King of world ราชันแห่งพิภพ

ความพ่ายแพ้และชัยชนะ

ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัดลมหนาวพัดมาเป็นระยะ มอนเตอร์น้อยใหญ่ขดตัวกลมอยู่ในรังอันแสนอบอุ่น แต่ทว่ายังมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ข่มตานอน
ไกลออกไปจากมหาพฤกษาแสงจันทร์หลายกิโลเมตร แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างทอดยาวไปไกลโอบล้อมเป็นวงกลมรอบมหาพฤกษาแสงจันทร์จนดูเหมือนกับว่าเป็นวงแหวนไฟขนาดยักษ์
สายตาทุกคู่ของทหารดัลทาเลียนจดจ่อไปที่มหาพฤกษาแสงจันทร์ไม่วางตาราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไปกลางอากาศ
หากว่ามหาพฤกษาแสงจันทร์เป็นหญิงสาวคนหนึ่ง เมื่อถูกจดจ้องไม่วางตาโดยผู้คนจำนวนมากเช่นนี้คงได้อายตัวม้วนแทบซุกแผ่นดินหนีไปแล้ว
ท้ายที่สุดคล้ายว่ามหาพฤกษาแสงจันทร์ทนต่อสายตาที่จ้องมองมาไม่ไหว จึงเปล่งแสงเจิดจ้าจนความมืดมิดยาวค่ำคืนสลายหายไปชั่วขณะ
กิ่งไม้ยักษ์ที่แทรกอยู่ตามหมู่เมฆมองดูคล้ายสายฟ้าที่แผ่ขยายไปทั่วผืนฟ้า
“เกิดอะไรขึ้น!”ม่านของกระโจมหลังใหญ่ถูกเปิดออก ผู้ที่ก้าวเดินมีหน้าตาดุดันเหี้ยมหาญสมชายซึ่งขัดกับผิวสีน้ำนมที่ดูนุ่มนิ่มของเขา
กลิ่นอายที่แสดงออกมาบ่องบอกอย่างชัดเจนว่าเขาคือนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 !
แต่ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบทั้งผืนฟ้าและผืนดินก็เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่
และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นก็ทำให้ชายผิวสีน้ำนมเบิกตากว้าง!
ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยความมืดคล้ายถูกกรีดออกด้วยปลายมีด บรรยากาศรอบๆสั่นไหวคล้ายการกระเพื่อมของผิวน้ำ
“ผนึกมิติถูกทำลาย!”ว่ากันว่าโชคร้ายมักจะถาโถมมาในเวลาเดียวกัน และสิ่งที่ตามมานั้นก็คือหายนะที่แท้จริง
ครืนนนนนน!
อ๊ากกกก!
มหาพฤกษาแสงจันทร์ที่เคยตั้งตระหง่านได้เกิดระเบิดขึ้น!
ตูมๆๆๆๆๆ
ผืนดินบริเวณรอบๆยุบตัวก่อนจะเกิดแรงปะทุออกมา เนื่องจากรากของมหาพฤกษาแสงจันทร์ที่อยู่ด้านล่าง ส่วนผืนฟ้าด้านบนก็บังเกิดเสียงราวกับฟ้าผ่า ทะเลเมฆที่เคยปกคลุมกระจายตัวอย่างไร้ทิศทาง
ทุกชีวิตที่อยู่ในรัศมีการทำลายล้างของมหาพฤกษาแสงจันทร์เสมือนถูกบีบอัดจากมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น!
แรงปะทุจากใต้ดินและแรงกดดันจากฟากฟ้าคือพลังที่มากพอจะทำลายบริเวณโดยรอบจนราพณาสูร!
โพล๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....!
ร่างทหารจำนวนมากระเบิดอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นลูกโปร่งที่อัดอากาศเข้าไปเกินขีดจำกัด!
กระทั่งเหล่านักรบกลายพันธุ์เองก็ต้องใช้สกิลรักษาชีวิตออกมาเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัตินี้
การทำลายล้างของมหาพฤกษาแสงจันทร์ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ผลที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ให้กลายเป็นผืนดินรกร้างว่างเปล่าภายในพริบตา
ส่วนมหาพฤกษาแสงจันทร์ ยามนี้กลับหาไม่พบแม้แต่เศษไม้หายวับไปจากโลกนี้อย่างชัดเจน
แกร่ก!
ที่มุมหนึ่งมีร่างของชายคนหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายออกมาจากซากไม้ที่ทับถมกันอยู่
เขาคือนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ที่มีหน้าตาดุดันและผิวสีน้ำนมผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้คุมกองทัพปิดล้อมมหาพฤกษาแสงจันทร์อยู่เมื่อครู่
แต่ปัจจุบัน กองทัพที่ว่านั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มองไปรอบข้างสิ่งเดียวที่เห็นก็คือนักรบกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งระดับหนึ่งกำลังพยายามเอาชีวิตรอดจากซากการทำลายล้างที่ซ้อนทับกันอยู่
“มะ...ไม่จริง”ชายผิวสีน้ำนมเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย หากไม่มีบาดแผลที่ปรากฏอยู่บนร่างกายเขาคงคิดว่าทั้งหมดนั้นเป็นแค่ฝัน
อย่างไรก็ตาม ความซวยของเขานั้นไม่ได้จบแค่นั้น!
วิ้ง!
ประกายแสงสีม่วงโผล่ที่สุดขอบฟ้า ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วอึดใจก็มาบรรลุที่เบื้องหน้าของชายสีน้ำนม
ตึง!
เข่าทั้งสองข้างกระแทกลงอย่างหนักหน่วง ดวงตาสั่นระริกกวาดมองแท่นโลหะสีม่วงที่ปักอยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น ยามสบตาเข้ากับสัญลักษณ์ดวงตาสีม่วงสี่คู่ก็แทบทำให้หัวใจหยุดเต้นในทันที
ชายผิวสีน้ำนมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เขารู้ว่าชะตากรรมอันเลวร้ายของเขาได้มาถึงแล้ว
เสียงทรงอำนาจดังกึกก้องออกมาจากแท่นโลหะสีม่วง
“เผ่าพันธุ์มูนควีนยังไม่ถูกทำลายจนสิ้นเผ่าพันธุ์ ผลของสงครามครั้งนี้คือความพ่ายแพ้! ผู้ที่เหลือรอดทุกคนจะต้องถูกลงโทษ!”
สิ้นเสียงที่ดังกึกก้อง แท่นโลหะสีม่วงก็เกิดรอยปริก่อนจะถูกแยกเป็นสองส่วนเผยให้เห็นบุคคลผู้หนึ่งที่หลับตาสนิทอยู่ภายใน
ผ่านไปไม่กี่วินาทีบุคคลที่อยู่ภายในแท่นโลหะสีม่วงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบว่า
“เตรียมตัวรับโทษจากหน่วยลงทัณฑ์!”
ประตูวาร์ปปรากฎขึ้นมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับเสียงลากโซ่ที่ดังออกมา
ผู้ที่ออกมาจากประตูวาร์ปนั้นมีเพียงคนเดียว แต่เพียงชายผิวสีน้ำนมเห็นหน้าผู้มาเยือนก็ทำให้เขานั้นแทบลืมหายใจ
“ดะ...ดัลทาเลียนสายเลือดบริสุทธิ์!”
ดวงตาสีม่วงทั้งสี่คู่เหลือบมองชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างดูแคลน จากนั้นจึงเอ่ยออกมาเสียงเรียบว่า
“พวกไร้ประโยชน์! เตรียมตัวรับโทษของพวกเจ้าซะ!”สิ้นคำโซ่สีดำทมิฬในมือของเขาก็พลันแตกกระจายเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นสายเข้าพันธนาการทหารกองทัพดัลทาเลียนทุกคนที่เหลือรอด
ทหารทุกคนที่ถูกโซ่สีดำพันมีดวงตาที่ว่างเปล่าไร้แววต่อต้านเพราะพวกเขารู้ว่าต่อต้านไปก็เปล่าประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้ทุกอย่างแย่ลงเสียด้วยซ้ำ
ถึงอย่างไรผู้ที่เหลือรอดก็ล้วนเป็นนักรบกลายพันธุ์หมดทั้งสิ้น โทษที่รอพวกเขาอยู่คงไม่ถึงตาย อย่างแย่ที่สุดก็คงจะถูกลดสถานะไปเป็นทาสเท่านั้น
ทหารหลายคนถอนหายใจออกมาด้วยความขมขื่นพร้อมทั้งในใจที่สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด เพราะถึงอย่างไรสาเหตุที่ภารกิจล้มเหลวก็ไม่ได้เกิดจากพวกเขาโดยตรง แต่เกิดจากกองทัพที่รับหน้าที่กวาดล้างเผ่าพันธุ์มูนควีนนั้นไม่สามารถทำเป้าหมายได้สำเร็จ
แต่ท้ายที่สุดผู้ที่ต้องเผชิญกับบทลงโทษก็มีแค่พวกเขา เนื่องจากว่าทุกคนที่ขึ้นไปบนมหาพฤกษาแสงจันทร์ล้วนตายไปหมดแล้ว....
อีกมุมหนึ่งของโลก....
ภายในห้องอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยผู้คน แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวเกิดจากแสงเทียนที่กลางห้องทำให้แม้แต่ผู้ที่อยู่ในห้องเดียวกันก็ยากที่จะมองเห็นใบหน้าของกันและกัน
“เผ่าพันธุ์มูนควีนรอดพ้นจากการถูกทำลาย ถือว่าพันธมิตรกองกำลังกบฏของพวกเราได้รับชัยชนะในครั้งนี้!”
“ฮ่าๆๆ ใครบอกว่าเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนเป็นราชาของโลกใบนี้กัน มั่นใจเกินไปแล้ว!”
“หึหึ! ตราบใดที่ยังมีพันธมิตรกองกำลังกบฏอยู่ เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนอย่าหวังว่าจะได้ครองโลกเลย”
“เผ่าพันธุ์ทุกเผ่าพันธุ์ย่อมเท่าเทียม กับเผ่าพันธุ์ที่ดูถูกเผ่าพันธุ์อื่นอย่างเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนนะ ข้าเกลียดที่สุด!”
มีเสียงปรบมือดังขึ้นครู่หนึ่งและคำกล่าวแสดงความยินดีไม่ขาดสาย แต่ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาว่า
“แล้วความสูญเสียละ”
เสียงทั้งหมดเงียบลงในบัดดล
“ดองเต้ตาย เผ่าพันธุ์มูนควีนเสียประชากรไปจำนวนหนึ่ง และมหาพฤกษาแสงจันทร์ได้ทำลายตัวเองไปแล้ว”จากนั้นจึงมีเสียงบ่นงึมงำดังเบาๆที่พอจับใจความได้ว่า
“นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ฝั่งเราตายไปอีกคนแล้ว”
“ที่น่าเศร้าคือมหาพฤกษาแสงจันทร์ที่ทำลายตัวเองไปต่างหาก ได้ยินว่าผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนทุ่มไปมากกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ความพยายามนั้นได้สูญเปล่าไปแล้ว”

“เผ่าพันธุ์มูนควีนที่น่าสงสาร เดิมทีก็มีประชากรน้อยอยู่แล้วและประชากรยังน้อยลงไปอีกจากนี้ไปคงลำบากแน่”
“มีใครรู้บ้างว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน?”
“เหอะ! จากนี้ไปพวกเขาคงจะระมัดระวังเรื่องความลับตำแหน่งดินแดนใหม่มากกว่าเดิมแน่ ต่อให้เป็นคนจากพันธมิตรกองกำลังกบฏ พวกเขาก็คงไม่มีทางยอมบอก”
ผู้คนในห้องต่างเอ่ยความเห็นกันไม่ขาดปาก จนกระทั่งมีคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า
“ได้ยินว่ามีสายลับของพวกเขาที่ถูกหน่วยลงทัณฑ์จับตัวไป พวกเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”
“ข้าเสนอให้ช่วยพวกเขาออกมา”
“แต่นั่นมันยากเกินไปและมันได้ไม่คุ้มเสียอย่างแน่นอน ข้าเสนอให้ฆ่าปิดปากพวกเขาซะ”
“ในเมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกัน ถ้าอย่างนั้นก็ลงคะแนนเสียงกันเถอะ”
“ข้าเสนอให้ช่วยพวกเขา”
“ข้าคิดว่าการฆ่าพวกเขาจะดีกว่า”
“ข้าก็คิดว่าการฆ่าก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน”
...
“สรุปคะแนนเสียง 320 คนเสนอให้ช่วย 680 คนเสนอให้ฆ่า ดังนั้นเราจะฆ่าพวกเขาซะ!”
ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายอีกครั้ง บางคนชื่อชอบในความเด็ดขาด บางคนหวาดกลัวต่อความโหดเหี้ยม แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องยอมรับผลที่ออกมา
“เอาละ! จบเรื่องสงครามเผ่าพันธุ์มูนควีนเถอะ มาคุยเรื่องอื่นกันต่อดีกว่า”
“’งั้นมาประชุมเรื่องเป้าหมายต่อไปของเราคืออะไรดีกว่า”
“แน่นอน! ย่อมเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน”
“แทรกซึม ลอบสังหาร ทำลาย ขัดขวาง อะไรที่ส่งผลเสียต่อเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน พันธมิตรกองกำลังกบฏสามารถทำได้ทั้งหมด!”
“น่าตื่นเต้นจริงๆ เรารีบมาเสนอลงคะแนนเสียงกันเถอะ” “เยี่ยม! งั้นข้าขอเริ่มก่อนเลย ข้าได้ยินว่าเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนได้ค้นพบเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแร่หายากมากมาย เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนจึงมีคำสั่งให้รวมกองทัพไปทำลายเผ่าพันธุ์ที่ครองเหมืองนั้นอยู่แล้วยึดเหมืองนั้นมา ดังนั้นข้าจึงอยากจะเสนอให้พวกเราพันธมิตรกองกำลังกบฏไปขัดขวางพวกมันซะและหาทางทำลายเหมืองนั่นทิ้งให้สิ้นซาก”
“โอ้! น่าสนใจ ถ้าหากเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนได้เหมืองนั่นไปพวกมันจะต้องผลิตยุทโธปกรณ์ป้อนให้กองทัพจำนวนมากแน่ๆ ดังนั้นพวกเราจะต้องรีบขัดขวางให้เร็วที่สุด ข้าจะลงคะแนนเรื่องนี้แหละ”
“นั่นยากลำบากเกินไป! ข้ามีเรื่องที่ง่ายกว่า จากที่สายสืบรายงานมาข้าได้ยินว่ามีแม่ทัพของเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนได้ปลีกตัวไปอยู่คนเดียว พวกเราจึงควรอาศัยจังหวะนี้ลอบสังหารมันซะ!”
“ข้าเห็นด้วยๆ งานลอบสังหารน่าจะเหมาะกว่าในเวลานี้
...
“ลงคะแนนเสียงเรียบร้อย ในที่สุดเราก็ได้เป้าหมายใหม่ของพวกเราสักที ดังนั้นข้าจะขอประกาศเลยว่าเป้าหมายต่อไปของพันธมิตรกองกำลังกบฏก็คือ ทำลายงานเลี้ยงส่วนตัวของราชินีแมงป่องสีชาด พยายามสังหารบริวารของเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และแย่งชิงเตาหลอมจักรวาลของเผ่าพันธุ์วีดมาจากพวกมัน!”

คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน