จารึกที่ 151 : ค่ายกลมีชีวิต : เมื่อราชสีห์ติดกับดัก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบลานประลองศิลาแลงที่ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นหิน ส่งผลให้ภาพเบื้องหน้าดูบิดเบี้ยวเลือนรางราวกับภาพฝัน แต่ทว่าแรงกดดันจากการฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายสองคนบนเวทีนั้น คือของจริงที่ทำให้ผู้ชมบนอัฒจันทร์ลอยฟ้านับหมื่นคนต้องกลั้นหายใจ
เสียงระฆังบอกสัญญาณเริ่มการประลองรอบที่สองเพิ่งจะจางหายไป
หลิวหมิง ศิษย์อันดับสิบแห่งทำเนียบสายใน ยืนตระหง่านอยู่กลางเวที ร่างกายกำยำของเขาห่อหุ้มด้วยเกราะลมปราณธาตุทองสีเหลืองอร่าม ในมือถือ "ทวนมังกรทอง" ยาวแปดศอก ปลายทวนส่องแสงวาววับชี้ตรงมาที่หน้าของคู่ต่อสู้
"อาเจีย..." หลิวหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่แฝงความดูถูก "ข้าให้โอกาสเจ้าถอนตัวตอนนี้... แล้วคุกเข่าโขกศีรษะขอขมาตระกูลหลิวสามครั้ง ข้าอาจจะเมตตาหักแค่แขนข้างเดียว"
อีกฟากหนึ่งของเวที
อาเจีย ยืนล้วงกระเป๋า (ที่ว่างเปล่า) ด้วยท่าทีสบายๆ ข้างกายมี เจ้าสัวทมิฬ ยืนสงบนิ่งดั่งขุนเขา
"ศิษย์พี่หลิว... ข้าเองก็มีข้อเสนอเหมือนกัน" อาเจียยิ้มกว้าง "ถ้าท่านยอมแพ้ตอนนี้ แล้วจ่ายค่าเสียเวลาให้ข้าสักห้าพันแต้ม... ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้ท่านขายหน้าต่อหน้าสาวๆ ในสำนัก"
"สามหาว!" หลิวหมิงคำรามลั่น
"ในเมื่อรนหาที่ตาย... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้! ทักษะยุทธ์ระดับปฐพี : ทวนทะลวงภูผา!"
ตูม!
พื้นศิลาแลงใต้เท้าของหลิวหมิงแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าหาอาเจียด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองแทบไม่ทัน! ทวนมังกรทองหมุนควงเป็นเกลียวสว่าน สร้างคลื่นลมแรงอัดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว พลังทำลายระดับ สร้างรากฐานขั้นกลาง ถูกรีดออกมาเต็มพิกัด!
"เร็วมาก!" อาเจียเบิกตากว้าง แต่เขาไม่ได้ตระหนก
"เจ้าสัว! กระบวนท่าที่หนึ่ง : กำแพงพิทักษ์!"
[ รับทราบ... ]
เจ้าสัวทมิฬก้าวออกมาขวางหน้าอาเจียทันที แขนทั้งสองข้างยกขึ้นไขว้กันเป็นรูปกากบาท ผิวหยกทมิฬเปล่งแสงสีดำวาววับ
เคร้งงงงง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น!
ปลายทวนของหลิวหมิงปะทะเข้ากับแขนของเจ้าสัวอย่างจัง ประกายไฟแตกกระจายเหมือนดอกไม้ไฟ
แรงปะทะส่งผลให้เจ้าสัวถอยหลังครูดไปกับพื้นเป็นทางยาวเกือบสิบก้าว ทิ้งรอยลึกไว้บนลานประลอง... แต่ทว่า แขนหยกทมิฬกลับไร้รอยขีดข่วน!
"กันได้รึ!?" หลิวหมิงตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้! ทวนของข้าตีจากเหล็กไหลพันปี เจาะเกราะระดับสร้างรากฐานได้สบายๆ!"
[ การประเมินความเสียหาย : ศูนย์... ] เจ้าสัวส่งเสียงผ่านจิตให้นายท่าน [ แต่แรงกระแทกน่ารำคาญยิ่งนัก... ขออนุญาตสวนกลับ ]
"ใจเย็นเพื่อนยาก..." อาเจียกระซิบจากด้านหลังหุ่นเชิด "ปลาใหญ่เพิ่งจะกินเบ็ด... อย่าเพิ่งรีบกระตุก"
อาเจียรู้ดีว่า พลังปราณของเขาสู้หลิวหมิงไม่ได้ ถ้าปะทะตรงๆ เขาจะหมดแรงก่อน ดังนั้นเขาต้องใช้ "สมรภูมิ" ให้เป็นประโยชน์
"เจ้าถุงเงิน... เริ่มงาน!"
อาเจียส่งสัญญาณจิต
ในขณะที่หลิวหมิงกำลังระดมแทงทวนใส่เจ้าสัวอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า "เงาสีเงิน" เล็กจิ๋ว กำลังวิ่งพล่านไปทั่วพื้นเวทีด้วยความเร็วแสง
เจ้าถุงเงิน (แมงมุมเงาจันทรา) พ่น "ใยนำปราณ" เส้นบางเฉียบที่มองไม่เห็น ขึงโยงไปตามรอยแตกของพื้นศิลาแลงที่เกิดจากการโจมตีของหลิวหมิง
"ตายซะ! ตายซะ! ตายซะ!" หลิวหมิงตะโกนก้อง เร่งพลังขึ้นเรื่อยๆ
"เจ้าจะหลบอยู่หลังตุ๊กตากระป๋องไปถึงเมื่อไหร่!"
"ก็จนกว่าท่านจะเหนื่อยนั่นแหละ!" อาเจียตะโกนตอบ พลางแอบใช้เท้าเขี่ยพื้น... วาดอักขระตัวสุดท้ายลงบนจุดตัดของเส้นใยแมงมุม
"เสร็จกัน!"
อาเจียแสยะยิ้ม ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์
"ข้าขอแนะนำให้รู้จัก... ค่ายกลสายฟ้าใยแมงมุม!"
อาเจียดีดนิ้ว!
เปรี๊ยะ!
ทันใดนั้น เส้นใยที่มองไม่เห็นนับร้อยเส้นที่ขึงอยู่ทั่วเวทีก็เปล่งแสงสีม่วงสว่างวาบ!
พลังปราณสายฟ้า (ที่อาเจียแอบถ่ายเทลงไปในใย) ถูกกระตุ้นพร้อมกัน!
พื้นที่หลิวหมิงยืนอยู่กลายเป็น "ทุ่งสังหารสายฟ้า"!
"อ๊ากกกกก!"
หลิวหมิงร้องลั่นเมื่อกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขาและแล่นพล่านไปทั่วร่างผ่านเกราะเหล็กของเขาเอง! ร่างกายของเขากระตุกเกร็ง ผมเผ้าชี้ฟู ควันดำเริ่มลอยออกจากชุดเกราะ
"นี่มันวิชาบ้าอะไร!" หลิวหมิงกัดฟันกรอด พยายามฝืนทรงตัวด้วยพลังปราณที่เหนือกว่า
"กับดักเด็กเล่นแค่นี้... คิดจะหยุดข้าได้รึ!"
เขาคำรามลั่น ระเบิดพลังปราณธาตุทองกระแทกทำลายใยแมงมุมรอบตัวจนขาดสะบั้น!
"เด็กเล่นรึ?" อาเจียหัวเราะหึๆ "งั้นลองเจอของเล่นชิ้นต่อไปหน่อยเป็นไง!"
"เจ้าสัว! กระบวนท่าที่สอง : อัดกระแทก!"
อาศัยจังหวะที่หลิวหมิงกำลังเสียจังหวะจากการถูกช็อต
เจ้าสัวทมิฬพุ่งเข้าประชิดตัว!
แต่มันไม่ได้ใช้หมัด... มันใช้ "ร่างกาย" ที่หนักอึ้งดุจภูเขา พุ่งชนหลิวหมิงเต็มแรงเหมือนวัวกระทิงบ้าเลือด!
โครม!
หลิวหมิงที่ขาชาขยับหนีไม่ทัน โดนร่างหยกทมิฬชนเข้ากลางลำตัวเต็มรัก!
เสียงกระดูกซี่โครงลั่นกร๊อบ! ร่างของยอดฝีมืออันดับสิบปลิวละลิ่วกลิ้งไปกับพื้นฝุ่นตลบ
เสียงเฮดังสนั่นลั่นอัฒจันทร์!
"สุดยอด! อาเจียเป็นฝ่ายไล่ต้อน!"
"นั่นมันวิชาอะไร? มองไม่ทันเลย!"
"ตระกูลหลิวเสียท่าแล้ว!"
บนแท่นประธานสูงสุด
ผู้อาวุโสเทียนหยวน นั่งลูบเคราขาว มองดูการต่อสู้ด้วยสายตาพึงพอใจ
"ใช้สัตว์อสูรวางกับดักผสานกับอักขระ... พลิกแพลงสถานการณ์เก่งใช้ได้... แต่มันยังไม่จบง่ายๆ หรอก... กลิ่นอายของเจ้าหนูตระกูลหลิวนั่น... มันแปลกๆ"
ในสนามประลอง
หลิวหมิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น สภาพดูไม่ได้ เกราะทองบุบเบี้ยว เลือดไหลซึมที่มุมปาก
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าอาการบาดเจ็บ... คือ "แววตา" ของเขา
มันไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือยอมแพ้... แต่มันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความอาฆาตแค้นถึงขีดสุด
"อาเจีย..." หลิวหมิงพูดเสียงแหบพร่า มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อ
"ข้ากะจะเก็บสิ่งนี้ไว้ใช้ในรอบชิง... แต่เจ้าบังคับข้าเอง..."
"เจ้าทำให้ข้าต้องใช้ 'ยานรก' นี่!"
เขายัดเม็ดยาสีแดงเลือดนกเข้าปาก แล้วกลืนลงไป!
ทันใดนั้น... บรรยากาศรอบตัวหลิวหมิงก็เปลี่ยนไป
ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนเป็นสีดำคล้ำ
และกลิ่นอายที่แผ่ออกมา... ไม่ใช่พลังปราณบริสุทธิ์
แต่มันคือ "ไอปีศาจโลหิต" ที่เหม็นคาวคละคลุ้ง!
อาเจียหน้าถอดสีทันที เขารู้จักกลิ่นอายนี้ดีจากสมุดบัญชีลับ!
"ยาเม็ดมารโลหิต! ...ไอ้บ้านี่มันกล้าใช้ของต้องห้ามกลางเวทีเลยรึ!"