บรรยากาศบนดาดฟ้าเปิดโล่งของอารีน่าค่อย ๆ ตึงเครียดลงอีกครั้ง เมื่อผ้าคลุมสีดำสนิทถูกกระชากออก เผยให้เห็นหนังสือเก่า ๆ เล่มหนึ่ง วางอยู่เด่นเป็นสง่ากลางโต๊ะหินบนเวที มันมีปกหนังสีดำหม่น ขอบขาดรุ่ย และตราประทับสีเงินจาง ๆ ตรงกลางเล่ม ลวดลายซับซ้อนซึ่งดูเหมือนจะเลือนหายไปตามกาลเวลาสลักอยู่บนปก มันดูเหมือนภาษาที่ถูกลืมเลือนนานนับพันปี แต่ยังคงแผ่พลังอันน่าพิศวงออกมา
“ทุกท่านขอรับ!” พิธีกรยกคทาไม้ประดับพลอยสีมรกตชี้ไปที่ตำรา น้ำเสียงตื่นเต้น “นี่คือตำราเวทโบราณจากสมัยอาณาจักรซาราคัส! สมบัติที่รอดพ้นจากมหาวิบัติเมื่อพันปีก่อน! ความลับของอดีตกาลอาจซ่อนอยู่ภายในหน้ากระดาษเหล่านี้!”
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮา แต่ส่วนใหญ่ก็เพียงพึมพำด้วยความสงสัย บ้างก็ยักไหล่ บ้างก็มองว่าเป็นแค่ของเก่าสำหรับพวกนักสะสมที่ชอบประวัติศาสตร์ หรือพวกขุนนางที่คลั่งไคล้ของหายากจากอดีต
แต่ท่ามกลางผู้คนทั้งหมดนั้น มีอยู่สองคนที่มีปฏิกิริยาเกินกว่าคนปกติเหล่านั้น ฟาริม หัวหน้านักบวชจากซิลเวรัส และ เซอราฟ ที่ปรึกษาผู้ชาญฉลาดของตระกูลเทซานัส สายตาของทั้งสองจ้องไปที่หนังสือเล่มนั้นราวกับพบเพชรน้ำงามที่สาบสูญ
อาเธอร์ที่อยู่แถวหลังท่ามกลางฝูงชน สายตาจับจ้องปฏิกิริยาแปลกประหลาดของทั้งสอง เขาขยับตัวเข้าใกล้เดวิด กระซิบด้วยน้ำเสียงขบขัน “นายเห็นแววตานั่นไหม?”
เดวิดหันมองฟาริมและเซอราฟ สายตาสีเงินประมวลผลอย่างรวดเร็ว “มันอาจมีข้อมูลจากสมัยซาราคัส” เขาตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความสงสัย “แต่ถ้าแค่นั้น ไม่น่าทำให้ทั้งคู่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ ตำรานั้นต้องซ่อนอะไรที่สำคัญมากแน่ บางอย่างที่มีแต่พวกเขาที่เห็นคุ้นค่ามัน”
“น่าสงสัยจริงๆ” อาเธอร์พึมพำ มือลูบคาง สายตาฉายแววเจ้าเล่ห์ราวกำลังคำนวณบางอย่าง
“ทุกท่านขอรับ!” พิธีกรโบกมือให้ฝูงชนเงียบ “หนังสือเล่มนี้จะเริ่มประมูลที่หนึ่งพันเหรียญทอง!” เสียงเขาดังก้อง ตามด้วยเสียงโห่ร้องจากฝูงชนที่เริ่มตื่นเต้น
“ว้าววว!” เสียงฝูงชนเริ่มดังขึ้น เพราะราคาเริ่มประมูลของหนังสือเล่มเก่าๆ นี้สูงถึงหนึ่งพันเหรียญทองเลยทีเดียว หลายคนที่คิดอยากจะร่วมประมูลสนุกๆ ก็เริ่มวิเคราะห์ถึงมูลค่าของหนังสือเล่มนี้อย่างจริงจัง
“สองพันเหรียญทอง!” คนแรกที่เริ่มเคลื่อนไหวคือหัวหน้านักบวชฟาริม เขากล่าวประมูลด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มพร้อมร้อยยิ้ม
เซอราฟหันไปหาเรกัสทันที “เรกัส ไม่ว่าจะยังไง พวกเราต้องเอาหนังสือเล่มนั้นมาให้ได้!” น้ำเสียงเขาร้อนรนราวไฟลุก
เรกัสที่ยังหงุดหงิดจากเรื่องที่ปะทะกับอาเธอร์ ขมวดคิ้วแน่น “มันก็แค่หนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่ง จะไปสนใจมันทำไมกัน?” เขาถามเสียงหงุดหงิด มือกำแก้วไวน์แน่น
“มันไม่ใช่แค่หนังสือเล่มหนึ่ง!” เซอราฟก้มตัวกระซิบ น้ำเสียงหนักแน่น “ฟังนะ ถ้าท่านสามารถเอาหนังสือเล่มนั้นไปมอบให้บิดาของท่านได้ ข้ารับรองได้ว่าเขาจะต้องพึงพอใจเป็นอย่างมากแน่!”
บิดาของเรกัส ชายผู้เป็นผู้นำตระกูลเทซานัส และเขายังเป็นหนึ่งในคนที่มีอำนาจมากที่สุดในซาราทิส เป็นชายที่เรกัสทั้งเคารพและหวาดกลัว
การเอ่ยถึงบิดาทำให้เรกัสเปลี่ยนท่าที สายตาเขาหันไปจ้องตำราบนแท่นราวเห็นโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าผู้เป็นบิดา ความโกรธจากเรื่องอาเธอร์เริ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น เขากัดฟันแน่น มือสั่นเล็กน้อย
“สามพันเหรียญทอง!” เรกัสลุกพรวด ตะโกนสุดเสียงจนฝูงชนสะดุ้ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความมุ่งมั่น
“สามพันเหรียญทองเพื่อหนังสือเก่าๆ เล่มเดียว?” เสียงกระซิบจากฝูงชนดังขึ้น พ่อค้าคนหนึ่งในชุดผ้าไหมสีแดงส่ายหัว หลายคนเริ่มถกเถียงถึงมูลค่าของตำรา บางคนหัวเราะเยาะว่ามันเป็นแค่ของเก่าสำหรับนักสะสม
“สี่พันเหรียญทอง!” ฟาริมตอบทันควัน น้ำเสียงยังนิ่ง แต่รอยยิ้มเริ่มตึง ดารุนที่นั่งข้างๆ เหมือนอยากจะกระซิบอะไรบางอย่าง แต่ฟาริมยกมือให้เงียบ
“ห้าพันเหรียญทอง!” เรกัสกัดฟันตะโกน
อาเธอร์มองการประมูลที่เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เขาหันไปยิ้มกับวาอิน “พวกเราไม่ไปร่วมวงหน่อยหรือ? ดูสนุกดีนะ”
วาอินหน้าถอดสี กลืนน้ำลายดังเอื๊อก “อย่าพูดเล่นเลยขอรับ! ทองขนาดนั้น… แทบจะเป็นรายได้ทั้งปีของท่านราเมซเลย!” เขากระซิบเสียงสั่น
“โห่? มากมายขนาดนั้นเลยงั้นหรอ?” อาเธอร์เริ่มเข้าใจถึงความรุนแรงในการประมูลของทั้งสองฝั่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอาเธอร์
ท่ามกลางเสียงดังของผู้คนที่กำลังถกเถียงกันเรื่องการประมูล ท่ามกลางสองผู้มีอำนาจในการประมูลที่เริ่มมองหน้ากันปานจะฆ่าแกงกันให้ตายกันไปข้าง
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากที่ไกลๆ สุดขอบฝูงชน “หนึ่งหมื่นเหรียญทอง!”
ทุกคนหันขวับไปยังต้นตอของเสียง อาเธอร์ยืนตัวตรง มือยกขึ้น สีหน้านิ่งสงบราวไม่ได้เพิ่งตะโกนราคาที่ทำให้ฝูงชนเงียบกริบ วาอินและเดวิดหันมองเขาด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของวาอินซีดเผือดราวจะเป็นลม
“ท่านอาเธอร์!” วาอินกระซิบเสียงสั่น “ท่านบ้าไปแล้วหรือขอรับ? ท่านมีทองขนาดนั้นด้วยหรือ?” มือของเขาจับแขนอาเธอร์แน่นราวกลัวเขาจะลุกขึ้นไปทำอะไรบ้าๆ อีก
อาเธอร์ไม่ตอบวาอิน เขาแค่ยิ้มให้เขาส่งสัญญาณว่า รอดูไปเงียบๆ เถอะ
ไม่ใช่แค่วาอินที่ตกใจกับการกระทำของอาเธอร์ แต่เดวิดเองก็สงสัยเหมือนกัน ‘ขนาดที่พักยังไปขออาศัยบ้านเขาอยู่ จะมีปัญญาที่ไหนไปมีทองถึงหมื่นเหรียญได้กัน?’ เขาคิดในใจ แต่เลือกเงียบไว้ สายตาสีเงินกวาดมองฝูงชนที่เริ่มซุบซิบ
“ชายคนนี้เป็นใครกัน?” เสียงกระซิบจากฝูงชนดังขึ้น “คนของสภา? หรือจากหัวเมืองอื่นในมิดเทรา?” ขุนนางสาวคนหนึ่งในชุดผ้าไหมสีม่วงเอียงคอมองอาเธอร์ด้วยความอยากรู้
ทั้งฝั่งสองผู้มีอำนาจเรกัสและฟาริม ต่างตกตะลึงไม่คิดว่าอาเธอร์จะเข้ามาร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
ฟาริมเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว เขาหันไปตะโกน “หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง!” น้ำเสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย รอยยิ้มใจดีที่เคยประดับใบหน้าจางลง
“สองหมื่นเหรียญทอง!” เรกัสตะโกนตอบทันควัน มือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ความกดดันจากบิดาและความโกรธจากอาเธอร์ผสมกันในอกจนเขารู้สึกราวจะระเบิด
เสียงร้องดังจากผู้คนเริ่มบ้าคลั่งอีกครั้งนับเป็นบุญตาของพวกเขาที่ได้ชมการประมูลที่บ้าระห่ำขนาดนี้!
พิธีกรบนเวทียิ้มกว้างจนเห็นฟันขาววาว “สองหมื่นเหรียญทอง! มีใครให้มากกว่านี้ไหม?” เสียงเขาดังก้อง กระตุ้นให้ฝูงชนยิ่งตื่นเต้น
“สองหมื่นห้าพัน!” อาเธอร์ตะโกน น้ำเสียงนิ่งสงบราวน้ำนิ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า สายตากวาดมองปฏิกิริยาของเรกัสและฟาริมราวกำลังสนุกกับเกม
เรกัสและฟาริมหันมองอาเธอร์พร้อมกัน สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนโทสะ ‘หมอนี่… มันเป็นใครกันแน่? มีทองขนาดนั้นจริงหรือ?’ แต่พวกเขาก็ไม่อยากรับความเสี่ยง
“สามหมื่นเหรียญทอง!” ฟาริมกัดฟันตะโกน
ดารุนที่อยู่ข้างๆ กระซิบฟาริมด้วยความกังวล “ท่านหัวหน้านักบวช นั้นมันทองที่เราต้องใช้ในปฏิบัติการที่ทารอนนะครับ หนังสือเล่มนั้นมีค่าพอที่จะล้มแผนการของ ‘ท่านลาน่า’ ที่วางไว้หรือขอรับ?”
ตอนนี้ฟาริมเริ่มเก็บสีหน้าสงบนิ่งไว้ไม่ค่อยอยู่ สายตาของเขาหันไปมองอาเธอร์และเรกัสราวกำลังชั่งใจว่าจะเสี่ยงต่อหรือไม่ดี?
แต่แล้วฟาริมก็สูดหายใจลึก สีหน้ากลับคืนสู่ความสงบราวกับนักพรตที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นร้อยๆ ปีอย่างรวดเร็ว เขาหันไปหาดารุนพร้อมพูดขึ้นว่า “นี้เป็นตัวเลขสุดท้ายแล้ว”
ที่ฝั่งซาราทิส เรกัสหน้าแดงก่ำราวถูกไฟเผา เขาใช้ทองที่ตระกูลมอบให้สำหรับปฏิบัติการที่ทารอนไปเกือบแปดส่วนแล้ว หากเพิ่มราคาอีก เขาจะต้องควักทองส่วนตัวหรือถึงขั้นต้องขายสมบัติของตัวเอง ทันใดนั่นเซอราฟวางมือบนไหล่เขาเบาๆ พยักหน้า “ทำต่อไป เรกัส ถ้าบิดาท่านได้หนังสือเล่มนี้… ข้ารับรองได้ว่าทองที่เสียไปจะกลายเป็นแค่เพียงเศษฝุ่นไร้ความหมายแน่นอน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจราวรู้ความลับที่ไม่มีใครในที่นี้รู้
เรกัสพยักหน้าด้วยความลังเล มือสั่นเล็กน้อย เขากำลังจะตะโกน แต่…
“สี่หมื่นเหรียญทอง!” อาเธอร์ตะโกนขัดจังหวะ น้ำเสียงยังนิ่งสงบราวไม่ได้รู้สึกถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเรกัสและฟาริม
ผู้คนเรื่องพูดคุยกันถึงเบื้องหลังของชายคนนี้ ‘เขาเป็นใครกันทำไมถึงมีทองมากมายขนาดนี้’ ‘คนของสภา?’ ‘หรือคนจากหัวเมืองอื่นในมิดเทอรา?’ ‘แต่ก็ไม่น่ามีใครจะมั่งคั่งขนาด ทาราน เซราทิส หรือ ซิลเวรัส ได้นิ?’ ‘หรือว่าพวกเขามาจาก ทวีปตะวันออกไม่ก็ทวีปตะวันตก?’
แม้เสียงพูดคุยกันของฝูงชนยังดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายในหัวของเรกัสตอนนี้กลับเงียบราวกับคนหูหนวก ‘จะเอายังไงดีๆ’ เขาเริ่มคิดฟุ้งซ่านในหัวขึ้นเรื่อยๆ ชั่งน้ำหนักในหัวถึงทองที่จะเสียไปมหาศาล กับหนังสือเก่าๆ หนังสือเล่มนั้นที่เซอราฟบอกว่าเป็นสิ่งที่บิดาเขาต้องการ? ความกดดันในอกหนักหน่วงราวหินทับ
เรกัสกัดฟันแน่น ดวงตาแดงฉาน กัดหมัดจนเลือดแทบออก พร้อมตะโกนออกไปสุดเสียง “ห้าหมื่นเหรียญทอง!”
ตอนนี้ในหัวของเรกัสคิดเพียงแต่ว่าไม่ว่าจะต้องเสียทองมากเท่าไหร่ ต้องขายทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเขามากเท่าไหร่ เขาก็จะต้องเอาหนังสือเล่มนั้นมาให้ได้
เสียงฝูงชนตอนนี้นั้นดังขึ้นไปอีก นี้อาจจะเป็นงานประมูลที่มีมูลค่ามากที่สุด มันมากจนหากนำการประมูลในตลาดมืดในช่วงหลายปีนี้มารวมกันยังไม่เท่าแค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว
พิธีกรบนเวทีตื่นจากภวังค์ “ห้าหมื่นเหรียญทอง! จากท่านผู้มีเกียรติหมายเลข 23! มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหม?” เสียงเขาดังก้อง ฝูงชนเงียบกริบ รอฟังคำตอบด้วยลมหายใจที่กลั้นไว้
อาเธอร์มองไปที่เรกัส ‘เขาคงถึงลิมิตแล้วสินะ’ อาเธอร์คิดในหัว
“สอง! หนึ่ง! ขาย!” พิธีกรตะโกนสุดเสียง “ตำราเวทโบราณจากสมัยอาณาจักรซาราคัส ขายให้ท่านผู้มีเกียรติหมายเลข 23 ด้วยราคาห้าหมื่นเหรียญทอง!”
ฝูงชนเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรส ส่วนเรกัสนั่งลงด้วยความโล่งอก แต่เหงื่อก็ยังไหลไม่หยุด เซอราฟกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “อย่าได้กังวลไป เรกัส บิดาท่านต้องยินดีแน่ที่ท่านมอบหนังสือเล่มนี้ให้เขาได้ ข้ารับประกันเลย”
เรกัสหันหน้ามามองที่เซอราฟ “ให้มันจริงเถอะ! ข้าต้องกรีดเลือดตัวเองไม่น้อยเพื่อมัน!” ความกังวลฉายชัดในดวงตา เขาคิดถึงผลที่จะตามมาหากตำรานี้ไม่คุ้มค่ากับทองที่เสียไป
เซอราฟไม่พูดอะไรต่อ เขามองไปที่ฟาริมและอาเธอร์ จากนั้นก็มองไปที่หนังสือเล่มนั้นบนเวที พร้อมคิดในใจ ‘ดูเหมือนพวกมันทั้งสองคนจะไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของหนังสือเล่มนั้น ฟาริมคงคิดว่ามันอาจจะตอบคำถามเขาเรื่องของการกระทำของพระเจ้าต่ออาณาจักรซาราคัสได้ ส่วนอาเธอร์…ก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเอาหนังสือไปทำไม แต่ความมั่นใจในความมั่งคั่งในการประมูลของมันน่ากลัวมาก มันต้องมีเบื้องหลังเจ้าพวกนั้นอยู่แน่ ไอเซนบอกว่าพวกมันพึ่งเข้ามาทารอนได้ไม่นาน เพราะงั้นคงไม่ใช่พวกสภา งั้นใคร? พวกอาณาจักรจากตะวันตกหรือตะวันออก?’
เซอราฟส่ายหัวสลัดความคิดออกไป ‘แต่อย่างน้อยก็ดีแล้วที่พวกเขาไม่รู้ถึงความลับที่แท้จริงของหนังสือเล่มนี้ ไม่งั้น…ที่แห่งนี้คงได้มีการฆ่าฟันกันเพื่อมันแน่!’
เมื่อการประมูลจบลงคนที่โล่งใจที่สุดในตอนนี้คงเป็นวาอิน วาอินถอนหายใจโล่งอกราวรอดตาย เขาหันไปหาอาเธอร์ “ท่านอาเธอร์… ท่านมีทองขนาดนั้นจริงหรือขอรับ?” ใบหน้าของเขายังซีด มือสั่นเล็กน้อย
อาเธอร์ยิ้มกว้าง ล้วงกระเป๋าคลายมือออก เผยให้เห็นเหรียญทองสองสามเหรียญผสมกับเหรียญเงินและทองแดง รวมมูลค่าไม่ถึงห้าเหรียญทองด้วยซ้ำ “มีแค่นี้แหละ!” เขากล่าวเสียงขบขัน
“ห๊ะ!” วาอินและเดวิดอุทานพร้อมกัน