปต้อนรับแขกยามวิกาล...จารึกที่ 134 : พิธีกรรมปลุกเสก : ตรรกะแห่งจิตวิญญาณ
รัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่ช่วงที่มืดมิดที่สุดก่อนรุ่งสาง ความเงียบสงัดปกคลุมเรือนไผ่ม่วง มีเพียงเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ เป็นท่วงทำนองขับกล่อม ทว่าภายในห้องใต้ดินลึกลับ แสงสว่างจากอักขระนับพันตัวกำลังเต้นระริกแข่งกับแสงตะเกียงน้ำมัน
อาเจีย นั่งขัดสมาธิอยู่กลางวงเวทย์ที่เขียนด้วยเลือดผสมชาด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก เสื้อผ้าเปียกชุ่มราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ
ตรงหน้าเขามีชิ้นส่วนสำคัญสามอย่างลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยพลังปราณที่ประคองไว้
แกนวิญญาณจิ้งจอกมายาพันหน้า (สมอง) : ส่องแสงสีฟ้าครามวูบวาบ มีเงาจิ้งจอกจิ๋ววิ่งวนเวียนอยู่ภายใน
หินลมปราณธาตุวายุ (ความเร็วความคิด) : ปล่อยกระแสลมหมุนวนเล็กๆ ออกมาตลอดเวลา
น้ำหมึกพรางตา (ตัวประสาน) : ของเหลวสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง
"ขั้นตอนต่อไป... คือส่วนที่ยากที่สุด" อาเจียพึมพำ มือที่ถือ 'พู่กันนิรันดร์' สั่นเล็กน้อย... พลังอำนาจของมันหนักอึ้งเกินกว่าระดับพลังของเขาในตอนนี้
"การเขียน 'กลวิธานตรรกะ' ลงบนแกนวิญญาณ... ถ้าพลาดแม้อักษรเดียว จิตของมันจะวิปลาสและอาจจะลุกขึ้นมาฆ่าข้าแทน"
"จงจำไว้..." เสียง มู่เฉิน ดังขึ้นในจิต เพื่อคอยกำกับ "อย่าเขียนคำสั่งแบบทื่อๆ เช่น 'จงภักดี' ...แต่จงเขียน 'เหตุและผล' ...หากเจ้าปลอดภัย มันอยู่รอด... หากเจ้าตาย มันดับสูญ... นั่นคือตรรกะที่ทรงพลังที่สุด"
อาเจียพยักหน้า สูดหายใจลึก แล้วเริ่มตวัดพู่กันลงบนแกนวิญจาณจิ้งจอก!
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
ตัวอักษรสีทองตัวเล็กจิ๋วนับพันตัวถูกเขียนอัดลงไปในลูกแก้วสีฟ้า
อาเจียไม่ได้เขียนแค่คำสั่ง แต่เขากำลัง "สร้างบุคลิก"
...ความระแวดระวังภัย (จากสัญชาตญาณจิ้งจอก)...
...ความเด็ดขาดในการสังหาร (จากเจ้าสัวทมิฬ)...
...และความ 'งก' ในทรัพยากร (จากอาเจีย)...
"ผสาน!"
อาเจียบด หินธาตุวายุ จนเป็นผงละเอียด แล้วซัดเข้าไปในแกนวิญญาณเพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผล
จากนั้นใช้อักขระ "เชื่อมจิต" บังคับให้เงาจิ้งจอกในลูกแก้วยอมรับตรรกะใหม่ที่เขาสร้างขึ้น
กรรรร!
เงาจิ้งจอกแยกเขี้ยวขู่ พยายามต่อต้านการถูกควบคุม
"อย่าดื้อ!" อาเจียกัดฟัน ส่งคลื่นพลังจิตกระแทกเข้าไป "ข้าไม่ได้จะขังเจ้า! แต่ข้าจะให้ร่างใหม่แก่เจ้า! ร่างที่แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า... จงยอมรับซะ!"
เมื่อได้ยินข้อเสนอเรื่องร่างใหม่ เงาจิ้งจอกชะงัก... มันมองไปที่ร่างโลหะสุดแกร่งของเจ้าสัวที่ยืนรออยู่ แล้วท่าทีของมันก็เปลี่ยนไป... จากต่อต้าน กลายเป็นความสนใจ
วูบ...
เงาจิ้งจอกมุดกลับเข้าไปในแกนวิญญาณ ยอมรับการจารึกแต่โดยดี
ลูกแก้วสีฟ้าเปล่งแสงจ้าจนกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์!
"สำเร็จขั้นแรก! ...เจ้าสัว! เปิดช่องอก!"
เจ้าสัวทมิฬ (ร่างหยกทมิฬเดิม) ทำตามคำสั่ง เปิดเกราะหน้าอกออก เผยให้เห็นแกนผลึกปฐพีสีส้มที่หมุนวนอยู่ภายใน
อาเจียค่อยๆ ประคองแกนวิญญาณใหม่ (สมองจิ้งจอก + ตรรกะ) ใส่เข้าไปประกบกับแกนพลังงาน (หัวใจ) ทันทีที่สองสิ่งสัมผัสกัน...
ตู้มมมม!
คลื่นพลังงานกระแทกออกมาจนอาเจียกระเด็นไปติดผนังห้อง! ร่างของเจ้าสัวลอยขึ้นจากพื้น มีสายฟ้าสีฟ้าและสีส้มวิ่งพล่านไปทั่วตัว ผิวหยกทมิฬ ที่เคยดำสนิทและเรียบด้าน เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง... มันสั่นระริกและขับ "สิ่งสกปรก" ออกมา รอยขีดข่วนจากการต่อสู้ในอดีตค่อยๆ สมานตัวหายไป
เนื้อหยกสีดำเริ่มแปรเปลี่ยนเป็น "ความมันวาวดุจกระจกเงา" ลวดลายอักขระสีทองที่เคยซ่อนเร้น บัดนี้ลอยเด่นขึ้นมาบนผิวหยกราวกับเส้นเลือดมังกร มันส่องแสงวูบวาบประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจใหม่
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานเหมือนชั่วกัลป์... แสงสว่างค่อยๆ จางลง ร่างของเจ้าสัวค่อยๆ ร่อนลงมายืนบนพื้นอย่างนิ่มนวล
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงอีกครั้ง
อาเจียลุกขึ้นปัดฝุ่น เดินเข้าไปดูผลงานด้วยใจระทึก "เจ้าสัว...?"
หุ่นเชิดตรงหน้ายืนนิ่ง... แต่กลิ่นอายของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงก้อนหยกแกะสลักที่แข็งทื่อ... บัดนี้มันดูเหมือน "เทพนักรบในชุดเกราะทมิฬ" ที่สง่างาม ผิวหยกดำวาววับสะท้อนแสงไฟ ลวดลายสีทองไหลเวียนไปทั่วร่าง
และจุดที่เปลี่ยนไปชัดเจนที่สุด... คือ "ดวงตา" จากเดิมที่เป็นเพียงช่องแสงสีส้มทื่อๆ ไร้อารมณ์... บัดนี้... ภายในเบ้าตานั้นมี "เปลวเพลิงสีฟ้าคราม" ลุกโชนขึ้น! เป็นประกายแห่งปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมของจิ้งจอกมายาที่ผสานเข้ากับพลังงานเดิม กลายเป็นดวงตาที่ดูลุ่มลึกและมีชีวิตชีวา
มันยืน "ทิ้งน้ำหนัก" ลงขาข้างหนึ่ง ไหล่ห่อนิดๆ คอเอียงหน่อยๆ ท่าทางดูผ่อนคลายและยียวนกวนประสาท ไม่แข็งทื่อเหมือนหุ่นเชิดทั่วไปอีกต่อไป
มันยกมือซ้าย (แขนเงา) ขึ้นมาดู... ขยับนิ้วหยกสีดำทีละนิ้วอย่างคล่องแคล่ว พลิกหน้าพลิกหลัง จากนั้นมันเงยหน้าขึ้น สบตากับอาเจียด้วยดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้น
[ นาย... ท่าน... ]
เสียงไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของอาเจียโดยตรง! เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเก่าแก่ แต่แฝงความขี้เล่น
...
เสียงไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของอาเจียโดยตรง!
เป็นเสียงทุ้มต่ำแบบเครื่องจักร แต่แฝงความขี้เล่นแบบจิ้งจอก
"พูดได้แล้ว!" อาเจียกระโดดตัวลอย "สุดยอด! ข้าคือนักประดิษฐ์อัจฉริยะ!"
[ นายท่าน... เสียงดัง... หนวกหู... ] เจ้าสัวส่งกระแสจิตตอบกลับ พร้อมกับยกนิ้วก้อยขึ้นมาแคะรูหู (ทั้งที่ไม่มีขี้หู)
อาเจียชะงัก "เดี๋ยว... ทำไมเอ็งดู... กวนตีนจังวะ?"
[ ข้า... ประมวลผล... จากพฤติกรรม... ต้นแบบ... ] เจ้าสัวชี้ไปที่อาเจีย
"อ่าว..." อาเจียเกาหัว (ด่าตัวเองนี่หว่า)
"ช่างเถอะ! ไหนลองทดสอบระบบซิ!" อาเจียสั่งการ "วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน!"
เจ้าสัวกวาดตามองรอบห้อง แสงสีฟ้าในดวงตาวูบวาบ
[ สถานที่ : ห้องใต้ดินโทรมๆ ... ระดับความปลอดภัย : ต่ำ ... ทรัพย์สินมีค่า : มีน้อยมาก ... สถานะนายท่าน : ยากจน ... ข้อแนะนำ : ควรไปหาเงินเพิ่ม ]
"ไอ้..." อาเจียคิ้วกระตุก "ฉลาดเกินไปแล้วโว้ย! ...แต่ก็เอาเถอะ แสดงว่าระบบตรรกะทำงานสมบูรณ์!"
ทันใดนั้น เจ้าสัวหันขวับไปมองที่เพดานห้องใต้ดิน (ทิศทางของประตูเรือนด้านบน) ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงวูบหนึ่ง
[ ตรวจพบ... ผู้บุกรุก... ]
"หืม?" อาเจียหุบยิ้ม "ผู้บุกรุก? ตอนนี้เนี่ยนะ?"
[ จำนวน 3 คน... ระดับพลัง : รวบรวมลมปราณขั้น 9 (สองคน) ... และ สร้างรากฐานขั้นต้น (หนึ่งคน) ... เจตนา : สังหาร ]
อาเจียหน้าเครียดทันที "หลิวจิน... มันส่งคนมาเก็บข้าเร็วกว่าที่คิด"
[ นายท่าน... จะให้ข้า... 'จัดการ' ... หรือ ... 'เจรจา' ? ] เจ้าสัวถาม น้ำเสียงในจิตดูตื่นเต้นชอบกล
อาเจียแสยะยิ้ม แววตาอำมหิตกลับคืนมา
"เจรจากับผีน่ะสิ... นี่เป็นโอกาสดีที่จะทดสอบ 'สมอง' ของแก..."
"เจ้าสัว... เปิดโหมดป้องกันภัยอัตโนมัติ ...อนุญาตให้ใช้ 'กับดัก' และ 'เล่ห์เหลี่ยม' ได้เต็มที่... แต่อย่าให้ถึงตาย (เดี๋ยวเรื่องยาว) เอาแค่พิการก็พอ!"
เจ้าสัวโค้งคำนับอย่างงดงามแบบพ่อบ้าน (แต่ดูสยองพิลึก)
[ รับทราบ... นายท่านผู้ยากจน... เริ่มปฏิบัติการ... เชือดไก่ให้ลิงดู ]
ร่างของเจ้าสัวค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดของห้องใต้ดิน พรางกายด้วยแขนซ้ายและทักษะของจิ้งจอกมายา เตรียมขึ้นไปต้อนรับแขกยามวิกาล...