ผ่านไปสามวัน
ยามรุ่งอรุณหมอกบางแผ่กระจายอยู่ภายในลาน ถึงต้นวสันตฤดูแล้วอากาศยามเช้าวันนี้ไม่ได้เหน็บหนาวเท่าไรนัก
เซียวอวี้สวมชุดจิ้นจวงสีฟ้าอ่อนเดินออกมาจากห้องเห็นรำไรว่าหินแร่ผลึกต้นกำเนิดที่มีสีขาวราวน้ำนมทั้งสามชั่งนั้นกลับกลายเป็สีเทาอ่อนพลังต้นกำเนิดที่อยู่ในนั้นได้ถูกใช้จนหมดสิ้นแล้ว
-สวบ!
เงามนุษย์ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายของเซียวอวี้
เกิ่งเปียวมองเซียวอวี้ที่ท่าทางแปลกตาไปสีหน้าปรากฏความตกตะลึงเล็กน้อย “สั้นๆ เพียงแค่สามวัน คุณชายก็เลื่อนระดับแล้วหรือนี่”
เซียวอวี้หัวเราะเบาๆทีหนึ่ง “ก็แค่ขั้นก่อนกำเนิดสองชั้นฟ้า พี่เกิ่งแปลกใจอะไรกัน”
สีหน้าของเกิ่งเปียวสลับซับซ้อนหลากอารมณ์อย่างมาก
จากเด็กหนุ่มบอบบางต้านลมไม่อยู่มาถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสองชั้นฟ้าเซียวอวี้ใช้เวลาทั้งหมดยังไม่ถึงหนึ่งเดือน ระดับความรวดเร็วในการเติบโตเช่นนี้เรียกได้ว่าน่าทึ่งสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ เมื่อหลายวันก่อนเขาสามารถพิชิตเซียวตงหลิวได้ด้วยพลังต่อสู้ของเขาในเวลานี้ จะน่าเกรงกลัวถึงขั้นไหนกัน
เซียวอวี้ยิ้มสุขุมเยือกเย็นคัมภีร์โบราณที่เขาฝึกบำเพ็ญเพียรน่าอัศจรรย์ระดับไหนทั้งยังมีประสบการณ์บำเพ็ญตนนับล้านกว่าปี การเลื่อนขั้นภายในระยะเวลาสั้นๆก็ไม่ใช่เื่แปลก
เพียงแต่เมื่อกายเนื้อนับวันยิ่งแข็งแกร่งในภายภาคหน้า เขาจะเลื่อนระดับยากขึ้นเรื่อยๆนอกเสียจากจะมีหินแร่ผลึกต้นกำเนิดจำนวนมากมาช่วยเหลือ มิเช่นนั้นแล้วคงไม่มีทางรวดเร็วเช่นนี้แน่นอน
แต่เขาก็พอมองออกว่าหลังจากเลื่อนไปถึงขั้นก่อกำเนิดหินแร่ผลึกต้นกำเนิดทั่วไปก็จะไม่มีประโยชน์อีกแล้วอย่างน้อยก็ต้องเป็หินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับบนถึงจะทนให้เขาทำลายทิ้งเป็ว่าเล่นได้
“พี่เกิ่งข้าปิดด่านสามวัน ในจวนเกิดเื่ใหญ่อะไรบ้างหรือไม่” เซียวอวี้ไถ่ถามด้วยรอยยิ้ม
เกิ่งเปียวประจักษ์แจ้งแก่ใจรู้ว่าเซียวอวี้อยากจะถามอะไร ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ในจวนทุกอย่างเรียบร้อยเป็ปกติฮูหยินสามกับคุณชายห้ายังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรขอรับ”
“โอ้?”
ใบหน้าเซียวอวี้ปรากฏความเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัดด้วยนิสัยของตู้อวิ๋นเย่ว์ เดิมทีนางไม่ควรจะอยู่เฉยขนาดนี้บางทีเื้ัความสงบอาจมีพายุใหญ่ก่อตัวอยู่ก็เป็ได้
“พี่เกิ่ง่นี้อาจจะเกิดเื่ พี่ก็ระวังตัวไว้ด้วย” เซียวอวี้หัวเราะเบาๆ
เกิ่งเปียวก็เป็คนฉลาดหลักแหลมเข้าใจความหมายของเซียวอวี้ทันที ยิ้มหยันพลางกล่าว “คุณชายโปรดวางใจในเมืองเหลียงโจวยังไม่เคยมีเื่ที่พวกเราหน่วยบังคับคดีจัดการไม่ได้มาก่อน”
เซียวอวี้บ่นพึมพำจู่ๆ ก็โบกมือไปมาเบาๆ ่ที่ตกอยู่ในภวังค์ คล้ายว่าบนร่างของเขาจะแผ่พลังอันยิ่งใหญ่น่ายำเกรงออกมาทำให้สีหน้าของเกิ่งเปียวตะลึงงันทันที
“พี่เกิ่งพี่ทราบหรือไม่ว่าใกล้ๆ เมืองเหลียงโจวมีสถานที่ฝึกฝนบ้างหรือเปล่า” เซียวอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย กล่าวถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เกิ่งเปียวยังไม่ได้สติจากที่ตกตะลึงเมื่อสักครู่กลิ่นอายที่ปรากฏบนตัวเซียวอวี้ในระหว่างที่ไม่รู้ตัวเมื่อกี้นี้ทำให้เขาเกิดความเคารพยำเกรงเหลือประมาณ
พลังที่สามารถกลืนกินทั้งภูผาและสายธาราเป็หมื่นลี้ได้นั้นเขารู้สึกกระทั่งว่าท่านโหวเองยังเทียบเซียวอวี้ไม่ได้
“พี่ห้าพูดถูกแล้วละในอนาคตคุณชายหกจะต้องเป็ยอดฝีมือแห่งยุคอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้าติดตามเขาอาจจะเป็เื่ดีจริงๆ”
ได้ยินคำถามของเซียวอวี้ดังขึ้นข้างหูเกิ่งเปียวคิดอย่างรวดเร็ว รีบตอบกลับ “คุณชายหากท่านอยากต่อสู้จริง มีให้เลือกอยู่สองสถานที่หนึ่งคือูเาหมั่งหนิวที่อยู่ไกลจากทิศตะวันตกของเมืองเหลียงโจวไปอีกห้าร้อยลี้ส่วนอีกที่ก็คือ...ูเาสองปฐีที่อยู่ทางใต้ของเมืองเหลียงโจวไปอีกสามพันหกร้อยลี้”
ูเาสองปฐีทอดตัวจากเหนือจรดใต้หลายพันลี้กลุ่มเทือกเขาที่เรียงตัวต่อกันนั้นมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดสาเหตุที่เรียกว่าูเาสองปฐี ก็เพราะอีกด้านหนึ่งของูเาคือจักรวรรดิเหมิ่งหยวนเซียวฉีสยงตั้งมั่นกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายอยู่ในเมืองเหลียงโจวก็เพื่อเตรียมป้องกันจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรแห่งนี้นั่นเอง
เมืองเหลียงโจวเป็เมืองชัยภูมิอันดับหนึ่งทางตอนใต้ของแผ่นดินต้าถังในขณะเดียวกันยังเป็ประตูใหญ่ทางใต้ที่เฝ้าพิทักษ์ราชวงศ์ด้วยเช่นกัน
“เช่นนั้นก็ไปูเาสองปฐี”เซียวอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตากลายเป็แหลมคมขึ้นฉับพลันเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา “ท่านไปช่วยข้าจัดการเื่เื่หนึ่ง”
“คุณชายว่ามาเถอะขอรับ”
ใบหน้าของเซียวอวี้ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ เกิ่งเปียวฟังแล้วตกตะลึงพรึงเพริดสุดท้ายถึงพยักหน้ารับปาก
“คุณชายความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะไม่เสี่ยงเกินไปหรือ” เกิ่งเปียวยังคงไม่วางใจอยู่บ้าง
เซียวอวี้ยิ้มเรียบนิ่ง“ไม่เป็ไร อาจจะอันตราย แต่ก็คงไม่เท่าไรนักหรอก”
เกิ่งเปียวพยักหน้าแรงทันทีที่เงาร่างกะพริบวูบไหวก็หายวับไปจากในเรือน
เซียวอวี้รับประทานอาหารเช้าเป็เพื่อนมารดาเสร็จสั่งให้หวังซานไปขออาชาเหินเนตรอินทนิลสองตัวจากในจวนอาชาเหินเนตรอินทนิลนี้เป็สัตว์ิญญาขั้นหนึ่งระดับล่าง ไม่มีความดุร้ายเลยแม้แต่นิดเดียวแต่เหาะเหินในกลางอากาศได้ว่องไวสุดแสนตามปกติในครอบครัวจะเลี้ยงม้าบินไว้ฝูงหนึ่ง เพื่อเป็พาหนะในการเดินทาง
ยังไม่ทันเที่ยงวันเซียวอวี้และเกิ่งเปียวก็ขี่ม้าบินคนละตัวออกจากจวนสกุลเซียวทันทีที่อาชาเหินเนตรอินทนิลกางปีกทั้งสอง ก็โผบินขึ้นสูงกลางอากาศออกจากเมืองเหลียงโจวไปยังตอนใต้
ตู้อวิ๋นเย่ว์ยืนอยู่ตรงกลางลานแหงนหน้ามองเซียวอวี้ที่เหาะทะยานไกลออกไป ดวงตาเรียวยาวปลายตวัดเฉียงฉายจิตสังหารอันโเี้สุดแสนออกมาใบหน้าสง่างามละเมียดละไมของสตรีสาววัยกลางคนเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“ตู๋หลังคนผู้นั้นที่เ้าหามาจะทำสำเร็จหรือไม่ ข้ารู้ว่าในเมื่อกลุ่มกาทมิฬของพวกเ้ารับคำสั่งแล้วจะไม่มีทางคว้าน้ำเหลว แต่สิ่งที่ข้า้าคือห้ามมีข้อผิดพลาด” ตู๋อวิ๋นเย่ว์กล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
ตู๋หลังกล่าววาจาด้วยความนบนอบ“ฮูหยินโปรดวางใจ ต้วนจางเป็มือสังหารป้ายเงินอันดับหนึ่งของกลุ่มกาทมิฬเป็นักพรตขั้นครึ่งก้าวลูกกลอนนิลสำหรับเซียวอวี้และเกิ่งเปียวนับว่าสบายมากขอรับ”
“หากเขาทำพลาดจะทำอย่างไร”ตู้อวิ๋นเย่ว์ย้อนถาม
ตู๋หลังแสยะยิ้มสยดสยองตอบกลับไป “ตามปกติกลุ่มกาทมิฬจะให้ความสำคัญกับชื่อเสียงหากต้วนจางล้มเหลว เซียวอวี้ก็ยิ่งต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงตอนนั้นจะมีมือสังหารป้ายทองของกลุ่มกาทมิฬออกปฏิบัติการด้วยตนเองขอรับ”
ตู้อวิ๋นเย่ว์ถึงคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจเอ่ยด้วยเสียงเย็นยะเยียบ “แบบนี้จะดีที่สุด”
ูเาสองปฐีที่สูงตระหง่านโดดเด่นทอดตัวยาวสามพันลี้
อาชาเหินเนตรอินทนิลเหาะเหินรวดเร็วอย่างยิ่งเซียวอวี้และเกิ่งเปียวออกเดินทางจากเมืองเหลียงโจวในตอนเที่ยง ไม่ถึงสี่ชั่วยามพวกเขาก็มาถึงเชิงเขาของูเาสองปฐีกันแล้ว
“ที่ตั้งฮวงจุ้ยดียิ่งนัก”
เมื่อครู่ตอนยังอยู่ในกลางอากาศเซียวอวี้ก็สำรวจภูมิประเทศของูเาสองปฐีอย่างละเอียด ทิวเขาแต่ละลูกทอดตัวยาวต่อเนื่องติดต่อกันลักษณะยิ่งใหญ่น่าครั่นคร้ามเป็พิเศษ
ไม่เพียงเท่านั้นยอดเขาของเทือกเขาสองฝั่งนี้ค่อนข้างสูง บริเวณตรงกลางจะต่ำเล็กน้อย หากมองลงไปจากที่สูงรูปร่างคล้ายเงินตำลึงเป็อย่างมาก
บนเทือกเขาแต่ละลูกมีพืชพรรณเจริญงอกงามเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ที่นี่เป็สถานที่เลิศล้ำที่ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งในส่วนลึกของเทือกเขาจะต้องก่อกำเนิดสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายทีู่เาสองปฐีเป็สิ่งกั้นขวางตามธรรมชาติระหว่างแผ่นดินต้าถังและจักรวรรดิเหมิ่งหยวนจักรวรรดิยิ่งใหญ่ทั้งสองต่างไม่กล้าแบ่งแยกผลประโยชน์ของที่นี่มากจนเกินไป จะได้ไม่ทิ้งข้ออ้างไว้ให้อีกฝ่ายโจมตีได้
จักรวรรดิยิ่งใหญ่ทั้งสองนี้เป็แคว้นบริวารของสำนักกระบี่เสวียนหวงปีนี้สำนักกระบี่เสวียนหวงเปิดูเารับลูกศิษย์ จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ทั้งสองนี้ต่างได้รับสิทธิ์ที่นั่งจำนวนไม่น้อย
“คุณชายท่านคิดว่าฮูหยินสามจะส่งคนมาลอบสังหารจริงๆ หรือ” เกิ่งเปียวกวาดตามองรอบด้านอย่างตื่นตัวมีกระบี่สั้นหกเล่มสะพายอยู่ด้านหลัง
เซียวอวี้หรี่ตาหัวเราะเบาๆ“ด้วยนิสัยของฮูหยินสามข้าคิดว่านางไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปแน่แต่น่าเสียดายครั้งนี้ต้องติดหนี้บุญคุณนางสักครั้งเสียแล้ว”
เกิ่งเปียวทอดถอนใจเอ่ยว่า“หากไม่ใช่เพราะพี่ห้าของข้ายังต้องประจำการที่จวนโหวจำเป็ต้องขอให้คนอื่นช่วยด้วยหรือ”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มโบกมือไปมาแล้วเอ่ยว่า “ไปพวกเราเข้าไปในูเากันเถอะ ในเมื่อสัตว์ิญญาในูเาสองปฐีอยู่รวมกันเป็ฝูงก็เป็สถานที่ที่ควรค่าแก่การฝึกฝน”
เกิ่งเปียวสังเกตโดยรอบอย่างระมัดระวังในขณะที่เดินพูดไปด้วย “คุณชายพวกเราคงได้แค่ฝึกฝนอยู่ภายในระยะร้อยลี้ส่วนลึกของูเาสองปฐีมีสัตว์ิญญาที่แข็งแกร่งสุดขีดอยู่ด้วยพวกเราไม่ใช่คู่ต่อกรของมันหรอก”
เซียวอวี้ยิ้มพลางพยักหน้าลงด้วยรูปแบบฮวงจุ้ยของูเาสองปฐีที่ดีขนาดนี้ในส่วนลึกของูเาจะต้องมีสัตว์ิญญาที่มีพลังแก่กล้าอาศัยอยู่แน่นอน สาเหตุที่ไม่กล้าเดินออกมาจากูเาสองปฐีอาละวาดในเมืองเหลียงโจวเป็เพราะกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายที่ตั้งมั่นอยู่นอกเมืองเหลียงโจว
กองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายสามารถปกป้องเมืองเหลียงโจวให้หมดห่วงไร้กังวลได้
เซียวอวี้นำเกิ่งเปียวบุกทะลวงเข้าไปในูเาสองปฐีทันที
ถึงแม้เซียวอวี้จะมีประสบการณ์ต่อสู้มาล้านกว่าปีทว่าร่างกายร่างนี้ยังไม่เคยผ่านการใช้งานจริงฝึกฝนในูเาสองปฐีก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกันสำหรับการต่อสู้กับเซียวตงหลิวในครั้งก่อนเขาคิดใคร่ครวญเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกายผู้พิชิตากับคุณสมบัติร่างกายมนุษย์ทั่วไปไม่ได้สนใจสถานการณ์การต่อสู้เท่าไรนัก
ทั้งสองคนควบตะลุยอยู่ภายในป่าไม้อันกว้างใหญ่ที่มองไม่เห็นฟากฝั่งพอพบสัตว์ิญญาเซียวอวี้ก็จะลงมือต่อสู้ หลังจากผ่านไปสองชั่วยาม เขาจัดการสัตว์ิญญาขั้นหนึ่งระดับบนไปสิบกว่าตัวแล้วมีกระทั่งหมาป่าเขียวหลังเหล็กขนาดใหญ่ตัวหนึ่งซึ่งเป็สัตว์ิญญาอันน่าครั่นคร้ามขั้นสองระดับล่าง
ตอนเกิ่งเปียวเห็นเซียวอวี้เปรอะด้วยหยาดโลหิตไปทั่วทั้งตัวสวนหมัดเหล็กจากบนลงล่างอย่างรวดเร็ว ไล่ชกเรื่อยๆ จากศีรษะจนถึงอกของหมาป่าเขียวหลังเหล็กเขาก็ตกตะลึงอยู่นานพูดอะไรไม่ออก
พลังต่อสู้อันแข็งแกร่งลมปราณอันพลุ่งพล่านของเซียวอวี้ ยังน่ากลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายเท่าตัว
โดยเฉพาะหลังจากเลื่อนระดับเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสองชั้นฟ้าเกิ่งเปียวค้นพบว่า ด้วยความสามารถในตอนนี้ของเซียวอวี้ก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดเก้าชั้นฟ้าทั่วไปได้แล้ว!