ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่724 เก็บความสงสัย เหล่านั้นกลับ

        อี้เฉินเขาที่ได้ยินเสียงหัวเราะ ที่โอหังดังก้องออกไปทั่ว ห้องรับรอง เขาเองก็ขำออกมาเช่นกัน “ฮ่าๆ มีอะไรให้ขำกันออกมานักหนา เขาเป็นใครกัน จักรพรรดิแห่งต้นกำเนิด ผู้ครอบครอง พลังพฤกษาผู้นั้น ไม่ใช่ว่าพวกท่านหวาดกลัว พวกเขาอยู่หรอกหรือ?”
 

 

       จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง ไม่เว้นแม้กระทั่งจักรพรรดิคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็สีหน้าบึ้งตึง เมื่ออี้เฉินเอ่ยนามของ จักรพรรดิแห่งต้นกำเนิด ที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่มายืนยาวได้ จวบจนถึงปัจจุบัน ภายในทะเลมืด หยงหย่วน เกรงว่าจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ภายในส่วนลึก ของทะเลมืด ชั่วนิจนิรันดร์ ไร้สิ้นสุดนั้น

 


        แม้แต่เหล่าจักรพรรดิ ยังไม่กล้าย่างกาย เข้าไปเหยียบย่ำ มีเพียงแต่เหล่าจักรพรรดิชรา ที่ใกล้สิ้นอายุขัยเท่านั้น ที่จะเข้าไปแสวงโชคภายใน ทะเลมืด หยงหย่วน ในช่วงบั้นปลายชีวิต หวังว่าจะพบเจอโชค วาสนาก้อนใหญ่

 


        เหล่าจักรพรรดิพวกเขาต่างก็รับรู้ดี ถึงเรื่องการมีตัวตนอยู่ของ จักรพรรดิต้นกำเนิด แต่ไม่คิดว่าอี้เฉินจะอยากรู้ เรื่องราวพวกนี้ เพียงแค่อี้เฉินเอ่ยนาม ของจักรพรรดิต้นกำเนิดออกมา ท้องฟ้าด้านนอก เริ่มกราดเกรี้ยวขึ้นมาอย่างหนัก สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ก่อตัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะมีทัณฑ์สวรรค์

 


จนต้องให้ จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ยกฝ่ามือห้ามปรามอี้เฉิน ไม่ให้เอ่ยพูดเรื่องนี้อีกต่อไป “พอได้แล้ว”

 


       อี้เฉินที่อยากรู้ เขาจำใจต้องเก็บความสงสัย เหล่านั้นกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ ผู้คนโดยรอบ ที่เคยหัวเราะกันออกมาก้อง พวกเขาต่างก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ครั้นรับรู้ว่า แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ ภายในดินแดนจักรพรรดิของพวกเขา ยังหวาดกลัว กลุ่มคนภายในทะเลมืด หยงหย่วน ภายในส่วนลึกนั้น มันมีอะไรอยู่กันแน่ พวกเขาอดที่จะคาดเดาไม่ได้

 


      ...ภาพที่เหล่าจักรพรรดิทยอยจากไป ทำให้อี้เฉินผ่อนลมหายใจออกมายาว ด้วยความโล่งอก อย่างน้อยๆ เขาก็ยังอยู่ดีไม่ตายตก เป็นไปได้เขาก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตา ของเหล่าจักรพรรดิพวกนั้น

 


        ก่อนน้ำเสียง จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง จะกล่าวเอ่ยเตือนอี้เฉิน ครั้นเห็นความใจกล้าของเด็กหนุ่ม “คนที่เสนอเปลี่ยนกด ให้สามารถส่งเหล่าจอมยุทธ์ขั้น ราชันสวรรค์เข้าร่วมงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ เป็นจักรพรรดิ จ้าววังมังกร”

 


       อวิ๋นซี ที่อยู่ด้านหลังจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ผู้เป็นบิดา เขากล่าวต่อออกมาทันใด “อี้เฉินเจ้ามีเรื่องบาดหมางกับตระกูลวัง เกรงว่า การประลองครานี้ บุตรทั้งสองของเจ้าวังมังกร เองก็น่าจะเข้าร่วมงานประลองเช่นกัน เป็นไปได้ เจ้าอย่าออกห่าง จากข้าภายในงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ มากนัก”

 


      “อืมๆ ขอบคุณพี่อวิ๋นซี ที่เอ่ยเตือนข้า” ครั้นอี้เฉินผสานฝ่ามือ เตรียมจะสืบฝีเท้า ไปพร้อมกับท่านพี่อี้ฟางหรง ชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้า มาเอ่ยชวนพวกเขา ไปนั่งจิบชาภายในเรือนจัดสวนในทันใด

 


ท่าทีของอี้ฟางหรง กับอี้เฉิน มีความลำบากใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยตอบตกลง ออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ครั้นเห็นสายตาเว้าวอนดื้อดึงของ อวิ๋นซี

 


      “เช่นนั้นเชิญ” ชายหนุ่มรีบผายฝ่ามือ เชิญพวกเขาทั้งสองไปอย่างไว ก่อนจะบอกกล่าวอี้เฉิน “ยังเหลือเวลาอีกราวๆ 10วัน กว่างานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศจะเริ่ม เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตา ศึกษาตำราบันทึกเก่าแก่ ของหอตำราหลวง ภายในสถานที่แห่งนี้เอง”

 


      ครั้นอี้เฉินได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเขาเปล่งประกาย ขึ้นมาไม่น้อย เขาเองก็อยากจะเพิ่มพูน ประสบการณ์ความรู้เช่นกัน จึงพยักหน้าขานรับอย่างไม่เกรงใจ “เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว”

 


ชายหนุ่มหัวเราะออกมาร่า สืบฝีเท้านำหน้าไปอย่างไว “เจ้าเกรงใจข้าเกินไปแล้ว มาๆ ทางนี้เร็วเข้าอี้เฉิน พี่อี้ฟางหรง”

 


      ...ภาพภายในห้องที่ดูสบายตา ไม่นานก็เต็มไปด้วยเสียงเงียบ ได้ยินแต่สตรี นั่งรินน้ำชาลงถ้วยด้วยความสงบนิ่ง อี้เฉินเขารู้สึกเกรงใจ ฮูหยิน อวิ๋นฉินอินเป็นอย่างมาก ที่ต้องให้มาดูแลพวกเขา บรรยากาศที่ดูเงียบเช่นนี้ อี้เฉินไม่ค่อยชอบมันเท่าไรนัก

 


      ก่อนอี้เฉินจะเอื้อมฝ่ามือ หยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่ม รสฝาดขมติดปากน้อยๆ พร้อมด้วยสมุนไพรบางชนิด ทำให้เลือดลมภายในกายอี้เฉิน สงบนิ่ง ผ่อนคลายลงไปไม่น้อย จนอี้เฉินต้องขยายรูม่านตาออกกว้าง จ้องมองลงไปภายในถ้วยชาอยู่เล็กน้อย

 


       อวิ๋นฉินอิน นางที่เห็นท่าทีของอี้เฉิน นางคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้าอยากจะรู้สมุนไพร ที่ใส่ลงไปรวมกับใบชา เช่นนั้นหรือ?” สตรีเบื้องหน้าอี้เฉินไต่ถาม ออกมาอย่างไม่ลังเล

 


ก่อนน้ำเสียง พี่อี้ฟางหรง นางจะกล่าวพูดออกมา “มันคือ พุทราต้าเจ่าบด ใช่หรือไม่”

 


        อวิ๋นฉินอิน นางมีท่าทีตกใจไม่น้อย ที่เห็นบุตรสาวนาง เป็นคนกล่าวพูดขึ้นมาเอง พวกเขาอยู่ด้วยกันมาหลายวัน แทบจะพูดคุยกันนับประโยคได้ “ใช่ถูกต้อง เจ้าเองก็รู้จักมันเช่นนั้นหรือ? อี้ฟางหรง”

 


หญิงสาวพยักหน้า “ท่านพ่อชอบดื่มชาเช่นนี้มาก”

 


       อี้เฉิน แม้แต่อวิ๋นซี พวกเขาถึงกับปากกระอักน้ำชาออกมาน้อยๆ ครั้นได้ยินคำพูด ที่ราวกับระเบิดลูกใหญ่ ที่ตกใจกลางโต๊ะน้ำชา เพียงรอเวลาระเบิดขึ้นมาเท่านั้น

 


       “เกรงว่าข้าคงต้องขอตัว ออกไปเดินเล่น ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยแล้ว” อี้เฉินครั้นเขากล่าวพูดขึ้นมา เขาลุกพรวดพราด คิดจะจากไปจากบริเวณ สถานที่แห่งนี้ให้ไวที่สุด ครั้นรับรู้บรรยากาศ ที่เริ่มหนักอึ้ง ยากที่จะให้เขาถอนตัวหนี

 


อวิ๋นซี เขาเองก็กล่าวพูดออกมาเช่นกัน “ดี..ดี เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตา ยังหอตำราหลวงเอง”

 


       ภาพที่พวกอี้เฉิน หนีพายุที่กำลังจะก่อตัว ให้พวกนางสองคน ได้ปรับความเข้าใจกันเองน่าจะดีที่สุด ครั้นพวกอี้เฉินออกไปภายนอกจวนได้ เสียงลอบถอนหายใจ ของพวกเขาทั้งสองก็ดังออกมายาวในทันใด

 


เฮ้อ!!

 


        พวกเขาที่มองหน้ากัน ต่างก็ยิ้มให้กัน ราวกับรู้ความคิดของอีกฝ่าย ก่อนอวิ๋นซี จะเข้ามากอดคออี้เฉิน พาชายหนุ่มเดินลัดเลาะ เข้าไปด้านในสถานที่ฝึกฝน ของเหล่าหัวกะทิภายในตระกูล บนสวนลอยฟ้า

 


       น้ำเสียงผู้คนที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน ชายหนุ่มที่พวกเขาไม่คุ้นตา สืบฝีเท้ามาพร้อมกับ อวิ๋นซี อย่างสนิทสนม หลายคนต่างก็เข้ามาทักทาย คุณชายอวิ๋นซี อย่างออกรสออกชาติ รับรู้ได้เลยว่าอวิ๋นซี ผู้นี้เป็นที่รักใคร่ของผู้คน มากถึงเพียงใด

 


“พวกเจ้าหลีกทางหน่อย ข้าจะไปเยือนยังหอตำราหลวง”

 


       ฝูงชนครั้นพวกเขาได้ยิน ต่างก็มีสีหน้าแววตาประหลาดใจ ‘เหตุใดคุณชายอวิ๋นซี พาชายแปลกหน้ามากับเขาด้วยเช่นนี้ ไม่ใช่ว่า หอตำราหลวง ห้ามคนภายนอกเข้า ไม่ใช่หรอกหรือ? ’ ทว่าชายหนุ่มในฝูงชน ไม่กล้าที่จะกล่าวทักท้วง คุณชายอวิ๋นซี รีบสั่งเหล่าศิษย์ หลบทางให้คุณชายอวิ๋นซี อย่างไว

 


       ..ไม่นานที่อวิ๋นซี กับอี้เฉินฝ่ากลุ่มคนมาถึงหอตำราหลวง อวิ๋นซี ส่งมอบแผ่นป้ายประจำตัวของเขา ให้อี้เฉิน เข้าไปด้านในหอตำราหลวง อย่างไม่ลังเล พร้อมบอกกล่าวย้ำเตือนอี้เฉิน “เจ้าทำได้เพียงอ่านศึกษามันเท่านั้นอี้เฉิน ไม่สามารถเอาตำราเหล่านั้น ออกมาภายนอกได้ อีกอย่าง เจ้าระวังจิตยึดติด ของเหล่าบรรพชนผู้ล่วงลับ ภายในหอตำราหลวงด้วยล่ะ พวกเขาค่อนข้างจะดุร้าย ดีไม่ดี อาจทำให้เจ้าจับไข้ได้”

 


       อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาผสานฝ่ามือขอบคุณ พร้อมรอยยิ้มกว้าง เตรียมจะก้าวฝีเท้าเข้าไป ทว่า จู่ๆ น้ำเสียงผู้อาวุโสท่านหนึ่ง เอ่ยสั่งหยุด! ออกมาดังก้อง พร้อมกับรีบ ห้อตะบึงเข้ามาห้ามปรามอี้เฉิน ไว้อย่างไว จนอี้เฉินต้องหยุดชะงักฝีเท้า

 


      “คุณชายอวิ๋นซี ท่านก็น่าจะรู้ดี ไม่ใช่หรือ หากชายหนุ่มผู้นี้ทำผิดกฎ แผ่นป้ายประจำตัวของท่าน จะถูกทำลายไม่สามารถ เข้าไปด้านในหอตำราหลวง ได้อีกต่อไป ท่านไว้ใจคนนอก อย่างเขาเช่นนั้นหรือ?”

 


      อวิ๋นซี เขายืดตัวตรง เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น “ข้าไว้ใจอี้เฉิน ท่านผู้อาวุโส ผ่อนปรนให้มิตรสหายของข้าหน่อย แล้วอีกอย่างเขามีเวลาแค่10วัน เดี๋ยวเขาก็จะไปร่วมงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ท่านก็น่าจะรู้ 10วันเขาจะศึกษาอะไรภายในนั้นได้”

 


       ผู้อาวุโสชรา เขาจ้องมองอี้เฉินอย่างเพ่งพิจารณา ด้วยสายตาลึกล้ำ ก็จริงอย่างที่ คุณชายอวิ๋นซี ว่าก่อนเขาจะผายฝ่ามือไม่ได้ห้ามปรามอี้เฉินอีกต่อไป

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน