โจวเม่ยเหงื่อท่วมโซมกายเธอยืนขึ้นบิดี้เี เมื่อมั่นใจว่าแม้ซูเจียวเจียวจะตามมาก็ไม่มีทางตามทันแน่จึงตัดสินใจกลับไปพักใต้ต้นไม้ ดื่มน้ำเสียหน่อยมิเช่นนั้นเธอคงร้อนจนตัวแทบไหม้แน่
แน่นอนว่าพอมาถึงใต้ต้นไม้เธอก็ยืนนิ่งตะลึงงันไปในทันที
เธอเห็นซูเจียวเจียวพิงต้นไม้นอนหลับอยู่บนกระสอบหนังงู
หน้าผากขาวผ่องของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆขนตายาวงอนทอดยาวลงมาปิดเปลือกตา จมูกโด่งเป็สันริมฝีปากสีชมพูเล็กน้อยยื่นออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนเธอนอนหลับไม่ค่อยสบายนักแต่ภาพนี้กลับสร้างแรงกระแทกอย่างใหญ่หลวงให้แก่โจวเม่ยราวกับได้เห็นเ้าหญิงตกอับ ราวกับนางฟ้าที่หล่นมาจากสรวง์!
ข้างๆซูเจียวเจียวคือเซียวหยวนิที่สวมเสื้อกล้ามสีดำกำลังใช้หมวกฟางพัดให้หล่อนอย่างอ่อนโยน
กล้ามเนื้อแขนของเขาเปลือยเปล่าขณะที่เขาออกแรง กล้ามเนื้อก็แกร่งแน่น ดูดิบเถื่อนและแข็งแรงเป็อย่างยิ่ง
แต่เมื่อเขามองซูเจียวเจียวสายตาของเขากลับอ่อนโยนไร้ที่ติ ดวงตาสีดำเต็มไปด้วยความรักใคร่
ทันทีนั้นความรู้สึกริษยาเจือปนขมขื่นก็แล่นริ้วเข้ามาในใจโจวเม่ย
เธอตรากตรำทำงานในทุ่งข้าวสาลีไฉนซูเจียวเจียวจึงซ่อนตัวใต้ร่มเงาไม้ เลี่ยงงานการเช่นนี้เล่า!มิหนำซ้ำยังผล็อยหลับไปอย่างสบายใจอีก!
เซียวหยวนิยังกลัวว่าเธอจะร้อนถึงขั้นนั่งพัดลมให้!
การปฏิบัติเช่นนี้...ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว!
ได้ยินว่าเซียวหยวนิไม่ได้ดีกับซูเจียวเจียวไม่ใช่เหรอมิฉะนั้นแล้วเขาจะปล่อยให้เธอลงทุ่งได้อย่างไรกัน แต่พอลงทุ่งแล้วทำไมกลับไม่ให้เธอลงแรง!
โจวเม่ยคิดไม่ตกสีหน้าของเธอบึ้งตึง แล้วเดินตรงไปยังใต้ต้นไม้ หยิบกระติกน้ำของเธอขึ้นมาพลางจงใจทำให้เกิดเสียงดัง ขณะที่เธอกำลังหยิบกระติกน้ำกระติกน้ำสีเขียวทหารก็เกิดเสียงกระทบกับต้นไม้ดัง ‘ตึง
ซูเจียวเจียวที่กำลังหลับอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับมีทีท่าว่าจะตื่น
จากนั้นโจวเม่ยก็เงยหน้าขึ้นและเห็นสายตาที่เ็าของเซียวหยวนิที่จ้องมองมาดวงตาที่เรียวยาวลึกซึ้งคู่นั้นจ้องมองเธออย่างเ็าและมืดมิดราวกับหมาป่าจนเธอใมือสั่น กระติกน้ำในมือเกือบจะหล่นลงพื้น
โจวเม่ยหดไหล่เล็กน้อยมองเซียวหยวนิอย่างหวาดระแวง และรีบถอยห่างจากซูเจียวเจียวพลางเปิดกระติกน้ำดื่มน้ำอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
ทว่าในใจของเธอกลับขมขื่นราวกับมีน้ำส้มที่กำลังเดือดปุดๆ ด้วยความอิจฉาทำไมถึงเป็แบบนี้เล่า!
ทุกคนล้วนเป็ยุวชนที่ลงพื้นที่มายังชนบททำไมซูเจียวเจียวถึงได้นอนหลับสบายอยู่ที่นี่ในขณะที่เธอต้องทำงานหนักจนแทบตายในทุ่งข้าวสาลีภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ?
ทันใดนั้นเธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ตอนนั้นไม่ได้ ‘ให้ท่า’เซียวหยวนิ เพราะั้แ่นี้ซูเจียวเจียวได้ ‘ให้ท่า’ เซียวหยวนิไปแล้วในแต่ละวันงานที่เธอทำก็น้อยลงไปมาก ทั้งยังมีเวลามานอนพักผ่อนเช่นนี้อีก...
หึ!
ซูเจียวเจียวนางจิ้งจอกเก้าหาง!
ตอนนี้เป็เวลาพักผ่อนของทุกคนผู้คนจำนวนมากต่างทยอยกันกลับมาพักใต้ต้นไม้เพื่อดื่มน้ำเมื่อเห็นเซียวหยวนิทำงานเสร็จแล้วยังมาพัดให้ซูเจียวเจียวทุกคนก็เบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ
เซียวหยวนินี่บ้าไปแล้วหรือ?
ก็แค่แต่งงานกับยุวชนในเมืองเองไม่ใช่หรือไง?ทำไมต้องตามใจขนาดนี้ด้วย?
นี่ไม่ใช่แค่แต่งงานกับภรรยาแล้วนี่มันเลี้ยงบรรพบุรุษชัดๆ!
ป้าๆหลายคนพากันกระซิบกับลูกชายของตัวเองว่า “โชคดีที่พวกแกฟังแม่ไม่ได้แต่งงานกับยุวชนซูคนนี้ ไม่งั้นพวกแกจะต้องทำงานสองเท่าทุกวันแถมยังต้องปรนนิบัติเธออีก! ผู้หญิงแบบนี้ใช้ไม่ได้!”
“ใช่ๆ! ใครแต่งงานกับผู้หญิงอย่างยุวชนซูคนนี้ ก็เหมือนซวยไปแปดชาติ!”
หนุ่มน้อยหลายคนที่ถูกดึงหูสั่งสอนต่างเบ้ปากอย่างไม่พอใจแต่ยุวชนซูสวยสุดๆ ไปเลยนี่นา!
แม้กระทั่งตอนนอนหลับเธอก็ยังสวย!
ดูคิ้วเล็กๆที่ขมวดเข้าหากันนั่นสิ ยังคงสวยอยู่เลย!
เฮ้อพวกเราอยากเลี้ยงก็ไม่มีโอกาสนี่นา เพราะยุวชนซูไม่ชอบพวกเรา!
เซียวหยวนิได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วพลางเงยหน้ามองเหล่าป้าๆ ที่กำลังพูดอยู่ด้วยสายตาเ็าทันใดนั้นทุกคนก็เงียบเสียงลง
ซูเจียวเจียวลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียโดยไม่ทันตั้งตัวก็เห็นผู้คนบางส่วนนั่งบางส่วนยืนอยู่รอบๆ ตัวเธอ เธอใเล็กน้อยเธอเห็นทุกคนถือกระติกน้ำ จึงเข้าใจว่าทุกคนกำลังมาพักใต้ต้นไม้
เพราะคนเราไม่ใช่เหล็กจะให้ยืนตากแดดแรงๆ ตลอดก็ไม่ไหว ยังไงก็ต้องพักผ่อน ดื่มน้ำเติมความชุ่มชื้นมิเช่นนั้นอาจเป็ลมแดดได้
เธอเห็นเซียวหยวนิอยู่ข้างๆดวงตาของเธอก็พลันเป็ประกาย หล่อนรีบหยิบกระติกน้ำที่วางอยู่ข้างๆ บิดฝาออกและยื่นให้เขาอย่างกระตือรือร้น
ดวงตาของเซียวหยวนิอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเขาวางหมวกฟางในมือลง รับกระติกน้ำมาดื่ม ‘อึกๆ’หลังจากดื่มเสร็จ เขาก็เพิ่งรู้ว่านี่ไม่ใช่กระติกน้ำของเขาแต่เป็กระติกน้ำของเจียวเจียว
เขาหยิบผิดไปเสียแล้ว
ทันใดนั้นเซียวหยวนิก็มองเธออย่างประหม่า เขาดื่มน้ำจากกระติกน้ำของเธอ เธอจะโกรธไหมนะ?
ทว่าซูเจียวเจียวเพียงยกยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “เมื่อกี้ฉันหยิบมายังไม่ทันได้ดูว่าไม่ใช่ของคุณคุณคงไม่ถือสาอะไรนะคะ?”
เซียวหยวนิเห็นเธอไม่โกรธก็พลันระงับความสงสัยในใจไว้ พลางส่งเสียง ‘อืม’แ่เบา เขาบิดฝากระติกน้ำคืนแล้ววางกลับไปที่เดิม
ซูเจียวเจียวมองหมวกฟางที่วางอยู่ข้างเท้าของเขาก็เข้าใจเล็กน้อยว่าทำไมเมื่อกี้ในความฝันถึงรู้สึกเย็นสบายขึ้นมาเพราะเขากำลังพัดให้เธอนี่เอง!
ตาผู้ชายซื่อบื้อคนนี้!
ตัวเองทำงานจนเหงื่อท่วมตัวแล้วยังอุตส่าห์เป็ห่วงเธออีก!
เมื่อมองเซียวหยวนิที่เหงื่อไหลไคลย้อยซูเจียวเจียวก็หยิบหมวกฟางขึ้นมาพัดให้เขาบ้าง
ลมเย็นสบายพัดมาปะทะหน้าพัดพาความร้อนอบอ้าวออกไปบ้าง
เซียวหยวนิถึงกับชะงักไปพลันบังเกิดความกระอักกระอ่วนใจ “ให้ผมทำเองเถอะนะ...”
เขายื่นมือออกไปหวังจะรับหมวกฟางจากมือของซูเจียวเจียวแต่ซูเจียวเจียวก็หลบเลี่ยงไป
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“คุณทำงานหนักแล้ว ให้ฉันทำเถอะค่ะ”
เธอเอ่ยพลางก็พัดให้แรงขึ้นกว่าเดิม
ใบหน้าของเซียวหยวนิขึ้นสีแดงเรื่อแต่เดิมผิวของเขาออกสีคล้ำอยู่แล้ว และเพราะความร้อนอบอ้าวในขณะนี้จึงแทบมองไม่ออกว่าใบหน้าเขาแดงก่ำ
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับการดูแลเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย
ความรู้สึกนี้แปลกประหลาดนักแต่ก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เมื่อได้เห็นภาพการหยอกล้อของทั้งสองเหล่าบุรุษจึงหันขวับไปยังภรรยาของตนเอง เปรียบเทียบภรรยาของผู้อื่นกับภรรยาของตนเทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ!
ผู้หญิงเ่าั้รู้สึกถึงความไม่พอใจของสามีตนเองก็พ่นลมหายใจดูถูก “เซียวหยวนิทำงานได้สิบแต้มคะแนนงานทุกวันแถมยังทำงานในส่วนของซูเจียวเจียวให้ด้วย ถ้าคุณเก่งเหมือนเขา ช่วยฉันทำงานทุกวันฉันจะตามพัดลมเย็นๆ ให้คุณตลอดเวลาเลย”
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เงียบไปเขาเบ้ริมฝีปากอย่างไม่สบอารมณ์ เฮ้อ ช่างเถอะ ถือเสียว่าไม่ได้กล่าวอะไรก็แล้วกัน
เซียวหยวนิพักครู่หนึ่งก็กลับไปทำงานในทุ่งข้าวสาลีต่อคิดในใจว่าต้องเกี่ยวข้าวให้เร็วกว่านี้ จะได้เกี่ยวเสร็จเร็วๆและจะได้รีบกลับบ้าน
ทุกคนต่างก็กลับไปที่ทุ่งข้าวสาลีของตนเอง
โจวเม่ยโกรธจนบีบกระติกน้ำในมือแน่นดวงตาของเธอมืดครึ้มลง เธอวางกระติกน้ำลงอย่างหัวเสียแล้วหันหลังเดินไปยังทุ่งข้าวสาลี
จ้าวอวี้เฟินที่เดินไปด้วยกันพูดว่า“ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเซียวหยวนิกับยุวชนซูจะดีทีเดียว”
โจวเม่ยหัวเราะเยาะอย่างเหน็บแนม“ก็แค่คนอู้งานไม่ใช่หรือ? บางคนมาตั้งนานแล้วแต่กลับไม่ได้ทำงานเลย คนแบบนี้ต่างอะไรกับคนไร้ประโยชน์เล่า?”