บทที่ 33 ถือว่าโดนหมากัดก็แล้วกัน
ในที่สุดหลี่ซานซานก็ได้สติ
เมื่อนึกถึงการเดิมพันก่อนหน้านี้ ใบหน้าสวยๆ ของเธอก็แดงกว่าแอปเปิลสุกเสียอีก
ในฐานะสาววัยแรกรุ่นการเปลือยกายวิ่งรอบมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงเธอจะเอาหน้าไปมองใครได้อีก
สาเหตุที่เธอกล้าเดิมพันกับเฉินเซิง ก็เพราะว่าเธอมั่นใจในความจำอันยอดเยี่ยมของตัวเอง และเชื่อว่าแม้เรื่องอื่นๆ เธออาจจะด้อยกว่าอีกฝ่าย แต่ในเรื่องความจำ เธอต้องเหนือกว่าเฉินเซิงอย่างแน่นอน
ไม่คิดเลยว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้
เมื่อเผชิญกับสายตาอันเร่าร้อนของเฉินเซิงที่มองสำรวจร่างกายของเธอ หลี่ซานซานก็คิดว่าอีกฝ่ายต้องกำลังจินตนาการถึงรูปร่างของเธอหลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วแน่ๆ
ทันใดนั้นหลี่ซานซานก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกเปลื้องผ้าจนหมด ยืนอับอายอยู่ต่อหน้าผู้คน เธอรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก คิดในใจว่าสายตาของเฉินเซิงช่างหื่นกามอะไรขนาดนั้น
“อาจารย์หลิวคะ ฉันสงสัยว่าเฉินเซิงจะเคยอ่านบทความวิชาการนี้มาก่อนหรือเปล่า เขาถึงท่องบทความนี้แบบกลับหลังได้” หลี่ซานซานพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“เป็นไปไม่ได้” ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งลุกขึ้นยืนพูดว่า “บทความนี้ เพื่อนของผมที่รู้จักกันมานานเพิ่งแต่งขึ้น ผลงานชิ้นนี้ของเขายังไม่ได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ผมขอรับรองด้วยเกียรติของผมเลยว่า เฉินเซิงไม่เคยเห็นบทความนี้มาก่อน”
เมื่อได้ยินอาจารย์พูดเช่นนั้น หลี่ซานซานก็ยิ่งร้อนรนกระวนกระวายใจ
เธอไม่คิดว่าเฉินเซิงจะมีความจำดีขนาดนี้ ในเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งชั่วโมง เขาสามารถจดจำบทความที่มีความยาวหลายพันคำได้ และยังท่องกลับหลังได้อีก
เมื่อนึกถึงการเดิมพันของทั้งสอง เธอก็ถามตัวเองด้วยความตื่นตระหนกในใจ ‘ทำยังไงดี ทำยังไงดี ถ้าเฉินเซิงเสนอให้ทำตามข้อตกลงขึ้นมาล่ะก็เธอจะทำยังไงดี หรือว่าเธอต้องแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัยจริงๆ งั้นเหรอ?’
ในขณะที่หลี่ซานซานกำลังร้อนรนกระวนกระวายใจอยู่นั้น เฉินเซิงก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “คุณดาวมหาลัยหลี่ คุณแพ้การท้าทายแล้วนะ คิดว่าจะทำตามข้อตกลงเมื่อไหร่เหรอ?”
“อ๊ะ... เฉินเซิง ฟังฉันก่อน…” หลี่ซานซานพูดอย่างร้อนรน “ที่ฉันพนันกับนาย มันก็แค่... ล้อเล่นกันเฉยๆ”
“เหรอ แต่ผมเอาจริงนะ คุณหนูหลี่คิดว่าจะแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัยตอนไหนล่ะ ผมอยากเห็นรูปร่างของคุณหนูหลี่จะแย่แล้ว” เฉินเซิงถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เฉินเซิง นายต้องการเท่าไหร่ ฉันให้ได้หมดเลยขอแค่ยกเลิกการเดิมพันครั้งนี้เถอะนะ” หลี่ซานซานกัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ
‘เธอคิดว่าฉันขาดแคลนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฉินเซิงถามหลี่ซานซานกลับ
“อ๊ะ…” สีหน้าของหลี่ซานซานดูลำบากใจ เฉินเซิงขับรถลัมโบร์กินีมูลค่ากว่าสามล้านหยวน อาศัยอยู่ในเพนท์เฮาส์วิวสวยงามมูลค่ากว่าสิบล้านหยวน แน่นอนว่าเขาไม่น่าจะขาดแคลนเงิน
ครู่หนึ่งหลี่ซานซานก็พูดด้วยสีหน้าแดงก่ำและน้ำเสียงสุภาพว่า “รุ่นพี่คะ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหมคะ ขอแค่ฉันทำได้ ฉันจะทำตามที่ขอทุกอย่าง”
สายตาของเฉินเซิงมองไปที่รูปร่างที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบของหลี่ซานซาน หน้าอกของอีกฝ่ายนั้นอวบอิ่ม ยั่วยวน ส่วนเอวบางราวกับกำรอบได้ ส่วนสะโพกก็โค้งมนอวดเรียวขายาวสวยที่เปล่งประกาย
“ได้สิ ขอแค่เธออยู่กับฉันหนึ่งคืน ข้อตกลงระหว่างเราก็จะเป็นโมฆะ” เฉินเซิงพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
หลี่ซานซานไม่คิดเลยว่าเฉินเซิงจะขอแบบนี้ เธออายจนแทบจะเอาหน้าซุกอก มือเรียวขาวก็เล่นชายกระโปรงไม่หยุด
ครู่หนึ่ง หลี่ซานซานก็พูดด้วยสีหน้าร้อนรน “นายเป็นแฟนกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่เหรอ? แถมยังรักเธอมากอีกต่างหาก ทำไมถึงยังมาขอแบบนี้จากผู้หญิงคนอื่นอีก”
“ฉันแค่ขอให้เธออยู่กับฉันหนึ่งคืน ไม่ได้ขอให้เธอมาเป็นแฟนฉันเสียหน่อย มันไม่เกี่ยวกันเลยว่าฉันจะเป็นแฟนของหลินเสวี่ยเอ๋อร์หรือเปล่า” เฉินเซิงพูดพร้อมกับยักไหล่
“เฉินเซิง นายไม่รู้สึกว่าการขอแบบนี้มันเป็นการซ้ำเติมกันเกินไปหน่อยเหรอ?” หลี่ซานซานพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“คนแรกที่เสนอให้แข่งขันคือเธอ คนที่บอกว่าถ้าแพ้ต้องแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัยก็คือเธอ แล้วทำไมถึงกลายเป็นว่าฉันซ้ำเติมเธอไปได้ล่ะ? เธออยากจะแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัย หรือว่าจะอยู่กับฉันหนึ่งคืนก็เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วกัน... แต่อย่างช้าที่สุดต้องตัดสินใจก่อนคืนนี้นะ ฉันไม่อยากรอนาน”
เฉินเซิงยกมือขึ้นทำท่าทางรับโทรศัพท์ แล้วพูดว่า “คุณดาวมหาลัยหลี่ คืนนี้ ฉันจะรอโทรศัพท์จากเธอนะ”
แม้ว่าเฉินเซิงจะเป็นนักศึกษาที่เก่งที่สุดของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง แต่เขาก็ไม่กล้าพูดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นในทุกๆ ด้าน
เมื่อครู่นี้ตอนที่เดิมพันกับหลี่ซานซาน เขาค้นพบข้อดีอีกอย่างของพลังปราณอู๋จี๋ในร่างกายของเขา หลังจากที่เขาอ่านบทความนั้นจบ และหลับตาลงชั่วครู่ บทความนั้นก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาอย่างช้าๆ ราวกับภาพนิ่ง
ด้วยเหตุนี้เฉินเซิงจึงกล้าท่องบทความนั้นกลับหลัง และเอาชนะหลี่ซานซานอย่างสวยงาม
หลิวซือซือในฐานะกรรมการตัดสินหลัก ประกาศอย่างช่วยไม่ได้ว่าเฉินเซิงเป็นฝ่ายชนะ หลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ด้านล่างอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มหวานออกมา ส่วนหลิวเหมียวเหมี่ยวเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยและเพื่อนๆ ต่างก็ดีใจจนกระโดดโลดเต้น ทรวงอกอวบอิ่มสั่นไหวไปมา ดึงดูดสายตาของหนุ่มๆ ได้เป็นอย่างดี
หลิวซือซือมองเฉินเซิงด้วยสายตาที่ปนเปไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง เฉินเซิงที่ไม่ได้มาโรงเรียนหลายวัน ได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองด้วยการกระทำ ทำให้เธอไม่สามารถพูดอะไรเพื่อโน้มน้าวเขาได้อีก
เมื่อเห็นสายตาที่ดูเศร้าสร้อยของหลิวซือซือ เฉินเซิงก็ถอนหายใจเบาๆ เขารู้ดีว่าเส้นทางในอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร การอยู่ในมหาวิทยาลัยไปนานๆ คงเป็นไปไม่ได้
…
ตอนบ่ายเฉินเซิงขับรถไปส่งหลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่บ้าน ขณะอยู่หน้าบ้านของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ ทั้งสองโอบกอดกันอย่างเนิ่นนาน เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ ทำให้เขามั่นใจว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง และรู้สึกมีความสุขอย่างมาก
ในขณะที่เฉินเซิงกำลังจะขับรถกลับบ้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากเสี่ยวซาน มุมปากของเฉินเซิงก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย หากหลี่ซานซานตกลงที่จะแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัย เธอน่าจะโทรหาเขาในเช้าวันพรุ่งนี้
แต่การที่เธอโทรมาตอนนี้ แสดงว่าเธอตัดสินใจได้แล้ว
“เสี่ยวซาน…” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ
“เฉินเซิง ถ้านายยังเรียกฉันว่าเสี่ยวซานอีก ฉันจะหาโอกาสฆ่านายแน่” หลี่ซานซานพยายามระงับความโกรธแล้วพูดว่า “ฉันรออยู่ที่ห้อง 808 โรงแรมเจียงเฉิง”
‘ปล่อยให้ฉันนอนด้วยฟรีๆ โดยที่ไม่ต้องเป็นแฟน ถ้าเธอไม่ใช่เสี่ยวซานแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ?” เฉินเซิงบ่นพึมพำ แล้วรีบวางสายก่อนที่อีกฝ่ายจะโกรธ
เพียงสิบนาที เฉินเซิงก็ขับรถมาถึงโรงแรมเจียงเฉิงอันหรูหรา
โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมระดับห้าดาวไม่กี่แห่งของเมืองเจียงเฉิง เมื่อคิดว่า หลี่ซานซานกำลังจะมอบกายให้เขาในโรงแรมหรูแห่งนี้มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้ม
เฉินเซิงมาถึงห้องที่นัดหมาย ก็เห็นหลี่ซานซานที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง โดยที่หันหลังให้เขา
เส้นผมของหลี่ซานซานยังคงเปียกหมาดๆ ใบหน้าสวยๆ แดงระเรื่อ ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าตอนที่สวมชุดนักศึกษาสีขาวที่มหาวิทยาลัย และดูเซ็กซี่เย้ายวนเป็นอย่างมาก
คิ้วเรียวของหลี่ซานซานขมวดเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดี ใบหน้าสวยๆ เย็นชาอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อเฉินเซิงเห็นดังนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกกระหายมากขึ้น
“ซานซาน รอนานหรือเปล่า?” เฉินเซิงโน้มตัวลงไปใกล้ๆ มองผิวขาวเนียนบริเวณหน้าอกของเธอ สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างกาย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ
หลี่ซานซานคิดในใจว่า ‘ฉันหวังว่านายจะไม่มาซะยังจะดีกว่า ไม่คิดเลยว่านายจะรีบมาเร็วยิ่งกว่าจรวด ไอ้หื่นกาม คงอยากจะลวนลามฉันจะแย่แล้วสินะ’
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ไปอาบน้ำซะ แล้วเราก็แยกย้ายกันไป ฉันไม่อยากเจอหน้านายอีก” ทันใดนั้น หลี่ซานซานก็ยื่นขาเรียวสวยออกมาขวางหน้าอกของเฉินเซิง
ขาของหลี่ซานซานดูอวบอิ่มกว่าของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เล็กน้อย แต่ก็เรียวยาวได้รูปสวยงาม
เมื่อเธอยื่นขาออกมา ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่นก็ดูสวยงามเป็นพิเศษ เล็บเท้าสีแดงสดใส ดูน่าดึงดูดใจราวกับทับทิม
“ซานซาน ขาของเธอสวยจัง แค่ขาคู่นี้ของเธอฉันก็คงเล่นได้ทั้งคืนแล้วล่ะ” เฉินเซิงลูบขาของหลี่ซานซานเบาๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ก่อนที่อีกฝ่ายจะโกรธ
“ไอ้สารเลว” หลี่ซานซานสบถด้วยฟันที่กัดแน่น
ในใจของเธอแอบหวังมาตลอดว่าเมื่อเฉินเซิงมาถึงเขาจะเห็นใจแล้วปล่อยเธอไป
แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีแบบนั้น แถมยังดูจะรีบร้อน เธอก็อดไม่ได้ที่จะด่าว่าเขาเป็นสัตว์เดรัจฉาน โดยลืมไปว่าการตัดสินใจมาเจอเขาในวันนี้ เป็นการตัดสินใจของเธอเองล้วนๆ
หลี่ซานซานแสร้งทำเป็นเล่นโทรศัพท์อย่างสบายใจ คิดในใจว่าคืนนี้ถือว่าโดนหมากัดก็แล้วกัน
แม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นไม่แยแส แต่เมื่อคิดว่าพรหมจรรย์ของตัวเองกำลังจะหายไป หัวใจของเธอก็เต้นรัว เธอจึงได้แต่ใช้ท่าทางเย็นชาเพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจ
เมื่อหลี่ซานซานเห็นเฉินเซิงเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า เธอก็รีบหันหน้าหนี ร่างกายที่กำยำ ล่ำสัน และบางสิ่งที่อยู่ระหว่างขาของเขาก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอซ้ำๆ
“นายนี่มันหน้าด้านจริง ๆ กล้าเดินแก้ผ้าออกมา ไร้ยางอายจริงๆ”หลี่ซานซานพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ