ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 18 "จับสัตว์ขี่"

                สิ่งที่ลาเวเรียกล่าวทำให้อาริเชียคิดตามไปด้วยมันก็ถูกถ้าเธอมัวแต่ซ่อนในที่ปลอดภัยที่สุดถ้าหากในยามที่เขาลำบาก แล้วถ้าเกิดเธอไม่สามารถที่จะไปช่วยเขาได้เพราะเธออ่อนแออย่างนั้นเหรอมันไม่ใช่ เธอไม่ใช่คนที่จะมารอคอยให้ใครปกป้องสิ่งจำเป็๲ของจักรพรรดิคือการนำพาจักรวรรดิให้เจริญรุ่งเรืองเข้มแข็งเหนือกว่าประเทศอื่นหากไม่แข็งแกร่งด้วยตนเองมีแต่คนคอยปกป้องนั่นก็ไม่อาจเรียกว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริง



                  รอยยิ้มที่งดงามของอาริเชียก็ปรากฎบนใบหน้า “ขอบคุณท่านพี่ ข้าว่าข้าเข้าใจที่ท่านกล่าวมาแล้ว”

                  “อืม ดีแล้วที่เจ้าคิดได้ ในตอนนี้เจ้าแข็งแกร่งพอที่จะยืนข้างเขาแล้วเพียงแต่ความคิดของเควินอยากให้เจ้าปลอดภัยตลอดเวลานั่นเป็นเรื่องดีเพียงแต่มันก็เป็นเรื่องไม่ดีเช่นเดียวกัน เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกถ้าเจ้านั่นมันไร้เหตุผลข้าจะตักเตือนเจ้านั่นเอง”

                   …………

                  หลังจากที่เควินออกมาจากจุดปะทะกับโจรป่าแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังเขตอสูรวิณญาณระดับเจ็ดทันทีเพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่จะได้พาหนะชิ้นสำคัญในการเดินทางเขาต้องไปถึงก่อนใคร พวกนั้นก็ต้องไม่ยอมลดละแค่นั้นแน่ๆเพราะฉนั้นจะหยุดพักไม่ได้ นี่ก็ผ่านมาถึงสี่วันที่เขาแทบไม่ได้หยุดพักระหว่างทางป่าทับทิมมีอีกชื่อว่าเขาวงกตเปลี่ยนแบบนั่นก็คือป่าแห่งนี้จะเปลี่ยนจุดตั้งภูมิประเทศไปเรื่อยๆไม่ซ้ำกันแม้ว่าจะเป็นนายพรานมาเองก็ยังต้องใช้ความสามารถกว่าสองวันในการเข้าไปส่วนกลางที่มีอสูรวิณญาณระดับเจ็ดแต่สำหรับเควินที่ไม่ใช่นายพรานเข้าก็ต้องสับสนไปถึงสี่วันกว่าจะเข้ามาสู่ส่วนกลางของป่าทับทิมได้

                    “เจ้าหนูพลังต่ำต้อยแล้วไม่เจียมตัวเข้ามาในเขตปกครองของข้าเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่หรืออย่างไร”

                    เสียงอันกึกก้องของวิหคตัวหนึ่งที่มีขนสีครามอันงดงามร่างกายใหญ่ตัวเท่าภูเขาขนาดกลางลูกหนึ่งมันก็คือวิหควายุครามที่กล่าวพร้อมกับน้ำเสียงที่ดูมีโทสะเล็กน้อย

                   เควินชะงักกลางอากาศมองจ้องไปทางต้นเสียง นั่นมันพาหนะที่เขาตามหานิ “ไม่นึกว่าข้าจะโชคดีอะไรขนาดนี้ที่มาเจอเจ้าทันทีที่เข้าป่ามาแบบนี้ไม่คิดว่าข้าโชคดีบ้างเหรอ ก็ดีเหมือนกันพาหนะส่งมาถึงที่”

                     วิหควายุครามมันคงฟังไม่ผิดกระมังเจ้าเด็กอวดดีที่อยู่ระดับกำเนิดจิตวิณญาณขั้นที่หนึ่งกำลังบอกว่าตามหามันเพื่อเอาไปเป็นพาหนะ ก็จริงที่มันแปลกใจมากเช่นกันว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงสามารถเข้ามาในเขตส่วนกลางได้แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญ

                    “ใจจริงข้าก็ไม่อยากฆ่าสิ่งที่มีพลังต่ำกว่าตนเองมากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่จริงๆสินะ” วิหควายุครามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยโทสะที่พร้อมจะสับสังหารเควินให้ตายทันที
                    “มาลองดูก็ได้ว่าเจ้าที่เป็นพาหนะจะสามารถกำจัดข้าคนนี้ได้ยังไง” เควินแสดงท่าทางสบายใจพร้อมเปิดใช้งานปีกแห่งแสงแล้วคว้าจับดาบที่เขาใช้เหาะเหินเป็นประจำมาไว้ในมือ

                    ตึง!
                  ปีกแห่งแสงถูกใช้งาน ผลกระทบ 
                  ……….
    ตึง!                         ดาบประกายแสง ดาบประจำตัวของท่านเปลี่ยนผลกระทบเหินบินกลายเป็นผลกระทบต่อสู้ :
                ความเร็วในการเคลื่อนที่ + 20 %            ความเร็วในการโจมตี + 20%            ความรุนแรงในการใช้ทักษะด้วยดาบประกายแสง + 50%            หากได้รับผลกระทบถึงตายจะเหลือพลังชีวิต 1 และจะสามารถฟื้นคืนพลังชีวิตจนเต็มอีกครั้ง *ใช้ได้วันละหนึ่งครั้ง
                ผลกระทบพิเศษเมื่อถูกใช้โดย เควิน คาร์เวีย
                เพิ่มพลังของตนเองให้เสมอคู่ต่อสู้ได้ เวลาในการใช้ 10 วินาที *จะใช้งานได้อีกครั้งในอีกสิบวัน                         
                ตึง!
                 “แถบสถานะ” ได้มอบทักษะย่อย "จับสัตว์ขี่" ของทักษะระดับพิเศษ "จับสัตว์เลี้ยง" ให้แก่ท่านชั่วคราวเป็นเวลาสองชั่วโมง หากสามารถจับสัตว์ขี่สำเร็จท่านจะได้รับทักษะระดับพิเศษ “จับสัตว์เลี้ยง” ถาวร
                ทักษะ “จับสัตว์ขี่” 
                 เมื่อสามารถทำให้อสูรวิณญาณเกิดความอ่อนล้าสำเร็จจะสามารถจับมาเป็นสัตว์ขี่ได้ เมื่อจับมาเป็นสัตว์ขี่สำเร็จมันจะไม่มีทางทรยศต่อท่านและสามารถพัฒนาไปพร้อมกับท่านได้
                               !!!!
                 “นี่มันอะไร…."
                  เควินแค่จะใช้ปีกแห่งแสงและดาบประกายแสงของตนเข้าปะทะและทำให้มันหมดสติด้วยเวทมนตร์พิเศษไปชั่วคราวแล้วใช้เวทมนตร์ในการจับสัตว์ถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสน้อยก็ตาม แต่ดูเหมือน “แถบสถานะ” กำลังจะบอกให้เขาจับมันเพื่อให้มันเป็นประโยชน์ต่อเขาทั้งยังมอบทักษะ “จับสัตว์ขี่” ให้แก่เขาแต่เควินก็ไม่อาจรู้ว่าความอ่อนล้ามันต้องทำเช่นใดถึงเกิดความอ่อนล้าขึ้นมาได้ที่สำคัญมันไม่ได้บอกโอกาสที่จะสำเร็จเป็นไปได้ว่ายิ่งค่าความอ่อนล้าสูงเท่าไหร่โอกาสสำเร็จในการจับก็ยิ่งสูงเป็นเช่นนั้นเหรอ


                  ใบหน้าของเควินเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีมันก็ดีนะสิจะได้ทำอะไรให้มันรวดเร็ว “หึ เจ้าเตรียมตัวมาเป็นพาหนะของข้าเถอะ ปลดปล่อยพลังดาบประกายแสง”                                          พลังของเควินที่เป็นแค่ขั้นกำเนิดจิตวิณญาณที่พุ่งขึ้นจนเทียบเท่าผู้กอบกู้ขั้นที่เก้าที่มีความสามารถเท่ากับวิหควายุคราม ทำให้วิหควายุครามตื่นตกใจไปสักครู่แต่แล้วอย่างไรก็แค่พลังที่เพิ่มขึ้นมาขอแค่มันทนการโจมตีของเจ้าเด็กนี่ได้แล้วรอเวลาที่ความสามารถของเจ้าเด็กนี่หมดไปมันก็จะกระชากเจ้าเด็กนี่เป็นชิ้นๆจับกินเพื่อเติมเต็มท้องที่กำลังว่างพอดี มันที่โดนเหยียดหยามดูหมิ่นเกียรติของมันแบบนี้มีรึที่มันจะไม่มีโทสะ ไม่นานนักมันก็ใช้พลังการโจมตีขั้นสุดยอดของมันออกมา


                   เขตแดนใบมีดวายุมรณะ
                 ใบมีดวายุเกิดขึ้นกลางอากาศธาตุมากมายล่องลอยภายในอากาศเมื่อมันได้รับคำสั่งของวิหควายุครามมันก็พุ่งด้วยความเร็วสูงเข้าจู่โจมเควินที่กำลังพุ่งมาหาวิหควายุคราม

                  รุ่งอรุณทำลายล้าง

                 เควินใช้การโจมตีที่รุนแรงของรุ่งอรุณทำลายล้างอำนาจการโจมตีของวิหควายุครามและสามารถฝ่าวงจู่โจมของใบมีดวายุที่ถาโถมเข้ามาจนสลายหายไปเขาใช้ก้าวพริบตาโผล่เข้าไปปรากฎตรงหน้าวิหควายุครามแล้วฟันด้วยท่ารุ่งอรุณทำลายล้างที่เป็นการฟันด้วยอำนาจพลังวิณญาณผสานกับพลังเวทมนตร์ 
                  วิหควายุครามเมื่อเห็นท่าไม่ดีมันก็เบี่ยงหลบแต่ไม่ว่ามันจะหลบไปทางไหนก็จะโดนท่ารุ่งอรุณแห่งการทำลายล้างตามติดราวกับร่างกายของวิหควายุครามเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดพลังทำลายล้างเข้ามาหาตนเอง มันได้แผลไปถึงหกแผลที่ลึกมากยังดีที่มันมีร่างกายที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะทำลายได้

                   ตึง!
                  ความอ่อนล้าของวิหควายุครามเพิ่มขึ้น 20 %
    เควินไม่ปล่อยให้วิหควายุครามได้พักหายใจเขาต้องรีบเผด็จศึกโดยไว เควินใช้ท่าต่อไปในทันที
                   รุ่งอรุณแยกเงา

                  เงาดาบมหาศาลพุ่งทะลุทะลวงเข้าไปหาวิหควายุครามแม้มันจะมีเขตแดนของวายุมิติมรณะที่เป็นท่าไม้ตายของมันก็ไม่สามารถต้านทานรุ่งอรุณแยกเงาเอาไว้ได้แม้แต่เสี้ยววินาที จนเงาดาบมากมายฟาดฟันเข้าร่างของมันอย่างไม่หยุดพักรอยแผลของวิหควายุครามเริ่มปรากฎมากขึ้นจนขนสีครามที่งดงามของมันเต็มไปด้วยสีโลหิต มันดูถูกเจ้าเด็กนี่มากเกินไปมันไม่คิดว่าเจ้าเด็กนี่จะสามารถเพิ่มพลังจนสามารถเทียบเท่ามันในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ทั้งยังประกอบไปด้วยเคล็ดวิชาสะท้านฟ้าที่ทะลุทะลวงการโจมตีได้หมดจด
                  
                                 ตึง!
                  ความอ่อนล้าของวิหควายุครามเพิ่มขึ้น 50%

                  ตึง!
                 ความอ่อนล้าของวิหควายุครามเพิ่มขึ้น 70 %

                    ตึง!
                      ความอ่อนล้าของวิหควายุครามเกินกว่ากำหนดแล้วโอกาสจับวิหควายุครามเป็นสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น 90 %
                       เควินยกเลิกท่ารุ่งอรุณแยกเงาเมื่อเห็นว่าความอ่อนล้าเพิ่มขึ้นจนเกินกำหนด  เขารีบใช้ผลทักษะ “จับสัตว์ขี่” ต่อโดยไม่รอช้า
                               อำนาจของทักษะ “จับสัตว์ขี่” พุ่งตรงไปยังจิตวิณญาณของวิหควายุครามโดยทันที วิหควายุครามเมื่อเห็นสิ่งแปลกปลอมลักลอบเข้ามาในจิตวิณญาณของตนก็ต่อต้านมันอย่างสุดกำลังโดยสร้างกำแพงแห่งจิตวิณญาณแต่ความสิ้นหวังของมันก็มาเยือนอีกครั้งกำแพงที่สร้างมาเมื่อครู่ไม่ถึงสองวินาทีก็พังทลายลงด้วยโอกาสสำเร็จถึง 90% ทำให้วิหควายุครามไม่อาจต่อต้านหรือขัดขืนได้แม้แต่น้อยทำให้มันถูกอำนาจของทักษะ “จับสัตว์ขี่” กลืนกินไปในที่สุด

                    ตึง!

                    วิหควายุครามได้กลายเป็นสัตว์ขี่ของท่านแล้ว ผลกระทบ              ความต้านทานธาตุลม + 50%              สร้างความเสียหายด้วยธาตุลม + 50%
    ตึง!
    เนื่องจากท่านสำเร็จการจับสัตว์ขี่ท่านจะได้รับทักษะระดับพิเศษ "จับสัตว์เลี้ยง" ถาวร
                 ความคิดของวิหควายุครามสิ้นหวังอย่างรุนแรงมันประมาทเจ้าเด็กนี่มากไปจริงๆความน่าเกรงขามของมันที่สั่งสมมามากถึงสามร้อยปีพังครืนลงไปเพราะในตอนนี้มันถูกเปลี่ยนกลายเป็นสัตว์ขี่ไปแล้ว
                 แต่นั่นไม่ทำให้มันแปลกใจเท่ากับการที่เควินไม่ประทับตราทาสใส่มันต่างหาก แต่เปลี่ยนมันกลายเป็นสัตว์ขี่ว่ากันตามความเข้าใจของเควิน มันกลายเป็นพาหนะสุดแสนสะดวกสบายของเขาไปเรียบร้อยแล้ว

                   รึว่านี่จะเป็นโชคชะตาของมัน ไม่ใช่แน่นอนเจ้าเด็กนี่ต้องทำดีกับมันเพื่อการหลอกล่อเอาความลับของเหล่าอสูรวิณญาณจากมันอย่างแน่นอน

                  ขณะที่วิหควายุครามคิดไปคิดมากสมองแทบจะระเบิดว่าเควินวางอุบายหลอกล่อมันรึปล่าวแค่มืออันอบอุ่นของเควินก็ลูบหัวของวิหควายุคราม

                  "เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่ได้จะล้วงเอาความลับของพวกเจ้าเสียหน่อย ข้าบอกแต่แรกแล้วข้าเพียงต้องการใช้เจ้าในฐานะพาหนะขนส่งเพื่อบรรลุเป้าหมายก็เท่านั้นเสร็จงานนี้ข้าก็จะปล่อยเจ้าไปเอง"

                    วิหควายุครามมันไม่มีเหตุผลที่ต้องเชื่อว่าเจ้าเด็กนี่จะไม่หลอกให้มันตายใจ แต่มันก็อดคิดอีกไม่ได้ว่าถ้าเจ้าเด็กนี่แค่ใช้มันพาไปส่งยังจุดหมายปลายทางได้มันก็จะเป็นอิสระถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีไปเพราะถ้ามันไปเจอคนที่ไม่ใช่เจ้าเด็กน้อยนี่แล้วมันคงกลายเป็นแค่หุ่นเชิดเอาไว้ใช้งานเพื่อสนองความต้องการของคนที่จับมันไป

                  เควินกระโดดขึ้นหลังขนาดใหญ่ของวิหควายุคราม "ไป พาข้าไปเจอพวกพ้องของข้า"
                ทันทีที่เควินบอกกล่าวแก่วิหควายุครามมันก็สยายปีกอันใหญ่โตกระพือขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วเทียบเท่าอสูรวิณญาณระดับเก้าประเภทบิน
                  ………..