ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 187 : เศษไม้พยนต์

    จารึกที่ 187 : เศษไม้พยนต์ | เสียงเพรียกจากความว่างเปล่า


    แสงไฟจากค่ายกลเพลิงค่อยๆ มอดลง ทิ้งให้ห้องโถงศิลาตกอยู่ในความสลัว กลิ่นคาวเลือดของอสูรศัสตรากลืนวิญญาณยังคงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เหล่าศิษย์สำนักอัสนีบาตและเมฆาคล้อยต่างพากันพยุงร่างที่สะบักสะบอมเดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อหาทางออกจากแดนลับ โดยไม่คิดจะตามอาเจียเข้าไปข้างในอีก แม้แต่เหลยเหิงยังต้องจำใจถอยทัพเพราะอาวุธพังเสียหายและปราณแทบสูญสิ้น


    "ประสกอาเจีย... โยมมั่นใจนะว่าทางนี้คือทางรอด?" ซือหมิง ถามพลางใช้ไม้เท้าค้ำยันร่างกายที่อ่อนแรง แววตาแฝงความกังวล "อาตมารู้สึกว่าบรรยากาศเบื้องหน้า... มันเงียบสงัดเกินไป ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดกล้าย่างกรายเข้าไป"


    "ความเงียบคือสัญญาณของการค้าที่ไม่มีคู่แข่งไงท่านไต้ซือ" อาเจีย ตอบติดตลกเพื่อคลายความตึงเครียด แต่ในใจกลับตื่นตัวเต็มพิกัด


    เขาเดินนำ ฉินมู่หลาง เข้าสู่โพรงศิลาที่สัตว์อสูรเพิ่งพังออกมา ยิ่งเดินลึกเข้าไป อุณหภูมิกลับลดฮวบลงอย่างแปลกประหลาด ผนังถ้ำที่เคยเป็นหินหยาบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นโลหะสีดำมะเมื่อมที่ถูกสลักด้วยลวดลายอักขระโบราณที่อาเจียไม่เคยเห็นมาก่อน


    ทันใดนั้นเอง... พู่กันนิรันดร์ ที่เหน็บอยู่ข้างเอวของอาเจียเริ่มสั่นสะเทือน!


    กริ๊ก... กริ๊ก... กริ๊ก...


    มันไม่ใช่การสั่นเพราะความกลัว และไม่ใช่ความดีใจแบบได้เจอญาติ... แต่มันคือการสั่นสะเทือนแห่ง "อำนาจ" และ "การบัญชาการ"


    ราวกับแม่ทัพใหญ่ที่สัมผัสได้ถึงขุมกำลังที่พลัดพราก หรือกุญแจศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังกู่ร้องเรียกหาแม่กุญแจของมัน พลังปราณสีนิลจางๆ ที่แฝงด้วยกลิ่นอายบรรพกาลเริ่มไหลซึมออกมาจากตัวพู่กัน ซึมผ่านเนื้อผ้าจนอาเจียรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง


    "พู่กันนิรันดร์เป็นอะไรไป?" ฉินมู่หลางสังเกตเห็นความผิดปกติ ชักกระบี่วารีออกมาเตรียมพร้อม


    "มันกำลัง... เรียกหาบางอย่าง" อาเจียตอบเสียงขรึม เขาไม่ได้บังคับมัน แต่ปล่อยให้แรงดึงดูดของพู่กันนำทางไปจนถึงใจกลางห้องลับทรงกลมกว้างขวาง


    ตรงกลางห้องมีแท่นศิลาหกเหลี่ยมตั้งโดดเดี่ยว และบนแท่นนั้นมีสิ่งของชิ้นหนึ่งวางอยู่


    มันคือ "เศษไม้" ขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ สภาพผุพังราวกับผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ผิวไม้แห้งกร้านเต็มไปด้วยรอยแตกและรูพรุน ไร้ซึ่งประกายพลังปราณใดๆ ดูเหมือนกิ่งไม้แห้งที่หาได้ตามกองขยะทั่วไป


    แต่ในสายตาของอาเจียที่ใช้ "เนตรบรรพจารึก" เขากลับเห็นสิ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!


    รอบเศษไม้ผุๆ นั้นถูกล้อมรอบด้วยอักขระสีดำสนิทที่หมุนวนช้าๆ มันคืออักขระที่ไร้แสง ไร้เงา และไร้ตัวตน... อักขระสูญตา (零)!


    (อาเจีย...) เสียงของ มู่เฉิน ในห้วงสำนึกดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดและหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (ระวังตัวให้ดี... นั่นไม่ใช่เศษไม้ธรรมดา แต่มันคือ 'แกนพยนต์บรรพกาล' ...ชิ้นส่วนพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนกฎเกณฑ์ และที่สำคัญ มันแฝงไปด้วยวิถีแห่งสูญญตาที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง)


    "แกนพยนต์บรรพกาล?" อาเจียพึมพำ เอื้อมมือออกไปหาเศษไม้ชิ้นนั้นอย่างลืมตัว ราวกับพู่กันในมือสั่งให้เขาทำ


    เปรี้ยง!


    ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความว่างเปล่ามหาศาลพุ่งเข้าจู่โจมจิตวิญญาณของอาเจีย!


    โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน เสียงรอบข้างดับเงียบสนิท เขาเห็นภาพนิมิตของวงล้อขนาดมหึมาที่หมุนวนท่ามกลางความมืดมิด จุดเริ่มต้นและจุดจบมาบรรจบกัน... ความว่างเปล่าที่ให้กำเนิดดวงดาว และดวงดาวที่แตกดับกลับสู่ความว่างเปล่า


    "จากสูญ... สู่มี... จากมี... กลับคืนสู่สูญ..." เสียงกระซิบที่ไร้ที่มา แต่ดังกึกก้องยิ่งกว่าฟ้าผ่าดังสะท้อนในหัวอาเจีย


    ร่างของอาเจียกระตุกอย่างรุนแรง พลังปราณในกายเริ่มถูกดูดกลืนหายไปในเศษไม้ชิ้นนั้น พู่กันนิรันดร์เปล่งแสงสีดำเข้มข้นออกมา ไม่ใช่เพื่อต่อต้าน แต่เพื่อ "สยบ" และ "ผสาน"


    "อาเจีย! ตั้งสติ!" ฉินมู่หลางเห็นท่าไม่ดี พยายามจะเข้าไปดึงตัวอาเจียออกมา แต่กลับถูกกำแพงล่องหนผลักกระเด็นออกมาชนผนังถ้ำ ตุบ!

    อาเจียกัดฟันกรอด เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้า เขาไม่ได้ขัดขืนแรงดูดนั้น แต่เขารวบรวมสติทั้งหมด ขยับนิ้วตวัดพู่กันจารึกอักขระกลางอากาศเพื่อควบคุมพลังงานที่บ้าคลั่ง


    "ข้าคือผู้บัญชา... เจ้าคือขุมพลัง... จงกลับคืนสู่ที่ของเจ้า!"


    "ในความว่างเปล่า... ย่อมมีตัวตน! ในตัวตน... ย่อมมีจุดเริ่มต้น!"


    อาเจียฝืนใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมดที่มี ตวัดอักขระ "หลิง (零)" ลงบนเศษไม้นั้นด้วยเจตจำนงที่เหนือกว่า


    วูบ... ตูมมมม!


    แสงสีดำระเบิดออกเสียงสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องลับ! แต่มันไม่ใช่การระเบิดทำลายล้าง มันคือการระเบิดเพื่อ "รวมเป็นหนึ่ง"


    เมื่อฝุ่นควันจางลง...


    เศษไม้ผุๆ ชิ้นนั้นได้หายไปแล้ว... แต่มันได้เข้าไปฝังตัวผสานเป็นเนื้อเดียวกับด้ามของ พู่กันนิรันดร์ ทำให้พู่กันที่เคยดูธรรมดา กลับมีลวดลายเถาวัลย์สีเงินยวดยิ่งและอักขระโบราณปรากฏขึ้นจางๆ รอบด้าม กลิ่นอายของมันดูสมบูรณ์และทรงพลังขึ้นราวกับราชสีห์ที่ได้เขี้ยวเล็บคืนมา

    อาเจียทรุดลงกับพื้น หอบหายใจรัว แต่ในมือยังกำพู่กันไว้แน่น เขารู้สึกได้ว่าพู่กันในมือตอนนี้... หนักแน่นและเชื่อมโยงกับเขามากยิ่งขึ้น


    "เจ้าเป็นอะไรไหม?" ฉินมู่หลางรีบเข้ามาพยุง


    "ไม่เป็นไร..." อาเจียยิ้มบางๆ แววตาเปลี่ยนไปดูลุ่มลึกและน่าเกรงขามขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาทะเล้นเหมือนเดิมเพื่อกลบเกลื่อน "แค่อัพเกรดเครื่องมือนิดหน่อย... การค้าครั้งหน้า ข้าคงต้องอัพราคาขึ้นอีกสิบเท่าแล้วล่ะ"


    แต่ทว่า... ความตื่นเต้นยังไม่ทันหายไป


    ตึก... ตึก... ตึก...


    เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่อาเจียคุ้นเคยก็ดังมาจากทางออกอีกด้านของห้องลับ...


    รอยเท้าปริศนา ปรากฏขึ้นบนพื้นโลหะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เดินหนี... มันหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา... และดูเหมือนเจ้าของรอยเท้านั้นกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากความว่างเปล่า


    "เป้าหมายของมันคือสิ่งนี้จริงๆ ด้วย..." อาเจียกระชับพู่กันในมือแน่น สัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่มองไม่เห็น "เจ้าเป็นใครกันแน่?"


    บรรยากาศในห้องลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อ "รอยเท้า" นั้นเริ่มขยับเข้าหาพวกเขาอย่างช้าๆ...