“วันนี้คุณพ่อให้คนไปจัดการเื่ของหนูที่สำนักงานพลเรือนแล้วนะจ๊ะ แต่ที่คุณพ่อไปเดินซื้อของกับเราไม่ได้เพราะวันนี้คุณพ่อต้องต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ” จินลี่ซือจับมือลูกสาว “เย็นนี้เราทำอาหารอร่อยๆ ไว้รอคุณพ่อดีไหมจ๊ะ”
“ได้ค่ะคุณแม่ แต่วันนี้หนูขอเป็คนทำอาหารเองนะคะ หนูอยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลองชิมฝีมือหนู พอพี่ใหญ่กลับมา หนูก็จะทำอาหารต้อนรับเขาเอง คุณแม่บอกอาหารโปรดของพี่ใหญ่มาก็พอค่ะ” หลิงผูเถาบอก
จินลี่ซือยิ้มไม่ออก โดยปกติแล้วลูกหลานคุณหนูตระกูลใหญ่เข้าครัวทำอาหารเองกันที่ไหน ที่ลูกสาวเธอทำอาหารเป็และยังทำงานบ้านเก่งก็เพราะคนพวกนั้นใช้งานเธอแทนคนรับใช้สินะ “ยัยหนู งานพวกนี้หนูไม่จำเป็ต้องทำเอง ให้แม่ครัวทำให้ก็ได้นะจ๊ะ”
“เมื่อก่อนหนูอาจจะถูกบังคับให้ทำงานพวกนี้ แต่ตอนนี้หนูเต็มใจที่จะทำอาหารอร่อยๆ ให้คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่ใหญ่ทาน ก็เหมือนกับคุณแม่ที่ชอบทำอาหารให้พวกเราทานยังไงล่ะคะ” หลิงผูเถาเข้าใจว่ามารดาคงนึกไปถึงอดีตของตนเอง เธอจับมือมารดาไว้แล้วส่งยิ้ม “แม่คะ หนูอยากเป็อย่างแม่ที่ทำงานเก่งทั้งนอกบ้านและในบ้าน เื่ในอดีตตอนที่หนูอยู่กับตระกูลหวง หนูลืมมันไปหมดแล้วล่ะค่ะ”
จินลี่ซือยิ้มตอบลูกสาว “ถ้ามันเป็ความสุขของหนูแม่ก็ไม่ห้าม แต่ถ้าหนูเหนื่อยหรือหนูไม่อยากทำ หนูก็สั่งคนครัวให้ทำให้ก็พอ ไม่จำเป็ที่หนูต้องทำตัวเองให้ลำบาก...เข้าใจไหม”
“ขอบคุณนะคะแม่” หลิงผูเถากอดมารดาไว้แน่นก่อนจะพูดเสียงเบา “เมื่อก่อนเป็หนูที่โง่เอง หนูไม่ควรมองข้ามความรักของทุกคนไปเลย ที่หนูตายไปอย่างโดดเดี่ยวก็สมควรแล้ว”
“หนูพูดว่ายังไงนะจ๊ะ มองข้ามอะไร? โดดเดี่ยวอะไร?”
“ไม่มีอะไรค่ะแม่” หลิงผูเถารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “เราออกไปเดินซื้อของกันเถอะค่ะ จะได้รีบกลับมาทำอาหารไว้รอคุณพ่อ”
“ไปสิจ๊ะ วันนี้ แม่จะซื้อเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ให้หนูใหม่ทั้งหมด ชุดเก่าๆ ที่ใส่ติดตัวมาบ้านหลังนั้นก็ทิ้งมันไปซะ”
“เซียวเซียว!”
หลิงผูเถากับจินลี่ซือหันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียก
“เซียวเซียว ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว ทำไมพักนี้ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย เธอย้ายที่อยู่แล้วเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่ใช่ไหม ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ” โจวต้าเหนิงถามอย่างน้อยใจ “แล้ว...เอ่อ...คุณป้าคนนี้เป็ใครเหรอ?”
“นี่คือคุณแม่ของฉัน” หลิงผูเถาหันยิ้ม “คุณแม่คะ นี่คือเพื่อนสนิทของหนูค่ะ เธอชื่อโจวต้าเหนิง”
“หนูคือลูกสาวของคุณโจว เ้าของหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ในเครือ C-Daily ใช่ไหมจ๊ะ” จินลี่ซือยิ้มทัก “ฉันเป็แม่ของเถาเถาจ้ะ หนูจะเรียกฉันว่าป้าหลิงก็ได้”
ปกติแล้วจินลี่ซือกับสามีมักจะเรียกลูกสาวคนเล็กว่ายัยหนู ถึงแม้ลูกชายจะเรียกน้องสาวว่ายัยหนูเกรป แต่หากต้องแนะนำลูกสาวกับบุคคลภายนอก เธอขอเรียกลูกสาวว่าเถาเถาดีกว่า
โจวต้าเหนิงเห็นว่าจินลี่ซือดูใจดี เธอจึงยิ้มให้ผู้าุโอย่างเป็มิตร “สวัสดีค่ะคุณป้าหลิง ถ้าอย่างนั้นหนูขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการนะคะ หนูชื่อโจวต้าเหนิง เป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของเ้าของหนังสือพิมพ์ั์ใหญ่ที่สุดในประเทศ C ของเราค่ะ และคุณป้าก็เข้าใจถูกแล้ว เพราะ C-Daily คือกิจการของครอบครัวหนูเอง หนูเป็เพื่อนร่วมชั้นกับเซียวเซียว ไม่สิ...ตอนนี้คุณป้าเรียกเธอว่าอะไรนะคะ?”
“เถาเถาจ้ะ ลูกสาวป้าชื่อเถาเถา”
“นั่นล่ะค่ะ หนูเป็เพื่อนร่วมชั้นกับเถาเถามาั้แ่เข้าเรียนมัธยมต้นปีที่หนึ่ง เราเรียนห้องเดียวกันมาตลอดจนถึงตอนนี้ก็...” โจวต้าเหนิงทำท่านับนิ้ว “เกือบห้าปีแล้วค่ะ เราเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาเกือบห้าปีแล้ว และไม่ใช่แค่หนูที่เป็เพื่อนสนิทกับเถาเถานะคะ ในกลุ่มของเรายังมียัยซินดี้ เอ่อ...เจิ้งซิงอีค่ะ เขาชื่อเจิ้งซิงอี คุณป้าพอจะฟังออกใช่ไหมคะว่าเพื่อนคนนี้ของเราเป็คนแบบไหน แต่คุณป้าไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ ยัยซินดี้เป็คนดีแน่นอน ไม่งั้นเราไม่รับเขาเข้ากลุ่มหรอกค่ะ”
หลิงผูเถากับจินลี่ซือต่างก็หันมามองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง โจวต้าเหนิงช่างเป็เด็กสาวที่สดใสและช่างพูดเสียจริง
“นี่คุณหนูโจว เธอแนะนำตัวได้อลังการมาก ดูสิ...คุณแม่ฉันใหมดแล้วเนี่ย” หลิงผูเถารู้ว่าเพื่อนอยากจะถามอะไรต่อ “เอาไว้คืนนี้ฉันจะโทรหาเธอนะ บอกยัยซินดี้ด้วยว่าสามทุ่มค่อยออนไลน์มาคุยกัน ตอนนี้ฉันกับคุณแม่ต้องไปซื้อของต่อ พวกเรายังต้องกลับไปทำอาหารเย็นไว้รอคุณพ่ออีก”
“เอาอย่างนี้ดีไหมจ๊ะ พรุ่งนี้หนูชวนหนูซินดี้มาเล่นกับเถาเถาที่บ้านป้าสิ ป้าจะทำขนมอร่อยๆ ไว้รอ” จินลี่ซือเสนอ
“จะดีเหรอคะแม่ จะไม่รบกวนเวลาทำงานของแม่ใช่ไหมคะ” หลิงผูเถาถามอย่างเกรงใจ เธอรู้ว่าที่คุณแม่ย้ายข้าวของกลับมาทำงานอยู่ที่บ้านเพราะท่านอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้เต็มที่ ท่านจะออกไปบริษัทก็ต่อเมื่อมีประชุมหรือมีเื่ด่วนให้ต้องทำเท่านั้น
“รบกวนอะไรกันจ๊ะ บ้านเราออกใหญ่โต อีกอย่างหนูจะได้พาเพื่อนไปรู้จักบ้านของเราด้วย เผื่อวันหลังหนูอยากชวนเพื่อนมาค้างที่บ้าน คุณพ่อกับคุณแม่ของพวกเขาจะได้สบายใจ” จินลี่ซือลูบผมลูกสาว “เมื่อคืนหนูบอกแม่ว่าเมื่อก่อนหนูมักจะไปนอนที่บ้านของต้าเหนิงบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“อย่างนั้นก็ดีเลย!” โจวต้าเหนิงพูดขึ้น “พรุ่งนี้หนูกับซินดี้จะรบกวนไปฝากท้องที่บ้านคุณป้านะคะ”
“ได้เลยจ้ะ เอาไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ” จินลี่ซือยิ้มตอบ
“คืนนี้เดี๋ยวฉันโทรหานะ” หลิงผูเถาพูดจบก็เดินไปทำธุระต่อ
โจวต้าเหนิงมองตามหลังหลิงผูเถาก็แอบถอนหายใจโล่ง เธอรู้ว่าั้แ่ตระกูลหวงตามหาลูกสาวตัวจริงพบ เถาเถาก็ถูกลดระดับจากลูกสาวไปเป็คนรับใช้ ชีวิตความเป็อยู่ของเถาเถาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บ่อยครั้งที่เธอยังให้คนที่บ้านทำอาหารกล่องมาเผื่อ เพราะนับวันเถาเถายิ่งผ่ายผอมและไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดิน
เธอเคยแนะนำให้เถาเถากลับไปอยู่กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่เถาเถาก็เอาแต่ปฏิเสธ แต่พอมาเห็นคุณป้าหลิงดูแลเอาใจใส่เถาเถาอย่างนี้ โจวต้าเหนิงก็รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองแนะนำเพื่อนไปนั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่ว่าคุณป้าหลิงพูดถึงครอบครัวของเธอเหมือนคนรู้จักกัน เธอคงต้องกลับไปถามคุณพ่อคุณแม่ก่อนแล้วว่าคุณป้าหลิงเป็ใครกันแน่
“คุณแม่คะ พอแล้วล่ะค่ะ” หลิงผูเถาชี้ไปที่ถุงใส่ของหลายใบที่วางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ “คุณแม่ซื้อเสื้อผ้าให้หนูเยอะเกินไปแล้ว”
“มันจะไปเยอะอะไรล่ะจ๊ะ หรือว่าหนูกลัวแม่จะไม่มีเงินจ่าย ไม่เป็ไรนะ คุณพ่อทำ Black card ให้หนูมาหนึ่งใบ หนูอยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ตามสบาย” จินลี่ซือชูบัตรเครดิตที่มีวงเงินสูงที่สุด และยังมีน้อยคนนักที่มีโอกาสถือบัตรเครดิตรุ่นนี้
“หนูไม่ได้กังวลเื่เงินซะหน่อย แต่หนูกลัวว่าถ้าเราซื้อเสื้อผ้าเยอะไป พอถึงตอนที่เขามีคอลเลคชันใหม่ออกมา ตัวเก่าที่เรายังไม่ใส่ก็จะล้าสมัยไปก่อนน่ะสิคะ” หลิงผูเถารู้ว่ามารดาเป็คนชอบชอปปิง การจะห้ามมารดาก็ต้องยกเื่ความล้าสมัยขึ้นมาอ้าง ถ้าเธอไม่ทำอย่างนี้ มีหวังต้องจ้างรถบรรทุกขนาดใหญ่มาขนข้าวของพวกนี้กลับบ้านแน่
“จริงของหนูนะ ถ้างั้นเสื้อผ้าก็พอแค่นี้ เราไปเดินดูรองเท้ากับเครื่องประดับกันต่อดีกว่า”
“อุ๊ยตาย! เดี๋ยวนี้ Sindy Design รับลูกค้าไม่เลือกระดับแล้วเหรอเนี่ย” หานซูฉีเดินเข้ามาพร้อมกับหวงเหมยลี่
“สวัสดีค่ะพี่ผูเถา นี่คือคุณแม่ชาวสวนของพี่เหรอคะ” หวงเหมยลี่หันไปมองจินลี่ซืออย่างผ่านๆ “เป็ยังไงบ้างคะ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในชนบทได้หรือยัง”
“ฮ่าๆๆ อะไรนะลี่ลี่ เมื่อกี้เธอเรียกหล่อนว่าอะไรนะ ผูเถาอย่างนั้นหรือ ยังมีใครใช้ชื่อเชยๆ แบบนี้อยู่อีก คงเป็พ่อแม่ชาวสวนของเธอเป็คนตั้งให้สินะ มันก็เหมาะสมแล้วล่ะ” หานซูฉีหัวเราะเสียงดัง
“พวกเธอหยุดเดี๋ยวนี้! อย่าลามปามถึงคุณแม่ของฉัน”
“ไม่ต้องโมโหนะจ๊ะลูกรัก เดี๋ยวแม่จัดการเอง” จินลี่ซือคว้ามือลูกสาวไว้ จากนั้นเธอก็หันไปมองหวงเหมยลี่กับหานซูฉี “หนูสองคนเป็ลูกเต้าเหล่าใครจ๊ะ ทำไมถึงได้ขาดการอบรมสั่งสอนอย่างนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาสอนแล้วแต่หนูไม่จำและไม่นำมาใช้ ถ้างั้นฉันจะช่วยสอนให้ พูดกับผู้ใหญ่น่ะนะ แม้จะเป็คนที่เรารู้จักหรือไม่รู้จัก หนูก็ไม่ควรไปเสียมารยาทกับเขานะจ๊ะ”
ลูกค้าในร้านต่างก็หันมามองจินลี่ซืออย่างชื่นชม คำหยาบคายไม่เล็ดลอดออกมาจากปากของคุณผู้หญิงท่านนี้แม้แต่คำเดียว แต่พวกเขาได้ยินยังรู้สึกแสบหน้า แล้วเด็กสาวสองคนที่ถูกพูดถึงนี้จะรู้สึกยังไงกันนะ พ่อแม่ของพวกหล่อนอีก หากได้ยินคงต้องมีแสบร้อนที่ใบหน้ากันบ้างล่ะ
“คุณป้าไม่เป็ใครไม่ทราบคะ ทำไมเข้ามาสอดระหว่างเพื่อนเขาจะคุยกัน” หานซูฉีเป็เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ยิ่งได้รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือแม่ของคู่ปรับเก่า มีหรือที่เธอจะต้องเกรงใจ
“อุ๊ย!” จินลี่ซือยกมือขึ้นทาบอก “ไม่นะหนู ฉันเป็ป้าหนูไม่ได้หรอก ลูกหลานของฉันไม่มีใครมีนิสัยแบบหนูหรอกจ้ะ”
“ฉีฉี! หยุด” หวงเหมยลี่เห็นคนมองมาเยอะก็เริ่มอาย “หนูต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะคะ ปกติเราก็พูดเล่นกันอย่างนี้ประจำค่ะ”
“หนูเรียนอยู่ที่เดียวกับลูกสาวฉันเหรอจ๊ะ” จินลี่ซือหันไปมองลูกสาวอย่างเห็นใจ “ยัยหนู อยากย้ายโรงเรียนไหมลูก พอเห็นอย่างนี้แล้ว แม่รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมที่โรงเรียนของหนูคงไม่ดีเท่าไหร่”
เสียงตบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใส
“สวัสดีครับคุณป้าหลิง หนูชื่อซินดี้นะครับ Sindy Design เป็ห้องเสื้อที่โด่งดังและมีสาขาอยู่ทั่วโลก นายแบบและนางแบบมีชื่อเสียงทั่วโลกมักจะขอมาเดินแบบให้เราในทุกฤดู วันนี้หนูจะให้พนักงานออกบัตรสมาชิก VIP ให้คุณป้าหนึ่งใบ คุณป้าสามารถมาใช้บริการที่ Sindy สาขาใดก็ได้ เราจะมีส่วนลดให้ 20% ครับ” เจิ้งซิงอีเดินเข้ามาทัก “สวัสดีคุณหนูเถาเถา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะจ๊ะ ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่เจอกับยัยต้าเหนิง ฉันคงไม่รู้ว่าแกมาเดินชอปปิงกับคุณแม่”
“แม่ฉันเป็แฟนตัวยงของร้านแกน่ะ” หลิงผูเถาตอบ
“นี่ยัยซินดี้ เธอให้บัตรสมาชิก VIP กับป้าบ้านนอกคนนี้และยังให้ส่วนลดอีก 20% เพราะเธอรู้ว่าหล่อนไม่มีปัญญาจะมาซื้อของที่นี่ใช่ไหมล่ะ ช่างพยายามรักษาหน้าตาให้เพื่อนเสียจริง” หานซูฉีพูดขึ้น
“หานซูฉี เธอกำลังอิจฉาที่ฉันมอบบัตรสมาชิก VIP ให้คุณป้าหลิงสินะ” เจิ้งซิงอีรีบหันไปพูดกับลูกค้าคนอื่น “แต่ทุกคนอย่าเข้าใจผิดนะครับ Sindy Design ของเราต้อนรับลูกค้าอย่างเท่าเทียม และไม่เคยมอบบัตรสมาชิก VIP ให้ใครแม้จะเป็สายสัมพันธ์ส่วนตัว แต่คุณป้าหลิงเป็ลูกค้าชั้นดีและซื้อของกับเราตรงตามเงื่อนไขที่จะได้รับบัตรสมาชิก VIP ทุกประการ ไม่เชื่อทุกคนก็ลองดูถุงสินค้าที่วางเรียงกันอยู่ตรงนี้สิครับ”
ลูกค้าทุกคนมองไปที่ถุงใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่วางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบไม่น้อยกว่าสามสิบถุง ราคาคงไม่ต้องคำนวณแล้ว อย่างน้อยหกหลักต้องมี
“นังซินดี้! แกพยายามจะฉีกหน้าฉันเหรอ” หานซูฉีโมโห
“เรากลับกันก่อนเถอะ” หวงเหมยลี่ดึงมือเพื่อนเดินจากไป
“ขอบใจแกมากนะซินดี้” หลิงผูเถาบอก
“ขอบใจอะไรยะ ฉันต้องขอบคุณที่แกกับคุณป้ามาอุดหนุนสินค้าของฉันต่างหาก” เจิ้งซิงอีหันไปหาจินลี่ซือ “หนูขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการนะครับคุณป้า หนูชื่อเจิ้งซิงอี...”
จากนั้นหลิงผูเถากับจินลี่ซือก็ฟังเจิ้งซิงอีแนะนำตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้โจวต้าเหนิงอีกครั้ง แต่เจิ้งซิงอีเป็เด็กช่างพูดกว่าโจวต้าเหนิงมาก กว่าเจิ้งซิงอีจะแนะนำตัวเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว