ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 145 : ใยที่มองไม่เห็น

    จารึกที่ 145 : ใยที่มองไม่เห็น : ความลับในกล่องทมิฬ 


    แสงเทียนในห้องใต้ดินของเรือนไผ่ม่วงสั่นไหววูบวาบตามแรงลมหายใจที่ตื่นเต้นของชายหนุ่ม กลิ่นอายของสมุนไพรและหินวิญญาณที่กองอยู่บนโต๊ะหินส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้มัวเมา นี่คือกลิ่นของความมั่งคั่งที่อาเจียหลงใหลที่สุด


    หลังจากกลับมาจากภารกิจ "ทวงหนี้" ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิว อาเจียก็รีบมุดลงห้องใต้ดินทันที สั่งให้เจ้าสัวปิดผนึกทางเข้าออกทุกทาง และกางม่านอักขระพรางตาซ้อนทับกันถึงสามชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการ "นับของโจร"


    "หนึ่ง... สอง... สาม..."


    อาเจียหยิบหินวิญญาณระดับกลางก้อนเท่ากำปั้นออกมาวางเรียงกัน ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าแสงเทียน


    "หินวิญญาณระดับกลางห้าสิบก้อน! ...เทียบเท่าหินระดับต่ำห้าพันก้อน! นี่มันรวยเละ! รวยกว่าทำภารกิจทั้งปีอีก!"


    เขาหันไปหยิบกล่องไม้จันทน์หอมที่บรรจุ "โสมโลหิต" อายุร้อยปีขึ้นมาสูดดมกลิ่น


    "โสมโลหิตสิบต้น... เอาไปปรุงยา 'บำรุงเลือดมังกร' ได้สบายๆ หรือถ้าเอาไปขายที่ตลาดมืด ก็ได้ราคาไม่ต่ำกว่าสองพันแต้ม!"


    "เก่งมาก! เก่งที่สุดในสามโลก!"


    อาเจียหันไปอุ้ม เจ้าถุงเงิน (แมงมุมเงาจันทรา) ขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ที่กระดองหลังสีเงินมันวาวของมัน


    "เจ้าคือตัวนำโชคของข้าจริงๆ! ...คืนนี้ข้าจะให้รางวัลเจ้าเป็น 'แกนอสูรธาตุหมอก' ที่ข้าเก็บไว้ กินให้พุงกางไปเลย!"


    เจ้าถุงเงินส่งเสียง จี๊ด อย่างดีใจ ขาแปดข้างขยับไปมาอย่างร่าเริง มันรู้ดีว่านายท่านของมันถึงจะงกกับคนทั้งโลก แต่กับพวกพ้อง (ที่ทำประโยชน์) นายท่านใจป้ำเสมอ


    [ นายท่าน... ]


    เสียงทุ้มต่ำของ เจ้าสัวทมิฬ ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความสุข


    เจ้าสัวยืนตระหง่านอยู่มุมห้อง ร่างหยกทมิฬดูเคร่งขรึม ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองไปที่วัตถุชิ้นสุดท้ายที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ


    [ ข้ามิได้อยากขัดความสำราญของท่าน... แต่กล่องไม้สีดำใบนั้น... มีกลิ่นอายที่ข้าไม่ชอบใจเอาเสียเลย ]


    อาเจียหุบยิ้มทันที เขาหันไปมอง "กล่องไม้สีดำสนิท" ที่เจ้าถุงเงินคาบติดมาด้วย


    กล่องใบนี้ทำจาก "ไม้ทมิฬร้อยปี" ที่มีคุณสมบัติกักเก็บพลังงาน แต่สิ่งที่น่าขนลุกคือ "ตัวล็อก" ของมัน ไม่ใช่แม่กุญแจธรรมดา แต่เป็น "ยันต์กระดาษสีเลือด" ที่แปะทับรอยต่อของฝากล่องไว้ ยันต์นั้นเขียนด้วยอักขระที่บิดเบี้ยวและแผ่รังสีอำมหิตออกมาจางๆ


    "ยันต์ผนึกวิญญาณ..." อาเจียหรี่ตาลง วิเคราะห์ด้วยความรู้จากคัมภีร์หมื่นอักขระ


    "แถมยังเป็นรูปแบบ 'ผูกพันโลหิต' ...ถ้าใครที่ไม่ใช่เจ้าของพยายามเปิดมัน ยันต์จะระเบิดทำลายของข้างในทันที และอาจจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปที่เจ้าของด้วย"


    "ฉลาดนักนะตระกูลหลิว..." อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก


    "แต่เสียใจด้วย... กฎเกณฑ์ตื้นเขินพวกนี้ ใช้ไม่ได้ผลกับ 'ผู้เก่งกาจแบบข้า' หรอกนะ"


    อาเจียยื่นมือขวาออกมา เรียก "พู่กันนิรันดร์" ให้ปรากฏขึ้น


    ทันทีที่สัมผัสลมปราณ ด้ามไม้เก่าๆ ก็เปลี่ยนสภาพเป็น "โลหะสีดำทมิฬ" และปลายขนพู่กันก็เปลี่ยนเป็น "เส้นใยเงิน" ที่เปล่งแสงสีทอง "จางๆ" เพียงพอให้เห็นแค่ในระยะประชิดเท่านั้น


    "เจ้าสัว... กางม่านพลังป้องกันสูงสุด เตรียมรับแรงกระแทก"


    [ น้อมรับบัญชา... ]


    เจ้าสัวก้าวมายืนบังหน้าอาเจียครึ่งตัว แขนซ้ายสีดำขยายขนาดขึ้นเล็กน้อย เตรียมพร้อมดูดกลืนพลังงานหากเกิดการระเบิด


    อาเจียสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิไปที่ปลายพู่กัน


    เขาไม่ได้จะ "ทำลาย" ยันต์ เพราะนั่นจะทำให้เกิดสัญญาณเตือน


    แต่เขาจะ "เขียนทับ" และ "บิดเบือน" โครงสร้างของมัน!


    (ในใจ: ด้วยอำนาจแห่งสูญตา... กฎเกณฑ์ทั้งมวลจงแปรเปลี่ยน!)


    "จงขาดสะบั้น..." เขาจรดปลายพู่กันสีเงินลงบนปมเชือกโลหิตอย่างแผ่วเบา


    ปลายพู่กันตวัดลงไปบนยันต์สีเลือดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ


    อาเจียเขียนอักขระ "หลอกลวง (Wei - 伪)" ซ้อนทับลงไป ตามด้วยอักขระ "ปลด (Jie - 解)"


    วิ้ง!


    ตัวอักษรสีเลือดบนยันต์บิดเบี้ยวไปมาเหมือนงูโดนไฟลน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทอง และ...


    ฟุ่บ...


    ยันต์กระดาษหลุดร่วงลงจากกล่องอย่างนิ่มนวล โดยไม่มีการระเบิด หรือการแจ้งเตือนใดๆ!


    "เรียบร้อย..." อาเจียปาดเหงื่อ "หมูๆ"


    เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดฝากล่องไม้สีดำ...


    แกร๊ก...


    ภายในกล่องบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงสด


    และสิ่งที่วางอยู่ข้างใน... ไม่ใช่สมบัติล้ำค่า ไม่ใช่เคล็ดวิชาสุดยอด


    แต่เป็น "สมุดบัญชีปกหนังสีดำ" เล่มหนา และ "ป้ายหยกสีเลือด" หนึ่งชิ้น


    อาเจียหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดอ่าน


    หน้าแรกๆ เป็นรายการค้าขายทั่วไปของตระกูลหลิว... ข้าวสาร, ผ้าไหม, แร่เหล็ก...


    แต่เมื่อพลิกไปถึงหน้ากลางๆ... รายการสินค้าเริ่มเปลี่ยนไป


    > ...เดือนห้า ปีมะเส็ง : ส่งมอบ 'แร่ทมิฬ' จำนวน 500 ชั่ง ให้แก่ หุบเขามารโลหิต...


    > ...แลกเปลี่ยนกับ : 'ยาเม็ดบ้าคลั่ง' จำนวน 200 เม็ด และ 'คัมภีร์มารดูดดาว (ฉบับคัดลอก)'...


    > ...เดือนเจ็ด : ส่งมอบ 'ศิษย์สายนอกที่มีธาตุหยินบริสุทธิ์' จำนวน 10 คน (ระบุสถานะ: หายสาบสูญ)...


    มือของอาเจียสั่นระริก ยิ่งอ่าน ใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือด


    "นี่มัน..." เสียงของเขาแหบแห้ง "ค้าของเถื่อนกับพรรคมาร... แถมยังค้ามนุษย์? ส่งศิษย์ในสำนักตัวเองไปเป็นเครื่องสังเวย?"


    เขาหยิบ "ป้ายหยกสีเลือด" ขึ้นมาดู


    บนป้ายสลักรูป "หัวกะโหลกที่มีงูเลื้อยผ่านตา" ...สัญลักษณ์ของ "พรรคเงาโลหิต" ศัตรูคู่อาฆาตของสำนักหมึกวารี!


    "เรื่องใหญ่แล้ว..." อาเจียกลืนน้ำลายเอือกใหญ่


    "ข้ากะจะแค่ขโมยตังค์... ไหงกลายเป็นว่าข้ามากุมความลับระดับ 'กบฏ' ของตระกูลใหญ่เข้าให้แล้ว!"


    [ นายท่าน... ] เจ้าสัวกล่าวเสียงเครียด [ ข้อมูลนี้... อันตรายยิ่งกว่าระเบิดเพลิง... หากตระกูลหลิวรู้ว่าเรามีสิ่งนี้... พวกมันจะไล่ล่าเราจนสุดขอบนรกแน่นอน ]


    "ข้ารู้..." อาเจียกัดฟัน สมองคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว


    "ถ้าเอาไปส่งให้สำนักตอนนี้... ข้าอาจจะได้รางวัลความดีความชอบ... แต่ตระกูลหลิวมีรากฐานลึกซึ้ง อาจจะมีผู้อาวุโสบางคนหนุนหลังอยู่ ถ้าข้าเปิดเผยตัว ข้าอาจจะโดนเก็บก่อนจะได้รางวัล"


    "ทางที่ดีที่สุดคือ... เก็บมันไว้เป็น 'ไพ่ตาย'"


    อาเจียตัดสินใจเด็ดขาด


    "เราจะทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น... เก็บของพวกนี้ไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนสมบัติอื่นๆ ก็ค่อยๆ ทยอยเอามาใช้"


    เขาปิดสมุดบัญชี แล้วเก็บมันพร้อมป้ายหยก ลงใน "กล่องซ้อนกล่อง" ที่ลงอักขระปิดผนึกซ้ำอีกสามชั้น แล้วฝังไว้ใต้พื้นดินลึกสองเมตร โดยมีเจ้าสัวช่วยตบตาดินให้เนียนสนิท


    "เอาล่ะ... ทีนี้ก็มาวางระบบป้องกันเรือนกันหน่อย"


    อาเจียหันไปหาเจ้าถุงเงิน


    "เจ้าถุงเงิน... ได้เวลาโชว์ของแล้ว... ข้าอยากให้เจ้าวาง 'กับดักใยไร้สภาพ' รอบเรือนไผ่ม่วง เอาให้แน่นหนาชนิดที่ว่า แมลงวันบินผ่านยังปีกขาด!"


    เจ้าแมงมุมเงาจันทราพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น


    มันกระโดดออกจากห้องใต้ดิน ขึ้นไปสู่โลกภายนอก


    ภายใต้แสงจันทร์... มันเริ่มชักใย


    เส้นใยที่มองไม่เห็นถูกถักทอประสานกันเป็นเครือข่ายมรณะ ครอบคลุมทั้งประตู หน้าต่าง และทางเดินรอบเรือน


    มันไม่ใช่แค่กับดัก... แต่มันคือ "อาณาเขตสังหาร" ที่ราชันแห่งเงามืดตัวน้อยสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเจ้านาย


    อาเจียมองดูผลงานผ่านเนตรอักขระ แล้วยิ้มมุมปาก


    "ใครที่กล้าบุกมาพรุ่งนี้... จะได้รับบทเรียนราคาแพง!"


    คืนนั้น... แสงไฟในเรือนไผ่ม่วงดับลง


    แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ความเงียบสงบนั้น มีดวงตาสามคู่ (หนึ่งคน หนึ่งหุ่น หนึ่งแมงมุม) กำลังจ้องมองความมืดอย่างตื่นตัว เตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในรุ่งสาง

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน