พลันปรากฎเสียงฮือฮาดังลั่นทั่วตำหนักสงบ เมื่อศิษย์สายในผู้หนึ่งร้องท้าประลองเป็นตายกับศิษย์สายนอก
หมู่ชนที่มาเพื่อสอบเข้าสำนักพลันแตกตื่นเพราะพวกเขามิคาดคิดว่า ศิษย์สายในผู้ที่อยู่ในระดับอัจฉริยะ จะท้าประลองเป็นตายกับศิษย์สายนอกที่ถูกเรียกว่าสวะในสำนักบัญฑิตยุทธ
พวกเขามองจ้องยังศิษย์ของสำนักทั้งสอง ต่างก็หน้านิ่วคิ้วขมวด
คนหนึ่งเป็นศิษย์สายในระดับขั้นหลอมรวมฟ้าดินระดับห้า อีกคนศิษย์สวะระดับขั้นหลอมรวมวิญญาณระดับหก
ความต่างของฐานพลังมากมายถึงหนึ่งขั้นใหญ่ มิมีทางที่ศิษย์สวะจะสามารถสู้ได้
ต่อให้ศิษย์สวะจะเก่งกาจเทียมฟ้า ทั้งยังมียอดศัสตราสุงสุดในมือ ก็มิมีหนทางใดที่จะสามารถเอาชนะได้
" หากศิษย์สายนอกนั่นตกปากรับคำ เห็นทีคงเป็นศิษย์สวะอย่างที่เขาว่ากัน "
" เห็นมีแต่คนโง่เท่านั้นที่กล้ารับคำท้า "
" ประลองเป็นตายกับเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
สองตาของเขามองยังเหล่าศิษย์สายในที่ยืนเรียงรายต่อหน้า
" พอได้แล้ว " เสียงชราดังขึ้น
" ผู้อาวุโสเจิ้ง " ชายหนุ่มศิษย์หลักเอ่ยออกมา
" ไอ้หนู เจ้าเพิ่งเข้าสำนักวันแรก อย่าได้เที่ยวหาเรื่องไปทั่ว " ชายชราเติ้งเอ่ยออกมา
" พวกเจ้าก็เหมือนกัน หากอยากเอาชนะควรเอาชนะด้วยวิถีแห่งบัณฑิต " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ได้ " เหวินลู่ศิษย์หลักเอ่ยออกมา
สองตาของเขามองจ้องยังร่างสูงอย่างมิวางตา " ครานี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป เพื่อเห็นแก่หน้าของผู้อาวุโสเจิ้ง " เหวินลู่เอ่ยออกมา
" ไป " เหวินลู่สะบัดแขนเสื้อหนึ่งคราแลผินกายเดินจากไป
" เจ้านี่ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ผู้อาวุโส ท่านได้สิ่งใดจากภาพวาด " ร่างสูงเอ่ยออกมา
" หึ " ชายชราเจิ้งเหยียดยิ้มออกมา
" ข้ามิบอก " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ข้าได้ยินว่า เจ้ามาที่นี่เพื่อหาสหายเช่นนั้นรึ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ใช่ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" แล้วสวีอวี้ซวง ใช่สหายเจ้ารึไม่ " ชายชราเจิ้งเอ่ยถาม ทั้งใบหน้าของเขายังปรากฎรอบยิ้มที่มีเลศนัย
" หึ " หานลี่ยกยิ้มออกมา
" ไอ้หยา " ชายชราเจิ้งร้องออกมา พลางมองยังชายหนุ่มอย่างมิเชื่อสายตา
เขายอมรับในความสามารถของชายหนุ่ม มิว่าจะเป็นภาพวาดที่แฝงเต๋าอันเลิศล้ำ
รึจะเป็นภาพเขียนอักษรแลบทกวีที่แฝงความหมายล้ำเลิศ ทั้งเพลงพิณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเต๋า แลพลังวิญญาณ
แต่การที่ชายหนุ่มพิชิตใจสาวงามล่มเมืองที่เป็นหนึ่งในเก้าของใต้หล้าเช่นนี้ เขามิอยากจะเชื่อ
สวีอวี้ซวงนั้นโด่งดังเป็นอย่างยิ่งทั้งที่แคว้นฟู่ แลเมืองหลวงเทียนตี้ เผลอๆชื่อเสียงของนางยังดังไกลในอีกเจ็ดแคว้น
การที่ชายหนุ่มที่ไร้ชื่อเสียง แลเงินทอง จะสามารถช่วงชิงหัวใจของนางมาครองได้นั้น ย่อมเป็นสิ่งที่มิมีทางเป็นไปได้
แต่หากเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าต่อๆกันมาเขาย่อมมิมีทางเชื่อ แต่ภาพที่เขาเห็นก็คือสวีออวี้ซลงนั่งอยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม
ทั้งยังถูกชายหนุ่มกุมมือไว้ ภาพที่เห็นนี้ก็เพียงพอที่จะยืนยันทุกอย่างได้แล้ว
" เจ้านี่เกินที่ข้าคาดคิดยิ่งนัก " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
หานลี่มองยังชายชราเจิ้ง พลางยกยิ้มออกมา
" เจ้าพบเจอสหายขอเจ้ารึยัง " ชายชราเจิ้งเอ่ยถาม
" ยัง " หานลี่ส่ายหน้า
" สหายของเจ้ามีชื่อว่าเช่นใด " ชายราเจิ้งเอ่ยถาม
" หวังตี้เปา " ร่างสูงเอ่ยออกมา
" ใช่แซ่หวังจากเมืองลู่รึไม่ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ใช่ " ร่างสูงพยักหน้า
" อย่าตามหาเลย แซ่หวังจากเมืองลู่นั้นได้เข้าเป็นศิษย์สายในเรียบร้อยแล้ว " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" เอ๋ " หานลี่ร้องออกมา
" ข้าดูที่หวังตี้เปา ก็มิได้จะเก่งกาจถึงขนาดนั้น เหตุใดจึงเป็นศิษย์สายในได้ " ร่างสูงเอ่ยออกมา
" โชคดีของศิษย์แซ่หวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อศิษย์แซ่หวังคนนั้น ทำลายค่ายกลหมากล้อมได้ จึงได้เข้าเป็นศิษย์สายในตามกฏที่วางเอาไว้ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" เช่นนี้ก็มี " หานลี่พึมพำ
" ใช่ นอกเหนือจากความเพียรแล้ว ยังต้องอาศัยโชควาสนาด้วย " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ผู้อาวุโส ความสามารถของข้าออกจะสูงส่ง เหตุใดท่านจึงให้ข้าเป็นเพียงศิษย์สายนอก " หานลี่เอ่ยถาม
" ฮื่อห์ " ชายชราเจิ้งถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" ไอหนู สำหรับข้าแล้ว สิ่งที่เจ้ามีนั้น หาได้สูงส่งกว่าศิษย์ของสำนักไม่ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" คุณสมบัติของเจ้านั้นแม้นจะโดดเด่น แต่ก็ยังมิอาจเทียบได้กับศิษย์สายใน " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ข้าจึงให้เจ้าได้เพียงศิษย์สายนอก " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา แลผินกายเดินจากไป
" อะไรกัน " หานลี่พึมพำ
" หากว่าข้ามิโดดเด่น ท่านช่วยคืนภาพวาดของข้ามาสิ " หานลี่ร้องไล่หลัง
" อะไรกัน "
เหล่าศิษย์สายนอกที่ดูแลการสอบได้อต่งุนงงสงสัย " ศิษย์มาใหม่ผู้นี้ใยจึงกล้าพูดจาเช่นนี้กับผู้อาวุโส มิกลัวถูกลงโทษรึ "
" ช่างเถิด มิใช่เรื่องของเรา "
" อืม " เหล่าศิษย์ที่ควบคุมการสอบต่างส่ายหน้า แลหันมาสนใจงานของตน
" ไอ้หนูนี่ " ชายชราเจิ้งร้องคำรามในใจ
" ภาพวาดที่ล้ำค่าเช่นนี้คืนให้ก็โง่แล้ว กว่าที่จะหาคนที่วาดภาพแล้วแฝงเต๋า ปรัชญาแห่งเต๋าได้เช่นนี้ ข้าต้องรอมากี่ปี " ชายชราเจิ้งพูดในใจ
" ภาพนี้เป็นภาพที่ทรงคุณค่าต่อสำนักเป็นอย่างยิ่ง หากคืนให้กับเจ้า ข้ามีหวังถูกเหล่าศิษย์หลักถลกหนังของข้าแน่ " ชายชราเจิ้งเอ่ยออกมา
" ฮื่อห์ " ชายชราเจิ้งได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
หญิงชราที่ได้นั่งฟังเพลงพิณของชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างหนัก " ศิษย์ผู้นี้เก่งกาจออกปานนี้ เหตุใดเจ้าสำนักจึงให้เป็นเพียงศิษย์สายนอก "
" หากจะเทียบกับศิษย์หลักทุกคนของสำนักแล้ว หาได้มีผู้ใดเทีบเคียงศิษย์ผู้นี้ได้ " หญิงชราพูดในใจ
" เพียงขั้นฝึกต่ำต้อยกว่า ก็นำมาใช้ตัดสินรึ " หญิงชราพึมพำ
" คุณสมบัติของศิษย์ผู้นี้อย่าว่าศิษย์หลักเลย ผู้อาวุโสของสำนักยังเป็นได้ " หญิงชราพึมพำ
" หากศิษย์ผู้นี้รู้เรื่องนี้เข้า แลออกจากสำนักไปอยู่ยังสำนักอื่น เช่นนี้แล้ว จะมิเท่ากับสูญเสียยอดอัจฉริยะไปรึ " หญิงชราเอ่ยออกมา
" มีสิ่งใดกัน ศิษย์ผู้นี้จึงมิอาจเป็นศิษย์หลักได้ " หญิงชราพึมพำ
หานลี่มองยังแผ่นหลังของชายชราเจิ้งได้แต่ทอดถอนใจ เขาเชื่อว่าคุณสมบัติของเขานั้นมิเป็นสองรองผู้ใด ใยจึงมิอาจเป็นศิษย์หลักได้
นี่แม้นแต่ศิษย์หลักก็มิอาจเป็นได้ ศิษย์สายในก็ยังมิเข้ามิถึง เป็นได้เพียงศิษย์สวะ
" เจ้าได้เข้าเป็นศิษย์สายใน " เสียงชราลอยออกมาจากห้องวาดภาพ
หานลี่เร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาเดินฝ่าผู้คนเข้าไปยังกลุ่มคนที่รุมล้อม
หานลี่มองยังภาพวาดของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาถึงกับหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน
ภาพทิวทัศน์ริมแม่น้ำยามรัตติกาล มีดวงจันทราลอยเด่นอยู่กึ่งกลาง สาดแสงสีนวลเหลืองตกกระทบลงยังผิวน้ำ คลื่นเล็กบนผิวน้ำเปล่งประกายระยับของแสงจันทรา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ภาพนี้แม้นจะสวยแต่การจัดวางองค์ประกอบนั้นใช้มิได้ มิรู้ว่าจะสื่ออะไร ดวงจันทรารึ ผิวน้ำที่เปล่งประกายรึ รึรัตติกาล " หานลี่พูดในใจ
" ทั้งที่สำคัญ มิมีพลังเต๋าแฝงอยู่ ทั้งปรัชญาแห่งเต๋าก็มิมี " หานลี่ได้แต่ส่ายหน้า
" ภาพเช่นนี้หากเทียบกับภาพรัตติกาลของข้า ยังห่างกันราวฟ้ากับเหว เช่นนี้แล้วเหตุใดชายคนนี้จึงได้เป็นศิษย์สายใน " หานลี่พูดในใจ
เวลานี้อารมณ์ของหานลี่ยิ่งให้กระเจิดกระเจิงเป็นอย่างยิ่ง อารมณ์ของชายหนุ่มยิ่งให้คุกรุ่นด้วยโทสะ
แลยิ่งได้ยินเสียงหญิงชราร้องออกมาว่าหญิงสาวผู้หนึ่งที่เล่นพิณได้เข้าเป็นศิษย์สายใน ทั้งที่เพลงพิณที่หญิงสาวเล่นนั้นมิได้มีอะไรเลย แต่หญิงสาวกลับสามารถสอบผ่านเข้าเป็นศิษย์สายในได้
" ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" มิยุติธรรม " หานลี่เอ่ยออกมา
ชายชราที่ตัดสินมองยังหานลี่ พลางถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาเองก็ได้เห็นภาพวาดรัตติกาลแล้ว เขาย่อมรู้มูลค่าของมันเป็นอย่างดี
แต่เขาจะทำเช่นใดได้ เพราะต้องคอยทำตามคำสั่งของเบื้องบน
" มิอยู่แล้ว " หานลี่พูดในใจ แลทะยานร่างออกจากห้องสอบอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเร่งทะยานร่างกลับไปยังห้องของตน แลเก็บข้าวของ เขากวาดตามองทั่วห้อง
" ยังมิได้อยู่สักคืน ก็ต้องไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
" ช่างมันเถิด ถือเสียว่ามิมีวาสนาต่อที่นี่ " หานลี่เอ่ยออกมา