จารึกที่ 186 : การค้ากลางสมรภูมิ | พันธมิตรชั่วคราว
"โฮก!!!!!"
เสียงคำรามกึกก้องที่ทรงพลังยิ่งกว่าอสูรมังกรโลหิตทำให้อากาศรอบด้านสั่นสะเทือนจนแสบแก้วหู แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะร่างของทุกคนจนแทบทรุดลงกับพื้น เบื้องหน้าของกลุ่มผู้ฝึกตนที่กำลังชุลมุน คือเงาร่างมหึมาที่ค่อยๆ แหวกผ่านผนังวิหารศิลาออกมา
มันคือ "อสูรศัสตรากลืนวิญญาณ" สัตว์อสูรระดับสูงที่ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดโลหะหนาเตอะสีสนิมเขรอะ ดวงตาสีแดงฉานราวกับทับทิมต้องคำสาป แผ่รังสีฆ่าฟันที่รุนแรงจนศิษย์สำนักเล็กๆ ถึงกับหน้าถอดสี
"ระดับ... ระดับเซียนอสูร!" เหลยเหิง ศิษย์เอกสำนักอัสนีบาตอุทานเสียงหลง มือที่สั่นเทาพยายามกำด้ามค้อนที่พังพินาศจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ไว้แน่น
สถานการณ์บานปลายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด สำนักอัสนีบาตที่เหลือรอดเพียงไม่กี่คน และกลุ่มศิษย์สำนักเมฆาคล้อยที่บาดเจ็บสาหัส ต่างถูกต้อนจนมุมโดยมีเจ้าสัตว์อสูรร้ายตัวนี้ยืนขวางทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
"ทำอย่างไรดีสหายอาเจีย?" ฉินมู่หลาง กระซิบถาม แววตาเคร่งเครียด "ลำพังพวกเราสามคน (รวมซือหมิง) คงยากจะล้มมันลงได้"
"ลูกพี่! ...ไอ้ยักษ์นี่กลิ่นหอมชะมัด!"
เสียงเล็กๆ แหลมๆ ดังออกมาจากพวงกุญแจที่เอวของอาเจีย เจ้าสัว สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น "เกล็ดมัน... นั่นมันเหล็กนิลกาฬพันปีนะเว้ย! ...ขออั๊วกินนะ! นะๆๆ!"
"ใจเย็นไอ้ตะกละ..." อาเจียตบพวงกุญแจเบาๆ "ของกินชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ต้องปรุงรสด้วย 'เงินตรา' เสียก่อน"
อาเจียหรี่ตามองสัตว์อสูรตรงหน้า สมองไม่ได้คำนวณหาจุดอ่อนของมันเป็นอันดับแรก แต่เขากำลังคำนวณ "มูลค่า" ของสถานการณ์นี้
"สหายมู่หลาง... เจ้าเคยได้ยินไหมว่า 'ในวิกฤตย่อมมีโอกาส'?" อาเจียแสยะยิ้มที่ทำให้ฉินมู่หลางรู้สึกขนลุกยิ่งกว่าเจออสูร
อาเจียก้าวออกมาข้างหน้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาไม่ได้ชักอาวุธ แต่กลับชู "ยันต์ระเบิดเพลิงปฐพี" และ "ขวดยาฟื้นฟูปราณสีทอง" ขึ้นเหนือหัว
"ทุกท่านฟังทางนี้!" อาเจียตะโกนเสียงดังฟังชัด "ข้าเห็นว่าพวกท่านกำลังลำบาก และในฐานะเพื่อนร่วมยุทธภพ ข้าไม่อาจยืนดูพวกท่านถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ได้!"
"แกจะทำอะไร!" เหลยเหิงตะโกนถาม
"ข้าขอเสนอขายสินค้าเกรดพรีเมียม!" อาเจียยิ้มกริ่ม "ยันต์ระเบิดระดับสูง พลังทำลายล้างมหาศาล และยาฟื้นฟูปราณสูตรลับที่ช่วยให้กลับมาสู้ได้ในพริบตา! เหมาะสำหรับใช้ล้มเจ้าตัวข้างหน้านี่ที่สุด!"
"ขาย? ในเวลานี้เนี่ยนะ!" ศิษย์สำนักเมฆาคล้อยร้องอย่างเหลือเชื่อ "ประสกอาเจีย... นี่มันใช่เวลารึ?" ซือหมิงกุมขมับ
"แน่นอน... Business is Business" อาเจียยักไหล่ "ยันต์ระเบิดใบละ 1,000 หินปราณ และยาฟื้นฟูขวดละ 2,000 หินปราณ! ...ราคานี้เป็นราคามิตรภาพกลางสนามรบ แถมฟรี... การช่วยกันสู้จากข้าและสหายมู่หลาง!"
"1,000 หินปราณ!? แกมันหน้าเลือดกว่าอสูรตัวนั้นอีก!" เหลยเหิงด่าลั่น
ทันใดนั้น พวงกุญแจที่เอวอาเจียก็ตะโกนสวนกลับไป
"โวยวายอะไรวะไอ้กระจอก! ...ชีวิตลื้อมีค่าไม่ถึงพันหินปราณรึไง!? ...ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็เตรียมตัวเป็นขี้ฟันอสูรซะเถอะ!"
"นะ... นั่นมันตัวบ้าอะไรพูด!" เหลยเหิงสะดุ้งโหยง
"เลือกเอาพี่ชายเหลย..." อาเจียทำท่าจะเก็บของเข้าย่าม "ผู้ช่วยข้าพูดถูกนะ... จะเสียหินปราณ หรือจะเสียชีวิต? ...อ้อ ดูนั่นสิ มันกำลังจะพุ่งมาแล้วนะ!"
ครืนนนน!
อสูรศัสตราเริ่มเคลื่อนไหว มันกวาดกรงเล็บเหล็กฟาดลงบนพื้นจนหินแตกกระจาย แรงลมจากการโจมตีทำให้ศิษย์ที่บาดเจ็บกระเด็นไปคนละทิศละทาง
"ยอมแล้ว! เอามาให้ข้าขวดหนึ่ง!" ศิษย์สำนักเมฆาคล้อยที่ขาหักตะโกนพร้อมปาถุงหินปราณให้อาเจียอย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณที่ใช้บริการขอรับ!" อาเจียรับเงินแล้วโยนขวดยาให้ทันทีด้วยความแม่นยำ
เมื่อเห็นคนแรกยอมจ่าย คนอื่นๆ ที่อยากรอดชีวิตก็เริ่มควักเงินออกมาราวกับเขื่อนแตก แม้แต่เหลยเหิงที่เกลียดอาเจียเข้าไส้ ก็ต้องจำใจจ่ายเงินซื้อยันต์ระเบิดไปถึงห้าใบ เพื่อรักษาชีวิตลูกน้องและตนเองไว้
"ดีมาก! ในเมื่อจ่ายเงินแล้ว... ตอนนี้เราคือ 'พันธมิตรชั่วคราว'!" อาเจียประกาศก้อง "ทุกคนฟัง! ใช้ยันต์ระเบิดโจมตีไปที่ข้อเท้าของมันพร้อมกัน ส่วนมู่หลาง... เจ้าหาจังหวะแทงที่ดวงตามัน!"
"แล้วเจ้าล่ะ!?" เหลยเหิงตะโกนถาม
"ข้าจะส่ง 'อาวุธหนัก' ไปเปิดทาง!" อาเจียคว้าพวงกุญแจหยกขว้างออกไปสุดแรง
"เจ้าสัว! ...บุฟเฟต์เปิดแล้ว! ลุยโลด!"
วิ้ง!
แสงสีม่วงระเบิดออกกลางอากาศ ร่างหุ่นพยนต์ยักษ์สูงสามเมตรปรากฏกายขึ้น เจ้าสัวเบ่งกล้ามโชว์หนึ่งที ก่อนจะคำรามลั่น
"เสร็จอั๊วล่ะมึง! ...มาให้เฮียแทะซะดีๆ!"
เจ้าสัวพุ่งเข้าใส่อสูรศัสตราแบบไม่เกรงกลัว มันใช้ไหล่กระแทกเข้าที่ลำตัวอสูรจนเซถลา แล้วใช้มือยักษ์ล็อคคออสูรเอาไว้แน่น
"ยิงเลยพวกโง่! รอหาพระแสงอะไร!" เจ้าสัวหันมาด่าพวกศิษย์สำนักอื่น
ตูม! ตูม! ตูม!
ยันต์ระเบิดนับสิบใบถูกปาใส่ขาของอสูรตามคำด่าของเจ้าสัว แรงระเบิดทำให้อสูรเสียหลักล้มลง
"ตอนนี้แหละมู่หลาง!"
ฉินมู่หลางอาศัยจังหวะนั้นทะยานร่างขึ้นไปราวกับสายน้ำ พุ่งกระบี่วารีไหลเข้าใส่ดวงตาอสูรอย่างแม่นยำ
ฉึก!
"โฮก!!!" อสูรร้ายดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด แต่มันดิ้นไม่หลุดเพราะเจ้าสัวกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ แถมยัง...
กร้วม!
เจ้าสัวอ้าปากกว้าง กัดเข้าที่แผงคอเหล็กของอสูร แล้วกระชากออกมาเคี้ยวตุ้ยๆ
"ถุย! ...สนิมเยอะไปหน่อย แต่ก็พอกล้อมแกล้ม!" เจ้าสัวบ่นพึมพำทั้งที่ปากยังเคี้ยวเหล็กอยู่
ในที่สุด ด้วยการประสานงานของทุกคน (และปากของเจ้าสัว) อสูรระดับเซียนอสูรก็แน่นิ่งไป สิ้นใจตายคาที่
อาเจียเดินผิวปากเข้ามาเก็บกวาดสนามรบ
"ชิ้นส่วนเกรดเอทั้งนั้น..." อาเจียพึมพำพลางเก็บเศษเหล็กใส่กระเป๋า
"ลูกพี่! อันนี้ของอั๊ว!" เจ้าสัวรีบคว้าแกนอสูรสีแดงสดไปกอดไว้ "ใครแย่งมีต่อย!"
เหล่าศิษย์สำนักต่างๆ ทรุดลงนั่งหอบอย่างหมดแรง ต่างมองคู่หู "คนหน้าเงินกับหุ่นหน้าเลือด" ด้วยสายตาหวาดผวา
"ฝากไว้ก่อนเถอะอาเจีย..." เหลยเหิงที่สะบักสะบอมกล่าวลอดไรฟัน
"ยินดีรับฝากเสมอพี่ชาย... แต่รอบหน้าขอเป็นหินปราณระดับสูงนะขอรับ" อาเจียยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี "อ้อ... ถ้าพี่ชายสนใจซื้อ 'ประกันภัย' สำหรับด่านหน้า ติดต่อข้าได้นะ ลดให้ 5%"
ขณะที่ทุกคนกำลังพักฟื้น เจ้าสัวย่อส่วนกลับเป็นพวงกุญแจพร้อมเรอออกมาเสียงดัง "เอิ๊ก!" อาเจียสังเกตเห็นบางอย่างที่ผนังถ้ำที่อสูรพังออกมา... มันไม่ใช่แค่โพรงดิน แต่มันคือทางเดินที่ปูด้วยโลหะสีดำ นำไปสู่ใจกลางวิหารที่ลึกยิ่งกว่า
"รอยเท้านั่น... เดินเข้าไปในนั้นแล้ว" อาเจียพึมพำ แววตาที่เคยขี้เล่นกลับกลายเป็นเคร่งขรึม
"ไปกันเถอะ... สินค้าชิ้นใหญ่รออยู่ข้างใน"
ความลับของแดนลับแห่งนี้กำลังจะเปิดออก และเขารู้สึกได้ว่า... การค้าที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!