
พรสวรรค์
"ปืนปากแตกระบอกนี้ถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีพรสวรรค์อันดีต่อญี่ปุ่นฉันคงไม่ให้เขาปกป้องฉัน เพราะฉันไว้ใจในตัวของเขาแล้ว"
ในปี พ.ศ. 2483 1 ปีก่อน 8 ธันวาคม 2484 ของการยกพลขึ้นบกของกองทัพญี่ปุ่น หลังสยามเปลี่ยนเป็นไทยได้ไม่นานประเทศก็เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ร้อยตรี วรเดช เป็นผู้ติดตามคณะทูตไทยที่ต้องการเจรจากับประเทศญี่ปุ่นในการยกพลขึ้นฝั่งของกองทัพญี่ปุ่น ทำให้เขาได้พบกับคุณหนู ยามาดะ จิกิ ลูกสาวคนที่สามของท่านพลโท ยามาดะ ฮิโรซากิ ต่อมาทางราชการไทย ได้มอบหมายให้ วรเดช เป็นองครักษ์ประจำตัวของ คุณหนูจิกิ
ภารกิจลับของทางการไทยที่ได้มอบให้กับ วรเดช คือการสอดส่องการเคลื่อนไหวของท่านพ่อของคุณหนู จิกิ ถึงแผนสงครามมหาเอเชียบูรพา ของญี่ปุ่นอันส่งผลต่อความมั่นคงของไทย แต่ด้วยที่คุณหนูจิกิได้ล่วงรู้แผนการลับนี้เขาทำให้ วรเดช ไม่ทันระวังตัว จึงต้องจับคุณหนูหนีออกจากกองทัพญี่ปุ่น โดยใช้สถานการณ์ในการทิ้งระเบิดของสัมพันธมิตรเป็นฉากประกอบของการหายตัวไปของทั้งสองคน แผนของ วรเดช จึงทำสำเร็จ
แต่ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายต่อสงคราม ญี่ปุ่นกำลังเสียทีกำลังจะพ่ายแพ้ให้ต่อฝั่งตะวันตก ทำให้คุณหนู จิกิเป็นห่วงพ่อ แต่ทางการไทยก็ไม่อนุญาตให้วรเดชปล่อยตัวคุณหนู แต่ด้วยสิ่งใดดลใจให้เขา ฝ่าฝืนคำสั่งของราชการไทย พาคุณหนูจิกิออกจากที่กบดานกลับไปหาพ่อที่กองเรือญี่ปุ่นที่จอดอยู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่สิ่งที่น่าพิศวง ก็เกิดขึ้นเมื่อเส้นทางเดินทางไปประจวบ "ไม่เป็นไปอย่างที่ วรเดช คิด" เมื่อทางการไทยทราบว่าคุณหนูจิกิและวรเดชหายไป ทำให้มีคำสั่งของหน่วยงานราชการลับตามจับตัวซึ่งหนึ่งในนั้นมี ร้อยตรี วรงค์กร ทหารในส่วนราชการลับระดับปฏิบัติการของเสรีไทย ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่นของ วรเดช ต้องไปตามจับตัวเพื่อนของเขา โดยทางญี่ปุ่นก็ส่งทาง โอซามุ คุโระกิ หนุ่มหลงยุคจากสมัยที่ซามูไรรุ่งเรืองในตรรกูลที่เก่าแก่ ก็ได้รับคำสั่งให้ตามเรื่องอยู่ก่อนหน้านี้แล้วถึง 1 ปี เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของทางการไทย จากการเดินทางหนีออกมาจากที่กบดานดังกล่าวทำให้ วรเดชต้องเผชิญกับศึกสองหน้าในการปกป้องพาคุณหนูจิกิไปหาพ่อ.
เรื่องประพันธ์ ณฬกาล
ภาพประกอบ วรรัฐ เครือเขื่อนเพ็ชร
