ผู้พิชิตซอมบี้

    ตอนที่ 40 สงครามเลือด 1

    ครึ่งเดือน ผ่านไป......


    เมืองไผ่เขียว


    กุบกับๆ


    “ข้ากลับมาแล้วววววววววววววววว”


    เอริคมองไปที่เมืองไผ่เขียวตรงหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา


    เมืองไผ่เขียว!


    ข้ากลับมาแล้วววววววววว!


    เอริครีบควบม้าเพื่อกลับไปที่ตระกูลมังกรทมิฬ


    คนอื่นๆจะเป็นเยี่ยงไรบ้างนะ?


    การฝึกตนของเอวากับเอเลน่าควรจะทะลวงระดับ3แล้วกระมั้ง?


    ฝาแฝดทั้งสองก็อาจจะทะลวงระดับแล้ว?


    หึหึช่างมีแต่เรื่องน่ายินดียิ่งนัก!!


    ตระกูลมังกรทมิฬยังคงดำรงอยู่ไม่ได้ล่มสลายไป


    ครอบครัวก็ยังอยู่ดี


    ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว!!


    เอริครีบควบม้าให้เร็วกว่าเดิมเพื่อกลับตระกูล


    “หือ?”


    ทหารยามหน้าประตูเห็นเอริคควบม้าเข้ามาก็เข้ามาขวาง


    “เจ้าน่ะหยุ....ท่านเอริค!!”


    ทหารยามก่อนหน้าคิดที่จะหยุดเอริคเพื่อตรวจสอบแต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่ติดอยู่ที่อกกับรูปร่างหน้าตาที่พวกทหารเคยได้ยินมาทำให้พวกเขารู้ว่าเป็นเอริค เลยไม่เข้าไปขวางแต่ปล่อยให้เข้าเมืองเลย


    ต่อให้พวกเขาจะจำหน้าเอริคไม่ได้พวกเขาก็ปล่อยผ่านไปอยู่ดี


    เพียงแค่มีสัญลักษณ์ตระกูลมังกรทมิฬที่แสดงถึงการเป็นสมาชิกหลักของตระกูลมังกรทมิฬก็ไม่ต้องเข้ารับการตรวจสอบ แต่ผ่านเข้าเมืองได้เลย


     “อืม”


    เอริคพยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยให้พวกเขาก่อนจะควบม้าผ่านไป


    กุบกับๆๆๆ


    “หยุด!”


    เอริคหยุดม้าก่อนจะเงยหน้ามองคฤหาสน์ด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไป


    ไปอาบน้ำที่ตำหนักก่อนแล้วกัน


    พอเอริคเดินเข้าไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก


    “ท่านพี่เอริคท่านกลับมาแล้ว”


    เซนเห็นเอริคก็ตะโกนเรียกด้วยความดีใจ


    “น้องข้าเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”


    เอริคหันไปหาเซนพร้อมกับเดินเข้าไปหา


    “ไม่เป็น....กับผีสิ!!”


    เซนที่วิ่งเข้ามาหาเอริคด้วยความยิ้มแย้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าดำทะมึนพร้อมกับกระโดดถีบเอริค


    ผัวะ!


    “โอ้ย!เจ้าทำไรของเจ้ากัน?”


    เอริคที่ถูกเตะจนกลิ้งหมุนๆไปก็ลุกขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าเซนด้วยความโมโห


    มีน้องชายบ้านไหนเขาทักทายพี่ชายตัวเองด้วยการกระโดดถีบกัน?


    “ทำไร?เป็นข้าต่างหากที่ต้องถาม!!”


    เซนมองกลับไปที่เอริคโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย


    “ถาม?ถามข้า?”


    เอริคได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าสับสน


    ข้าก็ออกไปรวบรวมสมุนไพรมาไม่ใช่รึอย่างไร?


    ทำไมน้องชายถึงได้มองข้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อข้ากัน?


    “ท่านพี่....ท่านคงไม่ได้ลืมว่าตัวเองเป็นหัวหน้าตระกูลใช่รึไม่?”


    เซนพูดอย่างช้าๆด้วยท่าทีเย็นชา


    หัวหน้าตระกูล?


    เอ่อใช่!ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมรู้สึกหนาวๆ


    เอริคมองไปที่เซนก่อนจะฝืนยิ้มอย่างขมขื่น


    ข้าลืมไปได้เยี่ยงไรว่าข้าเป็นคนโยนงานทั้งหมดให้เซนทำ


    รู้งี้ข้าน่าจะแอบเข้ามาตอนกลางคืนก็ดี


    “แค่กๆเซนที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะอยากจะฝึกฝนเจ้าเผื่อเวลาที่ข้าไม่อยู่เจ้าจะได้ดูแลเมืองได้”


    เอริคแกล้งทำเป็นไอก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง


    “เชื่อก็บ้าแล้วท่านพี่!!”


    ข้าอยากถามท่านจริงๆเหอะว่านอกจากผักปราณแล้วท่านได้ทำไรบ้างกัน?


    ไม่สิผักปราณนั่นข้าก็เป็นคนจัดการนี่หว่า?ท่านแค่ทำตอนแรกอย่างเดียวเอง!


    “อะแฮ่มๆเรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลังเหอะ”


    เอริคเห็นว่าตัวเองเถียงไม่ออกก็รีบเปลี่ยนเรื่อง


    “แล้วคนอื่นๆเป็นเยี่ยงไรบ้างล่ะ?”


    “คนอื่นๆกลับมาหมดแล้วขอรับท่านพี่เหลือแค่ดีแลนกับลุงแลนดอนเท่านั้นขอรับ”


    เซนเปลี่ยนท่าทีจากโมโหเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้


    “ดีแลนกับแลนดอน?”


    เอริคได้ยินก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย


    นี่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วยังไม่กลับมาอีกงั้นรึ?


    หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น?


    ไม่หรอกมั้ง?


    เอริคขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนคลายออก


    ขนาดข้าที่ตอนแรกวางแผนจะใช่เวลา7 วันไปมายังเป็นครึ่งเดือนได้เลย


    คงพบเจอปัญหาระหว่าทางเลยกลับมาช้ากระมั้ง


    เมื่อคิดได้ดังนั้นเอริคก็คลายกังวล


    ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ฝึกตนขั้นที่2 คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก


    แต่การสร้างยาต้านซอมบี้ขึ้นมาคงต้องเลื่อนออกไปก่อน....


    “หลังจากนี้อีก 2 ชม.เรียกพี่น้องเราไปรวมตัวที่ตำหนักข้าด้วย”


    “ตกลงท่านพี่”


    พูดจบพวกเขาก็แยกย้ายกันไป


    หึหึ พี่น้องข้า ไม่เจอกันตั้งครึ่งเดือนนึงขอดูความคืบหน้าของพวกเจ้าหน่อยแล้วกัน


    เอริคคิดถึงพี่น้องตัวเองก็ยิ้มออกมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นเฉยชาอย่างรวดเร็ว


    หวังว่าพวกเขาจะเป็นนักรบปราณในเร็ววัน....


    มิเช่นนั้นก็คงอยากที่จะปกป้องตัวเองได้ในอนาคต...


    ช่างเหอะ!!ตราบใดที่ข้ายังอยู่ก็ไม่มีใครทำร้ายครอบครัวข้าได้อยู่แล้ว!!


    แต่....ตอนนี้ไปแช่น้ำร้อนผ่อนคลายเสียหน่อยดีกว่า!!


    เอริครีบวิ่งกลับไปที่ตำหนักด้วยความรวดเร็ว


    2 ชั่วโมงต่อมา.....


    โห...


    ไม่คิดเลยว่าข้าไม่เจอพวกเขาครึ่งเดือนจะทำให้พวกเขา4 คน เลื่อนเป็นระดับ 3 แล้ว


    เอริคจ้องไปที่ลูคัสและอลัน


    ลูคัสกับอลันพลันกลืนน้ำลาย


    เอื้อก!


    เขารู้?


    เมื่อดูจากร่องรอยความเสียหายภายในของพวกเขาแล้วพวกเขาทั้งคู่คงใช้วิธีบีบอัดปราณเพื่อเลื่อนระดับเป็นแน่แท้แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินจริงพวกเขาทั้งสองคงไม่ใช้วิธีนี้และอาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว


    การรักษาชีวิตของครอบครัวเขานั้นสำคัญกว่าอาการบาดเจ็บภายในมากนัก


    เอริคมองไปที่พวกเขาทั้งคู่สักพักก่อนหันไปมองคนอื่นต่อ


    เฮ้อ


    ลูคัสและอลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกัน


    นึกว่าจะโดนบ่นซะแล้ว


    อืม


    “พวกเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”


    เอริคมองไปที่พวกเธอทั้งสองด้วยความประหลาดใจ


    ระดับผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2สูงสุด!!


    เวลาเท่านี้แต่มาถึงระดับนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


    “ขอบคุณนายน้อยสำหรับคำชม”


    เอลีสกับอลิซยิ้มออกมาอย่างมีความสุข


    รอยยิ้มของทั้งคู่ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัผ่านอย่างไรอย่างนั้น


    เอริคเห็นรอยยิ้มของทั้งคู่ก็กลายเป็นแข็งค้างไป


    บ้าเอ้ย!!ผู้หญิงอะไรจะสวยขนาดนี้ว่ะ?!


    เอริคปรับลมหายใจเพื่อที่จะทำให้หัวใจเต้นแรงของเขาสงบลง


    ใจเย็น!ใจเย็นไว้ตัวข้าาาาาาาาา!!


    ขณะที่เอริคและสองสาวกำลังจ้องมองกันไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม..


    “ฮึ่มเจ้าจะจ้องอะไรพวกนางนักหนากัน?”


    เอวามองไปที่เอริคพร้อมพูดอย่างเย็นชา


    “แค่กๆเปล่าท่านพี่ข้าแค่เห็นว่ามีฝุ่นเกาะติดอยู่ที่หน้าพวกนางเท่านั้น”


    “โอ้ข้าเองก็เห็นว่ามีฝุ่นเกาะอยู่ที่หน้าเจ้าเช่นกันให้ข้าช่วยเอาออกหรือไม่”


    เอวาฉีกยิ้มก่อนจะกำหมัดแน่นเตรียมยื่นไปปัด(ต่อย)หน้าเอริค


    “ไม่เป็นหรอกท่านพี่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะรบกวนท่านได้เช่นไรกัน”


    เอริครีบโบกไม้โบกมือไปมาด้วยท่าทีผวา


    “ไม่ต้องเกรงใจ”


    “ใช่ๆท่านพี่การฝึกตนของท่านก้าวหน้ายิ่งนักคงเป็นเพราะท่านฝึกฝนอย่างหนักเป็นแน่แท้”


    เอริครีบยกยอปอปั้นนางเพื่อหลีกหนีจากชะตากรรมอันน่าเศร้าของตัวเอง


    “เจ้ารู้ดีนิ!”


    เอวายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ


    เอาล่ะงั้นครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป!


    “ฮ่าๆ”


    เอริคที่รอดจากชะตากรรมโดนเอวากระทืบก็ลอบปาดเหงื่อ


    เกือบไปแล้วๆ


    “เอเลน่าเจ้าเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน”


    “ขอบคุณนายน้อย”


    เอเลน่ายิ้มหวานไปให้เอริค


    ให้ตายเถอะรอบตัวข้านั้นมีแต่สาวงามยิ่งนัก


    ข้าสมควรถูกจัดให้เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่ในทวีปยิ่งนัก!!


    “เซนเจ้า...เลื่อนเป็นขั้นที่3”


    “ใช่..ถ้ามีเวลามากกว่านี้ข้าคงมีพลังสูงกว่านี้อีก”


    เซนมองอย่างประชดประชันไปที่เอริค


    “แค่กๆ บางครั้งคนเราก็ผิดพลาดได้”


    เอริคแกล้งไอกลบเกลื่อนเพื่อรักษาหน้าที่เหลือน้อยนิดของเขาก่อนจะพูดอย่างจริงจัง


    “เอาล่ะหลังจากนี้ให้พวกเจ้า....โจมตีข้า!!”


    คล้ายกับเรื่องผู้พิชิตซอมบี้ ที่คุณอ่าน