ความขัดแย้งภายใน
ภายในตระกูลเสวี่ย เสวี่ยหงและบิดากำลังเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของของเสวี่ยเฟิง หิมะที่รอยอยู่ในอากาศระเหยออกไปเพราะความร้อนที่เสวี่ยเฟิงปลดปล่อยออกมา"เสวี่ยเฟิงนี่เจ้าคิดจะทำอะไร ข้าและเจ้าไม่เคยบาดหมางกันทำไมเจ้าถึงมาโจมตีข้า" เสวี่ยเหิงบิดาของเสวี่ยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว"ทำอะไรงั้นรึ ข้าก็แค่มาแสดงให้เห็นว่าข้าหรือเจ้าคือตัวอัปยศของตระกูลเสวี่ย" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"หืม!!!!"เสวี่ยเหิงขมวดคิ้วก่อนที่จะหันไปทางบุตรชายตน เสวี่ยหงที่เห็นสายตาของเสวี่ยเหิงจึงรีบหลบหน้าและก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว"นี่เจ้า!!!!!!" เสวี่ยเหิงรับรู้ได้ในทันทีว่าสาเหตุมาจากเสวี่ยหงบุตรของตน"เสวี่ยเฟิงเจ้าอย่าได้ถือสาคำพูดของเด็ก หงเอ๋อก็แค่พูดไปเรื่อย" เสวี่ยเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขึม"เหอะ พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่ารับหลังข้าพวกเจ้าคิดกับข้ายังไง เพราะข้าไม่สามารถฝึกฝนวิชาสายน้ำเเข็งได้ พวกเจ้าจึงคิดว่าข้าคือคนนอกคอกของตระกูลเสวี่ย ใช่หรือไม่" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เสวี่ยเฟิงใจเย็นๆก่อน เพียงเพราะคำพูดของเสวี่ยหงเจ้าถึงขนาดโจมตีคนในตระกูลเชียวรึ" เสียงของชายชราที่ทรงพลังดังขึ้นเสวี่ยเฟิงหันไปทางต้นเสียงก็เห็นชายชราที่มีสภาพผิวหนังเหี่ยวย่นและมีกลิ่นอายที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งออกมา ชายชราคนนี้คือผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ย"ท่านบอกให้ข้าใจเย็นๆ ถ้าเกิดท่านถูกเด็กในตระกูลเดี่ยวกันด่าว่าท่านคือความอัปยศของตระกูลท่านจะยังใจเย็นลงหรือไม่" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "บังอาจ!!!!! นี่เจ้ากล้าพูดกับผู้อาวุโสสูงสุดแบบนี้ได้ยังไง คุกเข่าขอโทษท่านผู้อาวุโสสูงสุดเดี๋ยวนี้" ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เหอะ เสวี่ยกู่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ้าคิดจะให้บุตรชายของเจ้าเสวี่ยเฉินแต่งงานกับธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นรึ ข้าขอบอกได้เลยว่าไม่มีทาง น้องสาวของข้าไม่มีทางเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย"ทำไมนางจะไม่เห็นด้วย เฉินเอ๋อของข้ามีทั้งพรสวรรค์สูงส่งและยังเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเสวี่ยมีคุณสมบัติครบถ้วนเพียงพอที่จะแต่งงานกับธิดาศักดิ์สิทธิ์" เสวี่ยกู่กล่าว"ฮี่ ฮี่ รุ่นเยาว์อย่างงั้นรึ เสวี่ยเฉินอายุ 49 ปีอีกปีเดียวก็จะอายุ 50 ปี ในตอนนั้นเสวี่ยเฉินก็จะไม่ใช่รุ่นเยาว์อีกต่อไปเเล้ว และที่สำคัญเสวี่ยเฉินนั้นไม่มีสิ่งทีพิเศษอะไรเลย ต่างจากธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่มีเส้นลมปราณที่พิเศษและร่างกายที่สามารถฝึกฝนทักษะเกี่ยวกับน้ำแข็งได้ทุกชนิด เทียบกันเเล้วเสวี่ยเฉินก็ไม่ต่างจากคางคกที่คิดจะกินเนื้อหง" เสวี่ยเฟิงกล่าวเยาะเย้ย"พอเเล้ว!!!!!!" ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างเย็นชา"เรื่องการแต่งงานของเสวี่ยเฉินและธิดาศักดิ์สิทธิ์นั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ตระกูลเสวี่ยรุ่งโรจน์ขึ้นไปอีก ทำไมน้องสาวของเจ้าถึงจะไม่เห็นด้วย หรือเจ้าจะบอกว่ามีผู้ที่เหมาะสมกว่าเสวี่ยเฉิน" ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว"แน่นอนว่าย่อมมี" เสียงของหญิงชราดังขึ้นหญิงชราที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยอีกคนปรากฏข้างกายของเสวี่ยเฟิงและหันไปมองเสวี่ยกู่ด้วยสายตาเย็นชา"เจ้าหมายความว่ายังไงที่บอกว่ามีผู้ที่เหมาะสมกับธิดาศักดิ์สิทธิ์" ชายชรากล่าว"ไม่นานมานี้ วิหารเยือกแข็งของเราได้ค้นพบตัวของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยพรสวรรค์และยังครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ในตำนาน ด้วยพลังปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 5 สามารถสังหาร คนที่อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 2 ได้อย่างไม่ยากเย็น" หญิงชรากล่าว"เส้นลมปราณมังกรสวรรค์ในตำนานงั้นรึ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"ไม่ใช่แค่นั้นเขายังครอบครองเปลวเพลิงเทวะอีกด้วย" เสวี่ยเฟิงกล่าว"เปลวเพลิงเทวะ!!! เขาไม่ใช่สายลับของดินแดนเปลวเพลิงแน่รึ" ชายชรากล่าว"ถ้าเป็นเจ้า เจ้าคิดจะส่งที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้มาเป็นสายลับอย่างงั้นรึ" หญิงชรากล่าวเย้ยหยัน"หึ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ใช่คนของตระกูลเสวี่ย ข้าไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาแต่งงานกับธิดาศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเรื่องของชายหนุ่มคนนั้นสามารถหาหญิงสาวในตระกูลของเราให้ไปแต่งงานกับชายหนุ่มคนนั้นก็ได้" ชายชรากล่าว"ถ้าทำแบบนั้นได้ข้าก็อยากจะยกหลานสาวของข้าให้กับเขา แต่ว่าหลานสาวของข้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะครองคู่กับเขา" หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดาย"มันไม่เกี่ยวว่าจะคู่ควรหรือไม่ขอแค่พวกเขาให้กำเนิดเด็กที่มีเส้นลมปราณพิเศษ ตระกูลเสวี่ยก็จะเจริญรุ่งโรจน์ขึ้นไปอีกหลายพันปี" ชายชรากล่าว"เหอะ เรื่องนั้นเอาไว้ให้ท่านจักรพรรดินีตัดสิน แต่เรื่องที่เสวี่ยหงกล่าวดูหมิ่นผู้อาวุโสในตระกูลเป็นความผิดที่ร้ายแรง ตามกฎของตระกูล เสวี่ยหงจะถูกจองจำอยู่ที่นรกเยือกแข็งเป็นเวลา 3 เดือน และทรัพยากรที่เสวี่ยหงได้รับจากตระกูลจะถูกลดลงครึ่งนึงเป็นเวลา 1 ปี" หญิงชรากล่าวอย่างเย็นชา"ไม่ได้ทำเเบบนั้นไม่ได้ หงเอ๋อคือรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ของตระกูล ถ้าท่านทำแบบนั้นเท่ากับหงเอ๋อจะเสียเวลาเปล่า" เสวี่ยเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธ"นี่คือกฎของตระกูลที่ถูกบันทึกไว้ ถ้าเจ้ามีอะไรจะคัดค้านก็ไปหาท่านจักรพรรดินีและขอร้องความเมตตาจากท่านซะ" หญิงชรากล่าวอย่างเย็นชาก่อนจะจากไปพร้อมกับเสวี่ยเฟิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตระกูลเสวี่ยคนภายนอกไม่มีใครรับรู้ พวกเขารู้เพียงแต่ว่าเสวี่ยหงไม่ได้ออกมาที่วิหารเยือกแข็งอีกเลยแต่ข่าวลือที่เสวี่ยหงหลบหนีจากกองกำลังของนักรบดินแดนเปลวเพลิง และยังทิ้งพวกพ้องเอาไว้ข้างหลังก็กระจายออกไปทั่วเมืองหลวง และมีข่าวใหม่ที่ผู้คนจับตามอง ศิษย์ใหม่ผู้ครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ และยังสามารถต่อสู้กับอู่หลงได้อย่างสูสี ถึงข่าวจะมีการเติมสีตีไข่ไปบ้าง แต่ผู้คนในเมืองหลวงของดินแดนเหมันต์ต่างก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้มีหลายตระกูลที่รู้ว่าหยางจื่อยังไม่มีคู่ครองพวกเขาจึงเริ่มที่จะส่งบุตรสาวที่พวกเขาหวงแหนมาตีสนิทกับหยางจื่อ เพียงแต่ตัวหยางจื่อนั้นหลังจากดื่มเหล้ากับพวกตันหลางและอิงจื่อเเล้วหยางจื่อก็กลับไปยังที่พักของตน หยางจื่อที่เห็นเสวี่ยเฟิงกำลังนั่งบ่มเพาะพลังอย่างยากลำบากเพราะภายในดินแดนเหมันต์นั้นขาดวัตถุดิบที่สำคัญของเสวี่ยเฟิง"ท่านอาจารย์ข้ามอบของพวกนี้ให้กับท่าน" หยางจื่อกล่าวและส่งแหวนมิติให้กับเสวี่ยเฟิงเสวี่ยเฟิงรู้สึกแปลกใจก่อนที่จะรับแหวนมิติมาจากมือของหยางจื่อ เสวี่ยเฟิงรีบตรวจสอบดูข้างในก่อนที่ร่างกายของเสวี่ยเฟิงจะสั่นสะท้าและเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ"นี่เจ้ามีของเหล่านี้ได้ยังไง" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"ข้าได้มันมาจากดินแดนเร้นลับแห่งหนึ่ง ข้าได้ยินมาว่าท่านใกล้จะทะลวงระดับและเติมเต็มเจดีย์วิญญาณแต่ท่านขาดวัตถุดิบ ข้าเลยคิดว่าของพวกนี้น่าจะช่วยท่านได้" หยางจื่อกล่าวเสวี่ยเฟิงอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่มีความสุขก่อนจะมองไปทสางหยางจื่อด้วยสายตาที่เอ็นดู-----------------------------------------------------------------------------------