ตอนที่ 19 เหตุผลของชีวิต
ไป๋อี้วิ่งตะบึงไม่หยุด มันพาคนทั้งสองวิ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหนีให้พ้นจากการปองร้ายของฮ่องเต้ ม้าสีขาวพาทั้งสองวิ่งสุดฝีเท้าออกไปได้อีกเกือบสิบลี้ เมื่อชายหนุ่มพบลำธารก็ผ่อนฝีเท้ามันลง เขาคลายผ้าที่รัดหญิงสาวออก จากนั้นะโลงจากหลังม้าแล้วค่อยยื่นมือประคองหญิงสูงศักดิ์ให้ตามลงมา
“ท่านพักเหนื่อยก่อนเถิด” ผางเยว่ประคองคนรักไปที่ใต้ร่มไม้ ส่วนเ้าไป๋อี้นั้นก็เดินไปที่ลำธารแล้วก้มหน้าก้มตาดื่มน้ำด้วยความกระหาย
เสวียนฮวานิ่ง ใบหน้านางยังคงซีดเผือก แววตาเลื่อนลอยอย่างไร้จุดหมาย
“ท่านาเ็หรือไม่”
เสวียนฮวาส่ายหน้าเบาๆ ดวงตากลมโตของนางก็คลอหน่วย แต่จู่ๆ นางก็ทรุดตัวลงะเิเสียงร่ำไห้ออกมา
ผางเยว่พูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่คุกเข่าลงไป พยายามประคองนางให้ลุกขึ้น แต่หญิงสาวก็ยังคงร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังไม่หยุด
“เ้าช่วยข้าทำไม....เ้ามาช่วยข้าทำไม” นางถามเขาซ้ำไปซ้ำมา “ทำไมเ้าไม่ปล่อยให้ข้าตายไปเสีย”
ชายหนุ่มเงียบ
“ข้าไม่ใช่ฮองเฮาอีกต่อไป ข้ามีสิ่งใดเหลืออีกหรือ? ถึงข้ากลับไปหยวินหนานแล้วข้าจะสู้หน้าใครได้อีก เป็คนที่ถูกใส่ร้ายว่าถูกทอดทิ้งจนต้องทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง ข้าโตมาเพื่อเป็ฮูหยินของผู้ชายที่เขาเกลียดข้า เกลียดตระกูลข้า ตอนนี้ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว ข้ากลับไปหยวินหนานข้าก็คือผู้ไร้ประโยชน์ผู้หนึ่ง แซ่เสวียนขาดข้าไปสักคนแล้วอย่างไร ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร เ้าช่วยข้าทำไม เ้ามาช่วยคนอย่างข้าเพื่ออะไร”
“ข้ารักท่าน”
“รักหรือ? ข้าไม่เหลืออะไรให้เ้าแล้ว เ้าวิปลาสหรือไรมาเสี่ยงชีวิตเพื่อข้า เ้ามันบ้า!” เสวียนฮวาที่น้ำตานองหน้าก็ตวาดใส่เขาอย่างเสียสติ “ฆ่าข้าซะผางเยว่ ข้าไม่อาจจะทนมีชีวิตอยู่ได้อีก ถ้าข้าตายด้วยน้ำมือเ้าข้าไม่เสียดายเลย ข้ารักเ้า เ้าสังหารข้าเถิด เ้ามีฝีมือ อนาคตเ้าอีกไกลนัก แต่ข้าไม่มีอนาคตใดๆ เหลืออีกแล้ว ผางเยว่...รักเดียวของข้า ฆ่าข้าเถิด ให้ข้าตายด้วยน้ำมือเ้า”
ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ข้าสั่งเ้า ทำเดี๋ยวนี้ ฆ่าข้าเดี๋ยวนี้ ข้าบอกให้เ้าทำ” เสวียนฮวาตะคอกสุดเสียง
“ท่านอาจจะคิดว่าตัวท่านคือคนของแซ่เสวียนเพียงผู้หนึ่ง แต่สำหรับข้า...ท่านคือสตรีเพียงผู้เดียวในชีวิต สำหรับท่าน ชีวิตของท่านที่ดับสูญไปคือคนแซ่เสวียนอีกหนึ่งชีวิต แต่สำหรับข้า ท่านคือโลกและชีวิตทั้งหมดของข้า ข้ามีท่านเพียงผู้เดียว” เขาเอ่ยช้าๆ พูดออกมาทีละคำ ดวงตาสุกสกาวของเขาจ้องลึกเข้าไปราวกับจะเข้าไปในหัวใจของนาง
“คนโง่...เ้ามันโง่...เ้าทิ้งอนาคตของเ้าเพื่อคนไร้ประโยชน์อย่างข้างั้นหรือ”
“อนาคตข้าอยู่ที่ท่าน ข้าคือข้ารับใช้ของท่าน ข้าจะปล่อยให้ท่านตายต่อหน้าได้อย่างไร แล้ว...ท่านยังมีส่งที่ต้องทำเหลืออยู่ ท่านต้องมีหน้าที่กลับไปแจ้งข่าวกับผิงซีอ๋องมิใช่หรือ”
เสวียนฮวาสะอึกสะอื้น
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพ่อท่านไม่้าท่าน ท่านต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อตระกูลของท่านมิใช่หรือ”
“ข้าไม่มีประโยชน์กับตระกูลข้า บุตรสาวที่เป็ฮองเฮาตกบัลลังก์มันไร้ประโยชน์แล้วผางเยว่...เ้าจะรู้อะไร เ้าไม่ใช่ผู้หญิงอย่างข้า ผู้หญิงอย่างข้าก็เป็แค่เบี้ยเม็ดหนึ่งของตระกูลที่ใช้ไปแต่งงานกับชายอื่นเพื่ออำนาจของตระกูลเท่านั้น เ้ารู้หรือไม่ เ้าไม่ใช่ผู้หญิงอย่างข้า เ้าไม่เข้าใจหรอก”
“แต่ท่านมีข้า....ผิงซีอ๋องจะช้าจะเร็วก็ต้องทำศึกกับต้าเฉิง ท่านมีข้าผู้เป็ข้ารับใช้ของท่าน”
“....” เสวียนฮวาสะอึกสะอื้น นางยังร้องไห้ฮั่กๆ ไม่หยุด มือกร้านของชายหนุ่มก็เช็ดน้ำตาให้นาง
“ข้าก็ไม่มีที่ไปเช่นกัน หากข้ายังมีชีวิตและยังอยู่ในจงหยวน ข้าก็ถูกฮ่องเต้ตามล่าไม่หยุด ข้าจะถูกจอมยุทธทั่วหล้าหมายหัวอยากจะเอาชีวิตเพื่อชื่อเสียง ข้าต้องไปหยวินหนานเพื่อเป็ขุนพลของท่าน ให้ท่านใช้ประโยชน์ ให้ท่านเอาข้าไปต่อรองกับตระกูลท่านเพื่อรับมือฮ่องเต้ ท่านต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อตระกูลเสวียน เพื่อข้า และเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อตัวท่านเอง”
“เ้าจะรับใช้ข้าจริงหรือ” หญิงสาวเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยกำลังสะอึกสะอื้น “ข้าผู้ไม่มีอะไรเหลือแล้วผู้นี้น่ะหรือ”
“แต่ท่านมีข้า ท่านไม่เห็นหรือ ข้าเสี่ยงแลกชีวิตเพื่อท่าน”
“เหตุใด”
“ข้ารักท่าน...”
“อะไรนะ”
“ข้ารักท่าน”
“พูดอีกสิ”
“ข้ารักท่าน”
“พูดให้ข้าฟังเยอะๆ อย่าหยุด”
ผางเยว่ยิ้มและเขาก็เอ่ยวาจาที่เสวียนฮวาอยากได้ยินดุจคนท่องตำรา เขาพูดจนกระทั่งหญิงสาวคลี่ยิ้ม ยิ่งเห็นรอยยิ้มของสตรีที่เขารักผางเยว่ก็พูดคำนั้นซ้ำๆ อย่างไม่มีความเบื่อหน่ายเลย
จู่ๆ เสวียนฮวาก็ได้ยินเสียงร้องแว่วออกมาจากชุดเกราะของเขา ดวงตาโตของนางก็แสดงความประหลาดใจ ตอนแรกนางคิดว่าตัวเองหูแว่วไป แต่เมื่อเห็นท่าทีของผางเยว่ที่ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ นางก็ยิ่งรู้สึกดีใจ
“ท่าน...” เสวียนฮวาร้องเสียงหลง
ผางเยว่พยายามปลดเกราะให้หลวมเพื่อเปิดช่องให้ล้วงมือเข้าไปได้ แล้วเสียงร้องนั้นก็ดังถี่กระชั้นขึ้น เสียงไพเราะก้องกังวานตามแบบที่มันเคยส่งเสียงเมื่อมันเรียกร้องความสนใจหรือขออาหารจากเสวียนฮวา ก้อนบ้าที่เพิ่งกลืนลงคอไปเมื่อครู่ก็จุกขึ้นมาอีกหน
และน้ำตาของเสวียนฮวาก็หลากทะลักด้วยความปลื้มปิติ เมื่อผางเยว่ดึงร่างขนฟูฟ่องสีขาวปลอดออกมาจากเกราะ เ้าเหมยเหมยทำตาหรี่มองหน้าผู้เป็นายราวกับจะแสดงความไม่พอใจที่ถูกนางลืม
“เหมยเหมย” เสวียนฮวารีบยื่นมือรับแมวน้อยมาแล้วก็กอดมันไว้แนบอก “ข้านึกว่าจะไม่ได้เจอเ้าอีกแล้ว เหมยเหมย” หญิงสาวะเิน้ำตาออกมา
“ข้าเห็นมันขดตัวซ่อนอยู่ในหีบสมบัติท่าน ตอนที่ท่านนั่งตะลึงอยู่ข้าไปหยิบทองของท่านมาถุงหนึ่ง ข้าบังเอิญเห็นเหมยเหมยพอดีจึงเอามันมาด้วย”
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตามือกอดแมวน้อยแน่น สำหรับเสวียนฮวา เหมยเหมยคือหนึ่งในมิตรสหายของนาง การสูญเสียทั้งอาว่านกับอาเมี่ยวไปก็เหมือนกับนางสูญเสียญาติสนิททั้งหมดในวังหลวง และการที่นางได้เหมยเหมยกลับคืนมาในยามยากเช่นนี้ มันจึงเป็เื่ที่เกินความคาดหมายของนางนัก
เสวียนฮวาร่ำไห้เพราะความดีใจ ตอนนี้นางมีเพิ่มอีกเหตุผลที่นางจะต้องมีชีวิตรอดต่อไป
“ก่อนอื่นเราคงต้องปลอมตัวก่อน” ผางเยว่เอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งสองอยู่บนหลังของเ้าไป๋อี้ มันวิ่งเหยาะๆ ไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่เชื่องช้า แต่ก็ไม่ห้อตะบึง
“ปลอมตัว? ท่านคิดว่าปลอมตัวสำเร็จหรือ ท่านร่างใหญ่ถึงเพียงนี้ ขี่ม้าขาวตัวพ่วงพี ถือทวนศึกเล่มยาว ต่อให้ไม่ต้องเทียบหน้าพวกเรากับใบประกาศจับเขาก็รู้ว่าเราคือใคร!” เสวียนฮวาย้อนชายหนุ่ม ร่างของนางตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนเขาที่กุมบังเหียนอยู่
“แล้วทำเช่นไรดี?”
“หลีกเลี่ยงที่จะผ่านทางเข้าเมือง ท่านวกไปทางตะวันตกมุ่งสู่ฉางอานเถิด แต่อย่าผ่านเข้าไปหรือเฉียดกรายฉางอานเด็ดขาด ใกล้เมืองเท่าใดก็ยิ่งต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางหลัก”
“เส้นทางนั้นเป็หุบเขาสูงชันทางเดินยากลำบากนัก ไปทางนั้นจะทันท่วงทีหรือ”
“ทัน? ทันเื่อันใด?”
“ข้าเกรงว่าหวังฮุ่ยจะให้ม้าเร็วส่งข่าวลวงไปถึงบิดาท่านก่อน ข้าคิดว่าเราควรไปถึงหยวินหนานให้เร็วที่สุด”
“ไม่จำเป็ สิ่งที่เราต้องทำคือ เราต้องไปถึงหยวินหนานโดยปลอดภัยต่างหาก จะช้าจะเร็วนั่นคือเื่รอง ทางไปหยวินหนานที่สะดวกที่สุดคือผ่านทางจิงโจวที่อยู่ทางใต้ หวังฮุ่ยคงจัดทหารดักพวกเราเต็มไปหมดแล้วกระมัง”
“ถ้าเช่นนั้นไม่ว่าพวกเราจะไปทางใต้ก็ดี หรือทางตะวันตกก็ดี ปลายทางคือหยวินหนานทั้งสิ้น ข้าคิดว่าไม่ว่าจะไปทางใดคนของทางการก็น่าจะคอยดักรอเราทั้งสิ้น”
“แต่ช่องทางตะวันตกมีทางเล็กทางน้อยมากมาย มีเทือกเขาสูงชันมากมายนัก เราหลบหนีเข้าไปในเส้นทางโน้นง่ายกว่ามาก”
“...” ผางเยว่รู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินนางพูดเื่เส้นทางอย่างฉะฉาน