ตอนที่ 28 ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย (2)
“คุณหนู!” ชิวเอ๋อร์หมอบอยู่ในรถม้าพลางแผดเสียงด้วยความสิ้นหวัง นางปีนลงจากรถม้าอย่างตื่นตระหนก วิ่งไปที่หน้าผาอย่างซวนเซ ล้วนเป็นเพราะนาง หากไม่ใช่เพราะช่วยนาง คุณหนูก็คงไม่ตกหน้าผา นางรู้สึกมาตลอดว่าตนกำลังปกป้องคุณหนู แต่ตอนนี้นางจึงได้รู้อย่างกระจ่างแจ้ง ที่แท้แล้วตลอดมาคือคุณหนูที่ปกป้องนาง นางคือตัวภาระ คือขยะที่ไร้ประโยชน์ ชิวเอ๋อร์ยอมให้คุณหนูไม่ช่วยตนดีกว่า นางยอมให้คนที่ตกจากหน้าผาคือตนแทน
“อิ่งเม่ย” เสียงตื่นตระหนกดังมาจากข้างหลัง ตามด้วยเสียงคำรามของยอดอาชา เสียงกีบม้าพลันหยุดลง
เชียนอวี่หยางคิดไม่ถึงว่าเขาจะช้าไปก้าวหนึ่ง สิ่งที่เห็นคือฉากที่นางตกจากหน้าผา สมควรตาย หากเขาสังเกตเห็นความผิดปกติได้เร็วกว่านี้ นางก็คงไม่ ก็คงไม่…
ในขณะนั้น เงาร่างสีขาวนวลดุจดวงจันทร์ก็พุ่งเข้ามา การเคลื่อนไหวรวดเร็ว ทำให้ม้าที่เชียนอวี่หยางขี่ตกใจ ชิวเอ๋อร์รู้สึกเพียงมีสายลมแรงพัดผ่านเหนือศีรษะ ยามเงยหน้าขึ้นไป คาดไม่ถึงว่ามีคนผู้หนึ่งข้ามศีรษะของนางและกระโดดลงจากหน้าผา
โอวหยางหลิงเย่ว์…
เชียนอวี่หยางอุตส่าห์รั้งม้าที่อยู่ใต้ร่างได้ แต่เงาร่างที่กระโดดลงหน้าผานั้นทำให้เขานิ่งงันอยู่กับที่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าโอวหยางหลิงเย่ว์จะปรากฏตัวที่นี่ และเขายิ่งคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกระโดดลงไปโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดเช่นนี้
‘ฮวาอิ่งเม่ย ฮวาอิ่งเม่ย!’
ลมพัดผมยาวดำขลับของโอวหยางหลิงเย่ว์ ความอ่อนโยนที่คิ้วและตาของเขาไม่มีอีกต่อไป แทนที่ด้วยน้ำค้างแข็งที่หนาวเย็น ก้นบึ้งของหัวใจเขาย้ำชื่อฮวาอิ่งเม่ยคำนี้อยู่ตลอด ในจังหวะที่เห็นนางตกจากหน้าผา หัวใจของเขาพลันหยุดเต้น
เขาเห็นทุกอย่างชัดเจนแต่แรกแล้ว ทั้งที่ตามหลังนางอยู่ตลอดแท้ๆ แต่เขาอยากดูว่านางจะรับมืออย่างไร คาดไม่ถึงว่านางจะช่วยสาวใช้ที่ไร้ประโยชน์ผู้นั้นโดยไม่คำนึงชีวิตของตนเอง หากรู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ เขาควรลงมือตั้งนานแล้ว ‘ฮวาอิ่งเม่ย เจ้าอย่าตายนะ ข้าอุตส่าห์หาสหายเล่นหมากพบ อุตส่าห์ได้พบคนที่น่าสนใจเช่นเจ้า อุตส่าห์…’
ลมแรงพัดผ่านหูของฮวาอิ่งเม่ย นางเอามือคว้าก้อนหินที่ยื่นออก ทั้งร่างลอยเคว้งอยู่บนหน้าผา เศษหินกลิ้งตกลงมาจากหน้าผาที่นางตกลงมา ฮวาอิ่งเม่ยไม่กล้าก้มหน้า เพียงมองท้องฟ้าข้างบนอย่างเดียว เพื่อมองหาก้อนหินที่สามารถใช้เป็นจุดศูนย์กลางให้นางปีนขึ้นไปได้
นางยังคงประมาท คิดว่าจัดการเขี้ยวเล็บของจ้าวเยียนหรานแล้วนางจะอยู่อย่างสงบได้สักระยะหนึ่ง แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเล่นงานซ้ำตอนที่ยังได้เปรียบ หมายจะเล่นงานตนถึงตายให้ได้ หากทันสังเกตว่าทิศทางของรถม้าเปลี่ยนไปตั้งแต่แรก ไหนเลยจะมีฉากในตอนนี้เกิดขึ้น
ฮวาอิ่งเม่ยทบทวนข้อผิดพลาดของตนเอง แต่ก็ยังปีนขึ้นไปอย่างไม่ยอมแพ้ คิดจะให้นางตาย นางไม่ยอมตายเด็ดขาด
ในเวลานี้ มีเงาร่างหนึ่งตกลงมาจากที่สูง ชุดคลุมยาวสีขาวนวลแบ่งบานท่ามกลางแสงแดด ราวกับดอกถาน[1]ภายใต้แสงแดดที่แผดจ้า ความซาบซึ้งใจพลันหายไปในชั่วพริบตา
“แม่นาง” เสียงเรียกสบายๆ ดังที่ข้างหู ฮวาอิ่งเม่ยหันหน้าไปด้านข้าง ใบหน้าที่อบอุ่นและโกรธเกรี้ยวของโอวหยางหลิงเย่ว์อยู่ใกล้เพียงนิ้วมือ
“นี่ท่าน…ถูกคนโยนลงมาหรือ” ฮวาอิ่งเม่ยเลิกคิ้ว ไม่พลาดโอกาสที่จะได้เหน็บแนมเขา
ขมับของโอวหยางหลิงเย่ว์มีเส้นเอ็นผุดขึ้น นูนปูดด้วยความพยายามระงับโทสะ ในที่สุดเขาก็มองออก เขาไม่ควรลงมาช่วยนาง ปล่อยให้นางปีนขึ้นไปเองหรือเป็นไปตามยถากรรมจะดีกว่า
คล้ายจะคิดเช่นนี้ แต่โอวหยางหลิงเย่ว์ยังคงโอบเอวของฮวาอิ่งเม่ยไว้ มือของเขากุมเอวเรียวบางของนางไว้อย่างบงการ ทำให้ใบหน้าของนางเข้ามาแนบชิดกับหน้าอกของเขา เขาก้มหน้าลง นัยน์ตาล้ำลึกเต็มไปด้วยความเผด็จการที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ เขาจ้องใบหน้าที่ไม่ยินยอมของฮวาอิ่งเม่ย แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “แม่นาง หากเจ้ากล้าขยับตัว ข้าจะโยนเจ้าลงไป”
ฮวาอิ่งเม่ยกลอกตาขาว แม้ว่านางจะไม่ชอบถูกคนสัมผัส แต่คนตรงหน้าผู้นี้มาช่วยชีวิตนาง ให้ปล่อยมือก็โง่แล้ว
เห็นอีกฝ่ายไม่ต่อต้าน ดวงตาของโอวหยางหลิงเย่ว์ก็เผยรอยยิ้ม เขาโอบร่างของฮวาอิ่งเม่ยไว้ และเอามือคว้าผนังหิน เหยียบก้อนหินใต้ฝ่าเท้าเบาๆ ราวกับชะนี ก่อนจะกระโดดขึ้นสูงหลายเมตร กระโดดเพียงครั้งเดียวก็ขึ้นมาอยู่บนหน้าผาได้อย่างง่ายดาย
“คุณหนู” เมื่อเห็นเงาร่างของฮวาอิ่งเม่ย ชิวเอ๋อร์ก็ดีใจจนหลั่งน้ำตา
“ท่านอัครมหาเสนาบดี ขอบคุณมากที่ท่านช่วยคุณหนูของข้า ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์คุกเข่าดังตุบลงตรงหน้าโอวหยางหลิงเย่ว์ แล้วโขกศีรษะหนักหน่วงครั้งแล้วครั้งเล่า
โอวหยางหลิงเย่ว์หัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องขอบคุณ” ทว่ามือที่โอบฮวาอิ่งเม่ยยังคงไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
ฮวาอิ่งเม่ยมุมปากกระตุก หันข้างไปกล่าวอย่างกัดฟัน “ท่านพอได้แล้ว!” แม้ว่านางจะซาบซึ้งที่อีกฝ่ายช่วยเหลือนาง แต่นางก็ไม่คิดจะตอบแทนด้วยร่างกาย
โอวหยางหลิงเย่ว์คล้ายจะอ่านความคิดของนางออก พลันหัวเราะทีหนึ่ง แล้วหันข้างมากระซิบข้างหูนาง “เจ้าอยากแต่งงาน แต่ข้ายังไม่อยากแต่งน่ะสิ ที่ช่วยเจ้าเพราะเจ้ายังติดจี้หยกข้าหนึ่งชิ้น หากเจ้าตายไปแล้ว ข้าไม่ขาดทุนแย่หรือ” น้ำเสียงอ่อนโยนดุจสายน้ำ แต่วาจานี้ช่างน่าโมโหจริงๆ
ฮวาอิ่งเม่ยดวงตาฉายแววโกรธและอับอาย ความสงสัยที่ฝังลึกอยู่ในใจก็ได้รับคำตอบ นางก็ว่าอยู่ บุรุษผู้นี้จะยื่นมือช่วยเหลือนางอย่างไร้สาเหตุได้อย่างไร ที่แท้ก็จี้หยกชิ้นนั้น
“ข้านับถือท่านจริงๆ หน้าหนาจนเบียดข้าแล้ว” ฮวาอิ่งเม่ยตีมือที่โอบเอวของนาง แล้วประคองชิวเอ๋อร์ที่ยังคงโขกหัวขึ้น เมื่อเห็นหน้าผากของนางที่โขกจนเป็นเลือด ดวงตาก็ฉายแววปวดใจ
“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ หากภายหน้าคุณหนูช่วยชิวเอ๋อร์โดยไม่คำนึงถึงตัวเองอีก ชิวเอ๋อร์จะเอาหัวโขกหินก้อนนี้ให้ตายไปเลย” ชิวเอ๋อร์จ้องมองฮวาอิ่งเม่ยด้วยน้ำตานอง ท่าทางเด็ดเดี่ยว
ฮวาอิ่งเม่ยตกตะลึงในใจ ชิวเอ๋อร์กลับคุกเข่าบนพื้นอีกครั้ง “คุณหนู ท่านช่วยสอนวิชาให้ชิวเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ ชิวเอ๋อร์ ชิวเอ๋อร์ไม่อยากเป็นภาระของท่านอีกต่อไปแล้ว”
เชิงอรรถ
^ ดอกโบวตั๋น (Epiphyllum Oxypetalum) พืชอิงอาศัยขึ้นอยู่บนต้นไม้หรือมีหลัก ใบสีเขียวเข้ม ดอกสีขาวนวล มีกลิ่นหอม โดยดอกจะบานเพียงครั้งเดียวตอนกลางคืน