ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 27


    "พี่อี้หลงเจ้าคะ นั้นมันไม่ใช่ ข..ข้าก็แค่คิดว่าฮูหยินไม่ควรมาที่นี้เท่านั้นเอง"นางน้ำตาคลอเบ้า พี่อี้หลงต้องใจอ่อนกับนางแน่ แต่นางก็ต้องผิดหวัง
    "แต่เจ้าสั่งคนมาทุบตีข้า ข้า..กะ กลัวเหลือเกินสามี"ฟ่านเว่ยตีหน้าเศร้า เขาบอกแล้วว่าเล่ห์มารยาเขาก็ทำเป็น ก่อนที่เขาจะเอานิ้วชี้มาถูหลังอี้หลงอย่างแผ่วเบา อี้หลงสะดุ้ง เหลือบตามองฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยที่ทำหน้าเศร้าแต่มุมปากยกยิ้มก่อนหรี่ตามองอี้หลง อี้หลงรู้สึกร้อนผ่าวใบหน้าที่ซีดเซียวก็แดงก้ำ กำหมัดแน่น หายใจขึ้นลง
    "ข้า ข้า ข้าก็แค่"ยังไม่สิ้นเสียงนั้น ฟ่านเว่ยก็พูดขึ้นมาก่อน ยิ้มอย่างสดใส หรี่ตาเล็กลงให้อี้หลง อี้หลงเห็นก็อยากสั่งสอนเด็กซนคนนี้ให้ลุกขึ้นมาไม่ได้อีกเลย
    "ในเมื่อข้าเป็นฮูหยินของท่านเสนาบดี พวกเขาเองก็เป็นบ่าวของท่าน งั้นข้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะทำเยี่ยงไรก็ได้ใช่ไหม สามี~"พวกบ่าวที่นอนโอดครวญก็ตาตั้งโต เจียงฮวาที่มีสีหน้าบิดเบี้ยว
    "เจ้า เจ้าไม่มีสิทธิ์!!"นางแผ่เสียงแหลมตะโกนออกมาอย่างดัง ชาวบ้านต่างมองหน้ากัน เหตุใดภรรยาถึงไม่มีสิทธิ์
    "แล้วเจ้าเล่า มีสิทธิ์หรือ"หลงเปาทนไม่ได้ ตัวสั่นด้วยความโกรธเขาถามออกไปอย่างเหลืออด คนผู้นี้บังอาจมาขัดขวางสามีภรรยาอยู่ด้วยกัน นางต้องตาย
    เมื่อสิ้นเสียงของหลงเปา ชาวบ้านต่างก็ชี้มือชี้ไม้ ซุบซิบมาทางนาง เจียงฮวาตกใจ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ได้
    ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นก็แอบยิ้มมุมปาก ตอนที่เขายังเป็นคนโง่นางแอบเล่นงานเขาด้านหลังหลายรอบแล้ว ทำเป็นจำเขาไม่ได้งั้นหรือ งั้นเขานี้แหละจะทำให้นางจำไปจนวันตาย ความอัปยศทั้งหมดเขาจะคืนให้นางเอง กล้าแย่งคนของเขาหรือ ดี ดี
    "สามี~นางเป็นใครกันหรือ เหตุใดถึงทำตัววางอำนาจยิ่งกว่าข้าเสียอีก"เสียงเย็นเรียบดังออกมา เขาหรี่ตามองเจียงฮวา เจียงฮวาเองเมื่อยินเช่นนั้นก็ยกยิ้ม เชิดหน้าขึ้น นางเป็นคนที่อยู่ในใจของพี่อี้หลง
    "นางเป็น แค่กๆ.."อี้หลงไอออกมาอย่างแรง กุมหน้าอกไว้ ฟ่านเว่ยเห็นก็แสยะยิ้ม เขาก้าวออกมาจากด้านหลังก่อนล้มตัวซบอกของอี้หลง นิ้วค่อยๆเลื่อนลูบอกนั้น อี้หลงไอผิดจังหวะ เขาอยากตีเด็กซน เจียงฮวากัดฟันแน่นอย่างเกลียดชังก่อนสบตาเยาะเย้ยของฟ่านเว่ย
    "เป็นอันใดหรือ สามี~"
    "นางเป็นลูกสาวของคนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ แค่กๆ อัก แค่กๆ"ฟ่านเว่ยเลื่อนหน้าเข้าใกล้ใบหูนั้นก่อนมันอย่างแผ่วเบา ยกยิ้ม อี้หลงไอจนตัวงอ ดวงตาแดงก้ำ ฟ่านเว่ยหัวเราะ ไอสารเลวนี้ เจียงฮวาจิกเล็บจนเข้าเนื้อ
    "ลูกสาวของคนช่วยชีวิตหรือ แล้ว แล้วอย่างไรต่อ หรือท่านต้องยัดเหยียดตัวเองแต่งกับนาง ดูสิ ชิชิ"ฟ่านเว่ยผละตัวออกจากอกของอี้หลง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นเอามือก่ายหน้า เดินเซไปมาก่อนล้มลงบนร่างของเจียงฮวาอย่างแรง เจียงฮวานางกรี๊ดร้องทุบตีฟ่านเว่ย ท่ามกลางสายตาของฝูงชน
    วินาทีนั้นต่างเงียบสงัด ก่อนเสียงของอี้หลงจะร้องดังขึ้นรีบวิ่งไปหาฟ่านเว่ยอย่างรวดเร็ว
    "ภรรยา"อี้หลงกอดฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยเองก็กอดตอบก่อบก่อนเหลือบตามองนางอย่างสนุดสนานในดวงตาระยิบระยับเหมือนดาว ยกยิ้มมุมปาก เจียงฮวาเห็นเช่นนั้น
    "เจ้า!"นางชี้นิ้วมาทางฟ่านเว่ย เสียงเครียดแค้น ดวงหน้าบิดเบี้ยว
    "เจ้าดูสิ นี้ขนาดยังไม่แต่งเข้า นางยังวางอำนาจตนขนาดนี้"หญิงวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างเกลียดชัง ทำเอานึกถึงอนุของสามี ก่อนที่จะหยิบไข่ไก่มาปาใส่นาง
    "ชิชิ ข้าว่าฮูหยินของท่านเสนาบดีคงโดนนางรังแก"ชายหนุ่มถ่มน้ำลายใส่ทางเจียงฮวา
    "แต่ว่านางกับท่านเสนาบดีมาที่นี้ได้สองปีแล้ว"ชายอีกคนก็ถามอย่างสงสัย
    "แหม อะไรกันเจ้าไม่ได้ยินรึ ที่วันงานแต่งนางล้มป่วย คงอยากเรียกร้องความสนใจแย่งสามีผู้อื่น"หญิงสาวทำสีหน้ารังเกียจ
    "ขนาดขับไล่ฮูหยินหน้าประตูจวน ทำร้ายให้อับอายเจ้าคิดดูสิ"ชายอีกคนก็ซุบซิบขึ้น
    "ลูกสาวผู้ช่วยชีวิตหรือ ดูสิท่านเสนาบดียังตอบแทนไม่พออีกหรอ นางอยู่สุขสบายยิ่งกว่าพวกคุณหนูคุณชายบางคนด้วยซ้ำ"หญิงสาวเกลียดชังนางเองก็เป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาเหมือนกันแท้ๆ แต่เหตุใดกัน
    "ใช่ๆ ดูชุดนางสิ หรูหรา เครื่องประดับก็มากมายอีกนิดข้าก็คิดว่านางเป็นฮูหยินเอกเสียเอง"หญิงอีกคนเกลียดชังก่อนมองชุดธรรมดาของตน
    เจียงฮวาได้ยินคำพูดนินทา นางก็กำหมัดแน่น นางไม่สามารถควบคุมสติได้ นางรีบลุกขึ้นผลักฟ่านเว่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของอี้หลงอย่างแรงจนทั้งคู่ล้มลง ท่ามกลางเสียงกรี๊ดร้องนั้น
    นางที่ได้ยินเสียงกรี๊ดร้องสติก็กลับมา เห็นอี้หลงนอนลงแน่นิ่งไป นางทรุดตัวกรี๊ดร้องออกมา
    "พี่อี้หลงเจ้าคะ แก พวกเจ้ารีบจัมกุมคนโง่ผู้นี้เร็ว"นางแผ่เสียงออกมา บ่าวรีบวิ่งออกมาจำนวนมากรีบล้อมฟ่านเว่ย หลงเปาตัวสั่นหงิดๆ ผู้หญิงคนนี้เขาเกลียดเหลือเกิน ชาวบ้านต่างตกใจถอยหนี แอบมองอยู่ห่างๆ ฟ่านเว่ยเห็นก็ยกยิ้มก่อนค่อยๆลุกขึ้นออกจากอ้อมแขนของไอคนเสแสร้ง หันมามองช้าๆ หยุดท่าทางที่แสดงอยู่ทั้งหมดใบหน้าเรียบเฉย
    ทันทีที่ฟ่านเว่ยลุกขึ้น ก็มีทหารหน้าตาเคร่งครัดดุดัน ผู้ที่เดินหน้านำทัพมาคือ หยางอิน หลงเปาที่เห็นก็ตื่นเต้น ก่อนหายตัวสั่นเชิดหน้าขึ้น มู่ซานเดินมาอยู่ข้างหลงเปาในมือถือเก้าอี้มาหนึ่งตัว หลงเปางงงวย เอาเก้าอี้มาทำอะไร
    ฟ่านเว่ยยกยิ้มมองอย่างสงบ ชาวบ้านต่างตกใจยิ่งกว่าคือมีทหารมาเกี่ยวข้อง พวกบ่าวต่างพากันมองหน้ากัน ฟ่านเว่นหลับตาลงก่อนที่มู่ซานจะเดินเข้ามาใกล้ฟ่านเว่ยวางเก้าอี้ลงและเดินออกไป เจียงฮวานางหยุดค้าง อะไรเกิดอะไรขึ้น
    "แม่นางเจียงฮวาเจ้าบอกว่าเจ้าจะจัดการข้าหรือ"ฟ่านเว่ยนั่งลงบนเก้าอี้นั่นเอาขาข้างหนึ่งมาวางไว้บนอีกข้าง สองมือวางไว้บนตัก
    "เรื่องนั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าบอกว่าจะพาฮูหยินเอกเข้าจวน"นางเมื่อเห็นว่าทหารยืนอยู่ก็เปลี่ยนคนมีคุณธรรม เหตุใดถึงมีทหารมายุ่งเกี่ยวได้
    "เจ้ากลัวทหารพวกนั้นหรือ"ฟ่านเว่ยลืมตา กระตุกยิ้มจ้องมองนาง นางกำมือแน่น มันก็กลัวอยู่แล้วเจ้าคนโง่นี้ถามอะไรไม่ติด
    "ไม่กลัวเจ้าค่ะ เพราะข้าไม่ได้ทำไรผิด"นางเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยอง กะอีแค่ทหาร รอให้นางจัดการกับแกก่อนเถอะข้าจะก้าวเป็นภรรยาของท่านเสนาบดี
    ฟ่านเว่ยเห็นท่าทางนั้นของนาง เขาก็หัวเราะออกมาจนเก้าอี้สั่น นางยิ้มอย่างดูถูก ขำอะไรเจ้าโง่
    "ในเมื่อเจ้าไม่กลัว เหตุใดไม่รีบๆเข้ามาเล่า"ฟ่านเว่ยยกยิ้มอย่างสดใส เจียงฮวาก็ยิ่งดูถูกในใจนาง เจ้าโง่พอเห็นว่ามีทหารอยู่ก็หยิ่งผยอง ได้ นางจะจัดการสั่งสอนมันเอง
    "ทหารพวกนี้ไม่ยุ่งเรื่องทะเลาะกันธรรมดาของชาวบ้านหรอก ยิ่งเรื่องของเรือนหลังด้วยแล้วขุนนางยิ่งแล้วใหญ่"ฟ่านเว่ยถอนหายใจ แต่ว่านะเขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดานี้สิ
    "ในเมื่อ ฮูหยินพูดเช่นนั้นข้าก็ไม่ออมมือ"นางส่งสายตาให้พวกบ่าว ทันทีที่พวกบ่าวขยับ กลุ่มของทหารรีบวิ่งไปล้อมพวกบ่าวก็ชักดาบออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แสงประกายดาบสาดส่องไปทั่ว
    เจียงฮวายิ่งตื่นตระหนก นี้มันแค่เรื่องทะเลาะธรรดาของชาวบ้าน เหตุใดทหารถึงมายุ่งเกี่ยว หรือ ว่า ท่านเสนาบดี หรือ นางงงงวย
    "เจียงฮวาเพียงแค่กำลังเจรจากับฮูหยินอยู่ นี้เป็นเรื่องของคนธรรมดาไม่เกี่ยวกับพวกท่านเลย"นางกังวลใจ เสียงยิ่งแผ่เบาเมื่อเห็นดาบที่ชี้มาทางนาง ขาแทบสั่น
    "อืม เอาดีนะ"เสียงของฟ่านเว่ยดังขึ้น นางหันขวับกลับอย่างไวด้วยความเกลียดชัง ฟ่านเว่ยเพียงเบ้ปากขึ้นหรี่ดวงตาสดใสลง
    "นางขับไล่ข้าแถมยังโดนทุบตีด้วย"ฟ่านเว่ยทำท่าคิด นางก็ได้แต่นิ่ง กำหมัดแน่น เจ้าสิทุบตีผู้อื่น
    "นี้ๆ ดูสิ"ฟ่านเว่ยชี้ไปที่ที่โดนเจียงฮวาทุบตี เขาก็หดตัวอย่างน่าสงสาร
    "เพราะฉะนั้น"ฟ่านเว่ยฉีกยิ้ม ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะจับเก้าอี้นั้นเขวี้ยงไปใส่นางจนล้มลง นางกรี๊ดร้องอย่างเจ็บปวด ดวงตาฟ่านเว่ยเป็นประกายเลียริมฝีปาก เจียงฮวาที่บังเอิญเห็นก็ตกใจ
    "กล้าทำร้ายข้าหรือ ข้าจะตอบแทนคืนให้เจ้าเอง"เศษไม้ของเก้าอี้แตก ฟ่านเว่ยหยิบมันขึ้นมายิ้มอย่างเหี้ยมฟาดลงใบหน้าของนางจนใบหน้านั้นหัน นางเจ็บมากรับรู้ถึงบางอย่างที่หลุดออกไป เศษฟันที่หลุดออกร่วงลงพื้น นางกรีดร้องหนักขึ้น ชาวบ้านที่ต่างแอบดูต่างตกใจ หวาดกลัว
    "หยางอิน ลากพวกมันไปให้หมด"ฟ่านเว่ยเอยเสียงเย็น ทหารต่างพากันจับกุมพวกบ่าวท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจ ชาวบ้านเองก็ตกใจเหตุใดทหารถึงพากันฟังคำสั่งของชายหนุ่มผู้เป็นภรรยาของท่านเสนาบดีได้
    "อะ นั้นมันทหารเกราะดำทมิฬ!"ชายคนหนึ่งที่ตั้งสติได้ก็พูดออกมา ชาวบ้านที่ได้ยินก็ยิ่งแตกตื่นอย่างหวาดกลัว ทหารเกราะดำทมิฬนั้นคือกองทัพที่ขึ้นชื่อด้วยความแข็งแกร่งและโหดเหี้ยม
    "นั้นมันกองทัพของแม่ทัพน้อยไม่ใช่หรือ"ชายหนุ่มเอามือถูแขนอย่างหวดดกลัว
    "แม่ทัพน้อย แม่ทัพสีชาดที่ถูกขนานนามว่าปีศาจบ้าเลือดนั้นนะหรือ"หญิงวัยกลางคนได้ยินก็ถามขึ้น ก็กอดแขนตนขนลุก ยังจำได้ลางๆว่า แม่ทัพน้อยผู้นั้นชอบขี่ม้าไปทั่วเมืองลากนักโทษออกไปเป็นประจำ สภาพของนักโทษที่ถูกลากพร้อมกับเสียงหัวเราะนั้นยังติดตาพวกนางอยู่เลย
    "ใช่ๆ แต่ข้าได้ข่าวว่าแม่ทัพน้อยหายไปเมื่อสองปี ชนเผ่าฝูตวนเลยตีบุกสงคราม"หญิงวัยกลางอีกคนกล่าว
    "จะว่าไงดี เจ้าว่าหน้าฮูหยินผู้นั้นดูคุ้นๆรึเปล่า"ชาวบ้านต่างมองหน้ากันก่อนพยักหน้า
    เจียงฮวาที่ได้ยินก็หน้าซีดแล้วทำไมทหารเกราะดำทมิฬถึงฟังคำสั่งของฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยที่เห็นความคิดนั้นก็ยกยิ้มเดินไปจับผมของนางก่อนยกมือขึ้นฟาดลงด้วยหลังมือของเขาลงใบหน้าของนาง
    "ลากพวกมันไป"ฟ่านเว่ยยิ้มเย็น เขาให้พวกบ่าวไปส่วนเจียงฮวาเขาปล่อยนางไว้ก่อน ที่อี้หลงเก็บนางไว้ข้างกายต้องมีไรสักอย่าง สตรีผู้ปานรูปหงส์
    "ขอรับ"ทหารจับกุมพวกบ่าวลากตัวไป ฟ่านเว่ยก้มลงอ้มร่างของอี้หลงก่อนเดินเข้าจวนเข้าไปในห้อง อี้หลงที่ไม่เห็นมีใครก็ลืมตาส่งสายตาระยิบระยับมาให้เขา
    ฟ่านเว่ยแทบอยากปล่อยร่างของอี้หลงลง ต้องมาแบกผู้ใหญ่ที่สูงกว่าตน อี้หลงยื่นแขนมารอบที่คอของฟ่านเว่ยแล้วเทน้ำหนักลง อี้หลังกัดติ่งหูเขา ฟ่านเว่ยเอนหลังลง กัดฟัน ก็บอกอยู่ว่า หลังหูคือจุดอ่อนของเขา
    มือที่โอบคอก็เลือนมาจับเอวเขาลูบไปมา ฟ่านเว่ยแทบสติกระเจิด โดยเฉพาะใบหน้าของอี้หลงที่ทำให้เขาแทบชวนฝัน
    ครั้งหนึ่งตอนยังเรียนอยู่ม.ปลาย เขาที่ยังไม่รู้ว่าชอบผู้หญิงหรือเปล่า เคยถูกสารภาพรักจากสาวๆน่ารักหรือสวยหลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้น
    จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องหนึ่งกับเพื่อนในโรงหนัง ในหนังนั้นเกี่ยวกับความรักระหว่างครูสาวกับนักเรียนหนุ่มหล่อ มันมีฉากฮีโรติก ที่พระนางได้มีโอกาสบะบะโอบะบะกัน และนั้นก็คือฉากที่ทำให้เขาใจเต้นไปกลับพระเอกของเรื่อง ใบหน้านั้นที่สมส่วนไปหมด สายตาที่ดึงดูด ร่างกายที่ยังไม่โตเต็มที่แต่ก็มีเค้าโครงเป็นชายหนุ่ม
    ฟ่านเว่ยเลยเริ่มติดตามนักแสดงคนนั้นมาเรื่อยมา ไล่ตามดูหนังคอยฝันถึงในความฝันเป็นประจำ จนกระทั่งได้มีโอกาสได้อยู่มหาลัยเดียวกันถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้มีเจอกันนัก เพราะเขาเป็นดาราที่โด่งดัง น่าเสียดายสุดท้ายเขาก็ เฮ้อ
    "ข้าแค่มาหาเจ้า ในอีกสองวันที่จวนอ๋องจะจัดงานแต่งขึ้น เจ้าในฐานะสามีข้าต้องมาร่วมงาน"ฟ่านเว่ยผละร่างออกจากอี้หลังแต่อี้หลงกลับไม่ยอมปล่อยมือออก
    "งานแต่งหรือ ข้ากับเจ้า?"อี้หลงได้ยินงานแต่งก็ตาลุกวาว ฟ่านเว่ยขมวดคิ้วก่อนยกขาถีบมังกรของอี้หลง อี้หลงกุมมังกรของตนเม้มปาก
    "เจ้าทำเช่นนี้ถ้ามันใช้การไม่ได้ ใครจะให้ความสำราญกับเจ้า"อี้หลงยิ้มบิดเบี้ยว เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ฟ่านเว่ยหัวเราะ
    "เจ้าเพียงแค่นอนอยู่เฉยๆ ให้ข้าทำให้เจ้าไม่ดีกว่าหรือ"เขายังไม่พร้อมให้ใครมาบุกด่านของเขา
    "ข้าเอาของมา"ฟ่านเว่ยยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนเลื่อนสายตาลงมังกรที่อี้หลงกำลังกุมอยู่ เขาหัวเราะก่อนเอาพัดโบกไปมาและเดินออกไป อี้หลงได้แต่งงงวยจนได้รับของ เขาแทบอยากทำให้เด็กซนลุกจากเตียงไม่ขึ้น
    -----------เกล็ดความรู้เมื่อชาติก่อนตอนวันสิ้นโลก ตอนนั้นพี่เว่ยอายุ 21 ปีกำลังเรียนจบมหาลัย ยังเป็นเด็กนักเรียนปกติธรรมดาค่ะ ที่เฮฮา กวนตีนชาวบ้านชาวช่องไปเรื่อย เล่นกับเพื่อนฝูง แต่เพราะเจอสถานการณ์ที่มันบีบบังคับและจนตรอก ทุกวันเห็นแต่เลือดและต้องฆ่าถึงจะอยู่รอด จิตใต้สำนึกก็เลยเบี้ยวไป