เสียงของชายวัยกลางคนแหบแห้งอย่างมากเขาสวมชุดสีทอง แก้มตอบ ผอมแห้งราวกับผีดิบ ถือกระบี่สีทองไว้ในมือกระบี่ปราณได้ลอยออกไปทุกทิศทางจนทำให้ผู้คนต่างก็พากันตกใจ
ชายวัยกลางคนมองไปที่พู่กันและพูดขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น“ ไม่อาจจะต้านการโจมตีของข้าได้ ข้าเดาว่ามันคงได้รับความเสียหายมา แต่แม้ว่าจะเป็นสมบัติจิตที่เสียหายแต่ก็ยังถือว่าเป็นสมบัติที่หายากหากข้าได้มันมาละก็...”
ในตอนที่พูดอยู่นั้นเขาก็ก้าวออกมาและพุ่งเข้าไปหาพู่กันชายคนนี้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ หยางเฉินเห็นชายวัยกลางคนพุ่งเข้าไปหาพู่กันก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เถาเถาได้ส่งข้อความเข้ามา“ เสี่ยวหยาง ไม่ต้องกังวล เขาไม่อาจจะยึดครองข้าได้ !”
ซู่ ! เมื่อเถาเถาส่งข้อความมาหาหยางเฉินเสร็จ เขาก็ควบคุมพู่กันให้ลอยขึ้นแล้วหมุนตัวกลับก่อนจะพุ่งเข้าหาชายวัยกลางคน
“แค่สมบัติจิตแต่กลับดื้อด้านเช่นนี้ ความกล้านี่มากมายจริงๆ !” ชายวัยกลางคนฮึดฮัดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชากระบี่ถูกฟันออกไปอย่างต่อเนื่อง กระบี่ของเขาได้แทงออกไปพร้อมกับลมที่พัดไม่หยุดตอนที่กระบี่ถูกแทงออกไปนั้น มันก็เหมือนจะทำให้ลมพัดไปด้วย
ที่นั่นปกคลุมไปด้วยลมกระบี่ทองของชายวัยกลางคนเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับสายลมไม่ว่าลมจะผ่านไปที่ไหนก็มีกระบี่แทงออกไปด้วยตอนนั้นกระบี่ปราณได้พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อพู่กันอยู่ในพายุนั้นมันก็ราวกับรายล้อมไปโดยกระบี่ปราณ กระบี่ปราณนับไม่ถ้วนได้ฟันเข้ามาไม่นานพู่กันก็โดนฟันนับครั้งไม่ถ้วน พร้อมกับประกายไฟที่กระเด็นออกมา
“ แข็งดีจริงๆ !” ชายวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนไปจักรวรรดิแดวูเองก็มีสมบัติจิตเช่นกัน แต่หากพูดถึงระดับความแข็งเพียงอย่างเดียวแล้วมันอาจจะไม่ดีเท่ากับพู่กันตรงหน้านี้
‘ บัดซบเด็กน้อยขอบเขตราชาอย่างเจ้า ข้าเคยฆ่ามาแล้วนับไม่ถ้วน แค่มดปลวกอย่างเจ้าคิดจะสยบข้ารึ ?ข้าสาบานว่าหากได้ความแข็งแกร่งกลับคืนมา ข้าจะทำลายพวกเจ้าให้สิ้นซาก ! ‘ เถาเถาโกรธจัด หน้าของเขาซีดเซียว ในใจสบถออกมาด้วยความโกรธ
หลังจากที่สบถออกมาได้ไม่นานเถาเถาก็ได้ใช้ลูกบอลปราณทั้งหมดที่มี พลังได้สูบฉีดเข้าไปในพู่กัน ในพริบตาอักษรสีม่วงก็ได้ไหลออกมาก่อตัวเป็นอักษรเก่าแก่นับไม่ถ้วน
พู่กันลอยอยู่ในอากาศมันฟันออกไปเป็นพันๆครั้ง ด้วยการฟันของพู่กันนั้นก็ทำให้ปราณได้ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนก่อตัวเป็นอักษรสีม่วง อักษรแต่ละตัวนั้นมีพลังที่น่ากลัวแผ่ออกมา
ในหมู่อักษรทั้งหมดนั้นอักษรขนาดใหญ่ 4 ตัวก็ได้รวมกันเป็นคำว่า ‘สรรค์สร้าง’ ก่อนที่แสงสีม่วงจะส่องประกายออกมาให้แสงสว่างไปทั่วทุกทิศทาง
อักษรนับไม่ถ้วนได้กระจายไปโดยรอบชนเข้ากับพายุรอบตัวพลังงานในอักษรระเบิดออกมาจนทำให้เกิดควันและพลังงานที่แผ่ออกมาโดยรอบ ทำลายพายุรอบตัวของมัน
ปัง ! กระบี่ทองในมือของชายวัยกลางคนสั่นไหวอย่างรุนแรงเขาต้องถอยกลับมา 3 ก้าวเพราะการระเบิดนี้
ตอนที่ชายวัยกลางคนถอยกลับมานั้นอักษรทั้งสี่ตัวก็ได้รวบรวมปราณมากขึ้นเรื่อยๆ พลังในอักษรทั้งสี่นั้นถึงกับทำให้มิติบิดเบี้ยวไปราวกับจะพังลงตอนไหนก็ได้
‘ เป็นไปได้อย่างไรกัน? มันเสียหายมาไม่ใช่รึ ? ’สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไป หลังจากที่หน้าถอดสีได้ไม่นาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดออกมาการโจมตีระดับนี้ไม่เพียงพอที่จะเป็นอันตรายกับเขาได้
ฟรืบฟรึบ...เขารีบถอยกลับมา ในเวลาเดียวกันก็ฟันกระบี่ในมือออกไปการฟันแต่ละครั้งนั้นสร้างพายุพร้อมกับกระบี่ปราณขึ้นมา มันถึงกับรวมตัวกับพายุพายุเร็วแค่ไหน กระบี่ปราณก็เร็วเท่านั้น ไม่ว่าพายุจะไปที่ไหนกระบี่ปราณก็ไปที่นั่น
พายุนับไม่ถ้วนได้เข้าครอบคลุมอักษรทั้งสี่เอาไว้กระบี่ปราณในพายุนั้นทรงพลังอย่างมาก
ปัง ! พายุและอักษรทั้งสี่ได้ปะทะกัน อักษรทั้งสี่ระเบิดออกคลื่นพลังงานกระจายออกมาโดยรอบพร้อมกับทำลายพายุรอบตัว ส่วนพลังที่เหลือยังแผ่มาถึงชายวัยกลางคนต่อ
คลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามานี้ได้สร้างพายุขึ้นมาด้วยใบไม้และกิ่งไม้โดยรอบโดนทำลายไปในพริบตา เสื้อผ้าของทุกคนที่อยู่ที่นั่นฉีกขาดและปลิวว่อนไปอย่างต่อเนื่องลมนี้ราวกับพายุใบมีดที่เข้าเฉือนพวกเขา
‘ นี่มันสมบัติแบบไหนกัน ! ’ ชายวัยกลางคนตาเป็นประกายขึ้นมา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเอาพู่กันอันนี้มาครองให้ได้
เขาไม่รู้ว่านี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดหลังจากที่พู่กันดูดซับลูกบอลปราณเข้าไปเมื่อไม่มีลูกบอลปราณคอยสนับสนุน งั้นพลังของพู่กันก็จะลดลงไปอย่างมาก
เมื่อเห็นคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาชายวัยกลางคนก็ได้ฟันกระบี่ออกไปสร้างพายุขึ้น พายุได้เข้าล้อมตัวเขากับหยูเหวินยีเอาไว้กันคลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามา
“ เสี่ยวหยางรีบหนี เมื่อไม่มีลูกลูกบอลปราณ เราก็ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ !” พู่กันบินเข้าไปหาหยางเฉินพร้อมกับเถาเถาที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวล
“ ไม่ลั่วปิงยังอยู่ในถ้ำ เราไม่อาจจะหนีไปได้ เมื่อไม่มีลูกบอลปราณ พวกมันก็จะตามเราทันในไม่ช้า”หยางเฉินไม่อยากจะหนี เมื่อไม่มีพลังจากลูกบอลปราณแล้ว ความเร็วของพู่กันก็จะลดลงไปอย่างมากมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากชายวัยกลางคนคนนี้ได้
ในพริบตาพายุรอบตัวของชายวัยกลางคนและหยูเหวินยีก็ได้หายไปเผยให้เห็นร่างของทั้งสองจากนั้นชายวัยกลางคนก็ฮึดฮัดออกมา “ เด็กน้อย เจ้าไม่คู่ควรกับสมบัติจิตหากเจ้าส่งมันมาให้ข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า !”
สีหน้าของหยูเหวินยีเปลี่ยนไปไม่นานเขาก็กลับมาเยือกเย็นดังเดิม เขาไม่อยากจะปล่อยหยางเฉินไป แต่ก็ไม่อาจจะขัดคำสั่งของอาจารย์ได้ดังนั้นเขาจึงได้แต่เงียบ
“เจ้าคิดว่าข้าจะเก็บเอาคำพูดของเจ้ามาคิดงั้นรึ ? หากข้าส่งมันให้กับเจ้าจริงๆเจ้าอาจจะฆ่าข้าก็ได้ ?” หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดออกมา ในตอนนั้นเขาได้แต่ต้องถ่วงเวลาเอาไว้
“ ข้า หยวนชีไม่คิดจะหลอกเด็กน้อยอย่างเจ้าหรอก เจ้าน่าจะรู้ว่าหากข้าอยากจะแย่งมันมาเจ้าคงไม่อาจจะต่อต้านได้” หยวนชีมองไปที่หยางเฉินเขาเหมือนไม่อยากจะใช้กำลังแย่งพู่กันมา จนกว่าจะไม่มีทางเลือกจริงๆ
‘ ทำไมข้าช่างโชคร้ายเยี่ยงนี้เจอกับคนขอบเขตราชาถึงสองคนในวันเดียวกัน พวกนี้ต่างก็เป็นคนระดับสูงพวกเขามาทำอะไรที่นี่กัน ? ‘ หยางเฉินยิ้มออกมาอย่างขมขื่นขอบเขตราชานั้นคือตัวตนที่เขาได้แต่เงยหน้ามอง แม้ว่าเขาจะพึ่งพลังของพู่กัน แต่ก็ไม่อาจจะหนีได้
“ เด็กน้อยเจ้าคิดดูดีๆ หากเจ้าส่งสมบัติจิตให้กับข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า !” หยวนชีพูดขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนที่หยางเฉินจะได้พูดนั้นเถาถาก็พูดขึ้นมา “ เสี่ยวหยาง ส่งข้าให้เขาเถิด เมื่อไหร่ที่เขาเผลอข้าจะรีบจัดการเขา ถึงเขาจะไม่ตายแต่ก็คงบาดเจ็บหนัก”
หยางเฉินไม่คิดจะรับปากกับเถาเถาเพราะเขาไม่กล้าที่จะเสี่ยง หยวนชีเองก็ไม่ใช่คนโง่เขาจะไม่ระวังตัวจากเถาเถาได้อย่างไร
“ ข้าตั้งใจจะนำสมบัติจิตนี้ให้กับหัวหน้ากองหากผู้อาวุโสหยวนชีต้องการมัน บางทีท่านอาจจะต้องมีเรื่องกับหัวหน้ากอง” หยางเฉินยิ้มออกมา“ สำหรับว่าหัวหน้ากองร้อยจะตกลงรึไม่นั้น ข้าไม่อาจจะรับรองได้”
“ เด็กน้อยเจ้าคิดจะใช้ไป่เซียวเทียนมาข่มขู่ข้ารึ ?” หยวนชีฮึดฮัดออกมา “เมื่อข้าต้องการสิ่งใด ไป่เซียวเทียนก็ไม่กล้า
ขัด !”
หยวนชีพูดจบก็มีชายชุดขาวเดินเข้ามาในป่าแล้วหัวเราะออกมา“ หยวนชี เจ้าใจกล้าดีจริงๆ เจ้าคิดจริงๆรึว่าข้า ไป่เซียวเทียนจะกลัวจักรวรรดิแดวูของเจ้า ?”
ไป่เซียวเทียนมาจริงๆ!
‘หากสองคนนี้สู้กันเอง บางทีข้าอาจจะหนีไปได้ !‘ หยางเฉินแอบหัวเราะดีใจ
‘ คนที่มานี่ กลับเป็นคนที่ใช้การรับรู้ค้นหาเราเมื่อก่อนหน้านี้ ’เถาเถาในพู่กันเห็นไป่เซียวเทียนก็คิดถึงการรับรู้ที่เขารู้สึกได้ก่อนหน้านี้
“ไป่เซียวเทียน อาวุธจิตนี่เป็นของจักรวรรดิแดวู เจ้าคิดจะแย่งมันไปรึ?”หยวนชีไม่คิดจะไว้หน้าไป่เซียวเทียน นี่เป็นความจริง เพราะหน่วยเซียวเทียนนั้นไม่อาจจะเทียบกับจักรวรรดิแดวูได้เลย
“ ข้าเกลียดคำข่มขู่มากที่สุดเมื่อเจ้าอยากแย่งสมบัติจิตไป ข้าคงไม่อาจจะปล่อยให้เจ้าชิงมันไปได้”ในตอนที่พูดนั้น ไป่เซียวเทียนก็ทะยานลงมาที่พื้นทันที “ ยิ่งไปกว่านั้นสมบัติจิตนี่ก็อยู่ในมือของคนหน่วยเซียวเทียนของข้า มันคือของหน่วยเซียวเทียน”
หยวนชีฮึดฮัดออกมา “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามีความสามารถพอที่จะชิงมันไปได้รึ? นี่ไม่ต้องพูดถึงการที่เจ้าได้มันไปเลย ถึงเจ้าจะได้มันไป แต่เจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรักษามันได้รึไม่?” เขาเน้นคำพูดสุดท้ายราวกับจะเตือนไป่เซียวเทียนว่าไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะถือครองสมบัติล้ำค่าเช่นนี้เขาไม่ควรจะแย่งสมบัตินี้ไป
“ เจ้าดูถูกข้ารึ?” ไป่เซียวเทียนมองไปที่หยวนชีใบหน้าของเขาดูเฉยเมยและไม่อาจจะมองออกได้ว่าเขาดีใจรึว่าโกรธอยู่กันแน่ ท่าทีที่เยือกเย็นของเขาดูน่ากลัวอย่างมาก
“เจ้าจะเข้าใจเช่นนั้นก็ได้ !”หยวนชีมองไปที่ไป่เซียวเทียน
ในระยะ 100 เมตรปราณเหมือนจะหยุดนิ่งไปมันทำให้ผู้คนไม่อาจจะหายใจได้ แรงกดดันที่ทั้งสองแผ่ออกมานั้น ทำให้หยางเฉินรู้สึกเหมือนไม่อาจจะหายใจได้เลย
“ น่าสนใจข้าเพิ่งเคยโดนดูถูกเป็นครั้งแรกในชีวิต” ไป่เซียวเทียนไม่ได้โกรธในทางกลับกันแล้วเขากลับเผยรอยยิ้มออกมา มันทำให้ยากที่จะรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
‘หัวเราะได้ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาน่ากลัวจริงๆ ! ’ หยางเฉินจดจำชื่อไป่เซียวเทียนเอาไว้คนแบบนี้เขาต้องระวังตัวเอาจากเขาไว้ให้มาก
“ น่าสนใจรึ ?”หยวนชียิ้มออกมา “ มันน่าสนใจจริงๆ ในบรรดาหน่วยล่าอสูรทั้งสามหน่วยของเจ้านั้นแกร่งที่สุด ข้าอยากเห็นจริงๆว่าเจ้าจะมีความสามารถเพียงใดกัน !”
“เสี่ยวหยางหยวนชีและไป่เซียวเทียนอยู่ขอบเขตราชาขั้น 3 เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกว่าไป่เซียวเทียนแกร่งกว่านั้นเดาว่าเขาคงปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ หากสู้กันจริงๆแล้ว หยวนชีอาจจะสู้ไป่เซียวเทียนไม่ได้”เถาเถาส่งข้อความบอกหยางเฉิน
‘ ขอบเขตราชาขั้น3 ไม่แปลกเลยที่เถาเถาใช้พลังของลูกบอลปราณทั้งหมดเพื่อโจมตีแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรหยวนชีได้‘ เมื่อคิดแบบนั้น หยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงที่รับปากไว้กับหยางเฉินคนเดิมว่าจะไม่ให้ใครมารังแกและขึ้นเป็นคนที่แกร่งที่สุดในโลกให้ได้ข้อตกลงนี้คงยากที่จะทำได้.....