การเปลี่ยนแปลงที่เหนือธรรมชาตินี้ทำให้จางหลินหันไปเอ่ยถามด้วยความฉงน “แม่นางหนี่ เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
“เจ้าอยู่ที่นี่มาทั้งคืน เจ้าไม่รู้อะไรเลยงั้นหรือ?” หนี่ซวงควรจะเป็นคนถามคำถามนี้มากกว่า เพราะคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจางหลิน
แต่สุดท้ายจางหลินก็ส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า การแสดงออกของเขาจริงใจพอที่จะบอกได้ว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน
หนี่ซวงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ช่างมันเถอะ ค่อยให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆตรวจสอบสาเหตุกันอีกที ตอนนี้ผู้อาวุโสเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบแล้ว เจ้ารีบไปอาบน้ำ ข้าจะรอเจ้าที่นี่”
จางหลินพยักหน้าอย่างเงอะๆงะๆ ก่อนจะกลับเข้าสู่ตำหนัก
หลังจากผ่านไปไม่นาน จางหลินก็ก้าวออกมาจากตำหนักด้วยเครื่องแบบของตระกูลหนี่
เขาสวมชุดคอจีนแขนยาวสีขาวสะอาดสะอ้าน โดยมีตราประจำตระกูลหนี่ถูกเย็บปักไว้บริเวณแขนเสื้อ ให้ความรู้สึกที่เป็นทางการกว่าชุดซอมซ่อก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
หนี่ซวงลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “พออาบน้ำแล้วเจ้าก็ดูดีใช้ได้”
“ตามข้ามา” หนี่ซวงยิ้มและจูงมือจางหลินวิ่งปรี่ตรงไปยังลานกว้างที่ตั้งอยู่ใจกลางตระกูลหนี่อย่างรีบร้อน
.
.
.
~ ลานกว้างตระกูลหนี่ ~
เบื้องหน้าลานกว้างฝึกซ้อมมีร่างของฝูงชนมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า 30 คน
พวกเขาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มาเพื่อการทดสอบ หมายที่จะได้กลายเป็นผู้ติดตามของหนี่ซวงในการเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดารา
กลุ่มคนเหล่านี้ต่างก็มองผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเป็นศัตรู เพราะตำแหน่งผู้ติดตามของหนี่ซวงมีเพียงแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น
ด้วยเหตุผลบางประการ ผู้ติดตามของหนี่ซวงคนก่อนหน้าได้ถูกขับไล่ออกไปจากตระกูล ดังนั้นเหล่าผู้อาวุโสจึงมีมติเห็นชอบว่าจะต้องมีการคัดเลือกผู้ติดตามคนใหม่ให้แก่หนี่ซวงในวันนี้
ขณะเดียวกันด้านหน้าสุดของลานกว้าง มีร่างของคนสามคนยืนเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ
คนแรกคือชายวัยกลางคนผมสั้นในอาภรณ์สีม่วงทอง ที่ปราดตามองเยาวชนและกำลังประเมินด้วยสายตา
ข้างกายคือชายชราที่มีผมสีเงินยาวสลวยที่กำลังพลิกตำราอ่านฆ่าเวลา เขาดูจะไม่ได้ใส่ใจการทดสอบในครั้งนี้มากนัก ประหนึ่งว่าไม่มีผู้ใดควรค่าแก่การจับตามอง
อีกด้านคือชายวัยกลางคนผมยาวที่สวมชุดคลุมสีม่วง ใบหน้าของเขาดูจะเป็นมิตรมากที่สุดในบรรดาผู้อาวุโสทั้งสาม
ชายวัยกลางคนนามหนี่ซุนฉิงหันไปกล่าวถามแก่ชายวัยกลางคนผมสั้นราวกับต้องการขอความเห็น “พี่เหอ ท่านคิดว่าใครในที่นี้พอจะมีคุณสมบัติในการติดตามคุณหนูน้อยได้บ้าง?”
หนี่เหอที่กำลังจ้องมองกลุ่มเยาวชนก็พลันหยุดสายตาที่ร่างของชายหนุ่มอาภรณ์สีชาดที่กำลังแบกกระบี่ไว้ข้างกาย ก่อนที่เขาจะแสดงความคิดเห็น “ในความคิดของข้า หงเสี้ยวเทียนคงจะมีภาษีดีที่สุดในบรรดาทุกคนที่อยู่ที่นี่”
“หงเสี้ยวเทียน?” หนี่ซุนฉิงพึมพำ เขามองไปยังชายที่ชื่อหงเสี้ยวเทียน ก่อนจะยิ้มออกมา “หากข้าจำไม่ผิดเขาคือบุตรชายของเจ้าเมืองหงจากเขตเมืองชั้นนอกใช่หรือไม่?”
หนี่เหอพยักหน้าเบาๆ “หงเสี้ยวเทียนมีคุณสมบัติที่เพรียบพร้อมทุกอย่าง หากเมื่อหกเดือนก่อนเขาไม่ได้พลาดท่าให้แก่จิ่วโหยว เขาคงจะเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุดที่ตระกูลหนี่จะสามารถทำสัญญาด้วยได้... ส่วนคนอื่นๆไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดใจมากนัก”
แต่จู่ๆ หนี่ซุนฉิงกลับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และป้องมือกระซิบเบาๆ “ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่รู้เกี่ยวกับผู้สมัครคนสุดท้ายใช่หรือไม่?”
“ผู้สมัครคนสุดท้าย?” หนี่เหอและชายชราที่กำลังอ่านตำรานามหนี่หลงถิงเหลือบมองหนี่ซุนฉิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หนี่ซุนฉิงหัวเราะเบาๆก่อนจะกล่าวกระซิบ “ข้าได้ยินมาจากท่านประมุขน้อยว่า เมื่อคืนนี้คุณหนูน้อยได้นำชายหนุ่มคนหนึ่งกลับมาที่ตระกูลหนี่ และนางยังยกระดับเลื่อนขั้นให้ชายผู้นั้นเป็นผู้ถือครองหยกสีเขียวไปแล้วด้วย”
“เอ๊ะ! มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วยงั้นรึ?” หนี่เหอยิ่งทวีความอยากรู้อยากเห็นว่าผู้สมัครคนสุดท้ายเป็นใครกันแน่ เหตุใดคนผู้นั้นถึงได้รับความโปรดปรานจากหนี่ซวงมากถึงขนาดนี้
ทันใดนั้นทุกคนในลานกว้างก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งเข้ามา ตามมาด้วยเสียงที่คุ้นเคยของหนี่ซวงดังขึ้น
“ลุงรอง ลุงสี่ ลุงห้า ข้าพาผู้สมัครคนสุดท้ายมาแล้ว”
จากนั้นพวกเขาก็มองเห็นร่างของหนี่ซวงที่วิ่งเข้ามาในลานกว้าง และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คือนางกำลังดึงแขนของใครบางคนมากับนางด้วย
การปรากฏตัวของหนี่ซวงทำให้ชายหนุ่มทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองอย่างเพ้อฝัน
แต่ทันทีที่เห็นว่านางกำลังควงแขนใครบางคนมา ใบหน้าของชายหนุ่มเหล่านี้ก็มืดลงราวกับสีของขี้เถ้าในทันที
ทุกสายตาจ้องมองไปที่จางหลินราวกับว่าต้องการจะกลืนกินเขาทั้งเป็น!
แม้แต่หนี่เหอ หนี่ซุนฉิงและหนี่หลงถิงก็ยังต้องอ้าปากค้าง ที่เห็นว่าคุณหนูน้อยของพวกเขาทำตัวสนิทสนมกับชายหนุ่มแปลกหน้าถึงขนาดนี้
นั่นทำให้พวกเขาหันมามองหน้ากันด้วยความมึนงงและสับสนอย่างถึงที่สุด
จางหลินที่มาถึงลานกว้างก็ปราดตามองไปรอบๆโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะพบเข้ากับสายตาที่ไม่เป็นมิตรจากทุกด้าน
ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะกำลังอิจฉาริษยาที่เขาได้ใกล้ชิดกับคุณหนูน้อยของตระกูลหนี่
แต่จางหลินไม่ได้สนใจ จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การช่วงชิงตำแหน่งที่จะได้ใกล้ชิดสตรี แต่มันคือโอกาสที่เขาจะได้รับในการเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดาราทางอ้อม
เมื่อหนี่ซวงมาจนถึงด้านหน้า นางก็ปล่อยมือจากจางหลินพลันผายมือแนะนำตัว “ลุงรอง ลุงสี่ ลุงห้า เขาคือหยุนเฟยหยาง ผู้สมัครคนสุดท้าย”
จากนั้นนางก็มองจางหลินและแนะนำผู้อาวุโส “เฟยหยาง ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก คนทางนี้คือลุงเหอ คนนี้คือลุงซุนฉิงและสุดท้ายคือลุงหลงถิง พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้อาวุโสสาขาหลักของตระกูลหนี่ที่จะมาทดสอบเจ้าในวันนี้”
จางหลินไม่ได้ทำตัวเสียมารยาท เขาประสานมือคำนับอย่างเรียบง่าย “หยุนเฟยหยางคารวะผู้อาวุโส”
“เอ่อ...สหายตัวน้อยสุภาพเกินไป” หนี่เหอประสานมือหัวเราะแห้งๆและเริ่มที่จะทำตัวไม่ถูก
เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจางหลินและหนี่ซวงมีความสนิทสนมกันในระดับใดกันแน่
แต่กลับกันหนี่หลงถิงกลับขมวดคิ้วเมื่อมองไปยังจางหลิน
แม้มองจากที่ไกลๆ จางหลินจะดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาที่ไม่มีพิษสงอะไร แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้เลยก็คือแรงกดดันอันมหาศาลที่เปรียบเสมือนกับภูเขาไท่!
เขาแน่ใจว่าหากจางหลินปลดปล่อยเจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกมา จะไม่มีเยาวชนใดในที่แห่งนี้สามารถปราบปรามเขาได้เลย
บางทีคนผู้นั้นอาจจะสูญเสียความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขาไปโดยสิ้นเชิง
หยุนเฟยหยางคนนี้ไม่ธรรมดา!
หนี่ซุนฉิงกระแอมเบาๆด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร ก่อนจะเกริ่นเข้าการทดสอบ “อะแฮ่มๆ ในเมื่อผู้สมัครมากันครบแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้าจะเริ่มการทดสอบในทันที”
หนี่ซวงที่ได้ยินก็พยักหน้า นางหันไปหาจางหลินพลางให้กำลังใจ “ข้าจะคอยดูเจ้าอยู่ห่างๆ ทำให้ดีที่สุด”
จางหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ขณะที่หนี่ซวงให้กำลังใจแก่จางหลิน ความอิจฉาริษยาและความไม่พอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มทั้งหลาย
พวกเขาเองก็อยากจะมีช่วงเวลาที่ดีแบบนั้นเหมือนกัน
บัดนี้ศัตรูเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาก็คือจางหลิน!
ด้วยคำสั่งของหนี่หลงถิง ผู้สมัครทั้ง 32 คนก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดาน โดยที่รอบๆข้างมีกลุ่มคนจากตระกูลหนี่มายืนดูการทดสอบด้วยเช่นกัน
ณ อาคารหรูหราชั้นที่สาม ที่ริมระเบียงมีร่างชายวัยกลางคนที่มีใบหน้ายินดีค่อยๆก้าวออกมา และมองลงไปยังผู้สมัครเบื้องล่างด้วยสายตาที่คาดหวัง “น่าสนใจ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนมาสมัครเป็นผู้ติดตามของซวงซวงมากขนาดนี้”
จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าจากด้านหลังชายวัยกลางคน เผยให้เห็นร่างของหนี่เหิงเหยียนเทียบเคียงกันมา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ท่านพ่อ ไม่คิดเลยว่าท่านจะสนใจเรื่องผู้สมัครด้วย”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมสีม่วงยิ้มเล็กยิ้มน้อย “ซวงซวงถึงกับนำชายหนุ่มคนนั้นมาด้วยความตั้งใจของตนเอง หากข้าไม่มาดูให้เห็นกับตาก็อาจจะเป็นการเสียมารยาท”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายวัยกลางคนผู้นี้คือประมุขไร้เทียมทานของตระกูลหนี่
หนี่หุนลั่ว