บทที่16
ความฉลาดของหนิงหนิง
บรรยายที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองาุโแห่งสถานศึกษาเมืองตี้หนานโดนหักหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีตอนนี้ใบหน้าของมันแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ
อาจารย์เจี่ยโกรธจนเืขึ้นหน้ามันแถบจะพุ่งทะยานเข้าไปเอาเื่เอาราวกับลู่หยาง
แต่ในขณะที่มันกำลังจะพุ่งทะยานเข้าไปอยู่ๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมา“ หยุด!!!! ”
น้ำเสียงที่เคร่งขรึมและจริงจังยามที่เปล่งออกมาจากปากมันเต็มไปด้วยพลังเสียงของผู้ที่ทำขึ้นมาหยุดการกระทำของทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้
ดวงตามากมายหันไปจับจ้องที่ต้นเสียงนั้นที่มันดังขึ้นมาใช้ดวงตามองตรงไปสุดระยะสายตาผู้คนนั้นเห็นเช่นเดียวกันหมด
ผู้ที่เป็เ้าของเสียงนั้นชายชราผู้หนึ่งที่มีร่างกายผอมสูงใบหน้าอ่อนโยนคนผู้นี้ดูจากรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าเลขเจ็ดใบหน้ามีหนวดเคราสีขาวยาวเป็เคราแพะเขาแต่งกายด้วยชุดนักพรตสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาด้วยท่าทางสุขุม
เมื่อเห็นผู้ที่ปรากฏกายออกมาเอาคนของสถานศึกษาเมืองตี้หนานต่างพากันแสดงท่าทางนอบน้อม
ไม่เว้นแต่อาจารย์ผู้าุโของเมืองตี้หนานพวกมันเองก็กระทำเช่นเดียวกันก้มหน้าต่ำลงเล็กน้อยใช้มือทั้งสองข้างประสานอยู่บริเวณหน้าท้อง
ลู่หยางมองเห็นผู้ที่อยู่บริเวณรอบๆแสดงท่าทางเช่นนี้ทำให้เขาได้ล่วงรู้ถึงตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ภายในใจนั้นรู้สึกสงสัยภาพตัวตนของชายชราผู้นี้จนกระทั่งผู้ที่อยู่บริเวณรอบๆได้ทำการพูดออกมาอย่างพร้อมเพียง “คารวะอาจารย์ใหญ่!!! ”
ลู่หยางผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆออกมาเช่นนั้นถึงได้รู้ถึงตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้าคนผู้คือคนที่มีอำนาจที่สุดภายในสถานศึกษาเมืองตี้หนานอาจารย์ใหญ่ผู้ที่ควบคุมดูแลสถานศึกษาเมืองตี้หนาน
ลู่หยางพอจะสอบถามคนที่อยู่บริเวณรอบๆนี้มาบ้างทำให้พอจะรู้เกี่ยวกับผู้ที่เป็อาจารย์ใหญ่
อาจารย์ใหญ่ภายในสถานศึกษาเมืองตี้หนานผู้คนทั่วทั้งได้ข่าวว่าอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาเป็คนที่มีเกียรติและมีฐานะสูงส่งเป็อย่างมากภายในราชวงศ์
เขามีเชื้อสายของเชื้อพระวงศ์อยู่ภายในตัวไม่เพียงเท่านั้นในอดีตยังเคยเป็อาจารย์ผู้ชี้แนะและผู้สั่งสอนวิชาให้กับองค์ฮ่องเต้ผู้ที่เป็เ้าชีวิต
เมื่อก่อนเขาเคยถูกเรียกว่าปราชญ์ปัญญาที่สั่งสอนเ้าชีวิตเขาสั่งสอนองค์ฮ่องเต้ได้เป็อย่างดีฐานะภายในราชวงศ์แห่งนี้จึงสูงส่งเป็อย่างมาก
แต่ในวัยเกษียณเอากล้องติดตัวมาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ตั้งสถานศึกษาเมืองแล้วก็คอยสั่งสอนผู้คนรุ่นใหม่ภายในสถานที่แห่งนี้เพราะว่าอาจารย์ใหญ่เป็คนของราชสำนักและเป็คนที่มีฐานะในราชสำนักสูงส่งเป็อย่างมากสถานศึกษาที่เมืองแห่งนี้โดยได้รับสิทธิพิเศษมากมาย
เพราะแบบนั้นผู้คนมากมายเลยอยากจะจบเรียนจากสถานศึกษาแห่งนี้เพื่อที่เข้ารับราชการ
เพียงแค่ผู้คนได้ล่วงรู้ว่าจบจากสถานศึกษาเมืองตี้หนานมันก็จะเป็ตัวรับรองได้อย่างดีเลยว่าพวกเขานั้นจะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
ลู่หยางแสดงท่าทางนอบน้อมตอบรับยกฝ่ามือทั้งสองข้างประสานกันก้มศีรษะคารวะแล้วกล่าวออกมา “คารวะท่านอาจารย์ใหญ่ิ ”
ชายชราผู้นี้มีนามว่าิจื่อเว่ย
ิจื่อเว่ยขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากันใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตน“ เ้ารู้จักข้าด้วยอย่างนั้นรึ? ”
ลู่หยางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป“ แน่นอนว่าการที่จะเข้าเรียนที่สถานศึกษาแห่งนี้ย่อมต้องรู้จักท่านอาจารย์ใหญ่่ ”
ิจื่อเว่ยพยายามแสดงท่าทางสงบใจมองดูบุรุษหนุ่มด้านหน้าก่อนที่ดวงตาของเขาจะหันไปสังเกตบางอย่าง
กล่องไม้เก่าๆที่อยู่บริเวณด้านหลังของบุรุษผู้นั้นบริเวณตัวกล่องไม้ดูมีรูปลักษณะแบบตาแต่มันไม่ได้มีเพียงแค่นั้นที่เป็จุดสังเกตเพราะว่าดาราพรุ่งนี้ใช้ดวงตามองตรงไปยังบริเวณ้าของกล่องไม้
้าของกล่องไม้มีป้าหยกสีดำที่ผูกติดเอาไว้อยู่ป้ายอกสีดำนั้นมันสลักคำว่าฟ้าดิน
ชายชราแซ่ิตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกตะลึงใน่วินาทีต่อมาก็พยายามสงบใจของตนเองเอาไว้
คราวนี้ถึงทีที่ชายชราผู้นี้จะเป็คนแสดงท่าทางนอบน้อมตอบรับกลับไปเพื่อให้เกียรติกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า“ ไม่ทราบว่าในยามนี้เกิดเื่อะไรขึ้น? ”
ลู่หยางโอกาสได้ทีเล่าเื่ทุกอย่างให้กับผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดภายในสถานที่แห่งนี้ได้ฟัง
ิจื่อเว่ยได้ฟังเื่นั้นถึงกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันใช้ดวงตาที่ดุดันมองตรงไปยังอาจารย์เจี่ยอย่างรวดเร็ว
อาจารย์เจี่ยผู้นั้นถึงกับผงะถอยหลังควรแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาภายในใจนั้นทางร้อนรนทั้งตื่นตระหนกมันไม่รู้แล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้มันควรจะทำอย่างไร
ิจื่อเว่ยมองค้อนไปที่อาจารย์เจี่ยเสร็จก็พยายามสงบใจถอนหายใจอย่างหนักใจหนึ่งคราแล้วค่อยหันใบหน้าของตัวเองกลับมาหาผู้ที่อยู่ตามนา
ไม่มีผู้ใดคาดคิดชายชราที่มีฐานะสูงส่งเป็คนภายในเชื้อพระวงศ์ที่มีแต่คนเคารพยกย่องจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันก้มคารวะขออภัยด้วยท่าทางนอบน้อม“ขออภัยด้วยเื่นี้ทางสถานศึกษาของเราเป็ฝ่ายที่ผิดจริงๆหวังว่าท่านจะไม่โกรธเคือง”
บุคคลที่อยู่บริเวณรอบๆต่างพากันตะลึงลานพวกมันทำตัวไม่ถูกไม่เคยพบเห็นครูใหญ่ทำการก้มศีรษะให้ใครมาก่อนเลย
ิจื่อเว่ยมีฐานะสูงส่งเมื่อก่อนเคยเป็ถึงอาจารย์ขององค์ฮ่องเต้ฐานะระดับเขาแทบจะไม่จำเป็จะต้องก้มหัวให้ผู้ใดเลยด้วยซ้ำ
ลู่หยางรู้สึกแปลกประหลาดดวงตามองตรงไปที่ชายด้านหน้าอย่างสงสัย เหตุใดคนผู้นี้ถึงนอบน้อมเช่นนี้
หนิงหนิงน้อยยืนอยู่ท่ามกลางบทสนทนาและการขัดแย้งของเหล่าผู้ใหญ่มากมายทำใบหน้าสงสัยก่อนจะพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตรึงเครียด“ ว่าแต่จะให้ข้าเริ่มทดสอบได้หรือยังเ้าคะ? ”
เสียงเล็กแหลมที่ดังขึ้นมาดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายหันไปมองหนิงหนิงน้อยกำลังยืนอยู่แสดงรอยยิ้มอย่างใสซื่อ
หลังจากนั้นนางเริ่มทำสิ่งที่ผู้คนไม่คาดคิดเริ่มทำการใช้นิ้วมือของตนชี้ไปยังสมุนไพรชนิดแรกหลังจากนั้นก็กล่าวชื่อของมันออกมาอย่างถูกต้องนิ้วมือยังคงเลื่อนไปไม่หยุดเพียงแค่พริบตาเดียวนั่งบอกชื่อสมุนไพรและชื่อดอกไม้พันธุ์หายากภายในสวนแห่งนี้ได้ทุกชนิด
ผู้ที่จ้องมองตาพากันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงพวกคนที่เข้ามาศึกษาเล่าเรียนที่สถานที่แห่งนี้เป็เวลาสามปีมีอายุมากกว่านางหลายปียังพากันอ้าปากค้างไม่สามารถหาคำใดมาบรรยายได้
พวกมันไม่เคยพบเช่นนี้มาก่อนแม้แต่พวกมันที่ศึกษาเล่าเรียนมาเป็เวลานานยังไม่สามารถล่วงรู้ถึงพันดอกไม้ที่หายากพวกนี้ได้เลย
สวนแห่งนี้มันเป็สวนพิเศษของท่านอาจารย์ใหญ่รวบไปแล้วดอกไม้ที่อยู่ในนี้ล้วนแล้วแต่เป็ดอกไม้ชั้นยอดแทบจะไม่มีผู้ใดได้พบเห็น
แต่ว่าเด็กน้อยอยู่ด้านหน้ากับสามารถพูดออกมาได้ทุกอย่างนางพูดออกมาอย่างที่ไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อยเรียงชนิดแล้วก็พูดออกมาได้ถูกต้องทั้งหมด
การกระทำเช่นนี้มันทำให้อาจารย์เจี่ยผู้นั้นใบหน้าของมันยิ่งแดงก่ำขึ้นมันก็จะคัดสรรบททดสอบนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะกลั่นแกล้งเด็กน้อยผู้นี้
ในตอนแรกโดนบิดาของนางทำให้ใบหน้าของมันต้องอับอายต่อผู้อื่นไม่พอตอนนี้โดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีด้วยการกระทำของเด็กน้อยผู้นี้อีก
การที่นางสามารถทำบททดสอบได้ก็แสดงว่านางจะต้องมีความฉลาดเฉลียวมากกว่าเด็กเด็กภายในสถานศึกษาของเมืองต่ี้หนานแห่งนี้น่ะสิ
ลู่หยางในใจยังรู้สึกตกตะลึงกับการที่บุตรสาวของตนเองสามารถตอบคำถามได้แต่ว่าในใจที่ทั้งตกตะลึงนั้นมันก็ปรากฏความสะใจขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน
ิจื่อเว่ยกำลังยืนอยู่พยักหน้าหนึ่งคราอาจารย์ใหญ่ผู้นี้ยอมรับในความสามารถของเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าถึงกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก “ ยอดเยี่ยม!!! เป็ยอดอัจฉริยะ ”
“ ดอกไม้และสมุนไพรภายในสถานที่แห่งนี้ค่านำมาปลูกมันเป็ดอกไม้และสมุนไพรจากต่างแดนไม่คิดเลยว่าเด็กเช่นเ้าจะสามารถรู้ถึงตัวตนของพวกมันได้ด้วย”
เมื่อพูดจบชายชราที่อยู่ด้านหน้าหันมาหาสองพ่อลูกคู่นี้แล้วก็กลับขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“เื่เข้าเรียนที่สถานที่แห่งนี้ไม่จำเป็จะต้องกังวลข้าผู้เป็ครูใหญ่ยอมรับบุตรสาวของท่านเข้าเรียนและสถานศึกษาเมืองตี้หนานขอสัญญาว่าจะสั่งสอนนางเป็อย่างดี ”
ผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ด้านหน้ายอมรับปากออกมา
เห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับหนิงหนิงเข้าเรียนที่สถานที่แห่งนี้แล้วลู่หยางแสดงความดีใจออกมาบนใบหน้าอย่างชัดเจนเขาก้มศีรษะของตนเองลงคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าเขาก้มคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าก่อนจะนำพาบุตรสาวของตนเองออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ขนาดที่สองพ่อลูกกำลังเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้บริเวณด้านหลังของเขามีผู้คนมากมายกำลังยืนมองพวกเขาอยู่
อาจารย์เจี่ยแสดงใบหน้าโกรธเคืองโดนหักหน้าต่อผู้คนมากมายภายใจนั้นบังเกิดความแค้นในหัวของมันคิดว่าเด็กสาวผู้นั้นเข้ามาเรียนที่สถานที่แห่งนี้มันจะกลั่นแกล้งให้หนำใจ
แต่มันก็เพียงแค่คิดเท่านั้นอาจารย์ใหญ่หันกลับมามองค้อนมันพร้อมแสดงใบหน้าจริงจังแล้วกล่าว “อย่าได้คิดทำอันใด ถ้าเ้าคิดจะแกล้งนางเ้าจะต้องเสียใจ ยามที่รับนางเข้ามาที่สถานที่แห่งนี้นางอยู่ในการดูแลของข้า”
อาจารย์ใหญ่ตักเตือนด้วยใบหน้าจริงจังมันทำให้ผู้าุโผู้นั้นก้มใบหน้าต่ำลงกัดฟันแน่นฝ่ามือทั้งสองข้างของมันบีบรัดเข้าหากันจนเกิดรอยแดง
ิจื่อเว่ยดวงตาของตนเองหันกลับไปมองอีกครั้งมองตรงไปยังบุรุษผู้สะพายของกระบี่ด้านหลังแล้วกล่าวกับตนเองภายในใจ ‘ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีคนสืบทอดเจ็ดกระบี่ราชันย์ของติงหยวนด้วย ’
จบบท