Secret Dungeon

    รีส เฮย์เดอร์

    "และยังได้ยินมาว่ากลุ่มของเขามีห้าคนเท่านั้นสามารถผ่านมาถึงชั้นที่90ได้ ทุกคนในกลุ่มของเขาเป็นระดับชั้นหัวกะทิทุกคนเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มที่กำลังมาแรงที่สุดในสถาบันวาเดลที่ 1 แห่งนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมค่าตั๋วถึงสูงกว่าปกติ เห็นยาสบอกว่าโอลิเวียน่าจะมาเชียร์คู่หมั้นด้วย เจ้านั่นเป็นแฟนคลับของโอลิเวียคนนึงเลย..............เป็นอะไรทำไมอยู่ๆหยุดกิน.............อาหารไม่อร่อยเหรอ"

    เขาถือช้อนที่ตักอาหารค้างอยู่นานตั้งแต่ได้ยินว่าเป็นคู่หมั้นของโอลิเวีย ความอยากอาหารที่เขามีรู้สึกหมดลง เขาวางช้อนลงและพยายามทำตัวให้ปกติ ก่อนที่จะทานต่อ

    "เปล่าๆ เล่าต่อสิพอดีกำลังคิดอะไรเพลินๆ"

    "ถ้ารายละเอียดต้องให้นีลเป็นคนเล่าให้ฟัง"

    "เขาที่เนลพูดถึงมีชื่อว่า รีส เฮย์เดอร์ เป็น......" ในขณะที่เขาได้ยินชื่อที่นีลเอ่ยขึ้นมา ก็ทำให้อาหารที่เขากำลังกลืนลงไปนั้นติดคอ เขารีบกินน้ำและบอกให้นีลเล่าต่อ

    "รีส เฮย์เดอร์ แน่นอนว่าต้องมาจากตระกูล เฮย์เดอร์ เป็นตระกูลชื่อดังและตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือ เคยมีข่าวลือออกมาว่า รีส เฮย์เดอร์ ได้เข้าสู่ดันเจี้ยนก่อนอายุ 17 ปี และทักษะแรกที่รีสมีนั้นเป็นทักษะระดับโกล นีลคิดว่าเรื่องทักษะระดับโกลนั้นเป็นเพียงข่าวลือ ส่วนเข้าสู่ดันเจี้ยนก่อนอายุ 17 ปีสำหรับชนชั้นสูงนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ต้องทำตามรัฐบาลนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก ในส่วนนี้นีลเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งตระกูลใหญ่มักส่งลูกหลานของตัวเองเข้าสู่ดันเจี้ยนระดับ 1 ตั้งแต่อายุ 12 ปี เพราะว่าตระกูลใหญ่ๆนั้นส่วนมากจะมีประตูดันเจี้ยนเป็นของตัวเองถือเป็นเรื่องปกติ ตระกูลเฮย์เดอร์นั้นเป็นตระกูลใหญ่ดังนั้นจึงมีลูกหลานมากมาย รีส เฮย์เดอร์ ถ้าเรียงลำดับอายุของคนรุ่นใหม่ในตระกูลนั้นนับได้ว่าเป็นเบอร์ 3 เนื่องจากรีสมีพี่ชายที่มีอายุอยู่ 2 คนและมีน้องชายรวมถึงน้องสาวอีก 5 คนส่วนใหญ่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน"

    "เนลสั่งนั่นให้หน่อย" นีลหยุดพูดกลางคันและให้ไปมองโต๊ะด้านหลังที่สั่งของหวานเป็นไอศกรีมถ้วยใหญ่ เขาและเนลก็หันไปมองเช่นกัน เคยเห็นอยู่ในเมนูแต่ไม่คิดว่าจะถ้วยใหญ่ขนาดนี้ เนลถอนหายใจหลังจากเห็นท่าทีของนีลแต่ก็ยอมสั่งให้โดยดี จากนั้นนีลจึงเริ่มพูดต่อ

    "ตระกูล เฮย์เดอร์ เป็นตระกูลที่มี.......ไอศกรีมถ้วยใหญ่........ขอโทษ....นีลอยากกินอะ เรื่องตระกูลนีลทราบมาแค่นี้ ส่วนเรื่องของ รีส เฮย์เดอร์ ที่เนลเล่าให้ฟังเรียกได้ว่ายังรู้จัก รีส เฮยร์เดอร์ไม่ดีพอ รีสเข้าเรียนที่สถาบันแห่งวาเดลที่ 1 ตั้งแต่อายุ 17 ปี มีความสามารถโดดเด่นจนได้รับทักษะระดับซิลเวอร์จากสถาบันถึงสองครั้งเมื่อตอนอายุ 17 และ 18 รีส เฮย์เดอร์ ตั้งแต่เข้าสถาบันมาสร้างสถิติดันเจี้ยนของสถาบันอยู่ 4 สถิติ และสถิติการประลองอย่างเป็นทางการ 1 สถิติ 1.ผ่านดันเจี้ยนชั้น 11-20 เร็วที่สุดในสถาบันโดยใช้เวลาเพียง 30 วันด้วยตัวคนเดียว ทำลายสถิติเก่าที่ใช้เวลา 35 วันด้วยตัวคนเดียว 2.ผ่านดันเจี้ยนชั้น 21-30 เร็วที่สุดในสถาบันโดยใช้เวลา 90 วันด้วยตัวคนเดียว ทำลายสถิติเก่าที่ใช้เวลา 96 วันด้วยตัวคนเดียว3.ผ่านดันเจี้ยนชั้น 31-40 เร็วที่สุดในสถาบันโดยใช้เวลา 125 วันโดยกลุ่ม 3 คน ทำลายสถิติเก่าที่ใช้เวลา 129 วันโดยใช้กลุ่ม 3 คน4.ผ่านดันเจี้ยนชั้น 41-50 เร็วที่สุดในสถาบันโดยใช้เวลา 140 วันโดยกลุ่ม 5 คน ทำลายสถิติเก่าที่ใช้เวลา 142 วันโดยใช้กลุ่ม 5 คน

    ทำให้สองปีแรกที่เข้าสถาบันของ รีส เฮย์เดอร์ เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดั่งอย่างมาก ถูกขนาดนามว่าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นแม้กระทั่งระดับชั้นหัวกะทิด้วยกันเอง แม้ว่าปีที่สามของรีสจะไม่สามารถทำลายสถิติของดันเจี้ยนในสถาบันได้อีก แต่ได้ทำสถิติการประลองอย่างเป็นทางการในการประลองระหว่างรีสที่อยู่ดันเจี้ยนชั้น 51 สามารถเอาชนะรุ่นพี่ที่อยู่ดันเจี้ยนชั้นที่ 93 ได้ สถิติได้บันทึกไว้ว่ารีสเป็นคนแรกที่สามารถเอาชนะระดับชั้นที่สูงกว่าตัวเองถึง 40 ชั้นได้ หลังจากประลองวันนั้นมีข่าวลืออีกว่ามีสถาบันลำดับ 1 จำนวนมากต้องการดึงตัวรีสเพื่อเข้าร่วมสถาบันและทุ่มเงินจำนวนมหาศาลแต่เจ้าตัวปฏิเสธทั้งหมด นีลคิดว่าข่าวนี้สมควรเป็นข่าวจริงมากกว่าข่าวลือ และสุดท้ายคือเรื่องคู่หมั้นของรีสอย่างที่เนลเล่าให้ฟังเป็นเรื่องจริง วันนี้สำนักพิมพ์ต่างๆก็ลงข่าวเรื่องนี้แล้วยังเขียนเหมือนกันด้วยว่าเป็นเพราะผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูล เฮย์เดอร์ และ ทีโอเกล นั่นเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยอยู่สถาบันของผู้มีความสามารถ จบ"

    "ทำไมของหวานยังไม่มาอีกนะ" เขาไม่แปลกใจว่าทำไมนีลถึงทราบข้อมูลมากมายของรีส เพราะว่านีลนั้นพูดพร้อมกับดูแท็บเล็ตของเธอไปด้วย

    เขาไม่เคยทราบมาก่อนว่านามสกุล เฮย์เดอร์ ของรีสยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในสมัยนั้นแม้ว่าเราสองคนจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องครอบครัวของกันและกันอย่างจริงจัง อาจจะมีบ้างที่เขาบ่นเรื่องครอบครัวของเขาแต่เขาไม่เคยได้ยินรีสพูดถึงครอบครัวของตัวเองมาก่อน พอได้ยินเรื่องราวต่างของรีสจากนีลแล้วเขาก็รู้สึกดีมากกว่าที่จะเสียใจ เพื่อนของเขาในวันนั้นอยู่ในจุดที่สูงกว่าเขามากนัก

    คล้ายกับเรื่องSecret Dungeon ที่คุณอ่าน