ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 35

    ณ คฤหาสน์อาโนอิทอส 

    หลังจากวันนั้น อาโนอิทอสก็ปล่อยให้พ่อและพี่ชายของตัวเอง รวมทั้งพวกขุนนางชั่วที่อยู่ฝ่ายคลีซอสเผชิญหน้ากับกาฬโรคกันเอง ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อมา คลีซอส เอนาส วิซาลาสและลูกชายคนรองอามอโฟส เอนาส วาซิลาสก็ได้สวรรคตไปด้วยโรคร้าย พวกดยุคใหญ่ทั้ง 6 และเจ้าเมืองชั่วที่รับใช้คลีซอสก็ค่อยๆป่วยเป็นโรคและตายตาม อิชการ์หายตัวไป ยุคสมัยของคลีซอสและพวกขุนนางชั่วได้จบลง และอาโนอิทอสก็ได้กลายเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรแห่งนี้ไปโดยปริยาย

    ตอนนี้อาโนอิทอสกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานตนเอง มีสีหน้าที่เคร่งเครียด 

    พาเน่เห็นสีหน้าอาโนอิทอสแบบนั้น ก็ถามอย่างสงสัย "ฝ่าบาท ตอนนี้ทุกอย่างดูค่อยๆเข้าที่เข้าทางแล้ว ทำไมถึงได้ทรงดูกังวลใจเช่นนั้นเจ้าคะ?" 

    "มันมีบางอย่างแปลกไป" อาโนอิทอสบอก 

    "แปลกไป?" เด็กสาวเอียงคออย่างสับสน

    อาโนอิทอสบอก "กาฬโรคไม่ใช่โรคพาหะที่มีคนเป็นพาหะหลัก แต่มีสัตว์ฟันแทะอย่างพวกหนูเป็นพาหะ แต่ตั้งแต่เกิดโรคนี้ขึ้น ทั่วอาณาจักรกลับได้รับผลกระทบพร้อมกันทุกๆเมือง ทั้งๆที่ไม่น่าจะมีหนูพาหะปรากฏพร้อมกันมากขนาดนั้นแถมพวกเชื้อพระวงศ์ก็ดันติดด้วยจึงทำให้เรื่องนี้ดูแปลกๆ" 

    พาเน่สงสัย "นั่นเป็นเรื่องแปลกหรือเจ้าคะ?" 

    อาโนอิทอสเผยสีหน้าจริงจัง "แปลกมาก เพราะพวกชนชั้นสูงไม่น่าจะมีหนูสกปรกอยู่ในวัง โอกาสที่พวกเขาจะสัมผัสพาหะได้มีเพียงแค่ไปเจอผู้คน แต่คนไม่ใช่ตัวนำพาหะหลัก ดังนั้น โอกาสที่อามอโฟสจะติดโรคนี้จากการสัมผัสผู้ป่วยแค่ครั้งเดียวมันน้อยมาก" เท่าที่อาโนอิทอสรู้ พวกคลีซอสแทบจะเก็บตัวอยู่แต่ในปราสาทไม่ยุ่งกับพวกกักตัวเลย ดังนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ที่อามอโฟสจะได้ไปสัมผัสตัวใคร 

    ความเป็นไปได้เดียวที่อธิบายความไม่สมเหตุสมผลนี้ได้มีแค่เรื่องเดียว นั่นก็คือพวกใต้พิภพ 

    "แม่นางน้อย ตั้งแต่พวกใต้พิภพปรากฏตัวขึ้น พวกท่านมีความรู้เกี่ยวกับปิศาจที่ปรากฏในเดือนสุดท้ายมากแค่ไหน?" อาโนอิทอสหันไปมองเด็กสาว 

    พาเน่สั่นศีรษะด้วยความเสียใจ "ต้องขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะฝ่าบาท สิ่งที่มนุษยชาติรู้เกี่ยวกับ 'อาทานาทอส' นั้นน้อยมากจนแทบไม่มีเลย เพราะตั้งแต่พวก 'สเกได' ออกมาทุกคนก็อพยพเข้าไปในเมืองแล้วสนใจแต่การป้องกันกำแพงเท่านั้น อย่างเดียวที่เรารู้ก็คือ 'อาทานาทอส' มีขนาดตัวที่ใหญ่มาก" 

    "นั่นล่ะแม่นางน้อย ข้าพเจ้าอยากถาม หากว่าขนาดตัวมันใหญ่ถึงเพียงนั้น ยามที่มันโผล่มาโจมตีเมือง พวกท่านไม่เห็นตัวมันบ้างเลยหรือ?" พาเน่เคยบอกว่าหมู่บ้านหนึ่งเคยถูก 'อาทานาทอส' เหยียบจนจมหายไปกับพื้น หมายความว่าอย่างต่ำมันก็สูง 17,000 เมตรเท้ามันถึงจะใหญ่ขนาดนั้นได้ แล้วสิ่งมีชีวิตขนาด 17,000 เมตร มนุษยชาติไม่เคยเห็นได้ยังไง 

    กำแพงเมืองสูงแค่ 30 เมตรไม่ใช่หรือ?

    แต่แล้วพาเน่ก็บอก " 'อาทานาทอส' มีขนาดตัวที่ใหญ่ แต่ว่ามันไม่เคยบุกมาโจมตีเราตรงๆเจ้าค่ะฝ่าบาท" 

    'ไม่เคยเข้ามาโจมตี?' อาโนอิทอสมีสีหน้าที่ครุ่นคิด เขามุ่นคิ้วเข้าหากันแล้วรู้สึกแปลกๆ ตัวใหญ่ขนาดนั้นมาถล่มอาณาจักรแค่วันเดียวมนุษยชาติก็จบสิ้นแล้ว แต่ทำไมมันถึงได้ไม่ปรากฏตัวออกมาสักครั้ง? 

    อาโนอิทอสได้แต่เดาแบบสุ่มๆไป บางทีถ้าหากอาโนอิทอสเดาไม่ผิด 'อาทานาทอส' อาจจะเป็นเผ่าใต้พิภพที่มีความสามารถโจมตีระยะไกล เพราะแบบนั้นจึงไม่จำเป็นต้องออกมาปะทะตรงๆ ถ้าเดาไม่ผิดกาฬโรคอาจจะเกี่ยวโยงกับ'อาทานาทอส' ด้วย 

    อาโนอิทอสมุ่วคิ้วอย่างปวดหัว รู้สึกการคาดเดานี้ยังดูแปลกๆอยู่เช่นกัน แต่เขามีข้อมูลอะไรไม่มากสุดท้ายก็ได้แต่เดาไปแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะแบบไหนเขาก็มั่นใจได้แล้วว่า 'อาทานาทอส' มีความสามารถโจมตีระยะไกลและจะไม่ออกมาโจมตีมนุษย์ตรงๆ ถ้างั้นก็ทางสะดวกสำหรับอาโนอิทอสเพราะแบบนั้นเขาก็สามารถบุกไปโจมตีอย่างเต็มกำลังที่ฐานอีกฝ่ายหรือไม่ก็ใช้นิวเคลียร์โจมตีอีกฝ่ายจากระยะไกลได้เช่นกัน 

    อาโนอิทอสเคลียร์งานบนโต๊ะตัวเองจนเสร็จจากนั้นก็เดินออกไปสูดอากาศข้างนอก ตอนนั้นเองเขาก็เห็นชาวเมืองมากมายตามถนนหนทางที่เขาเดินผ่านออกมาโบกมือทักทายเขา สีหน้าของคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสุข บางคนเป็นชามิวลอส แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองผู้อพยพจากเมืองอื่นๆ 

    หลังจากที่ช่วยเหลือคนทั้งประเทศจากกาฬโรค ประชาชน 70% ก็ย้ายมาอาศัยที่ชามิวลอส ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นชนชั้นล่างและคนยากไร้ อยู่กับการบริหารของเจ้าเมืองเลือดเย็นทำให้พวกเขามีชีวิตที่ลำบาก แต่ด้วยพ็อกเก็ตมิติของอาโนอิทอสทำให้พวกเขาได้มีทั้งที่พักและอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยา เพราะความสามารถของพ็อกเก็ตมิตินอกจากจะย้ายของจากยานเอกซ์โซชอสมาได้ มันยังสามารถสร้างสิ่งของได้ทุกอย่างขอเพียงแค่ผู้ใช้รู้โครงสร้างของมันด้วยทั้งอาหารหรือยา หรือแม้แต่บ้าน อาโนอิทอสก็รู้โครงสร้างมันทั้งหมด 

    การมีคนมาอาศัยด้วยเยอะทำให้อาโนอิทอสมีความสุข แต่เขาก็เจอปัญหาประชากรแออัดเพิ่มขึ้นเช่นกัน เขาวางแผนไว้แล้วว่าหลังจากเคลียร์เรื่องทุกอย่างจบจะส่งคนพวกนี้กลับบ้านตนเองแล้วจะส่งพวกขุนนางที่เชื่อถือได้ไปปกครองอีกที ขอแค่มีผู้ปกครองที่รักและห่วงใยประชาชนจริงชีวิตของคนเหล่านี้ก็จะมีความสุขเหมือนอยู่ที่นี่ ในเรื่องนี้อาโนอิทอสได้คิดแล้วว่าจะให้คนในตระกูลอิสคีโรสไปปกครอง เพราะเรื่องความรักต่อประชาชน ในบรรดาดยุคทั้งหมด พวกเขาคือตระกูลที่รักประชาชนตนเองที่สุด 

    หลังจากเดินเล่นสูดอากาศเสร็จแล้ว อาโนอิทอสก็ไปดูงานที่ฐานกองทัพบกต่อ 

    เขาเห็นคามิวดุสที่นั่น 

    "อาโนอิทอส?" 

    "คามิวดุส อาวุธของข้าพเจ้าส่งมาถึงไหนแล้ว?" อาโนอิทอสมาถึงก็ถามทันที 

    คามิวดุสมองไปด้านหน้า แล้วบอก "ของชิ้นนี้อาจจะมีโครงสร้างซับซ้อนมากจึงใช้เวลาขนส่งนาน ตอนนี้ยังไม่มาสักชิ้น อาจจะต้องใช้เวลาราวๆ 3 สัปดาห์จึงจะได้ตามที่เจ้าต้องการ" คามิวดุสพูดพลางเผยสีหน้ากลัวเล็กน้อย 

    คามิวดุสหันมองอาโนอิทอส จากนั้นตัดสินใจถาม "นี่อาโนอิทอส เจ้าคิดจะทำเช่นนี้จริงๆหรือ? ถึงแม้พวกใต้พิภพจะอันตราย แต่การทำขนาดนี้มันอาจจะเป็นอันตรายกับเราเองก็ได้นะ ข้าว่าเราเก็บอาวุธพวกนี้ไปทำลายทิ้งแล้วใช้แค่ขีปนาวุธทำลายฐานพวกมันก็พอกระมัง?" 

    "ท่านดูกังวลนะ ท่านคามิวดุส มีอะไรอย่างนั้นหรือ?" 

    คามิวดุสมองอาวุธ 10 ชิ้นบนพ็อกเก็ตมิติที่อาโนอิทอสอยากจะสั่งมา จากนั้นกล่าวด้วยใบหน้าหวาดกลัว "เจ้าเคยบอกว่าหัวรบนิวเคลียร์แบบฟิวชั่นลูกหนึ่งมีพลังทำลายล้างเท่ากับระเบิด 10,000,000 ตัน" 

    "ใช่แล้ว" 

    คามิวดุสมองใบหน้าอาโนอิทอสอย่างจริงจังแล้วถาม "เช่นนั้นนิวเคลียร์ลูกเดียวก็เพียงพอจะทำลายฐานข้าศึกได้แล้วมีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องเรียกหัวรบนิวเคลียร์มาตั้ง 10 ลูก?" 

    จากการที่กล่าวว่าหัวรบหนึ่งลูกเท่ากับระเบิด 10,000,000 ตัน ถ้าเช่นนั้น ถ้าหัวรบ 10 อันถูกระเบิดขึ้นพร้อมกันมันจะเท่ากับระเบิดกี่ตัน? แทนที่จะฆ่าเผ่าใต้พิภพ คามิวดุสกลัวว่านี่จะฆ่ามนุษย์พวกเดียวกันเองตายก่อนมากกว่า ถ้ามีใครมาระเบิดอะไรที่นี่ตอนนี้ชามิวลอสจะเป็นยังไง? 

    "ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านกำลังกังวลอะไร แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้ปลอดภัยดี ในศตวรรษที่ 25 ดาว E3 แบบเดียวกับพวกท่านก็เคยมีผู้นำประเทศสองแห่งทำแบบนี้มาแล้ว ถึงจะไม่ใช้หัวรบแบบฟิวชั่น แต่ในสงครามครั้งนั้นก็ไม่มีกองทัพฝ่ายไหนที่ตายเพราะอุบัติเหตุระเบิดตัวเอง ถึงแม้หลังจากจบสงครามนั้นทั้งสองประเทศจะใช้นิวเคลียร์แค่ 6 ลูก แต่ที่จริงพวกเขาก็เตรียมจะระเบิดประเทศศัตรูด้วยนิวเคลียร์ทั้งหมดที่มีเช่นกัน"

    อาโนอิทอสนึกถึงความโง่เขลาของมนุษย์ในตอนนั้นแล้วบอก "เทียบกับยิงนิวเคลียร์ถล่มกันเป็นหมื่นลูกจนอาจจะส่งผลให้ทั่วโลกตกอยู่ในฤดูหนาวนิวเคลียร์เป็น 10 ปีจนเพาะปลูกอะไรไม่ออก อดอยากตาย การใช้นิวเคลียร์แค่ 10 ลูกไม่ได้สร้างความวิบัติขนาดนั้นหรอก" 

    คามิวดุสมองอาโนอิทอสอย่างลึกล้ำ "นั่นเป็นความลับเกี่ยวกับตัวตนจริงๆของเจ้าด้วยรึเปล่า?"  

    อาโนอิทอสส่ายหน้า "เรื่องนั้นข้าพเจ้าบอกตอนนี้ไม่ได้ แต่ยังไงก็ตาม การทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อจัดการศัตรูตัวสุดท้ายนี้ก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะข้าพเจ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับตัวมันน้อยมาก ถ้าหากทำได้ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจะใช้อาวุธที่มีเทคโนโลยีอะไรมากไปกว่ายุค 20 แล้ว ดังนั้นจึงต้องทำให้มันจบในครั้งนี้" 

    เสกกาฬโรคจากระยะ 4000 กิโลเมตรได้ อาโนอิทอสไม่อยากจะเล่นเกมยาวกับฝ่ายตรงข้ามนักเมื่ออาโนอิทอสไม่รู้ว่าฝั่งตรงข้ามทำอะไรได้อีก 

    อย่างไรก็ตาม อาโนอิทอสมองพ็อกเก็ตมิติ รู้สึกแปลกจริงๆที่พ็อกเก็ตมิติใช้เวลานานขนาดนี้ในการเรียกหัวรบนิวเคลียร์แค่ 10 อันมา ปกติควรจะเสร็จใน 2-3 สัปดาห์ แต่นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วยังไม่ได้สักอัน ช่วง 7 วันมานี้อาโนอิทอสรู้สึกว่าพ็อกเก็ตมิติทำงานช้าลงแปลกๆ 

    'หรือว่าข้าพเข้าควรจะเรียก 'สิ่งนั้น' มากันเหนียวไว้ดี?' 

    อาโนอิทอสรู้สึกกังวลจึงใช้พ็อกเก็ตมิติเรียกอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งจากศตวรรษ 50 มา สิ่งนี้เป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นโดยเอกซ์โซชอส

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ ที่คุณอ่าน