มารสำราญรม ภาค.โลกใบเล็ก

    มารสำราญรม ตอน 35 : เข้าใจเสียที

    "ทุกอย่างเป็นเช่นนี้นี่เอง" ซุนเฟิ่งย่าพูดพล่างพร้อมหยิกแก้มขาวๆ ของซุนนานของนางที่บัดนี้เติบโตเป็นบุรุษหนุ่มหน้ามนผู้หนึ่ง


    ซุนนานมันได้อธิบายกับแม่แปดซุ่นเฟิ่งย่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่ทำให้ตัวมันเลือกกลั่นปราณกับแม่เจ็ดและแม่แปดไม่เท่ากัน แน่นอนสาเหตุหลักใหญ่ใจความก็คือแม่เจ็ดนั้นดูอ่อนโตโลกและไร้เดียงสา นางดูเหมือนไม่ค่อยรู้จักเรื่องบุรุษสตรี แม้จะกลั่นปราณกับเรือนร่างของนางมากแค่ไหน หากตัวซุนนานมันให้เหตุผลดีๆ เช่นการรักษาอาการบาดเจ็บ แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านของมันก็หาได้สงสัยในการกระทำใดๆ ของมันไม่ ซึ่งปัจจุบันผ่านมาเกือบ 7 ปีกว่าแล้ว แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านก็ไม่เคยสงสัยในตัวมันเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังคิดว่าการนวดเคล้าคลึงของซุนนานนั้นเป็นการรักษาสุขภาพอย่างหนึ่งเสียอีก


    หากแต่ถ้าเป็นคนอื่นผ่านไป 7 ปีกว่าแล้ว โดยนวดนาบเคล้าคลึงขนาดนี้จะไม่คิดอะไรบ้างหรือ?


    ส่วนแม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้น ตัวของซุนนานเคยนวดคลึงให้แก่นางมาก่อนแล้ว หากถ้าเปลี่ยนวิธีนวดอย่างรวดเร็วไปนวดเคล้าคลึงแบบบุรุษชำนานศาสตร์แห่งสตรีเช่นเดียวกับของแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน แม่แปดตัวนางก็ต้องจับผิดและสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว ตัวของซุนนานเองมันก็ย่อมไม่กล้า เพราะมันอยากจะกระทำเรื่องนี้แบบเงียบๆ วิชาแบบนี้หากมีคนรู้มากก็อาจจะเข้าใจผิดต่อตัวมันได้มาก


    และที่มันไม่กล้าบอกใครก็เกรงว่ามารดาทั้งสองของมันจะเข้าใจในตัวมันผิด คิดว่ามันเป็นคนต่ำช้า ต่ำทราม เป็นบุรุษนิสัยไม่ดี


    ตัวซุนนานมันนั่งอธิบายเรื่องนี้กับแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันอยู่นาน สุดท้ายนางก็เข้าใจมันว่าสิ่งที่มันทำเพราะไม่ใช่เลือกที่รักมักที่ชัง ตัวมันไม่ได้รักแม่เจ็ดมากกว่าแม่แปดของมันเลยแม้แต่น้อย พอซุนนานพูดถึงตรงนี้แม่แปดของมันจึงเริ่มเชื่อที่มันพูดบ้าง


    สุดท้ายตัวมันซุนนานถึงพึงเข้าใจถึงปัญหาของมันที่พูดมาตั้งนาน และแม่แปดทำทีท่าโกรธโกธาต่อมัน สาเหตุเพราะนางคิดว่ามันรักแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านมากกว่านางก็เท่านั้นนั่นเอง เนี่ยและจิตใจของสตรีเข้าใจยากนัก


    "ซุนน้อยดีใจที่ท่านแม่เข้าใจเสียที" ซุนนานพูดพลางลูบใบหน้าของตัวมันเองที่บัดนี้กลายเป็นแก้มแดงฉ่ำไม่น้อย


    "ซุนน้อยก็น่าจะอธิบายเช่นนี้แต่แรก" แม่แปดซุนเฟิ่งย่าพูดพร้อมกอดอกราวกับว่าแก้มแดงๆ ของซุนนานไม่ใช่ความผิดของนาง


    หาแต่ซุนนานก็ได้แต่คิดมันอธิบายมาตั้งนานแต่แม่แปดดูเหมือนจะไม่ฟังเหตุผลของมันเลยสักเท่าไร พอเพียงมันพูดว่ารักแม่แปดและแม่เจ็ดไม่ต่างกันนางถึงจะพูดรู้เรื่องบ้าง ซุนนานในยามนี้ได้แต่ถอนหายใจในใจของตัวเองเบาๆ


    ไม่ช้าบรรยากาศรอบตัวของตัวมันและแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง หมอกควันแห่งความไม่เข้าใจกันได้หายไปแล้ว


    ไม่ช้าแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็สอบถามถึงการฝึกฝนและเคล็ดวิชามหารัญจวนว่าเป็นเช่นไร และตัวมันในภายหลังจะคิดอ่านอะไรทำอย่างไรเช่นไรบ้างต่อไป "ซุนนานแม่แปดขอพูดกับเจ้าตามตรงเคล็ดวิชามารที่เจ้าฝึกฝนอยู่นั้นต่อไปเจ้าจะทำประการใด คิดแผนฝึกฝนเอาไว้แล้วรึ"


    "ท่านแม่แปดซุนนานขอเรียนตามตรง ซุนนานคิดเรื่องเหล่านี้ไว้ไม่น้อย เกรงว่าขั้นแรกซุนนานต้องหาคู่ฝึกฝนให้ได้ก่อน นอกจากนั้นยังต้องแสวงหาแก่นหยินสตรีอีกจำนวนมาก ดังนั้นซุนนานคิดว่าหลายปีต่อจากนี้หลังจากซุนนานฝึกฝนเคล็ดวิชาจากแผ่นจารึกอักษรวิญญาณสีทอง [คัมภีร์หลอมสมบัติห้าธาตุ] บางส่วนสำเร็จ ซุนนานตั้งใจว่าจะพาพวกเราทั้งหมดออกจากถ้ำเร้นลับแห่งนี้กลับสู่บ้านเมือง โดยรอบถ้ำเร้นลับนี้ซุนนานจะวางค่ายกลเอาไว้ คงไม่มีผู้ใดเข้าไปด้านในได้แน่ยกเว้นแต่พวกเขาเหล่านั้นจะบินบนท้องนภาได้ ส่วนตัวซุนนานเองหลังจากกลับเข้าเมืองแล้วตั้งใจจะเริ่มสร้างรากฐานของตระกูลซุนขึ้นมาใหม่ ในช่วงต้นซุนนานคิดว่าพวกเราควรเปลี่ยนแซ่ที่ใช้และปลอมแปลงตัวตนกันขอรับท่านแม่"


    "นิซุนน้อยของแม่แปดคงไม่คิดกลับอาณาจักรของราชวงศ์โจวใช่ไหม" ซุนเฟิ่งย่ารีบพูดกล่าวขึ้น


    "ไม่ขอรับท่านแม่ ซุนนานคิดว่าพวกเราควรไปตั้งหลักกันที่อาณาจักรของราชวงศ์เกากันก่อน เพราะราชวงศ์เกานั้นนอกจากจะเจริญกว่าราชวงศ์โจวมากแล้ว หากแต่การหลอมสร้างวัตถุวิเศษก็นับว่าเป็นที่หนึ่งเช่นกัน ซุนน้อยของท่านแม่ต้องการไปเรียนรู้สิ่งนี้ด้วยขอรับ นอกจากนั้นการไปราชวงศ์โจวในตอนนี้ซุนนานคิดว่าพวกเราคงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากนั้นอาจจะถูกจับตัวได้อย่างรวดเร็ว แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วหากแต่พวกเราก็ประมาทมิได้ขอรับ"


    ซุนเฟิ่งย่าพยักหน้ารับเห็นด้วยกับที่ซุนนานพูด ก่อนที่จะสอบถามเรื่องการฝึกฝนเคล็ดวิชาอีกครั้ง "แล้วเรื่องการฝึกฝนเคล็ดวิชามหารัญจวนของเจ้าละซุนน้อยจะทำเช่นไร"


    "ณ ตอนนี้ซุนน้อยคงทำอะไรไม่ได้มากขอรับ การฝึกฝนจำเป็นต้องมีคู่ฝึกฝน และยิ่งต้องแสวงหาแก่นหยินจำนวนมาก ซุนนานตั้งใจว่าเมื่อเข้าเมืองสำเร็จสร้างรากฐานได้สักนิด ซุนนานของท่านแม่จำต้องไปยังหอโคมแดงขอรับ ที่นั่นมีสตรีมากมาย การดูดซับแก่นหยินจากพวกนางนับว่าไม่ใช่สิ่งผิด" ซุนนานกล่าวสิ่งที่มันคิดอย่างตรงไปตรง


    แม่แปดซุนเฟิ่งย่าสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ครั้นเมื่อได้ยินคำว่าหอโคมแดง นางรู้จักสถานที่เช่นนี้ดีเพราะนางนั้นเกิดและเติบโตที่นั่น และยิ่งเมื่อนางรู้ว่าวิธีเดียวที่จะช่วยซุนน้อยของนางให้มีชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งการฝึกฝนได้ ให้ตัวเขามีช่วงอายุที่ยืนยาวได้เหมือนกับตัวนางที่ฝึกปราณ ในตอนนี้ซุนเฟิ่งย่านางก็ได้แต่จำใจและปล่อยวาง แม้นางจะไม่ปรารถนาให้ซุนนานไปยังสถานที่เช่นนั้นก็ตาม ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็พยักหน้ารับ เป็นการยอมรับวิธีนี้กลายๆ


    จากนั้นซุนนานก็พูดต่อ "ในวิธีการฝึกทั้งหมดมีบางขั้นตอนที่เป็นปัญหาของซุนนานอยู่บ้างขอรับ หากแต่เมื่อซุนนานเข้าไปในเมืองสำเร็จ ซุนนานตั้งใจจะรับทาสสตรีที่เป็นสตรีบริสุทธิ์ที่ถือพรหมจรรย์ซัก 2 - 3 คนขอรับ ซุนนานจะมอบเคล็ดวิชาให้พวกนางและกลั่นปราณให้พวกนาง ในภายหลังซุนนานตั้งใจจะใช้พวกนางเป็นคู่บำเพ็ญเพื่อก้าวผ่านระดับขั้นต่อไปของการฝึกฝนในเคล็ดวิชามหารัญจวน เนื่องด้วยแก่นเสมือนของซุนนานนั้นจะไม่มีวันมั่นคงได้หากมิได้สตรีที่ถือพรหมจรรย์ช่วยเหลือ"


    เมื่อซุนเฟิ่งย่าได้ยินถึงการใช้สตรีบริสุทธิ์ในการฝึกฝนนอกจากนั้นยังต้องกลั่นปราณให้พวกนางอีก นางคล้ายคิดอะไรบางอย่าง "ซุนนานสตรีคู่บำเพ็ญของเจ้าจำต้องใช้ 2 3 คนเลยรึ และเงื่อนไขในการฝึกฝนวิชาในขั้นนี้ของเจ้าให้บรรลุนั้นมีอะไรบ้าง ไยจึงต้องมอบเคล็ดวิชาให้พวกนางทั้งยังต้องช่วยพวกนางกลั่นปราณฝึกฝนอีกด้วยละ"


    ซุนนานกล่าวตอบในทันที "เป็นเช่นนี้ขอรับท่านแม่ ในการฝึกฝนของซุนน้อยนั้นมีบางขั้นตอนที่มิอาจไม่ทำได้ ในขั้นที่ 2 ของเคล็ดวิชามหารัญจวนได้กล่าวไว้ว่า ถ้าหากจะให้แก่นเสมือนมั่นคง กระแสปราณในร่างของซุนนานไม่ไหลออกอีกต่อไป จำต้องหาร่างสตรีที่มีแก่นธาตุหยินบริสุทธิ์พร้อมทำการชุบร่างของนางด้วยแก่นหยางของตัวเองอย่างต่อเนื่องนานปี จนมั่นใจว่าร่างของนางนั้นบริสุทธิ์เป็นที่สุด โดยสังเกตได้จากเรือนกายของนางนั้นจะมีผิวพรรณงดงามเป็นที่สุด ทั้งยังมีกลิ่นกายหอมกระจ่าง นอกจากนั้นฤดูของสตรีนางนั้นก็จะแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินใสไม่มีกลิ่นคาวไม่เป็นสีโลหิตแม้แต่น้อย ในร่างของนางนั้นจะมีแก่นหยินบริสุทธิ์เก้าส่วน หยางบริสุทธิ์หนึ่งส่วน จึงถือว่าเป็นสตรีที่มีแก่นหยินบริสุทธิ์สมบูรณ์แบบขอรับ"


    "ทำไมหยินบริสุทธิ์จึงไม่เป็นแก่นหยินทั้งหมดละซุนน้อย" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวด้วยความสงสัย สำหรับนางแล้วคำว่าบริสุทธิ์หมายถึงไร้สิ่งใดเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น


    "เหตุผลน่าจะเป็นเพราะในหยินมีหยาง ในหยางมีหยินจึงจะสมดุลข้อรับ มาตรว่าแก่นหยินที่มีแต่หยินเท่านั้นจะเย็นจนเกินไปไม่สมดุล และไม่อาจจะเปล่งอานุภาพของมันได้อย่างเต็มที่ ต่างจากแก่นหยินที่มีแก่นหยางผสมด้วยหนึ่งส่วนขอรับ" ซุนนานกล่าวตามความตระหนักรู้ที่มันได้รับจากมารสำราญรมในห้วงมิติเร้นลับนั้น


    แม่แปดซุนเฟิ่งย่าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในเหตุผล "เป็นเช่นนั้น"


    "ส่วนจำนวนสตรีที่ซุนนานต้องการฝึกฝนนั้นในหลายปีนี้คิดว่าจำนวน 2 ถึง 3 คนนั้นเป็นการเผื่อเหลือเพื่อขาดขอรับ เพราะกว่าจะฝึกฝนพวกนางจนถึงระดับกระแสพลัง [ผู้ฝึกปราณระดับ 5] คาดว่าจะใช้เวลาหลายสิบปีขอรับ ส่วนใจคนก็ไม่แน่นอน แม้ซุนนานจะมีวิชาประทับตราอักษรวิญญาณที่ได้มาจากการเรียนรู้ [คัมภีร์ค่ายกลกักสวรรค์] หากแต่เพื่อความมั่นใจมีหลายคนไว้ย่อมถือว่าปลอดภัยกว่าการมีคนน้อยขอรับท่านแม่แปด"


    แม่แปดซุนเฟิ่งย่าถึงกับตกใจเมื่อพูดถึงผู้ฝึกตนระดับกระแสพลัง [ผู้ฝึกปราณระดับ 5] คนเหล่านี้มิใช่ผักมิใช่ปลาที่จะหากันได้ง่ายๆ และไม่ต้องพูดถึงการฝึกฝนจำต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แม้แต่ตัวนางเอง ถ้าหากไม่เจอซุนนานไม่ได้รับเคล็ดวิชาที่เหมาะสม นอกจากนั้นมีศิลาธาตุพลังจำนวนมาก และในป่าเร้นลับยังมีพลังธาตุที่หนาแน่นกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวนางยังไม่คิดไม่ฝันว่าจะฝึกถึงระดับในปัจจุบันของตัวเองได้รวดเร็วเช่นนี้


    และไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกปราณระดับกระแสพลัง ซึ่งส่วนใหญ่ต่างมีอายุเกินร้อยปีกันทั้งนั้นถึงจะฝึกสำเร็จระดับนี้


    "ซุนนานนะซุนนาน เส้นทางการฝึกฝนของเจ้าไม่ง่ายเลย แม่แปดคิดว่าการจะฝึกฝนใครสักคนไปถึงระดับกระแสพลังไม่ง่ายเลยในดินแดนนี้" ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็ราวกับคิดอะไรออก นางจึงรีบพูดออกมา "นิซุนนานเจ้าคิดว่าแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเป็นอย่างไร"


    ซุนนานตัวมันนั่นมิได้เข้าใจความคิดของแม่แปดซุนเฟิ่งย่ามันจึงตอบคำถามนี้ไปตามตรง อย่างที่มันคิด "แม่เจ็ดจิ้งหร่านเป็นสตรีที่งดงามขอรับ นอกจากนั้นจิตใจของนางยังใสบริสุทธิ์อย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังดีต่อซุนน้อยอย่างมากอีกด้วยขอรับท่านแม่"


    "ซุนน้อยของแม่กล่าวมาถึงขนานนี้ แม่แปดก็จะช่วยเหลือส่งเสริมเจ้าเอง เรื่องการหาคู่บำเพ็ญนั้นมิใช่เรื่องยากและต้องรอนานหลายสิบปีอีกต่อไป คาดว่าอีกเพียง 7 ถึง 8 ปีก็ใช้การได้แล้วอย่างน้อยๆ หนึ่งคน เพราะ ณ ตอนนี้ท่านแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านของเจ้านั้นมีระดับพลังปราณที่ระดับก่อปราณขั้นต้นแล้ว [ผู้ฝึกปราณระดับ 4 ขั้น 1] คาดว่าหากนางยังฝึกฝนได้เร็วแบบนี้อีก 7 ถึง 8 หรืออย่างมาก 10 ถึง 12 ปี นางต้องสำเร็จถึงระดับกระแสพลังอย่างแน่นอน" ท่านแม่แปดกล่าวสิ่งนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบสบายใจและดูราวจะไม่มีกังวลใดๆ ทั้งสิ้น


    หากแต่ซุนนานตัวมันถึงกับตกใจ มันคิดถึงกับว่าท่านแม่แปดของมันกำลังยกแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านให้เป็นคู่บำเพ็ญของมันยังไงยังงั้นแหละ "ท่านแม่แปดพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรขอรับ ซุนน้อยไม่เข้าใจ"


    "ซุนนานเจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้ว่าท่านแม่เจ็ดของเจ้าจิ้งหร่านเป็นหญิงบริสุทธิ์ เป็นสตรีที่ไม่เคยผ่านมือชาย"


    "!!!หา" ซุนนานกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจเป็นที่สุด


    "ซุนนานของแม่แปด มิใช่ว่าเจ้าก็เคยตรวจชีพจรของแม่เจ็ด เจ้าไม่รับรู้รึว่านางเป็นสตรีบริสุทธิ์ที่ยังเป็นหญิงพรหมจรรย์"


    ซุนนานส่ายหน้าของมันอย่างรวดเร็ว


    ซุนเฟิ่งย่าส่ายหน้ากับความโง่งมของบุตรชายคนนี้ของตัวเองทันที "ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าเป็นหมอโอสถเหตุใดจึงไม่รับรู้ในเรื่องเช่นนี้"


    "ลูกมิเคยจับสัมผัสเรื่องเหล่านั้น ปกติมีแต่ดูอาการเจ็บป่วยทั่วไปเพียงอย่างเดียวขอรับ"


    ซุนเฟิ่งย่าจึงกล่าวย้ำเตือนบางเรื่องแก่ซุนนานอีกคราว "ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าเคยบีบนวดเคล้าคลึงแม่เจ็ดของเจ้าด้วยเคล็ดวิชามหารัญจวนอย่างไรละ เคล็ดวิชานี้มิได้จับสัมผัสและรับรู้รึว่าเรือนกายของแม่เจ็ดยังเป็นสตรีงดงามที่บริสุทธิ์ไม่เคยต้องมือของบุรุษเพศรึ หากแต่มือลามกนั้นก็เป็นของซุนน้อยนั่นแหละที่ทำร้ายแม่เจ็ดของเจ้าเอง"


    "ตอนซุนน้อยใช้เคล็ดวิชามหารัญจวนกับท่านแม่เจ็ดนั้นจริง หากแต่ซุนน้อยพยายามไม่คิดสิ่งใดในขณะนั้นนะขอรับ พยายามคิดว่านี่เป็นแค่เพื่อการฝึกฝน จึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย" ซุนนานตัวมันพูดพลางเกาศีรษะของตัวมันเองอย่างเขินอายในความโง่งม ไม่ช้ามันก็รู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง "ท่านแม่แปดซุนน้อยมีข้อสงสัยบางประการขอรับ ท่านแม่เจ็ดก็เป็นฮูหยินของท่านพ่อเหตุใดนางจึงสตรีที่รักษาความบริสุทธิ์อยู่ละขอรับ"


    แม่แปดซุนเฟิ่งอย่างร้อง หึ ออกมาทีหนึ่งก่อนเล่าความหลังเรื่องราวการรับจิ้งหร่านเข้าสู่ตระกูลซุนให้ซุนนานฟัง ไม่ช้าเรื่องราวก็พลันกระจ่าง


    "ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ซุนน้อยก็แอบคิดว่าบิดาของซุนน้อยนิยมชมชอบสตรีเป็นเด็กสาวเสียอีก"


    เมื่อซุนนานพูดจบไม่ช้าก็มีมือข้างหนึ่งดึงแก้มขาวๆ ของมันไปมาจนเป็นแก้มแดงๆ อีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องมารสำราญรม ภาค.โลกใบเล็ก ที่คุณอ่าน