สวรรค์นิรันดร์กาล

    ผลเซียนทองคำ

            หมอกหนาที่ปรากฏขึ้นเริ่มทำให้ผู้คนสับสนอย่าว่าแต่พวกเจี้ยนอี้เลยแม้แต่ฉางเฟิงยังถูกบัดบังการมองเห็นจากหมอกเหล่านี้แถมพลังจิตที่แข็งแกร่งของฉางเฟิงยังถูกปิดกั้นอีกต่างหาก

            “ข้าว่ามันเริ่มจะแปลกๆแล้ว”เสี่ยวจินหรี่ตาลง

            เพราะทุกการเคลื่อนใหวของพวกเขามันเหมือนกับมีคนจงใจก่อกวนหรือไม่ก็มีคนคอยควบคุมสิ่งต่างๆอยู่เบื้องหลัง

            “เสี่ยวจินเจ้าสามารถมองเห็นได้หรือเปล่า”ฉางเฟิงกล่าว

            “แน่นอนนายน้อยข้าสามารถมองเห็น จริงๆแล้วซากเมืองที่พวกเราเห็นอยู่ก่อนหน้านี้คือภาพมายา ส่วนหมอกที่ปรากฏคือพลังของค่ายกลเขาวงกตเมื่อทั้งสองผวานเข้าด้วยกันทำให้การมองเห็นและการรับรู้ทั้งหมดถูกปิดกั้นแม้แต่พลังจิตก็ตามถ้าไม่ใช่เพราะข้าแข็งแกร่งมากละก็ต่ำกว่าเซียนไม่มีทางออกไปได้แน่” เสี่ยวจินกล่าว

            “แบบนี้มันเท่ากับว่าทุกคนนอกจากพวกเราจะต้องถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดไปงั้นเหรอ”ซงเทียนตกใจ

            “ไม่ผิดค่ายกลนี้ไม่มีจุดบอดหรือทางออกมีเพียงตามหาศูนย์กลางของค่ายกลและทำลายทิ้งเท่านั้นแต่ว่าสำหรับข้าการสร้างทางออกนั้นไม่ใช่เรื่องยากเอาละพวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามาถ้าให้ดีอย่าให้หลงไปเด็ดขาด” เสี่ยวจินกล่าว

            “ถือว่าข้าโชคดีที่มาพร้อมๆกับเจ้าแต่ว่ามันก็แปลกกลับมีคนหนึ่งที่ตามเรามาอย่างเงียบๆ” โหลวหลานมองไปยังซวนหยวนเสวี่ย

            “ข้าก็แค่เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับตัวเองเท่านั้นแล้วอีกอย่างข้าและพวกเจี้ยนอี้ไม่ใช่สหายหรือพวกเดียวกันข้าแค่เดือนทางมาพร้อมกันเท่านั้น”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว

            “ช่างเถอะถ้านางคิดร้ายกับพวกเราถึงตอนนั้นนางก็จะได้รู้ว่าความตายมันเป็นอย่างไร” เสี่ยวจินจ้องมองซวนหยวนเสวี่ยด้วยแววตาที่น่ากลัวก่อนจะเคลื่อนใหว

            ร่างของซวนหยวนเสวี่ยสั่นอย่างรุนแรงใบหน้าของนางซีดลงเพราะพริบตาที่เสี่ยวจินจ้องออกมามันราวกับว่าความลับทั้งหมดของนางถูกอีกฝ่ายมองออกและที่สำคัญนางรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวจากเสี่ยวจิน

            “นั่นมันอะไรกันแรงกดดันนั่นมันเหนือกว่าอาจารย์เสียอีก หรือว่าเป็นจักรพรรดิเซียนงั้นเหรอ”ซวนหยวนเสวี่ยหวาดกลัวมากและไม่กล้าจ้องมองเสี่ยวจินอีก

            “ท่านพ่อข้าได้กลิ่นหอม” ในขณะที่เดินอยู่นั้นเสี่ยวเสี่ยวก็กล่าวขึ้น

            “กลิ่นหอมงั้นเหรอ”ฉางเฟิงพยายามตรวจสอบแต่ก็ไม่พบกลิ่นอะไรเลย

            “หืมกลิ่นอะไรงั้นเหรอ” เสี่ยวจินเองก็งุนงง

            “ทางนั้นกลิ่นอยู่ทางนั้น” เสี่ยวเสี่ยวชี้ไปข้างหน้าทันที

            “เด็กน้อยเจ้าอย่าได้เพ้อเจ้อไปเลยในสถานที่แบบนี้มันจะไปมีกลิ่นหอมได้อย่างไร” เสี่ยยจินเย้ยหยัน

            “เจ้าหนูน้อยคิดว่าเสี่ยวเสี่ยวโกหกงั้นเหรอ” เสี่ยวเสี่ยวโกรธขึ้นมาทันที

            “ทำตามที่เสี่ยวเสี่ยวบอก”เสียงของซีรั่วหยานดังขึ้น

            “เอาละลองทำตามที่นางบอกดู” ฉางเฟิงกล่าว

            พวกซงเทียนอ้าปากค้างฉางเฟิงถึงกับเชื่อเด็กน้อย 5 ขวบแทนเสี่ยวจินที่แข็งแกร่ง ฉางเฟิงเองก็สงสัยว่าเสี่ยวเสี่ยวได้กลิ่นอะไร

            หลังจากเดินไปตามทางที่เสี่ยวเสี่ยวบอกพวกฉางเฟิงก็มาถึงใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีผลไม้สีทองปรากฎเต็มไปหมด

            “ไม่จริงน่าผลเซียนทองคำงั้นเหรอ” เสี่ยวจินยังต้องตกใจ

            “ของเสี่ยวเสี่ยวผลไม้พวกนี้เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนเจอ” ร่างของเสี่ยวเสี่ยวหายไปและปรากฎบนต้นไม้พร้อมกับเริ่มเก็บผลเซียนทันที

            “เสี่ยวเสี่ยวระวัง!!!!!!!”ฉางเฟิงไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตเฝ้าดูแลต้นเซียนทองคำนี้อยู่

            “ฝ่อ!!!!!!!!!!”

            พริบตานั้นเองร่างของอสรพิษหยกตัวหนึ่งก็ปรากฏและโจมตีไปยังเซียวๆและที่สำคัญพลังของอสรพิษหยกตัวนี้อยู่ระดับจักรพรรดิขั้นที่ 9 อีกด้วย

            “เสี่ยวจิน!!!!!!!!”

            เมื่อได้ยินเสียงของฉางเฟิงร่างของเสี่ยวจินก็ปรากฎตรงหน้าอสรพิษหยกและใช้แรงกดดันออกมาทำให้ร่างของอสรพิษหยกสั่นกลัวอย่างมากและถอยออกไป

            “จงอยู่นิ่งๆซะแล้วข้าจะเหลือไว้ให้เจ้า1 ผล” เสี่ยวจินกล่าว

            “ฟ่อ!!!!”อสรพิษหยกอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางไม่ได้รับความเป็นธรรม

            “ถ้าเจ้าไม่อยู่เฉยๆข้าฆ่าเจ้าแน่”เสี่ยวจินกล่าวเสียงเย็นก่อนจะมองไปยังเสี่ยวเสี่ยว

            “นังเด็กนี่ก็เกินไปแม้จะถูกโจมตีแต่กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยยังคิดเก็บผลเซียนทองคำอีก” เสี่ยวจินอดที่จะส่ายหัวไม่ได้

            “เสี่ยวเสี่ยวพอได้แล้วแบ่งให้คนอื่นบ้าง”ฉางเฟิงอดที่จะขมขื่นไม่ได้เพราะเสี่ยวเสี่ยวเล่นเก็บมาไว้คนเดียวเกือบ20 ผล

            “ท่านพ่อเสี่ยวเสี่ยวเก่งหรือไม่” เสี่ยวเสี่ยวรีบกลับมาหาฉางเฟิงและยื่นผลเซียนให้กับฉางเฟิงสองลูกส่วนที่เหลือนางเก็บไว้ทั้งหมด

            “เอาเถอะพวกเจ้าเองก็แบ่งกันเก็บไปก็แล้วกัน” ฉางเฟิงกล่าว

            “ถ้าเช่นนั้นข้าขอบ้างสักผลก็แล้วกัน”โหลวหลานไม่ได้โลภมากนางเองมาแค่ผลเดียวส่วนซวนหยวนเสวี่ยนางไม่กล้าเข้าไปเก็บเพราะถึงอย่างไรสิ่งนี้ก็เป็นพวกฉางเฟิงที่พบ

            “ตรงนั้นกลิ่นหอมมาจากตรงนั้น” ในตอนนั้นเองเสียงของพวกจูหมิงก็ดังขึ้น

            “โอ้พวกนั้นตามมาถึงนี่ได้เลยงั้นเหรอ” เสี่ยวจินแปลกใจ

            ไม่นานพวกเจี้ยนอี้ก็ปรากฏแต่พริบตาพวกซงเทียนก็แปลกใจเพราะกลุ่มของเจี้ยนอี้นั้นเหลือไม่ถึง 20 คนเสียแล้ว ในตอนที่เข้ามาตอนแรกพวกโจวฟ่านได้นำอัจฉริยะของราชวงศ์และสี่นิกายเข้ามารวมเกือบร้อยคนแต่ตนนี้เหลือไม่ถึง20 คนนี่ย่อมทำให้พวกฉางเฟิงแปลกใจ

            “ผลเซียนทองคำ!!!!!!”เจี้ยนอี้ตื่นเต้นทันที

            “พวกเจ้าส่งผลเซียนออกมาซะไม่อย่างงั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด”หูหว่างชี้กระบี่ไปทางพวกฉางเฟิงทันที

            “แม่นางเจี้ยนอี้ข้าว่าท่านคุมคนของท่านให้ดีเถอะ เพราะข้าเคยบอกไปแล้วว่าจะไม่มีครั้งต่อไป”ฉางเฟิงกล่าว

            “ผลไม้ของเสี่ยวเสี่ยวมีไว้สำหรับเสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นไม่ได้มีไว้ให้กับสุนัข”เสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่บนคอของฉางเฟิงและกัดผลเซียนทองคำอย่างมีความสุข

            “นางเด็กบ้าส่งผลเซียนมาซะ”จูหมิงทองกระบี่ออกไปหาเสี่ยวเสี่ยวทันที

            “รนหาที่ตาย”ฉางเฟิงเคลื่อนใหวพร้อมกับปราณโกลาหลระเบิดออกมาทั่วร่าง

            เขตแดนโกลาหลถูกเปิดใช้งานพร้อมกับของเหลวศักดิ์สิทธิ์ในมือกลายเป็นหอกยาวเล่มหนึ่งฉางเฟิงแทงหอกออกไปพร้อมกับอำนาจทะลวงเข้าปะทะกับคมกระบี่ของจูหมิง

            “อึกอะไรกันข้าควบคุมพลังไม่ได้”จูหมิงตื่นตระหนกเพราะควบคุมพลังในร่างไม่ได้ทำให้ผลของทักษะโจมตีลดลงอย่างมาก

            “มังกรทยาน”ฉางเฟิงปลดปล่อยทักษะขั้นเซียนออกมาหอกของฉางเฟิงกลายเป็นมังกรพุ่งทะยานเข้าหาจูหมิงทันที

            “ชิ!!!!”เจี้ยนอี้สบถออกมาก่อนจะโจมตีออกไปเพื่อช่วยเหลือจูหมิง

            “ตูม!!!!!!!!!!”แม้เจี้ยนอี้จะหยุดการโจมตีของฉางเฟิงได้แต่กระบี่ในมือของนางก็สั่นสะท้านไม่หยุดทำให้แขนของนางช้าไปหมด

            “เจ้ากล้าสังหารพวกเราจริงๆเจ้าไม่กลัวว่าตระกูลฉางจะถูกพวกเราทำลายงั้นเหรอ” เซิ่งมู่คำราม

            “แล้วอย่างไรตระกูลฉางที่พวกเจ้าพูดถึงเกี่ยวข้องกับข้าหรือไม่ยังไม่แน่ชัดเลยเพราะงั้นอย่าได้ตัดสินใจฝ่ายเดียวสิแล้วอีกอย่างข้าหาได้กลัวพวกเจ้าไม่” ฉางเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส

             

             

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน