“คุณชาย” บ่าวรับใช้ชายชราคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความปิติและดีใจเขาเดินตรงมาหาหลิวซิง
ชายหนุ่มที่กำลังเผ่นนั้นหันไปชำเลืองมองด้วยสายตาประหลาดใจ
“เฮ้ย ทำไมจ้องข้าแบบนั้นและยังจะมาเรียกคุณชายอีก” หลิวซิงคิดในใจว่ามันเริ่มจะแปลกๆละ
บ่าวชราก็เดินเข้ามาไกล้และคว้ามือของเขาไว้ท่าทางเขาดูดีอกดีใจอย่างมากเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่ม
หลิวซิงอยากจะบอกเหลือเกินว่า “เขาไม่ใช่คุณชายอะไรนั่นเอ็งทักคนผิดหรือปล่าว” แต่เมื่อดูสีหน้าบ่าวชราแล้วว่ามันไม่น่าจะใช่แบบนั้นเลยไม่ได้กล่าวแย้งและคิดว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ “หรือว่าจะมีคนหน้าเหมือน? โอ้แบบนี้ก็ดีเหมือนกันถูกเรียกว่าคุณชายฮี่ๆ ลองตามๆน้ำดูดีกว่า”
ยู่ฉางเดินออกมาจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างาม มองไปทางหลิวซิงที่ยืนอยู่กับบ่าวชราอย่างประหลาดใจ “คนผู้นี้คือคุณชายน้อยตระกูลหลิวงั้นรึ? แต่ว่าเป็ไปได้จากข่าวลือที่ได้ยินมาไม่เห็นจะใช่?” ยู่ฉางคิดในใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันไม่ใช่เลยที่คุณชายตระกูลหลิวจะสามารถทำได้
เสียงประตูหน้าตำหนักถูกเปิดออก
มีคนเดินออกมา เป็ชายสูงอายุ เสื้อผ้าที่สวมใส่สีขาวทรงภูมิความรอบรู้ ชายชราคนนี้เป็ผู้นำตระกูลหลิว
หลิวชุนเหลียงเดินไปหายู่ฉางด้วยความประหม่าเล็กน้อยแล้วโค้งศรีษะมือประสานคำนับ “คาราวะท่านเ้าเมืองเป็เกียติมากที่ท่านมาเยือนตระกูลหลิวของข้า”
ยู่ฉางยิ้มให้และกล่าวว่า “ตามสบายเถอะพี่เหลียงข้าแค่แวะมาส่งหลานชายท่านเพียงเท่านั้นเอง อย่าได้เป็ทางการมากนักเลย”
หลิวชุนเหลียงหันเหลือบไปมองหลิวซิงที่อยู่ไม่ไกลนัก สายตาหดแคบลงเหมือนว่าจะแปลกใจเล็กน้อยทำไมหลานชายเขามากับเ้าเมืองได้และถอนสายตากลับมายัง ยู่ฉางเหมือนเดิม
“เหตุใดท่านเ้าเมืองถึงมากับ หลานชายของข้าได้” หลิวชุนเหลียงเอ่ยถามยู่ฉางด้วยความใคร่รู้
“เป็มันที่ได้ช่วยข้าไว้ที่ภายนอกเมืองเล็กน้อย เห็นว่ามันจะเข้าเมืองก็เลยแวะมาส่งก็เท่านั้น ตอนนี้ข้าก็ได้มาส่งมันแล้วข้าจะกลับเลยแล้วกัน” หลิวชุนเหลียง โค้งตัวลงคำนับล่ำลากับท่านเ้าเมือง
หลิวซิง ที่อยู่ไกล้ๆก็ได้ยินสิ่งที่ เ้าเมืองและผู้นำตระกูลคุยกัน “ท่านยู่ฉางคือเ้าเมืองของเมืองนี้เหรอเนี่ย แล้วที่ว่าหลานเนี่ยคือข้าใช่มั้ย?”
ท่านเ้าเมืองนั้นออกอไปรับบุตรสาวที่ท่าเรือเพื่อพากลับเข้าเมืองและได้พบเจอกับหลิวซิงจึงอาสาพามาส่งเมื่อเสร็จธุระแล้วเ้าเมืองเดินหันมาขึ้นรถม้าแล้วจากไป
มีนิ้วมือเรียวบางแหวกผ้าม้านบนรถม้า สายตาจ้องมองลอดออกไปหาหลิวซิง
ยู่ฉางถามหญิงสาวที่อยู่ในรถม้า “ลูกเหม่ยเ้าสนใจเด็กผู้นั้น?” หญิงสาวคนนี้เป็ลูกของเ้าเมืองชื่อ ยู่เหม่ยลี่
“ท่านพ่อข้าก็แค่สงสัย ถ้านั่นคือ นายน้อยหลิวแต่ช่างไม่ตรงกับข่าวลือนัก ที่ข้าเคยได้ยินมานายน้อยของตระกูลหลิว เป็เพียงแค่คนธรรมดาไม่ได้บ่มเพาะพลังยุทธ แต่เมื่อเช้าจากที่ได้เห็นนั้นมันไม่ใช่เลย”
“นั่นสิพ่อเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน” ยู่ฉานพูดพร้อมถอนหายใจออกมา แล้วก็ได้นั่งรถม้าออกจากตระกูลหลิวไป
บ่าวชรากระซิบบอก หลิวซิงว่า “เมื่อวาน ท่านผู้นำตระกูลเรียกคุณชายเข้าพบแต่คุณชายก็ดันหายไปอาจจะทำให้ท่านโกรธอยู่ก็ได้”
หลิวซิง จ้องมองไปทาง หลิวชุนเหลียงแล้วคิดในใจ “คนๆนี้พูดกับเ้าเมืองเขาเป็ผู้นำตระกูลงั้นเหรอ ฮืม.. ข้าไม่รู้ว่าโลกนี้ คุณชายหลิวมีนิสัยลักษณะอย่างไร ทำเนียนๆไปก่อนละกัน”
หลิวซิงมาโลกนี้ด้วยร่างของตัวเองไม่ได้อาศัยในร่างของใครนี่เป็ตัวเขาเองแต่ดันมีรูปร่างเหมือนคุณชายของตระกูลหลิวซะงั้น
ผู้นำตระกูลหลิวเดินมาหาหลิวซิง “เ้าั้แ่เมื่อวานหายไปไหนมาแล้วนี่ชุดอะไรปะหลาดเสียจริง ข้าบอกให้มาหาที่ตำหนักเพราะว่าข้ามีเื่จะคุยกับเ้า ไหนๆเ้าก็มาแล้วรับนี่ไป นี่เป็แผ่นป้ายแสดงตัวเป็ศิษย์ สำนักบันหงส์ฟ้าข้าส่งเ้าเข้าร่ำเรียนวิทยายุทธ ถึงเ้าจะไม่มีพลังยุทธแต่อย่าได้ท้อแท้ ข้าหวังว่าเ้าเข้าเป็ศิษย์ที่นั่นแล้วจะทำให้เ้าปลุกพลังในตัวขึ้นมาได้บ้าง ลองไปเปิดหูเปิดตาซะ ดีกว่าอยู่ที่บ้านไปวันๆ” หลิวชุนเหลียงพูดให้กำลังใจ
หลังจากจบการสนทนากับผู้นำตระกูลแล้ว บ่าวชราก็ได้พาหลิวซิงไปที่บ้านของเขาเอง เป็บ้านหลังใหญ่โทรมๆตั้งอยู่ในตระกูลหลิว ภายในบ้านแทบไม่มีเครื่องเรือนอะไรอยู่เลย มีห้องนอน สองห้องของบ่าวชราคนนี้หนึ่งห้อง กับห้องของหลิวซิงมีโต๊ะกินข้าว กับเก้าอี้สี่ตัว มีห้องครัวหนึ่งห้อง และโรงเก็บของ
หลิวซิงสำรวจดูห้องของตัวเองมีโต๊ะหนังสือและมีสมุดหลายเล่มวางไว้อยู่บนนั้น เลยหยิบมาอ่าน มีทั้งทักษะต่อสู้ ตำราวิทยายุทธ บางเล่มก็เป็ข้อมูลยาชนิดต่างๆ แต่หนังสือส่วนมากจะเป็เกี่ยวกับสัตว์อสูรข้อมูลลักษณะของมันรวมทั้งจุดอ่อนและอีกเล่ม คือไดอารี่ ของคุณชายหลิวในโลกนี้ หลิวซิงรีบเปิดอ่าน
ทำให้รู้ว่า คุณชายหลิวนั้น มีชื่อว่าหลิวซิงเหมือนกับเขาเลย และเป็คนที่โชคร้ายอย่างมากบิดาทอดทิ้งั้แ่ก่อนเกิด ตอนเกิดมาเลยใช้แซ่ของทางมารดา มารดาเป็บุตรของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน อาศัยอยู่กับมารดาสองคนจนกระทั่งมารดาได้ป่วยและตรอมใจตายจากไปั้แ่อายุ 6 ขวบ ั้แ่นั้นเป็ต้นมาผู้นำตระกูลก็ให้บ่าวชรามาคอยดูแลคุณชายมาโดยตลอด บ่าวชราคนนี้มีชื่อว่า อาถง
คุณชายใช้ชีวิตในแต่ละวันหมดไปกับการพยายามอย่างหนักในการฝึกวิทยายุธและบ่มเพาะพลังลมปราณแต่เขาไม่อาจปลุกพลังหรือเรียกพลังลมปราณใดๆออกมาได้แม้แต่น้อยและกลายเป็คนธรรมดาทั่วไปซึ่งไม่ต่างกับคนรับใช้ผู้ต้อยต่ำในตระกูล
ทำให้ถูกคนในตระกูลต่างๆมองและพูดจาดูถูกกับเขาโดยเฉพาะ หลิวซานซึ่งเป็คุณชายใหญ่และเป็ลูกพี่ลูกน้องของคุณชายหลิว เขามักจะคอยรังแกคุณชายสองอยู่ตลอดเวลา แต่ได้เพื่อนหญิงเพียงคนเดียวคอยปลอบยามที่เศร้าและท้อแท้จน นางก็พลอยโดนคนอื้นแกล้งตามไปด้วยเพราะมาสนิทสนมกับคุณชายหลิวผู้นี้
นางเป็เพียงหญิงสาวธรรมดาสามัญเป็ลูกสาวของเ้าของร้านโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง จนวันหนึ่งนางก็ได้ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายภายในห้องของนางโดยปริศนา เสื้อผ้าของนางก็มีรอยยับย่นมากมาย เบาะแสเพียงอย่างเดียวคือรอยเืบนเตียงนอนของนางและเศษแจกันดอกไม้ที่แตกและมีรอยเืติดเศษแจกันบางส่วน
เขาคิดว่าทั้งหมดนี้ต้องเป็ความผิดของเขาทำให้นางต้องมาตายก็เพราะเขา เขาเลยตัดสินใจที่จะไปะโเหวลงน้ำตายตามนางไป...........
ทำไมคุณชายหลิว ถึงได้อาภัพและน่าสงสารขนาดนี้นี่คือตัวตนของเขาในโลกนี้ที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนกัน หลังจากที่หลิวซิงได้อ่านบันทึกของ คุณชายหลิว จบลงก็ได้หลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะอธิบายอยู่ในใจ
ในเมื่อมันเป็เช่นนี้ด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาเล่นตลกทำให้เขามาอยู่ในอีกโลกนึงก็ต้องทำใจ ในอนาคตเขาต้องหาทางกลับไปยังโลกเดิมให้ได้ และตอนนี้คงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้ได้และตอนนี้ก็สวมรอยเป็คุณชายหลิวคนนี้ดูท่าจะเหมาะที่สุดแล้ว
รุ่งเช้าวันถัดมา หลิวซิง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่ชุดของคุณชายหลิว เสื้อสีเทากางเกงเทาผ้าคาดเอวสีดำซึ่งเป็ชุดของผู้คนในโลกนี้ จากนั้นก็ นั่งกินอาหาร มีข้าวสวยหนึ่งถ้วย ปลาย่าง และซุปเต้าหู้ อาหารมื้อนี้เป็บ่าวชราอาถงที่ได้จัดเตรียมไว้ให้
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ก็ได้เอาโทรศัพมือถือมาวางชาร์จแบตเครื่องชาร์ตแสงอาทิตย์วางไว้ที่โต๊ะริมหน้าต่าง เก็บกระเป๋า มีด แว่น นาฬิกาไว้ในแหวนมิติ และเตรียมตัวไปที่สำนักหงส์ฟ้า
หลิวซิง ออกจากตระกูลหลิวมุ่งหน้าตามทางในแผนที่ที่ได้มาจากอาถงเป็แผนที่บอกตำแหน่งของสำนักหงส์ฟ้า ระหว่างทางเขาได้แวะดูร้านค้าต่างๆด้วยความสนใจอยากรู้อยากเห็น ทำให้ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน
จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูรั้วเขามองเห็นป้ายใหญ่ตรงประตูเขียนว่า สำนักหงส์ฟ้า
“ฮ่ะะๆ ถึงซะทีไกลมากเมืองนี้มันใหญ่ซะจริงๆ” หลิวซิงเดินผ่านประตูเข้าไป มีพื้นที่กว้างขวางมีอาคารหลายหลังใหญ่โตมากมายตั้งอยู่
มีคนเดินเข้ามาทางหลิวซิง “เ้าเป็ศิษของสำนัก?” ชายวัยกลางมีรูปร่างสูงโปร่งผิวคล้ำผมสั้นหน้าตาน่าเกรงขาม ถามหลิวหลิวซิงที่กำลังเดินเข้ามา
“ข้าพึ่งมาครั้งแรกท่านตาข้าให้ข้ามาที่นี่”
“งั้นเ้าคงเป็ศิษย์ใหม่ ข้าชื่อฮุ่ยชิว เป็อาจารย์ของที่นี่ดังนั้นเ้าคงมีแผ่นป้ายแสดงตัวใช่ไหม?” ฮุ่ยชิวกล่าวถามและขอแผ่นป้ายยืนยันตัวตน หลิวซิงหยิบแผ่นป้ายหยกออกมายื่นให้ชายคนนี้
ชายวัยกลางคนหลังจากได้รับแผ่นป้ายมาดูแล้วพูดว่า “เ้าตามข้ามา ข้าจะพาเ้าไปสถานที่ทำการทดสอบ”
ชายวัยกลางคนเดินนำไป หลิวซิงตามไปในทันที และเอ่ยถามว่า “การทดสอบ ทำไมต้องทดสอบ มันคือการทดสอบอะไร?”
“ศิษย์ทุกคนที่มาใหม่จะต้องได้รับการทดสอบเพื่อเลือกชั้นเรียน มันเป็การทดสอบเพื่อเลือกชั้นเรียนที่เหมาะสม สำนักแห่งนี้มีพื้นที่แบ่งเป็สามระดับ พื้นที่ภายนอกจะเป็ศิษย์ที่มีระดับ กำเนิดลมปราณ พื้นที่ส่วนกลางจะเป็ศิษย์ที่มีระดับ ััิญญา และพื้นที่หลักภายในสำนักแห่งนี้นั้นจะเป็ที่สำหรับ อัจฉริยะอย่างแท้จริงเท่านั้นพวกเขาจะเป็ศิษย์หลักซึ่งก็คือระดับ หลอมิญญา”
ทั้งสองคนก็ได้มาที่อาคารหลังหนึ่ง ภายในเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ มีลูกแก้วใสขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ทางด้านหลังเป็ประตูขนาดใหญ่มีอักษร แปลกๆสลักลงที่ประตูเป็เหมือนวงเวทย์
“นี่เป็ลูกแก้วคริสตัลวัดระดับบ่มเพาะของเ้า ลองเดินไปที่ลูกแก้วแล้วเอามือวางทาบไว้และปล่อยพลังลงไปในนั้น ข้าจะประเมิณเองและจะส่งเ้าไปยังชั้นเรียนที่เหมาะสม”
หลิวซิง ทำตามที่ ฮุ่ยชิวแนะนำ แต่..สายตาของเขานั้นมองไปยังประตูขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลัง
ฮุ่ยชิว เห็นหลิวซิงที่มัวแต่มองประตูด้านหลังอยู่แล้วพูดว่า "นั่นคือประตูแห่งการทดสอบ เป็ประตูมิติประตูถูกสร้างขึ้นโดยท่านเฟิงหวง ท่านเป็ผู้ค้นพบสถานที่แห่งนี้และเป็ผู้ที่ก่อตั้งสำนักหงส์ฟ้าขึ้นมา"
“ผู้ที่เป็ศิษย์ของสำนักแห่งนี้เท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ ภายในจะเป็ด่านการทดสอบความยากก็จะเพิ่มขึ้นในแต่ละด่านๆ หากผ่านด่านได้ก็จะได้รับรางวัลจากด่านนั้นๆกลับมา หากไม่ประมาณตนเองและเข้าไปด่านที่ลึกเข้าไปอีกก็จะต้องตกตายอยู่ข้างใน”
หลิวซิง พยักหน้าตอบรับ และเอามือทาบวางไว้ที่ลูกแก้วคริสตัล จากนั้นเขาหลับตาลงทำสมาธิปล่อยจิตให้ว่างดำดิ่งลึกลงไปภายใน เห็นพลังงานสีดำขนาดเท่าตัวของเขาเอง และดึงพลังทั้งหมดปล่อยออกมาใส่เข้าไปในลูกแก้ว พลังไหลเวียนมายังฝ่ามือและกำลังส่งเข้าไปหาลูกแก้วั์
ทันไดนั้นหลิวซิง นึกคำพูดของเทพัที่เคยบอกว่าอย่าใช้พลังทั้งหมดออกมาไม่อย่างงั้นอาจมีปัญหาตามมาได้ เขาถอนพลังกลับมาและลดลงเหลือ หนึ่งส่วนสิบ และลืมตาขึ้นมามองไปยังลูกแก้ว ไม่มีปฏิกิริยาไดๆแสดงออกมา
ฮุ่ยชิวพูดขึ้นว่า “เ้าได้ใส่พลังลงไปแล้วรึยัง ถ้าเ้ามีพลังระดับ กำเนิดลมปราณ มันก็จะมีแสงสีแดง แสงสีแดงสองดวงก็ระดับกำนิดลมปราณขั้นสอง จนห้าดวงก็ระดับห้า แสงสีส้มคือระดับััิญญา แสงสีทองก็ระดับหลอมิญญา ตั้งใจหน่อยส่งพลังเ้าลงไปได้แล้ว”
หลิวซิง ส่งพลังเพิ่มเข้าไปอีก หนึ่งส่วนสิบ
สองส่วน
สาม.....
ลูกแก้วยักก็ยังไม่ปรากฏแสงสีใดๆ หลิวซิงคิ้วกระตุกด้วยความแปลกใจและส่งพลังเพิ่มเข้าไปอีก สี่ส่วน ห้า หก เจ็ด เม็ดเหงื่อปรากฏบนใบหน้าไหลหยดลงมา เขาเพิ่มพลังเข้าไปอีกมากยิ่งขึ้น
แปดส่วน
เก้าส่วนสิบ .....สิบส่วนสิบ
นี่เป็พลังทั้งหมดของ หลิวซิง มีอยู่ในตอนนี้เขาได้เค้นพลังออกมาทั้งหมดส่งไปยังลูกแก้ว
ลูกแก้วแปล่งแสงออกมาหนึ่งจุด เป็แสงสี.....หลิวซิงถอนมือออกมาจากลูกแก้ว คุกเข่าลงเบื้องหน้าลูกแก้วอย่างเหนื่อยหอบ “นี่ข้าทุ่มพลังทั้งหมดลงไปแล้วนะทำไมถึงได้เพียงแค่แสงสีแดงดวงเดียว” (* '~`*)
ชายหนุ่มใช้พลังงานทั้งหมดส่งผ่านไปยังลูกแก้วแล้วปรากฏเป็แสงสีแดงเพียงดวงเดียวเท่ากับว่าเขาในตอนนี้นั้นอยู่ระดับขั้นแรกของกำเนิดลมปราณ เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเทพัจึงบอกว่าถ้าไม่จำเป็ห้ามแสดงพลังให้ใครเห็นเขาก็นึกว่าตัวเขาเองจะเทพเก่งกาจมากมายหรือพลังเยอะกว่าคนทั่วไปขนาดไหน ที่ไหนได้พลังลมปราณกลับอยู่ในขั้นแรกสุดของผู้ฝึกยุทธเลย
กำเนิดลมปราณ ััิญญา หลอมิญญา แต่ละระดับแบ่งเป็ขั้นย่อยห้าขั้น