บทที่ 3: อัคคีผลาญเหมันต์
บรรยากาศที่เพิ่งจะเย็นะเืจากไอสังหารของไป๋รั่วซี กลับกลายเป็ร้อนระอุขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อขบวนของผู้มาเยือนใหม่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าซุ้มประตูศิลาจารึกของสำนักกายาทองคำ
ไป๋รั่วซีที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากสำนัก ชะงักฝีเท้าลง นางหรี่ตามองไปยังขบวนเสลี่ยงสีแดงเพลิงที่ถูกแบกหามโดยชายฉกรรจ์แปดคน รอบด้านรายล้อมด้วยศิษย์สวมชุดสีแดงฉานที่มีไอร้อนแผ่ออกมาราวกับเตาหลอมเคลื่อนที่
"นึกว่าใคร... ที่แท้ก็ 'แม่ไก่หลงรัง' จากหุบเขาอัคคีนี่เอง" ไป๋รั่วซีเอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเ็าแต่บาดลึก
ม่านเสลี่ยงสีแดงถูกกระชากเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลแดงยาวสลวย ดวงตาเฉี่ยวคมดุดัน สวมชุดกระโปรงสั้นสีแดงเพลิงที่เผยให้เห็นเรียวขาและผิวสีน้ำผึ้งที่ดูสุขภาพดีและอันตราย นางะโลงจากเสลี่ยงด้วยท่วงท่าปราดเปรียว พื้นหินที่นางเหยียบย่างเกิดรอยไหม้เป็ควันจางๆ
นางคือ "เฟิงเยี่ยน" ธิดาแห่งเ้าหุบเขาอัคคี คู่ปรับตลอดกาลของไป๋รั่วซี ทั้งสองสำนักต่างเป็ขั้วอำนาจที่ขัดแย้งกันมานานนับร้อยปี ทั้งด้วยธาตุวิชาและอาณาเขต
"ปากดีนักนะ ยัยก้อนน้ำแข็งเดินได้" เฟิงเยี่ยนแสยะยิ้ม ที่มือของนางถือแส้หางัเพลิงที่เปล่งประกายสีส้มวูบวาบ "ได้ข่าวว่าเ้าเพิ่งจะถอนหมั้นกับเ้าขยะนั่นไปรึ? ฮึ! ช่างไร้ยางอาย เสียแรงที่ผู้คนยกย่องว่าเป็เทพธิดา"
"ข้าทำเพื่ออนาคตของสำนัก ไม่เหมือนเ้าที่คงจะมาที่นี่เพื่อข่มเหงคนไม่มีทางสู้กระมัง?" ไป๋รั่วซีโต้กลับ
"ข้าจะทำอะไรมันก็เื่ของข้า! หลีกไป อย่ามาขวางทาง!"
เปรี้ยะ!
เฟิงเยี่ยนสะบัดแส้ในมือ เสียงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงม้วนตัวเป็เกลียวพุ่งเข้าใส่ไป๋รั่วซีโดยไร้สัญญาณเตือน
ไป๋รั่วซีไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เพียงแต่วาดมือขวาขึ้นมา ปราณน้ำแข็งก่อตัวเป็กำแพงหนาต้านรับเปลวเพลิงนั้น
ตูม!
การปะทะกันของพลังร้อนและเย็นก่อให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาลพุ่งออกไปรอบทิศทาง เศษหินปลิวว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวล ศิษย์สำนักกายาทองคำที่เฝ้ายามอยู่หน้าประตูต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง บางคนถึงกับกระอักเืจากแรงกดดัน
"หยุดเดี๋ยวนี้!" หลงป้าเทียนะโลั่น พยายามจะวิ่งออกไปห้าม แต่ระยะทางจากโถงใหญ่ถึงประตูหน้านั้นไกลเกินกว่าจะไปถึงได้ทันที
สถานการณ์กำลังบานปลาย เฟิงเยี่ยนและไป๋รั่วซีต่างเร่งเร้าพลังปราณขึ้นถึงขีดสุด ดูเหมือนพวกนางจะลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่ และเตรียมจะเปลี่ยนหน้าประตูสำนักกายาทองคำให้เป็สนามรบส่วนตัว
บนยอดหลังคาเรือนรับรองที่อยู่ห่างออกไป... หลงเฟย ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ด้วยแววตาเบื่อหน่าย
"ให้ตายสิ... ยัยพวกนี้คิดว่าบ้านคนอื่นเป็ลานประลองรึไง?"
เขาเห็นการรวบรวมพลังของทั้งคู่ หากปล่อยให้ปะทะกันอีกครั้ง ซุ้มประตูศิลาพันปีของตระกูลหลงคงไม่เหลือซาก และศิษย์ระดับล่างแถวนั้นคงาเ็สาหัสกันหมด
หลงเฟยหยิบเม็ดถั่วลิสงต้มที่เหลือจากการกินเล่นขึ้นมาหนึ่งเม็ด ใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางคีบมันไว้
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็โฟกัสที่จุดกึ่งกลางระหว่างพลังสีฟ้าและสีแดงที่กำลังจะพุ่งชนกัน... จุดที่เป็แกนกลางแห่งความสมดุลของกระแสปราณ
"แตกซะ"
ฟุ่บ!
เม็ดถั่วลิสงถูกดีดออกไป ด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์มองไม่ทัน มันพุ่งผ่านอากาศโดยไม่เกิดเสียงเสียดสี ทะลุผ่านม่านพลังป้องกันของทั้งสองฝ่าย และกระแทกเข้าที่จุดตัดของกระแสพลังอย่างแม่นยำ
ทันทีที่เม็ดถั่วกระทบ... สมดุลพลังก็พังทลาย
แทนที่จะะเิตูมตาม พลังไฟและน้ำแข็งกลับหมุนวนเข้าหากันแล้ว "หักล้าง" กันเองจนเกิดเสียงดัง ฟู่... เหมือนน้ำราดกองไฟ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาหนาทึบ บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด
เฟิงเยี่ยนและไป๋รั่วซีเซถลาไปคนละทาง เพราะแรงต้านที่พวกนางเตรียมรับมือนั้นจู่ๆ ก็หายวูบไป ทำให้เสียหลัก
"เกิดอะไรขึ้น!?" เฟิงเยี่ยนร้องอุทาน นางมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
"ใครลอบโจมตี?" ไป๋รั่วซีกระชับกระบี่แน่น กวาดตามองไปทั่ว แต่ไม่พบััของผู้ยอดฝีมือใดๆ มีเพียงแต่ศิษย์สำนักกายาทองคำที่นอนระเนระนาด และ... หลงเฟย ที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าประตู พร้อมกับหอบแฮ่กๆ ตัวโยน
"ยะ... หยุดนะ! แค่กๆ... พวกเ้า... จะพังบ้านข้าหรือไง!" หลงเฟยะโด้วยเสียงที่ดูไร้พลัง
เฟิงเยี่ยนหันมามองชายหนุ่มร่างผอมบางที่ยืนหอบอยู่ นางเลิกคิ้วสูง "นี่น่ะหรือ... หลงเฟย?"
ไป๋รั่วซีเก็บกระบี่ "ข้าหมดธุระแล้ว เชิญเ้าจัดการต่อเถอะ" นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุน เหินร่างจากไปอย่างรวดเร็ว โดยในใจยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยว่าพลังของนางสลายไปได้อย่างไร
เฟิงเยี่ยนมองตามคู่ปรับไปอย่างขัดใจ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองหลงเฟยั้แ่หัวจรดเท้า นางเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเขา กลิ่นอายความร้อนระอุทำให้หลงเฟยต้องแสร้งถอยหลังกรูด
"เ้าคือคู่หมั้นข้าสินะ" เฟิงเยี่ยนถามเสียงห้วน
"เอ่อ... แม่นางเฟิง ข้า..."
"หุบปาก!" เฟิงเยี่ยนตวาด "ข้าเกลียดผู้ชายอ่อนแอ! บิดาข้าติดหนี้ชีวิตปู่เ้า ข้าจึงไม่อาจปฏิเสธการหมั้นหมายนี้ได้ง่ายๆ เหมือนยัยน้ำแข็งนั่น แต่ข้าก็ไม่ได้ใจดีพอจะยอมรับเศษสวะมาเป็สามี!"
นางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหลงเฟยััได้ถึงลมหายใจอุ่นจัด "ข้าจะให้โอกาสเ้า... ทนรับ 'เพลิงกัลป์' ของข้าให้ได้ 10 ลมหายใจ ถ้าเ้าไม่ตายและไม่ร้องขอชีวิต ข้าจะยอมรับเ้าเป็คู่หมั้น แต่ถ้าไม่... ข้าจะถือว่าเ้าตายในการประลอง สัญญาเป็โมฆะ!"
หลงป้าเทียนที่เพิ่งตามมาทันหน้าซีดเผือด "คุณหนูเฟิง! เฟยเอ๋อไม่มีวรยุทธ์ ท่านทำเช่นนี้เท่ากับสังหารเขา!"
"ถ้ากลัวตาย ก็ถอนหมั้นเองซะสิ!" เฟิงเยี่ยนท้าทาย
หลงเฟยลอบถอนหายใจในใจ ‘มามุกนี้อีกแล้ว... อยากให้ถอนหมั้นก็บอกกันดีๆ สิฟะ’
แต่ถ้าเขาถอนหมั้นเอง แม่ของเขาต้องโกรธจนบ้านแตกแน่ๆ และพ่อเขาก็จะเสียหน้า ดังนั้น... เขาต้องเล่นละครให้สมบทบาท
"ข้า... ข้าไม่ถอน!" หลงเฟยทำเสียงสั่นแต่แววตาดูมุ่งมั่น (แบบปลอมๆ) "ลูกผู้ชายตระกูลหลง ฆ่าได้หยามไม่ได้ เชิญลงมือ!"
เฟิงเยี่ยนดูแปลกใจเล็กน้อยกับความกล้าหาญโง่ๆ นี้ "ดี! ตายแล้วอย่ามาโทษข้า!"
นางสะบัดมือ วงเวทย์อัคคีล้อมรอบตัวหลงเฟย เปลวเพลิงสีส้มลุกโชนท่วมร่างของชายหนุ่ม ความร้อนระดับที่หลอมเหล็กได้แผดเผาใส่เขาโดยตรง
"อ๊ากกกกกก!" หลงเฟยกรีดร้องลั่น ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกองเพลิง
ศิษย์สำนักกายาทองคำต่างเบือนหน้าหนีด้วยความเวทนา หลงป้าเทียนกำลังจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่ถูกฮูหยินหลิวที่ตามมาทีหลังดึงแขนไว้ "รอก่อนท่านพี่... ดูนั่น" ฮูหยินหลิวกระซิบ สายตาของนางเฉียบคมกว่าใคร
ผ่านไป 10 ลมหายใจ... เสียงร้องของหลงเฟยเริ่มแหบแห้ง เฟิงเยี่ยนสะบัดมือสลายเปลวเพลิง "จบกัน... ป่านนี้คงเกรียม..."
ทว่า... เมื่อควันจางลง หลงเฟยยังคงยืนอยู่ แม้เสื้อผ้าภายนอกจะขาดวิ่นและมีรอยไหม้เกรียม ใบหน้าเปรอะเปื้อนเขม่าดำเมี่ยม ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ... แต่เขายังยืนอยู่! ิัของเขาแดงก่ำแต่ไม่มีแผลพุพองแม้แต่น้อย
"คะ... แค่กๆ... ครบ... ครบสิบแล้วใช่ไหม?" หลงเฟยถามเสียงสั่น
เฟิงเยี่ยนเบิกตากว้าง "เป็ไปได้ยังไง? คนธรรมดาโดนเพลิงกัลป์ของข้าต้องกระดูกละลายไปแล้ว!"
นางไม่รู้เลยว่า ในตอนที่ไฟลุกท่วมนั้น หลงเฟยได้แอบดูดซับความร้อนทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในจุดตันเถียน เพื่อไม่ให้ิัตัวเองได้รับอันตราย สิ่งที่เห็นว่าแดงก่ำนั้น เขาแค่กลั้นลมหายใจจนหน้าแดงเท่านั้นเอง!
"เ้า..." เฟิงเยี่ยนกัดริมฝีปาก นางพูดแล้วไม่คืนคำ "ก็ได้! เ้าทนได้... การหมั้นยังคงอยู่!"
นางโยนตราสัญลักษณ์หุบเขาอัคคีใส่หน้าอกเขา "แต่จำไว้! ข้ายังไม่ยอมรับเ้าจริงๆ จนกว่าเ้าจะพิสูจน์ตัวเองได้มากกว่านี้!"
พูดจบนางก็หันหลังเดินกลับไปขึ้นเสลี่ยงด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวยิ่งกว่าตอนมา
หลงเฟยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แกล้งทำเป็หมดสติไปเพื่อตัดปัญหา ‘บ้าจริง... นึกว่าจะรอดจากการหมั้น ดันรอดตายแทนซะงั้น ยัยผู้หญิงบ้านี่กัดไม่ปล่อยจริงๆ’
ในขณะที่ทุกคนกรูเข้ามาดูอาการนายน้อย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า พื้นหินตรงจุดที่หลงเฟยยืนอยู่เมื่อครู่... ความร้อนจากเปลวเพลิงของเฟิงเยี่ยนได้หายไปจนหมดสิ้น ราวกับถูกบางสิ่ง "กิน" เข้าไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงความเย็นเฉียบที่ผิดธรรมชาติ
และที่สำคัญ... เม็ดถั่วลิสงเม็ดนั้นที่หล่นอยู่ไกลออกไป ยังคงสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกสลายแม้แต่น้อย