Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 32 คำขู่

      “โห แปลว่าจะเอาไว้ข้างตัวเพื่อปล่อยข่าวลวงสินะ”เชสคำนวณความคิดของโรเวนได้ทันทีแม้จะยังไม่เคยพบตัว นั่นเพราะถ้าเป็นตนก็จะทำเช่นนั้นเหมือนกัน ก่อนจะจำได้ว่าในชีวิตก่อนโรเวนเลือกฆ่าวิสเคานต์คนนั้นด้วยตัวเองโดยการตัดหัว‘แปลว่าเรารอบนี้เขาใจเย็นลงหรอ หรือว่ามีเหตุผลอื่นแฝงกัน’“เป็นอะไร”มิเนอร์วาเห็นเชสนิ่งไปนานเลยร้องเรียก เขาโบกมือปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเพียงแค่กำลังใช้ความคิดเท่านั้น มีน่าหรี่ตามองคู่หูแต่ไม่ได้ติดใจอะไร มีเพียงมาทิลด้าเท่านั้นที่มองเขายิ้มๆไม่อาจเดาได้ว่าเธอคิดสิ่งใดเดินทางได้เกือบ4ชั่วโมงขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ในรถม้าจู่ๆเสียงม้าร้องกลับดังปลุกทุกคน เด็กนักเรียนทุกคนไม่กระวนกระวายแต่ละคนจับอาวุธพร้อมต่อสู้ทุกเมื่อ“ศัตรูบุก!!”คนขับรถม้าตะโกนบอกคนในรถ ใครสักคนข้างหน้าต่างเลิกผ้าม่านขึ้นพบว่าตอนนี้พวกเขาถูกล้อมด้วยเหล่าคนชุดดำมากกว่า20คน“ส่งจี้ห้อยคอเหยี่ยวมาแล้วเราจะปล่อยไป”เสียงตะโกนแกมสั่งมาจาก1ในพวกโจร ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนพูดเพราะพวกมันล้วนปิดหน้ากันหมดแต่ชัดเจนแล้วว่าพวกมันรู้เกี่ยวกับจี้ห้อยคอนั่น“เอายังไงดี”ยูจีนถามแบบหว่านๆขอความเห็น กระนั้นทุกคนรู้ว่าคนตัดสินใจย่อมเป็นมิเนอร์วา เด็กสาวถูกทุกสายตาจ้องมองคล้ายจะกดดันให้รีบตัดสินใจ ไม่มีใครกลัวการปะทะทั้งสิ้นในรถม้าคันนี้“แล้วพวกมันรู้ได้ไงว่าเรามี”“มีคนสะกดรอยตามเรารึเปล่า”“เป็นไปได้นะ”“ประเด็นคือตั้งแต่ตอนไหนและรู้เรื่อง ‘พ่อค้าอัญมณี’ ไหม”“ใจเย็นสิ เพราะเรามุ่งหน้าไปทางเขตดยุคฮอว์คพวกมันเลยคิดว่าเรามีของรึเปล่า”“มีแต่ต้องจับมาถามเท่านั้นแหละ”“ต้องถามด้วยว่าใครส่งพวกมันมา”หลายเสียงพากันแย่งออกความเห็นอย่างเป็นงาน ไม่มีใครคิดว่าจะแพ้หากต้องต่อสู้จริงไม่ใช่เพราะที่นี่มีมาทิลด้าทว่าเพราะพวกเขาแอบประเมินกลุ่มคนพวกนั้นทางหน้าต่างและพบว่า...พวกนี้คงทำอะไรพวกเขาไม่ได้แน่ ระหว่างที่การสนทนาดำเนินต่อไปไม่มีใครรีบร้อนนั้น“เอ้า สต๊อปจ้า”พลางปรบมือเสียงดัง วงสนทนาพากันเงียบโดยพลัน มาทิลด้านั่งปั้นหน้ายิ้มไม่เปลี่ยนแปลงก่อนจะดันประตูรถม้าและพาร่างตัวเองมาด้านนอกเผชิญหน้ากลุ่มคนปริศนา ทันทีที่เห็นว่าใครลงจากรถบางคนพลันตัวสั่น ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว บางคนหน้าซีดจนเห็นได้ชัดแม้จะปิดหน้าปิดตาเผยให้เห็นแค่ส่วนตาเท่านั้นก็ตาม “นี่ ฉันจะถามครั้งเดียวนะหนุ่มๆเจ้านายพวกเธอเป็นใครงั้นหรอ”ตรง ตรงเกินไปจนไม่คิดว่าจะถามกันแบบนั้น ทั้งกลุ่มคนปริศนาและพวกในรถม้าพากันขมวดคิ้วมองหน้ากันเอง“เอ้ารีบตอบมาเร็วสิ ถ้าตอบฉันจะเก็บไว้ดูเล่นแต่ถ้าไม่...คงต้องขอให้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้แถวนี้แล้วล่ะ”            มาทิลด้ายกยิ้มโค้งสวยจนคำพูดน่ากลัวนั่นไร้อิมแพคไปในทันที ไม่มีใครยอมขยับตัวจนในที่สุดเสียงตะโกนมาจากทางกลุ่มชุดดำสั่งให้ระดมโจมตีใส่พวกเขา“ฆ่ามันก่อนจะร่ายเวท!!”หัวหน้าชายชุดดำร้องลั่น สายตาสู้พากันกระโจนเข้าไปหวังจะใช้อาวุธในมือปลิดชีพขณะที่บางคนเหมือนจะเป็นจอมเวทร่ายเวทอยู่แนวหลัง“เฮ้อ ต้องฆ่าหนุ่มๆเยอะขนาดนี้เชียวแย่จริงๆ เดี๋ยวต้องขอกอดน้องเชสห้หนำใจซะแล้ว”จอมเวทอายุน้อยพลันขนลุกสู้ทั้งตัวอ้อมกอดจากมิเนอร์วาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เจ้าตัวสบัดหน้าไล่เรื่องไร้สาระกลับไปทางการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็น...สังหารฝ่ายเดียว“รบกวนหน่อยนะจ๊ะ ทุกคน”เสียงหวานก้องกังวาลเป็นคลื่นเสียงหลายระลอกคลื่นกระจายรอบตัวโดยมีตัวเธอเป็นจุดศูนย์กลาง ทันใดนั้นบรรดาเวทมนตร์ที่แนวหลังร่ายพลันค่อยๆสลายไปทีละบท พวกมันเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวาก่อนจะปรากฏท่าทีทรมานกลุ่มคนปริศนาเหล่านั้นต่างพากันหน้าซีดสองมือบีบคอตัวเองบ้าง ข่วนศีรษะใบหน้า บ้างก็อยากกรีดร้องแต่ทำไม่ได้ลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นดินจนหมดถ้าเป็นคนธรรมดามาเห็นคงคิดแค่ว่าจอมเวทสาวสองผู้นี้ได้ร่ายเวทอะไรบางอย่างแต่กับพวกได้รับการฝึกฝนฝีมือและความรู้ย่อมเข้าใจดีเลยว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นเชสมองภาพนั้นอย่างสิ้นหวังพลางหัวเราะเยาะเย้ยตนเอง“บ้า นี่มันบ้าชัดๆ”มีแค่คนเดียวที่ไม่ดูตกใจกับเรื่องนี้นั่นคือมิเนอร์วาเพราะเธอรู้อยู่แล้วไงล่ะ‘ร่ายเวทบทเดียวเล่นดึงมานาจากรัศมีไม่ต่ำกว่า3กิโลเมตร แม้แต่มานาในตัวคนยังบังคับดึงออกมาได้ และฆ่าโดยไม่ให้หายใจเอาอากาศเข้าไป หมดจดและอำมหิต นี่น่ะหรอมาทิลด้า แม็กเมแกน คนๆนี้มีความเข้าใจในธาตุลมเท่าไหร่กันแน่’วินาทีนั้นเชสพลันเข้าใจแล้วว่าการที่มาทิลด้าปรากฏตัวที่นี่ไม่ใช่เพื่อคุ้มกันพวกเขาอย่างเดียวแต่เป็นคำขู่จากโรเวน อารากอนถึงเชส เซอเซสว่าหากเขาทรยศเขาจะมีจุดจบยังไง“เดินทางกันต่อเถอะจ้า”           การเดินทางผ่านมาไม่กี่วันอีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงจุดหมายปลายทาง เมืองเมอร์เซียศูนย์กลางการปกครองอาณาเขตดยุคฮอว์ค ว่ากันว่า ณ ที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมอัญมณีกว่า85%ของวาเลนเซียระหว่างการเดินทางนอกจากแต่ละคนจะเอกขเนกกันในรถม้า มีแค่เชสคนเดียวที่พูดคุยอย่างออกรถชาติกับมาทิลด้า โดยส่วนมากคือการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเวทมนตร์เสียส่วนใหญ่“งี้นี่เอง แค่อาหารการกินไม่พองั้นหรอ”“ใช่แล้วจ๊ะ อย่างน้อยที่สุดต้องใช้อาหารเสริมช่วยขยายแกนมานาด้วย...พี่สาวเอามาด้วยพอดี เอ้าถือเป็นของขวัญ”มาทิลด้าควักกระปุกขาวจากไหนสักที่ยัดใส่มือเชสแถมไม่ใช่แค่อันเดียวทว่าถึง3กระปุกใหญ่“ขอบคุณครับ...สิ่งนี้จะทำให้เราข้ามขีดจำกัดการใช้เวทในปัจจุบันได้”เขาเอ่ยขอบคุณพลางคิดในใจ“ไม่เป็นไรน่าคนกันเองทั้งนั้น แต่เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนต้องนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าจะถึงจุดหมายนะ”“ยินดีเลยครับ”ไม่สนอะไรอีกต่อไป เชสนั่งอยู่บนตักมาทิลด้าได้สักพักใหญ่ สองแขนขาวเรียวบางยื่นจากชุมคลุมหลวมโครกเข้าพาไหล่กึ่งกอดเด็กหนุ่มตลอดเวลา ตรงกันข้ามสายตาอำมหิตพยายามพุ่งแทงพวกเขาตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน มิเวอร์วาแม้จะตีหน้าขรึมแต่ออร่ารอบกายกำมืดเหมือนจะกลืนกินคนได้ทั้งคนหลายวันมานี้พวกเขาหยุดพักตามเมืองต่างๆและรับรู้จากมีน่าว่ามาทิลด้าเป็น1ในไม่กี่คนที่ออกตัวอย่างรุนแรงว่าได้เลือกข้างในศึกชิงบัลลังก์ หนึ่งในเหตุผลหลักคือเพราะเธอเป็นอาจารย์สอนเวทมนตร์ให้โรเวนตั้งแต่ยังเด็กอีกเรื่องคือมาทิลด้าไม่ใช่ขุนนาง!! ตั้งแต่ที่รู้เชสตกใจมาก มาทิลด้าเห็นปฏิกิริยานั่นเลยค่อยๆเล่าเรื่องตัวเองตะล่อมเชสให้มานั่งตักผู้อาวุโสเล่าว่าตัวเธอเดินทางค้นคว้าเกี่ยวกับเวทมนตร์ตั้งแต่เรียนจบในฐานะนักผจญภัย เพิ่มพูนฝีมือและประสบการณ์อยู่หลายสิบปีก่อนจะเข้ารับตำแหน่งหลังพิสูจน์ฝีมือคว่ำจอมเวทแห่งราชสำนักคนหนึ่งสำเร็จ ในช่วงชีวิตเธอทำความชอบไว้มากจนถูกเสนอบรรดาศักดิ์ให้ทว่าก็ปฏิเสธทุกครั้งไปว่ากันว่าหาเธอรับมันตอนนี้คงไม่ต่ำกว่าระดับมาควิสหรือแม้แต่ดยุคหลังจากได้รับยาเชสรีบยัดมันเข้าปากทันที ไม่แม้แต่จะตรวจสอบว่ามีพิษหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับคนรอบคอบอย่างเขามาก เมดสีเขียวแบนไหลลงคอเร็วราวกับของเหลว รสชาติหวานและเย็นลำคอแล่นไปทั่วช่องปาก โดยรวมแล้วมีความคล้ายลูกอมมากกว่ายาเสียอีก“จริงๆพี่สาวอยากให้มองว่าเป็นอาหารเสริมมากกว่ายานะ อ๊ะ กินได้เรื่อยๆเลยนะ ถ้าหมดแล้วติดต่อมาก็ได้นะเดี๋ยวพี่สาวบินเอามาให้อีกโอเคไหม”ภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคนไม่ต่างอะไรกับแม่มดชรากำลังหลอกเด็กตัวน้อยใสซื่อไม่รู้ความเข้าไปในบ้านขนมมหัศจรรย์ มิเนอร์วาทนดูต่อไปไม่ไหวกระชากแขนเชสกลับมาฝั่งตนเอง“ฝั่งนั้นมีตั้ง4คนคงจะอึดอัดสินะ กลับมานั่งฝั่งนี้ดีกว่าอย่าไปแออัดเลย”เชสที่ไม่รู้เรื่องเซถลาเข้ามาในอ้อมกอดหญิงสาว“ตายจริง อึดอัดอะไรกันคะคุณน้อง รถม้าระดับนี้มีที่ตั้งมากมายต่อให้นั่ง5คนก็ไม่เบียดหรอกค่า”“เบียดสิคะ นั่งกันตั้งหลายคนแถมฝั่งนี้ยังมีที่ว่างอีกเยอะ นั่งตรงนี้ดีกว่า”สงครามน้ำลายเริ่มขึ้นอีกครั้งด้วยประการฉะนี้ เชสย้ายก้นมานั่งข้างมิเนอร์วาไม่สนใจสองคนที่เหลือพลางจดจ่อไปยังกระปุกนั่น ไม่มีฉลากหรือสิ่งใดบ่งบอกว่าเป็นของซื้อมา‘หรือว่าทำเอง’“อ๊ะ จริงสิ ลืมบอกไปเจ้านี่ห้ามกินซ้อนกันเด็ดขาดนะ ไม่งั้นจะเสี่ยงบาดเจ็บภายในได้...สิ่งนี้จะส่งผลต่อแกนมานาโดยตรง เวลาย่อยโดยประมาณต่อเม็ดอยู่ที่8-10ชั่วโมง ระวังข้อนี้ด้วยนะจ๊ะ”นั่นคือคำเตือนข้อเดียวจากมหาจอมเวทสาว? เชสจ้องพวกมันไม่วางตาก่อนจะปิ๊งไอเดียหนึ่ง‘Accelerationไง ถ้าใช้มันเร่งการย่อยจะเร็วขึ้นรึเปล่า’ไม่รอช้าเขาพลันกระตุ้นพรสวรรค์ที่2ทันที ไม่เหมือนกับการใช้มานาหรือพลังกาย พรสวรรค์ไม่มีข้อจำกัดพื้นฐานในการกระตุ้น ขอแค่ไม่อยู่ในสภาพใกล้ตายจะใช้งานพรสวรรค์แค่ไหนก็ได้ความรู้สึกอวนๆบริเวณท้องเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ แรกๆรู้สึกแปลกทว่าภายหลังร่างกายเริ่มปรับตัวให้ชิน สัมผัสต่อมาคือแกนมานาภายในกระตุกตามจังหวะหัวใจเต้นขณะกำลังโฟกัสไปยังการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเชสไม่รู้เลยว่าตนเองถูกมหาจอมเวทซึ่งนั่งตรงกันข้ามจ้องมองจนพรุนทั้งตัว‘ช่างน่าสงสาร...ใครกันที่ทำกับเขาแบบนี้ จะใจร้ายเกินไปแล้ว’ไม่นานหลังจากนั้นจากที่ไกลๆเริ่มเห็นกำแพงเมืองและตัวเมืองจากที่สูง สุดลูกหูลูกตาบ้านเรือนและประชาชนพากันเดินไปมาอย่างคับคั่ง รถม้าคันใหญ่วิ่งลงจากเข้าด้วยความเร็วคงที่ก่อนจะวิ่งผ่านแถวรถม้าหลายสิบคันหน้ากำแพงเมืองสูงกว่า10เมตร“คนเยอะจริงๆ แบบนี้กว่าจะเข้าได้คงอีกนานแน่”“เอาไงได้เล่าช่วงปีใหม่นี่นา มีทั้งคนกลับบ้านเกิดทั้งเตรียมสต๊อกสินค้ารอปีหน้า”“รู้งี้มาให้เร็วกว่านี้สักอ่ทิตย์ก็ดีหรอก”เสียงพูดคุยกันของเจ้าของรถม้าแต่ละคันที่ลงมารอด้านล่างเพราะไม่อยากอุดอู้ในรถม้าพูดคุยกันจนเสียงดังทะลุเข้ามาในรถม้าชั้นเยี่ยม พวกเขามุ่งตรงไปยังช่องทางสำหรับผู้มีฐานะพิเศษ เป็นเรื่องปกติซึ่งขุนนางจะไม่ไปต่อคิวรอกับสามัญชนแต่เลือกสร้างช่องทางของตนเพื่อความสะดวกสบายขึ้นมาแทนภาพบารอนออร์เวลแวบผุดขึ้นมา‘เพราะงี้ไงเลยมีคนแบบนั้น อย่างน้องควรจะแก้อะไรสักหน่อยไหม’เชสปั้นหน้าเซงเอนพิงเบาะขณะรถม้าหยุดวิ่งตามคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้น คนขับพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สักพักก่อนจะปล่อยให้ผ่านไปโดยเจ้าหน้าที่คนนั้นยืนตรงทำความเคารพให้เหล่าบุคคลในรถม้าทันทีที่เข้าสู่ตัวเมืองหลายคนอดไม่ได้ที่จะไม่มองออกไปบ้านเมืองและผู้คนคึกคักไม่สมกับเป็นเมืองใหญ่และจุดศูนย์กลางการปกครอง ตัวบ้านและสถาปัตยกรรมไม่ค่อยมีร่องรอยเสื่อมโทรมให้เห็น นอกนั้นแล้วยังมีอีกสิ่งซึ่งเซสสังเกตนั่นคือเมืองแห่งนี้มีร้านอัญมณีมากกว่า20ร้าน รู้โดยการนับสดๆหลังเข้าเมืองมาได้ไม่ถึง10นาทีด้วยซ้ำ บางร้านถึงกับตั้งติดกันแย่งลูกค้าเลยทีเดียว“ถ้าโชคดีคงได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างล่ะนะ”.........................................................................................แจ้งข่าวครับ อีกไม่นานนิยายเรื่องนี้จะมีปกครับ ซึ่งแน่นอนว่าควักเนื้อ 555555