ครึ่งเดือน ผ่านไป......
เมืองไผ่เขียว
กุบกับๆ
“ข้ากลับมาแล้วววววววววววววววว”
เอริคมองไปที่เมืองไผ่เขียวตรงหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา
เมืองไผ่เขียว!
ข้ากลับมาแล้วววววววววว!
เอริครีบควบม้าเพื่อกลับไปที่ตระกูลมังกรทมิฬ
คนอื่นๆจะเป็นเยี่ยงไรบ้างนะ?
การฝึกตนของเอวากับเอเลน่าควรจะทะลวงระดับ3แล้วกระมั้ง?
ฝาแฝดทั้งสองก็อาจจะทะลวงระดับแล้ว?
หึหึช่างมีแต่เรื่องน่ายินดียิ่งนัก!!
ตระกูลมังกรทมิฬยังคงดำรงอยู่ไม่ได้ล่มสลายไป
ครอบครัวก็ยังอยู่ดี
ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว!!
เอริครีบควบม้าให้เร็วกว่าเดิมเพื่อกลับตระกูล
“หือ?”
ทหารยามหน้าประตูเห็นเอริคควบม้าเข้ามาก็เข้ามาขวาง
“เจ้าน่ะหยุ....ท่านเอริค!!”
ทหารยามก่อนหน้าคิดที่จะหยุดเอริคเพื่อตรวจสอบแต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่ติดอยู่ที่อกกับรูปร่างหน้าตาที่พวกทหารเคยได้ยินมาทำให้พวกเขารู้ว่าเป็นเอริค เลยไม่เข้าไปขวางแต่ปล่อยให้เข้าเมืองเลย
ต่อให้พวกเขาจะจำหน้าเอริคไม่ได้พวกเขาก็ปล่อยผ่านไปอยู่ดี
เพียงแค่มีสัญลักษณ์ตระกูลมังกรทมิฬที่แสดงถึงการเป็นสมาชิกหลักของตระกูลมังกรทมิฬก็ไม่ต้องเข้ารับการตรวจสอบ แต่ผ่านเข้าเมืองได้เลย
“อืม”
เอริคพยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยให้พวกเขาก่อนจะควบม้าผ่านไป
กุบกับๆๆๆ
“หยุด!”
เอริคหยุดม้าก่อนจะเงยหน้ามองคฤหาสน์ด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไป
ไปอาบน้ำที่ตำหนักก่อนแล้วกัน
พอเอริคเดินเข้าไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก
“ท่านพี่เอริคท่านกลับมาแล้ว”
เซนเห็นเอริคก็ตะโกนเรียกด้วยความดีใจ
“น้องข้าเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”
เอริคหันไปหาเซนพร้อมกับเดินเข้าไปหา
“ไม่เป็น....กับผีสิ!!”
เซนที่วิ่งเข้ามาหาเอริคด้วยความยิ้มแย้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าดำทะมึนพร้อมกับกระโดดถีบเอริค
ผัวะ!
“โอ้ย!เจ้าทำไรของเจ้ากัน?”
เอริคที่ถูกเตะจนกลิ้งหมุนๆไปก็ลุกขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าเซนด้วยความโมโห
มีน้องชายบ้านไหนเขาทักทายพี่ชายตัวเองด้วยการกระโดดถีบกัน?
“ทำไร?เป็นข้าต่างหากที่ต้องถาม!!”
เซนมองกลับไปที่เอริคโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
“ถาม?ถามข้า?”
เอริคได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าสับสน
ข้าก็ออกไปรวบรวมสมุนไพรมาไม่ใช่รึอย่างไร?
ทำไมน้องชายถึงได้มองข้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อข้ากัน?
“ท่านพี่....ท่านคงไม่ได้ลืมว่าตัวเองเป็นหัวหน้าตระกูลใช่รึไม่?”
เซนพูดอย่างช้าๆด้วยท่าทีเย็นชา
หัวหน้าตระกูล?
เอ่อใช่!ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมรู้สึกหนาวๆ
เอริคมองไปที่เซนก่อนจะฝืนยิ้มอย่างขมขื่น
ข้าลืมไปได้เยี่ยงไรว่าข้าเป็นคนโยนงานทั้งหมดให้เซนทำ
รู้งี้ข้าน่าจะแอบเข้ามาตอนกลางคืนก็ดี
“แค่กๆเซนที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะอยากจะฝึกฝนเจ้าเผื่อเวลาที่ข้าไม่อยู่เจ้าจะได้ดูแลเมืองได้”
เอริคแกล้งทำเป็นไอก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“เชื่อก็บ้าแล้วท่านพี่!!”
ข้าอยากถามท่านจริงๆเหอะว่านอกจากผักปราณแล้วท่านได้ทำไรบ้างกัน?
ไม่สิผักปราณนั่นข้าก็เป็นคนจัดการนี่หว่า?ท่านแค่ทำตอนแรกอย่างเดียวเอง!
“อะแฮ่มๆเรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลังเหอะ”
เอริคเห็นว่าตัวเองเถียงไม่ออกก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วคนอื่นๆเป็นเยี่ยงไรบ้างล่ะ?”
“คนอื่นๆกลับมาหมดแล้วขอรับท่านพี่เหลือแค่ดีแลนกับลุงแลนดอนเท่านั้นขอรับ”
เซนเปลี่ยนท่าทีจากโมโหเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“ดีแลนกับแลนดอน?”
เอริคได้ยินก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
นี่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วยังไม่กลับมาอีกงั้นรึ?
หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
ไม่หรอกมั้ง?
เอริคขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนคลายออก
ขนาดข้าที่ตอนแรกวางแผนจะใช่เวลา7 วันไปมายังเป็นครึ่งเดือนได้เลย
คงพบเจอปัญหาระหว่าทางเลยกลับมาช้ากระมั้ง
เมื่อคิดได้ดังนั้นเอริคก็คลายกังวล
ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ฝึกตนขั้นที่2 คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก
แต่การสร้างยาต้านซอมบี้ขึ้นมาคงต้องเลื่อนออกไปก่อน....
“หลังจากนี้อีก 2 ชม.เรียกพี่น้องเราไปรวมตัวที่ตำหนักข้าด้วย”
“ตกลงท่านพี่”
พูดจบพวกเขาก็แยกย้ายกันไป
หึหึ พี่น้องข้า ไม่เจอกันตั้งครึ่งเดือนนึงขอดูความคืบหน้าของพวกเจ้าหน่อยแล้วกัน
เอริคคิดถึงพี่น้องตัวเองก็ยิ้มออกมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นเฉยชาอย่างรวดเร็ว
หวังว่าพวกเขาจะเป็นนักรบปราณในเร็ววัน....
มิเช่นนั้นก็คงอยากที่จะปกป้องตัวเองได้ในอนาคต...
ช่างเหอะ!!ตราบใดที่ข้ายังอยู่ก็ไม่มีใครทำร้ายครอบครัวข้าได้อยู่แล้ว!!
แต่....ตอนนี้ไปแช่น้ำร้อนผ่อนคลายเสียหน่อยดีกว่า!!
เอริครีบวิ่งกลับไปที่ตำหนักด้วยความรวดเร็ว
2 ชั่วโมงต่อมา.....
โห...
ไม่คิดเลยว่าข้าไม่เจอพวกเขาครึ่งเดือนจะทำให้พวกเขา4 คน เลื่อนเป็นระดับ 3 แล้ว
เอริคจ้องไปที่ลูคัสและอลัน
ลูคัสกับอลันพลันกลืนน้ำลาย
เอื้อก!
เขารู้?
เมื่อดูจากร่องรอยความเสียหายภายในของพวกเขาแล้วพวกเขาทั้งคู่คงใช้วิธีบีบอัดปราณเพื่อเลื่อนระดับเป็นแน่แท้แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินจริงพวกเขาทั้งสองคงไม่ใช้วิธีนี้และอาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว
การรักษาชีวิตของครอบครัวเขานั้นสำคัญกว่าอาการบาดเจ็บภายในมากนัก
เอริคมองไปที่พวกเขาทั้งคู่สักพักก่อนหันไปมองคนอื่นต่อ
เฮ้อ
ลูคัสและอลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกัน
นึกว่าจะโดนบ่นซะแล้ว
อืม
“พวกเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
เอริคมองไปที่พวกเธอทั้งสองด้วยความประหลาดใจ
ระดับผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2สูงสุด!!
เวลาเท่านี้แต่มาถึงระดับนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“ขอบคุณนายน้อยสำหรับคำชม”
เอลีสกับอลิซยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
รอยยิ้มของทั้งคู่ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัผ่านอย่างไรอย่างนั้น
เอริคเห็นรอยยิ้มของทั้งคู่ก็กลายเป็นแข็งค้างไป
บ้าเอ้ย!!ผู้หญิงอะไรจะสวยขนาดนี้ว่ะ?!
เอริคปรับลมหายใจเพื่อที่จะทำให้หัวใจเต้นแรงของเขาสงบลง
ใจเย็น!ใจเย็นไว้ตัวข้าาาาาาาาา!!
ขณะที่เอริคและสองสาวกำลังจ้องมองกันไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม..
“ฮึ่มเจ้าจะจ้องอะไรพวกนางนักหนากัน?”
เอวามองไปที่เอริคพร้อมพูดอย่างเย็นชา
“แค่กๆเปล่าท่านพี่ข้าแค่เห็นว่ามีฝุ่นเกาะติดอยู่ที่หน้าพวกนางเท่านั้น”
“โอ้ข้าเองก็เห็นว่ามีฝุ่นเกาะอยู่ที่หน้าเจ้าเช่นกันให้ข้าช่วยเอาออกหรือไม่”
เอวาฉีกยิ้มก่อนจะกำหมัดแน่นเตรียมยื่นไปปัด(ต่อย)หน้าเอริค
“ไม่เป็นหรอกท่านพี่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะรบกวนท่านได้เช่นไรกัน”
เอริครีบโบกไม้โบกมือไปมาด้วยท่าทีผวา
“ไม่ต้องเกรงใจ”
“ใช่ๆท่านพี่การฝึกตนของท่านก้าวหน้ายิ่งนักคงเป็นเพราะท่านฝึกฝนอย่างหนักเป็นแน่แท้”
เอริครีบยกยอปอปั้นนางเพื่อหลีกหนีจากชะตากรรมอันน่าเศร้าของตัวเอง
“เจ้ารู้ดีนิ!”
เอวายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
เอาล่ะงั้นครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป!
“ฮ่าๆ”
เอริคที่รอดจากชะตากรรมโดนเอวากระทืบก็ลอบปาดเหงื่อ
เกือบไปแล้วๆ
“เอเลน่าเจ้าเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน”
“ขอบคุณนายน้อย”
เอเลน่ายิ้มหวานไปให้เอริค
ให้ตายเถอะรอบตัวข้านั้นมีแต่สาวงามยิ่งนัก
ข้าสมควรถูกจัดให้เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่ในทวีปยิ่งนัก!!
“เซนเจ้า...เลื่อนเป็นขั้นที่3”
“ใช่..ถ้ามีเวลามากกว่านี้ข้าคงมีพลังสูงกว่านี้อีก”
เซนมองอย่างประชดประชันไปที่เอริค
“แค่กๆ บางครั้งคนเราก็ผิดพลาดได้”
เอริคแกล้งไอกลบเกลื่อนเพื่อรักษาหน้าที่เหลือน้อยนิดของเขาก่อนจะพูดอย่างจริงจัง
“เอาล่ะหลังจากนี้ให้พวกเจ้า....โจมตีข้า!!”