โลกของสัตว์อสูร
เย่เทียนข้ามผ่านรอยแยกมิติระดับ5 ดาวใกล้กับฐานทัพจงไห่อีกครั้ง
เขาไม่ได้เข้าไปในฐานทัพในโลกของสัตว์อสูรแต่เลือกที่จะมุ่งหน้าลึกเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรโดยตรง
ตลอดการเดินทาง
เย่เทียนอยู่ในสถานะล่องหนตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิค้นพบซึ่งมันอาจจะรบกวนเป้าหมายของเขาในการมายังโลกสัตว์อสูรครั้งนี้ได้
ตอนนี้พรสวรรค์ล่องหนของเย่เทียนได้บรรลุถึงระดับลึกลับปลอมแล้วภายใต้ความช่วยเหลือของพรสวรรค์ความเข้าใจ ความสามารถในการล่องหนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากเขาสามารถบินได้อย่างรวดเร็วโดยแทบจะไม่ปรากฏความผันผวนของคลื่นพลังปราณเลยแม้แต่น้อย
เย่เทียนบินอยู่หลายชั่วโมงเพื่อตรวจสอบพื้นที่ต่างๆจำนวนมาก และยังได้สะกดจิตสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบางตัวเพื่อถามไถ่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ทันใดนั้น
ร่างสีทองร่างหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเย่เทียนเข้า
มันดูคล้ายกับรูปแกะสลักสีทองขนาดใหญ่!
“อินทรีปีกทองเป็นมัน!”
เย่เทียนจดจำมันได้ในทันทีมันคืออินทรีปีกทองผู้ซึ่งเป็นโจทก์เก่าของเขา ก่อนหน้านี้เขาได้ขโมยดอกไม้แห่งความว่างเปล่าของอินทรีปีกทองมาจากรังของมันและทำให้พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขายกระดับขึ้น นอกจากนี้เขายังคัดลอกพรสวรรค์ในการบินระดับลึกลับและพรสวรรค์ด้านการฟันระดับสูงมาจากมันอีกด้วยซึ่งพรสวรรค์ทั้งสองนี้เป็นประโยชน์ต่อเย่เทียนมากทีเดียว!
ก่อนหน้านี้อินทรีปีกทองตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่น่ากลัวจนเย่เทียนไม่สามารถต่อกรกับมันได้เลยแม้กระทั่งเขายังต้องหลบหนีจากการไล่ล่าของมันหัวซุกหัวซุนจนต้องซ่อนตัวอยู่ในแม่น้ำเป็นเวลาเนิ่นนานถึงกล้าออกมา
หลังจากนั้นตัวเขาและจักรพรรดิจันทราก็ออกตามหาสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์หนามวิญญาณและได้พบกับมันอีกครั้งในขณะที่มันกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอีกตัว
และตอนนี้เขาก็บังเอิญได้พบกับมันอีกครั้ง
ต้องบอกว่าโชคชะตาระหว่างเขากับมันช่างลึกซึ้งจริงๆ!
“ความแข็งแกร่งของอินทรีปีกทองเหนือกว่าแต่ก่อนมากก่อนหน้านี้มันน่าจะเปลี่ยนแปลงสายเลือดมาห้าครั้ง แต่ตอนนี้มันควรจะเปลี่ยนแปลงสายเลือดได้หกครั้งแล้ว”
น่าเสียดายที่อินทรีปีกทองไม่มีพรสวรรค์ในการโจมตีที่แข็งแกร่งแม้ว่าความเร็วของมันจะเร็วกว่าจักรพรรดิขวานสงครามที่ทำลายขีดจำกัดของร่างกายสามครั้งแต่พลังโจมตีของมันนั้นกลับย่ำแย่เป็นอย่างมาก ดังนั้นพลังการต่อสู้ของมันจึงด้อยกว่าจักรพรรดิขวานสงคราม
ถึงแม้ตอนนี้อินทรีปีกทองจะได้พบกับจักรพรรดิขวานสงครามอีกครั้งมันก็ทำได้เพียงหลบหนีเช่นเดิม
“ความแข็งแกร่งโดยรวมของอินทรีปีกทองนับว่าแข็งแกร่งมากในหมู่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิคิดๆ ดูแล้วมันน่าจะรู้ข้อมูลบางอย่างใช่ไหม?”
เย่เทียนคาดเดา
ดังนั้น
เขาจึงปลดเปลื้องพรสวรรค์ล่องหนเคลื่อนย้ายพริบตาไปปรากฏตรงหน้าอินทรีปีกทอง
เมื่ออินทรีปีกทองเห็นมนุษย์มาปรากฏเบื้องหน้ามันความโกรธเกรี้ยวของมันก็พุ่งขึ้นในทันที
ตัวมันนั้นเกลียดชังมนุษย์เป็นที่สุด!
เพราะก่อนหน้านี้สมบัติของมันถูกขโมยไปโดยมนุษย์คนหนึ่งจนถึงตอนนี้มันยังไม่พบหัวขโมยมนุษย์ผู้นั้นเลย ดังนั้นมันจึงเกลียดชังมนุษย์เป็นอย่างมาก
“หืมม กลิ่นอายนี้...เจ้า...เจ้าหัวขโมยมนุษย์!”
อินทรีปีกทองจดจำตัวตนของเย่เทียนได้ทันที
ทันใดนั้น มันก็กระพือปีกอย่างรวดเร็วเส้นแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมา มันต้องการที่จะจบชีวิตของเย่เทียนในการโจมตีเดียว
“อินทรีปีกทองถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน ฉันคงไม่สามารถรับการโจมตีของแกได้ แต่ตอนนี้...”
เย่เทียนยิ้มบางๆ และชี้นิ้วไปที่อินทรีปีกทอง
ฟูม!
พลังแห่งมิติแผ่กระจายออกมาแช่แข็งพื้นที่โดยรอบ
อินทรีปีกทองพบว่าความเร็วของมันช้าลงถึงขีดสุดราวกับว่ามีบางอย่างกำลังฉุดรั้งมันไว้
ณ ตอนนี้เอง
เย่เทียนพลันเกิดความคิดแปลกๆขึ้น เขาเริ่มทดสอบความสามารถด้านมิติที่เขาเพิ่งได้เรียนรู้มาเมื่อไม่นานมานี้
เมื่อพรสวรรค์ด้านมิติกลายเป็นระดับลึกลับปลอมมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เมื่อเขาสามารถเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติมากขึ้นมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
ยิ่งเขาใช้พลังมิติมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเข้าใจความหมายของพรสวรรค์ด้านมิติมากขึ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากพรสวรรค์ความเข้าใจเพราะพรสวรรค์ด้านมิตินั้นต่างจากพรสวรรค์ชนิดอื่นๆ
พรสวรรค์อื่นๆ มีความสามารถเพียงอย่างเดียวแต่พรสวรรค์ด้านเวลาและมิตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
น่าเสียดายที่พรสวรรค์ด้านมิตินั้นยากที่จะเข้าใจก่อนหน้านี้เขาคัดลอกพรสวรรค์ด้านมิติมาจากสัตว์อสูร เขาจึงไม่เคยกังวลถึงเรื่องนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้เขาสามารถทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านมิติได้เพียง10% เท่านั้นหากเขาต้องการให้มันไปถึง 20% ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ยังดีที่เขามีพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุดมิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถยกระดับความเข้าใจความลึกลับของมิติให้กลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงได้
ตอนนี้ความสามารถด้านมิติจึงถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยเย่เทียนมันคือการบีบอัดมิติ!
การบีบอัดมิติคืออะไร? มันคือการบีบอัดมิติให้เล็กลงมากที่สุดหากสามารถพัฒนาความสามารถนี้ได้จนถึงขีดสุดได้ ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะบีบอัดพื้นที่ดาวเคราะห์ให้เหลือเพียงจุดเล็กๆได้
ตอนนี้เย่เทียนสามารถบีบอัดมิติได้เพียงผิวเผินเท่านั้นแต่หากเขาสามารถพัฒนามันขึ้นไปจนถึงขีดสุด บางทีเขาสามารถสร้างแหวนมิติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหินมิติเลยด้วยซ้ำ
“บีบอัดมิติ!”
เย่เทียนกระตุ้นความสามารถด้านมิติทันที
แคร่กแคร๊ก!!!
มิติรอบๆ อินทรีปีกทองถูกบีบอัดทีละน้อยส่งผลให้อินทรีปีกทองกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช มันรู้สึกว่ามันกำลังถูกบดขยี้ด้วยพลังมิติอันน่าหวาดกลัวขนสีทองบนร่างมันพลันแตกกระจาย
ไม่นานร่างของอินทรีปีกทองก็ชุ่มไปด้วยเลือด!
“เกือบจะสำเร็จแล้ว!”
เย่เทียนไม่ต้องการใช้อินทรีปีกทองเป็นตัวทดลองอีกต่อไปเขาเก็บพลังมิติกลับมาในทันที
“มนุษย์ ข้ายอมแพ้แล้ว!”
อินทรีปีกทองก้มหัวลง มันไม่กล้าที่จะทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าเย่เทียนอีกแล้ว
แม้ว่าเย่เทียนจะเป็นศัตรูที่มันเกลียดชังและยังเป็นคนที่ขโมยสมบัติของมันไปแต่มันรู้ซึ้งแล้วว่ามันนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียน เย่เทียนสามารถฆ่ามันได้ในพริบตาแล้วมันยังจะกล้าหยิ่งยโสได้อย่างไร?
“ยอมแพ้?”
เย่เทียนรู้สึกตกใจเล็กน้อยเดิมทีเขาต้องการสะกดจิตอินทรีปีกทอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้ว
“อินทรีปีกทองฉันมีเรื่องจะถามแก แกรู้ไหมว่าใครกันที่ฆ่าจักรพรรดิมังกรดำ?”
เย่เทียนถาม
“ข้ารู้!”
อินทรีปีกทองตอบในขณะที่ร่างของมันสั่นสะท้านเห็นได้ชัดว่ามันกำลังหวาดกลัว
“ใครที่ฆ่ามัน?”
เย่เทียนถาม
“ข้า...ข้าไม่กล้าพูด!”อินทรีปีกทองกล่าวด้วยความกลัว
“ไม่พูด งั้นแกก็ตายซะ!”
เย่เทียนข่มขู่
“ได้ ได้ ข้าพูดแล้ว!”อินทรีปีกทองยอมจำนนอีกครั้ง “เป็นจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตที่ฆ่าจักรพรรดิมังกรดำ ทั้งสองเคยมีความแค้นต่อกันเล็กน้อยก่อนหน้านี้ในการแย่งชิงผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิมังกรดำได้ร่วมมือกับจ้าวพยัคฆ์ดำเพื่อแย่งชิงผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตแต่หลังจากการต่อปะทะกันชั่วครู่ จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็หลบหนีไป หลังจากนั้นไม่นานจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งมันได้สังหารจ้าวพยัคฆ์ดำ จากนั้นมันก็ตามล่าจักรพรรดิมังกรดำและสังหารเขาได้ขณะที่เขากำลังล่าเหยื่อ”
“แม้แต่จ้าวพยัคฆ์ดำก็ถูกฆ่าด้วย?”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้จ้าวพยัคฆ์ดำได้ออกตามล่าเขาพร้อมกับจักรพรรดิมังกรดำเดิมทีเขาคิดจะหาโอกาสสังหารพวกมันหลังจากที่เขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ไม่คาดคิดว่าพวกมันจะตกตายไปแล้วด้วยน้ำมือของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิต
เย่เทียนรู้สึกประทับใจจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตอยู่เล็กน้อยมันไม่ได้เป็นแม้แต่ 12 จ้าวแห่งสัตว์อสูรเลยด้วยซ้ำแต่กลับสามารถสังหาร 2 ใน 12 จ้าวแห่งสัตว์อสูรได้
ไม่ซิ!!! ตอนนี้มันน่าจะเป็นหนึ่งใน12เจ้าแห่งสัตว์อสูรแล้ว
“จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก้าวไปถึงระดับเทพแล้วอย่างนั้นหรือ?”เย่เทียนถามอีกครั้ง
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้!ข้าจะกล้าเข้าใกล้ท่านจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตได้อย่างไร? เรื่องทั้งหมดข้าได้ยินจากข่าวลือของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ทรงพลังตนอื่นๆเท่านั้น!”
อินทรีปีกทองกล่าวอย่างน่าสงสาร
เพื่อยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงเย่เทียนจึงสะกดจิตอีกทองและถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง
“อินทรีปีกทองไม่ได้โกหก!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
“อินทรีปีกทองแกกับฉันมีความแค้นต่อกัน อีกอย่างฉันไม่รู้ว่าสัตว์อสูรอย่างแกฆ่ามนุษย์ไปมากมายแค่ไหนแล้วลูกน้องของแกเองก็มือเปื้อนเลือดของมนุษย์มากเช่นกัน ดังนั้นฉันไม่สามารถปล่อยแกไปได้แต่ฉันจะไม่ทำให้แกต้องทรมาน!”
เย่เทียนกระซิบ
ทันใดนั้นเขาก็ใช้พรสวรรค์หนามวิญญาณโจมตีอินทรีปีกทองขณะที่มันยังคงถูกสะกดจิตอยู่
ในโลกเสมือนจริงของหอคอยเกียรติยศเขาไม่กล้าเปิดเผยพรสวรรค์หนามวิญญาณ แต่ที่นี่เขาไม่จำเป็นต้องกลัว
ที่โลกเสมือนจริง เขากลัวว่าพรสวรรค์ของหนามวิญญาณของเขาจะถูกเปิดเผยและมันจะทำให้จักรพรรดิคนอื่นๆ หวาดกลัวเขาและทำให้เกิดปัญหาตามมาโดยไม่รู้จบ เพราะการโจมตีทางวิญญาณนั้นน่าสะพรึงกลัวจนเกินไปแม้แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งในการจัดอันดับจักรพรรดิก็ยากที่จะป้องกันหนามวิญญาณของเย่เทียนได้เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมีสมบัติที่สามารถป้องกันการโจมตีทางวิญญาณอยู่
ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะไม่ใช้พรสวรรค์หนามวิญญาณบนโลกของเขา
แต่ในโลกของสัตว์อสูรนี้ เขาไม่มีอะไรต้องกังวล
พรูด!!!!
หนามวิญญาณทะลุผ่านวิญญาณของอินทรีปีกทอง
ระดับการบ่มเพาะของมันด้อยกว่าเย่เทียนมันจะต้านทานพรสวรรค์หนามวิญญาณของเย่เทียนได้อย่างไร? วิญญาณของมันถูกทำลายอย่างสมบูรณ์และเสียชีวิตไปในทันที