เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 115 เจดีย์เหลยเฟิง

    “ เจ้าไปเปิดเนตรให้พวกเขาเห็นร่างวิญญาณของเจ้าเมืองกง ต่อไปพวกเขาจะเห็นแต่หน้าพ่อของเขา ไม่ต้องเห็นใบหน้าองค์ชายจ้าวเหยียนอีก”

    เสี่ยวเทียนไปทำการเบิดดวงตา เพื่อให้ทั้งสามคนเห็นวิญญาณของเจ้าเมืองกงในร่างองค์ชายจ้าวเหยียน  พอเจ้าเมืองกง กับ ฮูหยินกง ฟื้นคืนมา ทั้งหมดพ่อแม่ลูก ก็กอดกันร้องไห ระงมไปหมด

    เสี่ยวเทียนถอยออกมาให้ทั้งหมด ระงับสติอารมณ์ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดอ่านกันต่อไป ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

    “ ขอบคุณคุณชาย ที่ช่วยเหลือ ครอบครัวของเราให้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง”

    เจ้าเมืองกง ในร่างจ้าวเหยียน ประสานมือคารวะ เสี่ยวเทียน พร้อมกันกับ อีกสามคน ก็ทำแบบเดียวกัน

    “ ไม่เป็นไร คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่บัดนี้พวกท่านจะทำอย่างไรต่อไป”

    “ ข้าจะกลับไปเมืองกง แล้วก็อยู่ที่นั่น ไม่กลับมาที่นี่อีก” เจ้าเมืองกงไม่อยากอยู่ที่เมืองหลวง เสี่ยวเทียนก็เห็นดีด้วย แล้วหันไปมองหน้า ขันทีเกาซื่อ ที่ยังคงนั่งตัวสั่นงันงก อยู่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ยิ่งรู้เรื่องราวทั้งหมด สงสัยถูกฆ่าปิดปากแน่ๆ

    “ เจ้าอยากมีชีวิตต่อ หรือว่า อยากตายไปเลยตอนนี้?” เสี่ยวเทียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

    “ ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด ข้าไม่อยากตาย” เกาซื่อคุกเข่าขอชีวิตอีกครั้ง

    “ ดีถ้าเช่นนั้น ไปกราบทูลจักรพรรดิของเจ้า ว่า องค์ชายจ้าวเหยียนพบรักครั้งใหม่กับ ฮูหยินกง จึงอยากไปใช้ชีวิตอย่างสงบ ที่เมืองกง ชายาและสนมทั้งหมดให้เลิกกันไปซะนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   แล้วยกทรัพย์สินแจกพวกนางไปตามสมควร ส่วนที่เหลือ เจ้าก็นำไปให้องค์ชายจ้าวเหยียนที่เมืองกง เข้าใจไหม?”

    “ ได้ ได้ ข้าจะทำตามทุกอย่างที่ท่านสั่ง ทุกประการ”

    “ เจ้าคงเห็นสภาพ สือฟงเต้าเทียนจุนแล้ว ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่อยากเป็นแบบมันใช่ไหม” 

    “ แน่นอน ข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง”  ขันทีเกาซื่อ เหลือบมองคราบร่างของสือฟงเต้าที่ไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น  ก็เกิดขนลุกขึ้นมาทันที

    เสี่ยวเทียนพาทั้งหมดกลับเมืองกง ทีแรกทุกคนก็สงสัย องค์ชายจ้าวเหยียนมายังไงที่นี่  แต่ก็กลัวอำนาจขององค์ชายไม่กล้าเอ่ยปาก มีเพียงพ่อบ้านซาเท่านั้นที่รู้ความจริง เมื่อเห็นว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรแล้ว เสี่ยวเทียนก็จะต้องไปเกาะซานไห่ จึงเอ่ยคำลาต่อทุกๆ คน

    “ ท่านอาจารย์แล้วท่านจะกลับมาสอนวิชาข้าอีกเมื่อไร”

    “ วิชาที่ข้าสอนให้ เจ้าใช้เวลาชั่วชีวิตก็ฝึกไม่หมดหรอก แต่ไม่ต้องห่วง ข้ามีเวลาจะมาเยี่ยมเจ้า นี่คือ หยกขอความช่วยเหลือ หากว่าเจ้าเดือดร้อน ข้าจะมาหาเจ้าในทันที”

    “ อาจารย์ท่านต้องกลับมาหาข้าอีกนะ” เส้าอิงเด็กน้อยวัย 5 ขวบเข้ามาสวมกอดระหว่าเอวเสี่ยวเทียนแน่น  เหมี่ยนเอ๋อ ก็ทำตาแดงๆ เข้ามาใกล้แล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าก็จะรอท่านกลับมาเช่นกัน”

    เสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้า แล้วก็เปิดประตูมิติ จากไป

    เจ้าเมืองกงกับภรรยามองเสี่ยวเทียนที่จากไป

    “ สงสัยคุณชายเฉินผู้นี้ ได้เอาหัวใจของลูกเราไปทั้งสองคนเลยนะ” ฮูหยินกงเอ่ยกับสามีด้วยรอยยิ้มบางๆ

    “ คนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขารับลูกเราเป็นศิษย์ก็นับเป็นวาสนาแล้ว เรื่องอื่นๆก็แล้วแต่โชคชะตาเถอะ”

    เสี่ยวเทียนมาถึงที่เมืองลั่วหยาง มายืนอยู่ท่าเรือ เพื่อที่จะเดินทางไปที่เกาะซานไห่ ความจริงเสี่ยวเทียนจะไปเรือเหาะก็ได้ แต่อยากลองนั่งเรือโดยสาร เพื่อเดินทางไปเกาะซานไห่ดูบ้าง  เพราะเห็นเรือโดยสารนี้เป็นเรือลำใหญ่จุคนได้มากกว่า ห้าร้อยคน มีสามชั้น ชั้นล่างเก็บของ กับ ตั่วราคาประหยัด

    ส่วนที่สอง เป็น ตั๋วราคาปานกลาง ส่วนที่สาม เป็นตั๋วราคาสูง มีเพียงร้อยที่นั่งระดับ คนสำคัญทั้งนั้น

    เสี่ยวเทียนซื้อตั๋วชั้นสาม เพื่ออยากรู้ว่า เป็นที่นั่งแบบใด พอขึ้นไปก็พบว่า ชั้นสามแบ่งที่นั่งเป็นห้องส่วนตัว สามารถบรรจุคนได้ห้องละ 10 คน ส่วนเสี่ยวเทียนเหมาจ่ายห้องเดียว เลยต้องอยู่คนเดียว ภายในห้องมี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีอาหารมาคอยบริการ ห้ามื้อ มีห้องน้ำในตัว มีคนรับใช้ คอยบริการอยู่หน้าห้องให้คอยเรียกใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง สองวันกว่าจะถึง เกาะซานไห่

    เสี่ยวเทียนเรียกเด็กรับใช้ ชื่อ เสี่ยวอี้ ที่ยืนรอหน้าห้อง ให้เข้ามาคุยด้านใน

    “ เสี่ยวอี้ เจ้าช่วยเล่ารายละเอียดของเกาะซานไห่ให้ข้าฟังหน่อย”

    สาวน้อยวัย 13 ปี รีบเอ่ยออกมาทันทีว่า

    “ เกาะซานไห่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าครึ่งของเมืองลั่วอัน มีท่านเจ้าเกาะเอี้ยนหยางปกครอง พื้นที่โดยรอบเกาะมีชายหาดที่มีทรายเป็นสีขาวละเอียด

    ทอดยาวหลายสิบลี้ มีนักท่องเที่ยวมา พักผ่อนที่นี่กันมากมาย สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะ คือ วัดจินซาน  มีเจดีย์ 9   ชั้น เรียกว่า เจดีย์เหลยเฟิง 

    ภายในมีของวิเศษมากมาย ผู้คนต่างเข้ามาแสวงโชคเพื่ออยากเข้าไปในเจดีย์แห่งนี้  ซึ่งทางคณะกรรมการวัดจินซาน ก็ได้อำนวยความสะดวก ให้ชาวยุทธ์ที่สนใจ อยากเข้าไปในเจดีย์เหลยเฟิง  เพียงจ่ายค่าบัตรผ่าน คนละ 1 พันเหรียญทอง ก็สามารถขึ้นไปได้ 

    แต่ส่วนใหญ่ ขึ้นไปได้แค่ชั้นสอง ก็ถูกพลังลึกลับดีดกลับลงมา แต่ทุกวันก็มีคนมากมาย อยากเข้าไปค้นหาสมบัติใน เจดีย์เหลยเฟิงมากมาย บางคนขึ้นไปถึงชั้น สาม ได้กำไลวิเศษทำให้หายตัวได้  กระจกวิเศษ สามารถส่องปีศาจได้ มีอีกมากมายเลยเจ้าค่ะ”

    “ เจดีย์เหลยเฟิง  ชื่อนี้คล้ายคุ้นๆ ว่ามาจากไหนนะ แต่นึกไม่ออก”

    “ ตำนานเล่าว่า เมื่อหลายพันปีก่อน ท่านคุรุเทพ ฝ่าไห่ จับ เซียนปีศาจงูขาว ชื่อว่าไป๋ซู่เจินกักขังไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิงและร่ายเวทย์คำสาปว่า ต่อให้ฟ้าดินถล่ม ทลาย โลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เจดีย์เหลยเฟิง ก็ยังคงอยู่เป็นอมตะตลอดไปไม่มีวันที่พังทลายลงมาได้  ยกเว้น น้ำในทะเล เกาะซานไห่จะแห้งไป เจดีย์เหลยเฟิงถึงจะพังทลายลงไป  เซียนปีศาจงูขาว ก็จะหลุดพ้นจากคำสาปนี้ได้”

    “ ทะเลที่ไหนมันจะเหือดแห้งไปได้ ท่านคุรุเทพ ฝ่าไห่นี่ ก็ช่างคิดนะคำสาปออกมาได้“ 

    “ ไม่ทราบว่านายท่าน อยากไปเที่ยวเกาะซานไห่ตรงไหนบ้างเจ้าคะ”

    “ ไม่รู้เลย คงต้องคอยดูไปก่อน”

    “ หากว่านายท่านต้องการคนนำทาง ท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้ ก็บอกเสี่ยวอี้ได้นะเจ้าคะ หลังจากถึงเกาะแล้ว เสี่ยวอี้ ก็ว่างพอดี สามารถพานายท่านไปเที่ยวได้เจ้าค่ะ”

     เสี่ยวเทียนก็เห็นดีด้วย มีคนพาเที่ยวจะได้ไม่ต้องไปถามใครที่ไหน เสี่ยวเทียนเลยจ้าง เสี่ยวอี้ให้เป็นไกด์ พาเที่ยวเกาะซานไห่  เสี่ยวอี้ดีใจนัก รีบออกไปเตรียมตัวเพื่อไปเก็บของ เตรียมลงจากเรือทันที

    “ อาจารย์ท่านตรวจพบ หยกมังกรฟ้าแล้วหรือยัง”

    “ พบแล้ว มันอยู่ใต้เจดีย์เหลยเฟิง”

    “ โอ้ ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปถึงก็เข้าไปเอามาได้เลยน่ะซิ?”

    “ ลำบากหน่อย เพราะว่าข้าสัมผัสถึงคำสาปของ คุรุเทพฝ่าไห่ ที่ได้สาปเอาไว้

    เจ้าต้องทำลายคำสาป ทำลายเจดีย์เหลยเฟิง แล้วค่อยนำ หยกมังกรฟ้าออกมาได้”

    “ อะไรนะ มันยุ่งยากขนาดนี้เลยหรือนี่?”

    “ มันยุ่งยากกว่านั้นอีก ข้าตรวจสอบคนที่มีพลังเทียนจุนใน เกาะนี้มีถึง สามคน ในเจดีย์เหลยเฟิงมีอยู่ 2 คน น่าจะเป็นจิตวิญญาณของ คุรุเทพฝ่าไห่ กับนางเซียนงูขาว ไป๋ซู่เจิน อีกคนข้ายังตรวจสอบไม่ได้”

    “ โอ้ หากเราเดินเข้าไปแล้วทุบเจดีย์เหลยเฟิงทิ้ง แล้วหยิบหยกมังกรฟ้ามาเลยจะได้ไหมเนี่ย”

    “ ไปถึงก่อน แล้วค่อยดูกันอีกที”  อาจารย์ลู่เอิน หลังตรวจสอบแล้ว หากว่าเจดีย์เหลยเฟิงถูกทำลายไป เกาะแห่งนี้ จะต้องถูกจมไปทั้งหมด คนบนเกาะจะต้องตาย เพราะเจดีย์เหลยเฟิง เป็นจุดศูนย์กลาง แห่งพลังของเกาะซานไห่แห่งนี้

    เสี่ยวเทียนพอมาถึงท่าเรือของเกาะซานไห่ มีผู้คนเข้ามามากมาย มีทั้งมาท่องเที่ยว มาเพื่อ หาของวิเศษที่ เจดีย์เหลยเฟิง  เสี่ยวเทียนเห็น เสี่ยวอี้สะพายเป้ไว้ด้านหลังแต่งตัวธรรมดาไม่ได้ใส่ชุดรับใช้ วิ่งหน้าตั้งมาหาเสี่ยวเทียน

    กลัวว่าเสี่ยวเทียนจะไม่รอ เพราะว่าตกลงค่างจ้างกัน เจ็ดวัน หนึ่งหมื่นเหรียญทอง

    เท่ากับว่าเป็นรายได้ทั้งปีของ เสี่ยวอี้เลยก็ว่าได้

    “ นายท่านรอนานไหมเจ้าคะ”

    “ ไม่นานหรอก”

    “ ไปกันเลยเจ้าค่ะ เสี่ยวอี้จะพานายท่านไป ที่พักห้องพักที่ดีที่สุด ของเกาะซานไห่นี้เลยเจ้าค่ะ”

    สถานที่พักของเสี่ยวเทียนนั้นเป็น ที่พักของคนมีฐานะพอสมควร เพราะนอกจากมีด้านที่ติดทะเลแล้ว เดินไม่ไกลก็จะถึง ตลาดการค้า  และ ใกล้กับ วัดจินซาน ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียว ที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ และมี เจดีย์เหลยเฟิง ตั้งอยู่บนสุดของ ยอดเขาจินซาน ซึ่งก็เป็นชื่อเดียวกับวัดด้วย

    “ นายท่านพักที่ห้องริมติดทะเล และก็สามารถมองเห็นวัดจินซานได้เลย ไม่ทราบว่า เย็นนี้ นายท่านอยากไปเดินตลาดการค้า ของเกาะก่อนไหม  เพราะว่าวัดจินซาน เขาไม่อนุญาติให้ใครเข้าไปในตอนกลางคืน” เสี่ยวอี้อธิบาย

    “ ถ้าเช่นนั้น เราไปเดินตลาดการค้ากันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยขึ้นไปวัดจินซานกัน”

    หลังจากได้ห้องพักเรียบร้อย  เสี่ยวอี้ ก็พาเสี่ยวเทียนชมตลาดการค้า ที่มีแต่ของกิน ของฝาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของทะเล   เสี่ยวเทียนเลือกที่จะนั่งกินอาหารทะเล

    กลางย่านการค้า แล้วเลือกหาซื้ออาหารทะเลไปฝาก วาวา กับ เจินเจิน แล้วยังสั่งอาหารทะเล อีกชุดใหญ่ ห่อกลับบ้านไปฝากภรรยาทั้งสองอีกด้วย ซึ่งบัดนี้เจินเจินก็ใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้วด้วย

    “ นี่ก็มือค่ำแล้ว บ้านของเจ้าอยู่ที่ใด”

    “ บ้านเสี่ยวอี้ อยู่หมู่บ้านชาวประมง เดินไปจากนี้ไม่ไกลก็ถึงเจ้าค่ะ”

    “ ถ้าเช่นนั้นเจ้ากลับเถอะ ข้าจะเข้าทีพักแล้ว” เสี่ยวเทียนมอบเงินค่าจ้างให้ หนึ่งหมื่นเหรียญทอง ให้กับเสี่ยวอี้ไปก่อนเลย  เสี่ยวอี้พอได้เงินก็ดีใจยิ่งนักเลยขอตัวลากลับไปทันที

    เสี่ยวเทียนกลับมาถึงที่พักก็นำอาหารทะเลสด  และอาหารทะเลตากแห้ง ไปฝากภรรยาทั้งสอง  ซึ่งเห็นอาหารทะเลก็ดีใจ มาร่วมทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เสี่ยวเทียนก็เข้าไปอุ้ม ลูกสาว เซียงเอ๋อ ที่เห็นเสี่ยวเทียนเข้ามาก็โยกตัวดีใจใหญ่ แล้วยกแขนทั้งสองข้าง ให้เสี่ยวเทียนอุ้มทันที

    เสี่ยวเทียนเล่นกับลูกสาวจนเซียงเอ๋อหลับคาอก   เสี่ยวเทียนพาไปนอนแล้วก็ออกมา

    เพราะว่าคืนนี้ จะไปดูลาดเลา ที่วัดจินซาน เพื่อดูว่าเจดีย์เหลยเฟิง นั้นสามารถเข้าไปได้หรือเปล่า

    เสี่ยวเทียน เคลื่อนกายเป็นสายลมไปปรากฏตัวที่หน้า เจดีย์เหลยเฟิง  พอมาถึงก็ไม่มีใครอยู่ บริเวณรอบๆ เงียบสงัด แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีหลวงจีนปรากฏร่างต่อหน้าเสี่ยวเทียนราวภูตผี

    “อมิตาพุทธ  ประสกมาวัดยามวิกาลไม่ทราบต้องการอะไร?”

    “ ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน ต้องการจะเข้าไปในเจดีย์ ไม่ทราบท่านพอจะอนุญาตให้ข้าเข้าไปได้ไหม?”  เสี่ยวเทียนเลยบอกไปตามความจริง

    “ เรื่องนี้ ทางวัดอนุญาตให้เข้าไปในเวลากลางวันเท่านั้น อาตมาคงอนุญาตให้ประสกเข้าไปยามวิกาลนี้ไม่ได้” หลวงจีนท่านนี้เอ่ยจบ ก็ปล่อยพลังปราณขั้นเซียนสวรรค์ออกมา

    แต่ไม่สามารถกดดันเสี่ยวเทียนได้  จึงย้อนถามออกไปว่า

    “ นึกไม่ถึง ฝ่ายสถาบันสงฆ์ กลับฝึกฝนพลังตามแนวทางเต๋าเช่นเดียวกับข้า เช่นนี้

    หัวหน้าฝ่ายสถาบันสงฆ์ไม่ต่อว่าท่านบ้างรึ”

    “ พระธรรมคำสั่งสอนของสถาบันสง์ของเรานั้น ไม่ได้ห้ามให้เราฝึกฝนพลังในร่างกายและจิตใจ ดังนั้น เพื่อเผยแพร่ศาสนาคงอยู่ตลอดไป การฝึกตนแนวทางพรต ก็แค่เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น”

    “ ถ้าเช่นนั้น ถ้าข้าจะเข้าไปอยากรู้ว่าท่านจะขวางข้าได้หรือไม่” เสี่ยวเทียนปลดปล่อยพลังอัฐิธาตุของพระอรหันต์ออกไป   หลวงจีนพอสัมผัสพลังนี้ ก็รู้สึกพลังมหาศาล มากดดันพลังเซียนสวรรค์ของตน 

    แต่สิ่งที่สัมผัส นั้นแม้จะถูกกดดัน แต่ก็ทำให้ร่างกายของหลวงจีน ล้วนสุบสงบใจ

    ยิ่งนัก  จนต้องรีบเอ่ยออกมาว่า

    “ ประสกน้อยท่านนี้ ท่านได้รับพลังอรหันต์นี้มาจากที่ใดกัน ขอเพียงบอกความจริง

    อาตมาจะอนุญาตให้ประสกเข้าไปในเจดีย์ ทันที”

    “ ข้าได้รับพลังจากอัฐิธาตุ ของพระโมคลาณะ มาเกือบสิบปีแล้ว  อาจารย์ของข้าเป็นศิษย์แห่งพระยูไล ท่านเป็นคนมอบพลังนี้ให้มา”

    “ เดี๋ยวนะ..อาจารย์ของท่าน.เป็นศิษย์พระยูไล แสดงว่าท่านเป็นหลานศิษย์?”

    “ ใช่”

    “ ถ้าเช่นนั้น เชิญประสกเข้าไปในเจดีย์ได้เลย”

    เสี่ยวเทียนก็เดินเข้าไปชั้นแรก คนอื่นๆ เวลาที่เข้ามา ก็จะพยายามขึ้นไปชั้นสองแต่เสี่ยวเทียนพยายามลงไปในชั้นใต้ดิน

    “ อาจารย์ไม่เห็นมีทางลงไปในชั้นใต้ดินเลย”

    “ อืม คงมีทางเดียวจริงๆ ต้องทุบเจดีย์นี้ทิ้งไป แล้วค่อยเอาหยกมังกรฟ้าออกมาได้ แต่ว่าเจดีย์นี้มันถูกสร้างเพื่อเป็นแกนพลังงานของเกาะนี้ หากทุบทิ้ง เกาะนี้จะจมทะเลไปจริงๆ ผู้สร้างนี่ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ”

    “ อะไรนะ ถ้าทุบทิ้ง เกาะนี้ต้องจมน้ำเลยรึ?”

    “ คนสร้างไม่ต้องการให้ใครมาช่วยเซียนปีศาจงูขาวตนนี้ ไม่รู้พวกเขามีความแค้นอะไรกันขนาดนี้  คนที่สร้างก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

    “ พวกเราควรทำอย่างไรต่อดี”

    “ ข้าสามารถฉีกมิติ แล้วนำหยกมังกรฟ้าออกมาได้อย่างสบายแต่มันมีค่ายกลบางอย่าง ที่อาจจะทำให้พลังแกนกลางเกาะสูญเสียความสมดุลทำให้เกิดผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่ของผู้คน  ข้าไม่อยากให้คนมากมายนั้นต้องมาเสี่ยง  ขอตรวจสอบก่อนสักสองสามวัน ค่อยว่ากัน” ขนาดระดับอาจารย์ลู่เอินยังขอตรวจสอบก่อนแสดงว่า คนสร้างค่ายกลคำสาปที่กักขัง เซียนปีศาจงูขาวนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน….

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน