ตำหนักเ้าเมืองประกายเงิน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ... ท่านพ่อ ท่านไม่ได้ข้อมูลใดๆจากทางเมืองประกายทองเลยหรือ”
“ไม่ไม่มีเลย ข้าไม่สามารถแม้แต่จะพบเ้าเมืองประกายทองได้”
“เพราะเหตุใดท่านพ่อถึงไม่สามารถพบมันได้กัน”
“เ้าอย่าได้เรียกศิษย์พี่หวงเยี่ยงนั้น ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้ว"
"ก็มัน ..." เซียนอินพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนท่านพ่อของนางจะเคารพเ้าเมืองประกายทองคนนี้มาก จึงเอ่ยขัดเซียนอิน
"ไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้ว่าเ้าสงสัยเขา แต่เ้าไม่มีหลักฐาน ฉะนั้นเ้าอย่าได้พูดแบบนี้ส่งเดช หากใครได้ยินเข้าจะทำให้เ้าเดือดร้อนเอาได้" แม้หวังต้าเจิงจะเคารพหวงจื่อหานสักเพียงไหน แต่เขาเองก็เชื่อใจธิดาของเขามากเช่นกัน เขายินดีจะหักกับหวงจื่อหานได้ทันที ถ้าหากสิ่งที่เซียนอินกล่าวหาเขานั้นเป็ความจริง และมีหลักฐานยืนยัน
"ก็ได้ท่านพ่อ ข้าจะหาหลักฐานมาให้ท่านเห็นกับตา" เซียนอินกำหมัดแน่นระหว่างกล่าวกับบิดาของนาง
หวังต้าเจิงเห็นธิดาตัวเองเป็แบบนั้นก็สายหัว จริง ๆแล้วใช่ว่าเขาไม่เคยคิดว่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับภรรยา เป็สิ่งที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยหวงจื่อหาน แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานใด ๆ เขาก็ไม่อาจเอาผิดได้ และโดยลึก ๆเขาก็อยากจะให้สิ่งที่เขาและเซียนอินคิดนั้นมันไม่เป็ความจริง เพราะภาพของศิษย์พี่ที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอในกาลก่อน มันประทับอยู่ในใจเขามาโดยตลอด จนทำให้เขาทำใจเชื่อเื่นี้ไม่ได้
เขาถอนหายใจและกล่าวกับเซียนอินว่า "เอาล่ะ วางเื่นั้นไว้ก่อน ส่วนเื่หวงจื่อหานตอนที่ข้าตั้งใจเข้าพบนั้น บ่าวรับใช้ของเขา แจ้งพ่อว่า หวงจื่อหานถูกเรียกตัวเข้าพบด่วนโดยนครวิหคคราม ั้แ่เมื่อ10 วันก่อนและยังไม่กลับมาจนถึงตอนนี้”
“เรียกตัวเข้าพบด่วน...10 วันก่อน... ต้องเกิดเื่อะไรขึ้นสักอย่างแน่ ๆ ว่าแต่ท่านพ่อหากมีการเรียกตัวเ้าเมืองเข้าพบ แล้วท่านไม่ต้องไปด้วยหรอกหรือ”
“แน่นอนว่าข้าก็ไป แต่นั่นมันเมื่อ 10 วันก่อน ตอนนั้นพ่อกับเขาก็ยังได้เจอและพูดคุยกันอยู่ แต่เมื่อประชุมเ้าเมืองเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้าย พ่อเองก็ไม่คิดว่าเขาจะยังไม่กลับมาจนถึงตอนนี้ ...”
“เรียนท่านเ้าเมืองขอรับ นายช่างใหญ่เทียนคง ขอเข้าพบขอรับ” บ่าวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากเคาะประตูทำให้การสนทนาระหว่างการสองพ่อลูกหวังต้าเจิง และหวังเซียนอินถึงเื่ผิดปกติที่เกิดขึ้น ต้องหยุดลงชั่วคราว
ไม่นานนักเทียนคง ก็มาถึงหลังจากพาวิคทอเรียไปยังหลังเนินเขาเรียบร้อยแล้ว
“ข้าเทียนคง ขอคารวะ ท่านเ้าเมืองขอรับ”
“เทียนคงเข้ามาได้ ไม่ต้องมากพิธี เ้าคงจะรู้เื่จากธิดาข้าแล้ว เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“อ่อเื่การยกเลิกการหมั้นหมาย น่ะหรือขอรับ เท่าที่ข้าเข้าใจตามสถานการณ์ในภาพรวมของดาวเคราะห์วิหคครามมีความเป็ไปได้เพียงไม่กี่ข้อ ที่สามารถอธิบายเื่นี้ได้ ซึ่งข้าได้ตัดข้ออื่นๆออก จนเหลือความเป็ไปได้มากที่สุดเพียงข้อเดียว นั่นก็คือ ตอนนี้ดาวเคราะห์นี้กำลังจะเกิดเื่วุ่นวายและเมืองประกายเงินอาจจะเป็ส่วนสำคัญของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้เมืองประกายทองจึงไม่มีความ้าที่จะเกี่ยวข้องกับเมืองประกายเงินอีกต่อไปน่ะขอรับ”
จากสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งเทียนคงคาดเดานั้น เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเซียนอินและวิคทอเรีย ซึ่งหากมองจากบุคคลธรรมดาทั่วไปที่เกิดและเติบโตที่ดาวเคราะห์วิหคครามที่อยู่กันอย่างสงบกว่า1,000 ปี คงไม่มีใครคาดคิดได้ว่าการยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างบุตรและธิดาของหัวเมืองสองเมืองจะไปเกี่ยวข้องกับการที่จะเกิดความวุ่นวายที่ว่าได้อย่างไรและคงจะมองว่าเป็การยกเลิกเพราะตัวฝ่ายชายพบเจอกับผู้ที่งดงามกว่า หรือมีผลประโยชน์แฝงกับหัวเมืองอื่นที่มากกว่าเท่านั้นแต่กับเทียนคงแล้วเขามองในมุมมองของบุคคลภายนอก และที่สำคัญที่สุด จากความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลของเขา
“ความวุ่นวายวุ่นวายอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ แล้วเมืองประกายเงินนะหรือ เป็เหตุของความวุ่นวายเหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้นกัน”เซียนอินเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อเท่าใดนัก แต่กลับกันหวังต้าเจิงกลับแสดงอาการที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักเหงื่อเริ่มผุดขึ้นจากฝ่ามือและหน้าผาก
“ข้าเพียงแต่วิเคราะห์ตามข้อมูลที่ข้ามีเท่านั้นมันอาจจะเป็จริงหรือไม่จริงอย่างที่ข้าคาดเดาก็ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้เลยในขณะนี้คือ การเตรียมรับมือหากมันเกิดขึ้นจริง ๆอย่างไรเล่า”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าคิดว่ามันจะมีโอกาสมากน้อยเพียงใด ที่จะเกิดขึ้นจริงอย่างที่เ้าคาดเดา”เซียนอินยังคงสอบถามอย่างสงบ และไม่เห็นอาการตื่นใแต่อย่างใดแต่บุคคลที่อยู่ด้านข้าง บิดาของนาง หวังต้าเจิงตอนนี้สติดูเหมือนไม่อยู่กับร่างแล้ว อาจจะเป็เพราะความอ่อนแอภายในใจของเขาเองหรืออาจเป็เพราะข้อมูลบางอย่างที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้ที่แม้แต่เซียนอินก็ไม่ทราบก็คงไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเขาเอง
“มากกว่า7 ใน 10 ส่วน”
“มากถึงเพียงนั้น”
“อาจจะมากกว่านั้นมากข้าขออนุญาตแนะนำท่านทั้งสอง ว่า ...”
“เรียนท่านเ้าเมืองมีคนจากเมือง เพชรฆาตอสูร ขอเข้าพบท่านขอรับ”
ในขณะที่เทียนคงกำลังจะเอ่ยคำแนะนำต่อเซียนอินและเ้าเมืองต้าเจิงทันใดนั้นเอง เสียงเรียกของทหารเฝ้ายามนายหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกเ้าเมืองต้าเจิง
“เช่นนั้นพวกเ้าสองคนคุยกันไปก่อน เซียนอิน ฝากเ้าดูแลเทียนคงด้วยข้าคงต้องไปพบผู้มาเยือนท่านนี้ก่อน” ไม่รอให้เซียนอินและเทียนคงตอบคำเ้าเมืองต้าเจิงก็ออกไปทันทีอย่างรีบร้อน
“ท่านพ่อเดี๋ยวก่อนพวกเรายัง ...”
“ปล่อยท่านไปเถอะท่านคงต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อีกมาก กับหลาย ๆหัวเมือง ไปคุยกันที่โรงหลอมเถอะ”ขณะที่หวังต้าเจิงกำลังจะออกจากโถงเพื่อไปพบแขกจากเมืองเพชรฆาตอสูรเซียนอิน้ารั้งท่านไว้ก่อนเพราะพวกเขายังคุยกันไม่จบและยังมีคำถามอีกมากที่นาง้าทราบจากผู้เป็บิดาแต่เทียนคงกลับขวางนางโดยการดึงแขนและลากนางไปจากห้องโถงเพื่อไปยังโรงหลอม
“เ้า... พรืดๆๆๆ” (กำลังโดนลาก)
ระหว่างการเดินทางไปยัง โถงใต้ดิน โรงหลอมอาวุธเมืองประกายเงิน
“เหตุใดเ้าถึง้าไปคุยกันที่โรงหลอมกันยังมีอีกหลายเื่ที่ข้า้าถามบิดาข้า” เซียนอินแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยขณะเอ่ยคำพร้อมกับพยายามฝืนแรงดึงของเทียนคงเพื่อกลับไปยังตำหนักเมืองประกายเงิน
“มีหลายอย่างไม่ชอบมาพากลข้ารู้สึกได้ แต่ข้าก็ตอบเ้าไม่ได้เช่นกันว่าเื่อันใดบ้างฉะนั้นข้าจึง้าที่จะอยู่ในที่ ที่ข้าคิดว่าปลอดภัยมากที่สุดก่อน”
“หืมมมเป็เช่นนั้นรึ แล้วเ้าไม่ห่วงความปลอดดภัยของบิดาข้าเลยหรืออย่างไรถึงได้พาข้ามาเพียงคนเดียวเช่นนี้”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าจะเกิดอันตรายกับใครในตอนนี้เพียงแต่ข้าคิดว่าเรากำลังถูกจับตามองอยู่และคงไม่ดีนักหากใครเห็นข้าพูดคุยกับเ้าและบิดาเ้าได้อย่างใกล้ชิด”
“อ่า...จริงของเ้า ข้าคงคิดน้อยไป เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
โถงรับแขก ตำหนักเ้าเมือง เมืองประกายเงิน
ปรากฏบุคคล5 คน กำลังนั่งสนทนากันอยู่และคนที่นั่งตำแหน่งเก้าอี้เ้าบ้านก็คือเ้าเมืองประกายเงิน หวังต้าเจิง นั่นเองส่วนอีก 4 คนที่กำลังร่วมสนทนาอยู่นั่น เป็คนจากเมืองเพชรฆาตอสูร หนึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับเ้าเมืองต้าเจิงเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่วัยกลางคน ส่วนอีก 3 คนดูเหมือนจะเป็องครักษ์ซึ่งติดตามมาด้วย เป็ชายร่างสูงใหญ่เช่นกันทั้งสามคน
“มีเื่อันใด1 ใน 4 ยอดฝีมือ ซุนยวี่เหอ จากเมืองเพชรฆาตอสูร ถึงได้มายังเมืองประกายเงินหรือ”
“ข้าไม่ขออ้อมค้อม เข้าเื่เลยแล้วกันที่ข้ามารบกวนท่านถึงที่นี่ มีอยู่ 2 เื่ ที่้าสอบถามท่านโดยตรง”ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเ้าเมืองต้าเจิงเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด
“อืมมเพียงสอบถามหรือ ได้แน่นอน หากข้าทราบ ข้าย่อมให้ความร่วมมือ เชิญท่านถามมาได้เลย”
ทันทีที่เ้าเมืองต้าเจิงยินยอมให้ความร่วมมือ และจากการส่งสัญญานบางอย่างของซุนยวี่เหอผู้ติดตามทั้งสามคนก็ออกจากห้องรับรองไป เหลือเพียงเ้าเมืองต้าเจิง และซุนยวี่เหอ
“ท่านต้าเจิงการประชุมเ้าเมืองเมื่อ 10 วันที่แล้ว มีหัวข้อเื่พวกแวมไพร์หรือไม่”
“...มี ... ว่าแต่ทำไมท่านถึงต้องมาถามข้าเ้าเมืองท่านไม่ได้บอกท่านเื่ของการประชุมหรอกหรือ” หากว่ากันแล้ว 4 ยอดฝีมือของเมืองเพชรฆาตอสูรนี้ไม่ต่างกับแขนขาของเ้าเมืองเพชรฆาตอสูร ดังนั้นไม่ว่าเื่อะไร พวกเขาทั้งสี่คน จะรับรู้และคอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ ดังนั้นแม้เื่แวมไพร์จะเป็ความลับสุดสอด แต่พวกเขาทั้งสี่คนก็มีสิทธ์ที่จะรับรู้
“นั่นเป็เพราะตอนนี้มีท่านเพียงคนเดียวที่ได้กลับมายังเมืองของตัวเองหลังจากการประชุมเมื่อ 10 วันที่แล้ว” !!! ...