ฌอน และแนนซี่จะสลับกันมาดูแลร้านชาบูของพวกเขาคนละหนึ่งวัน แต่วันเปิดตัวนี้พวกเขาสองคนตกลงกันไว้ว่าจะปิดร้านค้าขายของชำไปก่อน 1 วัน เพราะมันอาจจะดูไม่เป็นมงคล ถ้าเจ้าของร้านไม่อยู่ในวันที่เปิดวันแรก ลูกค้าหลายคนเข้ามาภายในร้านที่เป็นกึ่งระบบปิด และระบบเปิด แต่ข้างในมันกลับอุ่นกว่าข้างนอกเป็นอย่างมาก พวกเขาได้รับคำแนะนำจากทั้งฌอน แนนซี่ และเด็กๆที่แต่งชุดเหมือนกับพนักงานร้าน KM ชาบูเจ้าดังในห้างสรรพสินค้าทั่วๆไป แน่นอนว่าพวกเขามีการซ้อมเต้นกันด้วย และจะรอเวลาที่เหมาะสมในการแสดงครั้งนี้อีกด้วย ลูกค้าแต่ละคนจ้องมองไปยังเมนูที่มีราคาเพียง 9 เหรียญทองแดงเท่ากันทั้งหมดต่อจาน และเห็นว่ามันถูกมาก จึงสั่งมันมาลองประเดิมอย่างละ 1 จาน เมนูทั้งหมดมีตั้งแต่เนื้อ หมู ไก่ สามชั้นสไลด์ หมูสไลด์ เนื้อสไลด์ ปลาหลากหลายชนิด เครื่องในต่างๆ ผัก เห็ด และไข่ ต่างก็มีครบด้วยเช่นกัน มันจะถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปสมุนไพรที่ใส่ไปด้วยตะไคร้หอม กระเทียม และเครื่องปรุงอีกนิดหน่อย สรุปคือแต่ละอย่างมันหอม และน่าทานเป็นอย่างยิ่ง นาทาร์ และมอรัสซัสก็มาใช้บริการด้วยเช่นกัน พวกเขามาพร้อมผู้ช่วยของตัวเอง ทางด้านเจ้าเมืองเป็นมัลมัลล์ และทางด้านนาทาร์เป็นผู้ช่วยสาว ‘มินนี่’ ที่เป็นเจ้าของมุขกระดาษแผ่นใหม่นั้นเอง เหตุที่ต้องนั่งทานด้วยกันนั้น ฌอนให้เหตุผลว่า โต๊ะหนึ่งจะต้องนั่งกันอย่างน้อย 3 คน ถ้ามาสองคนจะต้องไปที่นั่งเดี๋ยวที่จัดเตรียมไว้ข้างๆแทน พวกเขาจึงจำใจต้องนั่งด้วยกัน เพราะแต่ละฝ่ายนั้นมาแค่สองคนเพียงเท่านั้น เมื่อพวกเขามองไปยังเมนู และแน่นอนว่าระดับอย่างพวกเขามีหรือจะสั่งน้อย อีกอย่างมันมีเมนูเป็นชุดอีกด้วย โดยแบ่งเป็นชุดเล็ก 199 เหรียญทองแดง ชุดกลาง 599 เหรียญทองแดง ชุดใหญ่ 1299 เหรียญทองแดง และชุดใหญ่พิเศษ ราคา 2999 เหรียญทองแดง มันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ระดับพวกเขาจะต้องสั่งชุดใหญ่พิเศษ“ท่านแนนซี่ขอรับ ข้าขอชุดใหญ่พิเศษ 1 ขอรับ” มอรัสซัสกล่าวออกมากับแนนซี่ที่กำลังรอจดเมนูที่พวกเข้าจะส่งทานอยู่ข้างๆโต๊ะ แต่เมื่อนาทาร์ได้ยินเขาก็รีบเอ่ยขึ้นมาทันที“ท่านแนนซี่ขอรับ ส่วนทางข้าขอชุดใหญ่พิเศษ 3 ชุดขอรับ” นาทาร์กล่าวออกมา และยักคิ้วให้กับมอรัสซัสประมาณว่าข้าเหนือกว่าอะไรอย่างนี้ แต่การเกทับนี้ก็ถูกแนนซี่เอ่ยออกมาขัดเสียก่อน“ต้องขออภัยท่านทั้งสองด้วยนะเจ้าคะ .. อย่างที่เห็นว่าโต๊ะของทางร้าน ไม่สามารถรับรองจานสำหรับใส่อาหารชุดใหญ่พิเศษตามที่ลูกค้าได้สั่งมาเจ้าค่ะ.. สูงสุดได้เพียงแค่ทีละสองชุดนะเจ้าคะ ถ้าหากท่านลูกค้าทั้งสี่ท่านยังทานกันไม่อิ่ม ก็สามารถเรียกพนักงานของเรามาสั่งอาหารเพิ่มได้เรื่อยๆเจ้าค่ะ” ทั้งมอรัสซัส และนาทาร์ที่ได้ยินดังนั้นก็ต่างเงียบฟัง และสั่งอาหารไปคนละ 1 ชุดทันที ถ้าเป็นพนักงานร้านอื่นเขาคงจะไม่พอใจ และสั่งปิดร้านในตอนนั้นเลยทีเดียว แต่ด้วยคำพูดง่ายๆที่ดูเหมือนจะไม่ต่างกับเด็กเสิร์ฟทั่วๆไป แต่คนพูดมันเหมือนกันนี่ซิ และอีกอย่างหน้าตาเวลาที่ท่านแนนซี่กล่าวออกมา มันหน้ากลัวเป็นอย่างมาก ราวกับว่าก็ลองขัดใจข้าดูสิ จะได้เป็นประติมากรรมน้ำแข็งกลางเมืองอย่างแน่นอน“เจ้าเล่นอะไรไม่ดูให้ดีเลยนะนาทาร์ .. เล่นเอาซะข้าขนลุกสู้เลย บึ้ย!! หนาวแหะ” มอรัสซัสกล่าวออกมา พร้อมกับทุกคนในโต๊ะที่กอดแขนตัวเองเอาไว้ เพื่อกันหนาว นาทาร์ที่ได้ยินเจ้าเมืองเอ่ยออกมาเขาก็ตอบกลับไปด้วยเช่นกัน“เออ.. ข้าขอโทษพวกเจ้าก็แล้วกัน.. ข้าลืมไป ช่วงนี้ติดนิสัยไปหน่อยกับการเกทับ เฮ้อ..ถ้าเป็นท่านฌอนคงจะปล่อยให้ข้าสั่งเป็นร้อยๆชุดไปแล้วมั้ง.. สองคนนี้นิสัยต่างกันมากจริงๆ” นาทาร์ตอบกลับออกมา และบ่นออกมานิดหน่อย“นั่นแหละ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามใจใครดี บางทีก็ลืมเหมือนกับเจ้านั่นแหละ .. แต่ว่าช่างมันเถอะ แต่น้ำต้มที่เรียกว่าน้ำซุปนี่มันช่างหอมเสียจริง.. ลองชิมดูสักหน่อยดีกว่า” ว่าแล้วมอรัสซัสก็จับช้อนหน้าตาแปลกตักลงไปในน้ำซุปนี้ก่อนจะนำมันเข้าปาก และแน่นอนว่ามันหอม และอร่อยเป็นอย่างมาก ไม่นานเกินรอ พวกเขาได้รับเนื้อชุดที่ได้สั่งไป มันมีขนาดที่ใหญ่ตามที่แนนซี่โฆษณาเอาไว้ ลูกค้าคนอื่นๆที่เห็นอย่างนั้น และพอจะมีเงินจ่ายก็เริ่มสั่งกันตามกันอีกหลายชุด ลูกค้าชุดแรกนั่งกันเต็มที่นั่งแล้ว แต่มันก็ยังมีลูกค้าอีกหลายคนที่กำลังยืนมองพวกลูกค้าที่มาถึงก่อนทานกันอย่างอร่อย พวกเขาจะได้แต่โทษตัวเองที่มาช้าไปจนลูกค้ามันเต็มร้านไปก่อน จะใช้อำนาจที่พวกเขามีก็ยิ่งไม่ได้อีก เพราะทุกคนต่างรู้ว่าร้านนี้ร้านของใคร และมีอิทธิพลมากแค่ไหน
ร้านชาบูของฌอน และแนนซี่ประสบผลสำเร็จตั้งแต่วันแรก มีลูกค้ามากหน้าหลายตาเข้ามาใช้บริการกันต่อเนื่องยาวจนถึงช่วงเวลาปิดร้านเลยทีเดียว เนื้อที่เตรียมไว้เต็มตู้ตอนนี้กำลังจะหมดลงไปแล้ว ฌอนจึงแจ้งกับหัวหน้าสมาคมนักผจญภัยถึงวัตถุดิบที่เขาต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าบลูฟินก็ตอบกลับมาว่าไม่มีปัญหาใดๆ พวกเขาสามารถจัดเตรียมเนื้อในประมาณเท่านี้ให้ได้ทุกๆวัน ฌอนเองก็สบายใจที่ได้ยินอย่างนั้น และคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะแยกจากกันไป ฌอนเข้าครัวไปช่วยด้านหลังร้าน ส่วนบลูฟินก็นั่งซดน้ำซุปร้อนๆของเขาต่อไป วันพรุ่งนี้ฌอนจะต้องมายังร้านชาบู ส่วนแนนซี่จะต้องเฝ้าร้านของชำตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะนั่งเบื่อๆกันคนละวัน ฌอนเดินตรวจดูความเรียบร้อยของร้านก่อนจะถึงเวลาปิดร้าน แต่มันก็ยังมีลูกค้าที่มาต่อแถวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฌอนจึงเดินออกไป เพื่อเอ่ยกล่าวกับพวกเขาเหล่านั้นว่าร้านจะปิดแล้ว ให้มาใช้บริการวันพรุ่งนี้ ฌอนมองไปที่พวกเขาอย่างสงสาร ถึงเขาอยากจะรับคนเหล่านี้เข้ามาทานอาหาร แต่ด้วยเนื้อที่จะหมดแล้วเพียงพอไม่กี่ชุด และไหนจะอาการของเด็กๆที่เหนื่อยกันมากแล้ว แต่เขาก็แอบสงสารที่พวกเขาต้องมายืนหน้าร้านท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ เขาจึงเอ่ยขอโทษไปก่อน และจะหาวิธีจัดการปัญหานี้ใหม่อย่างแน่นอน พวกเขาก็เข้าใจฌอน และเดินกลับบ้านไปพร้อมกับบ่นนิดๆหน่อยๆที่มาไม่ทัน ไม่มีใครโทษฌอนเลยสักคน เขานำปัญหาที่พบกลับมาปรึกษากับแนนซี่หลังร้าน จนได้ข้อสรุปว่าจะเช่าอาคารข้างๆเพิ่มเติม และติดฮีตเตอร์เข้าไปสำหรับคนที่จะต้องมานั่งรอโดยเฉพาะ และดูจากขนาดแล้ว มันสามารถบรรจุคนได้อย่างน้อยอีก 200 คนเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้เขาจะต้องไปจัดการกับทางเจ้าเมืองอีกทีหนึ่ง และอีกอย่างเรื่องของป้ายคิวหมายเลขของผู้เข้าคิวรออีก ฌอนเลือกที่จะสั่งมันมาจากระบบทันทีที่เขาเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ ถ้าหากจะสั่งทำมันคงจะไม่ทันเวลาใช้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เขาจะสั่งคือพวกเก้าอี้ไม้ก่อน เอาไว้สำหรับในคนนั่งรอ และในอนาคตอาจจะทำโต๊ะเพื่อให้มันเป็นชุดๆของมันไป และได้เพิ่มที่นั่งทานเพิ่มเติมในภายภาคหน้า ในตอนนี้ก็ให้ลูกค้านั่งพื้นไปก่อน และมันก็ยังดีกว่าไปยืนท่ามกลางหิมะล่ะ
ฌอน และแนนซี่ช่วยกันปิดร้าน และสรุปยอดค้าขายของพวกเขาที่ทำได้ในวันนี้ และแน่นอนว่ามันทำกำไรทั้งหมดเกือบ 50 เหรียญทอง ซึ่งมันเยอะมากมายมหาศาลจริงๆ พวกเขากลับมาที่ร้านของชำอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้านอนหลังจากพูดแผนงานกันต่ออีกนิดหน่อย ฌอนนอนฝันหวานไปได้สักระยะหนึ่ง เขาก็รู้สึกได้เลยว่า ภายในฝันนี้คือ ‘เขากำลังหิว เพราะวันนี้เขายังไม่ได้ทานอะไรเลยทั้งวัน... อย่างนี้ได้ไหมน้า เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับผู้อ่านทุกคน จุ๊ฟ: ไรต์เตอร์’