บทที่ 4 ออกมา! โครงกระดูกจอมเวท
"ฮ่าๆๆๆ นี่คืออาชีพหายากเหรอ?"
"โอ๊ย ไม่ไหวแล้วๆ ฉันปวดท้อง!!"
"ถึงทุกปีจะมีเด็กเรียนเก่งๆ พลาดตอนปลุกพลังอาชีพ แต่อัจฉริยะอย่างไอ้หมอนี่ พลาดได้ยับขนาดนี้ก็ครั้งแรกเลยนะ"
"ใช่ๆ ฉันหมั่นไส้มันมานานแล้ว ทำเป็หยิ่ง สมน้ำหน้าที่พลาด ฮ่าๆๆๆ"
…
เว่ยเสี่ยวซูยืนอยู่บนเวที ฟังเสียงเยาะเย้ยของเพื่อนนักเรียนด้านล่าง แต่ในใจกลับไม่รู้สึกอะไรเลย แถมยังอยากจะหัวเราะอีกต่างหาก เขาเหลือบมองหวังเหว่ยที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
"อัญเชิญ...โครงกระดูกจอมเวท!"
สิ้นเสียงคำพูด หมอกสีดำจำนวนมากก็ปรากฏขึ้น ตามมาด้วยเสียงกระทบกันของกระดูกดังกึกกัก โครงกระดูกสีขาวก็ทยอยเดินออกมาจากหมอกดำ
10 ตัว, 100 ตัว, 1,000 ตัว... 3,000 ตัว...
โครงกระดูกจอมเวท 3,000 ตัว ปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา บนเวทีแทบไม่มีที่ว่าง ส่วนใหญ่ถูกอัญเชิญลงไปในสนามฝึกซ้อม พวกมันเบียดเสียดกันจนมองเห็นเป็ทะเลสีขาวสุดลูกหูลูกตา
"อ๊ะ...นี่..." หลี่จิ้งอุทานออกมาด้วยความใ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
การที่สามารถอัญเชิญโครงกระดูกได้หลายพันตัวในครั้งเดียวทันทีหลังปลุกพลัง แม้จะเป็โครงกระดูกที่อ่อนแอที่สุด ก็น่าสะพรึงกลัวมากอยู่ดี
โดยปกติแล้ว ผู้อัญเชิญิญญาที่เพิ่งปลุกพลัง ส่วนใหญ่จะอัญเชิญอัศวินไร้หัวหรือาาโครงกระดูกได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น มีเพียงครั้งเดียวเมื่อสองร้อยปีก่อน ที่มีคนอัญเชิญัปีศาจิญญาได้ แต่ก็อัญเชิญได้แค่ครั้งละ 1 ตัวเช่นกัน
แต่ตอนนี้เว่ยเสี่ยวซูได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ถึงแม้สัตว์อัญเชิญของเขาจะอ่อนแอ แต่เขาสามารถอัญเชิญได้ไม่จำกัด ดังนั้น จะพลาดได้ยังไง? เขาไม่มีทางพลาดอีกตลอดชีวิต!
การใช้พลังจิตทั้งหมดในครั้งเดียวทำให้เว่ยเสี่ยวซูรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แต่โชคดีที่เขามีพื้นฐานที่ดี แค่ไม่ใช้พลังจิตต่อ ก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวได้
"อืม ไม่เลว เสี่ยวซู ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ประจำตัวจะมีปัญหา แต่ทักษะและพร์ก็ไม่ธรรมดา ถ้าฝึกฝนให้ดี อนาคตไกลแน่นอน"
หวังเหว่ยกล่าวชมและให้กำลังใจเว่ยเสี่ยวซูต่อหน้า นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายทั้งโรงเรียน แม้ว่าศักยภาพจะยังไม่เท่าทูต์ของสวีเสี่ยวฉิง แต่ก็คุ้มค่าที่จะลงทุน
"เอาล่ะ เก็บโครงกระดูกจอมเวทกลับไปได้แล้ว เธอลงไปก่อน พิธีปลุกพลังยังต้องดำเนินต่อไป!"
"ครับอาจารย์ใหญ่!"
เว่ยเสี่ยวซูพยักหน้ารับก่อนจะโบกมือเก็บโครงกระดูกจอมเวท 3,000 ตัว กลับเข้าไปในมิติอัญเชิญ แล้วเดินลงจากเวที
ที่เขาแสดงความสามารถพิเศษในการอัญเชิญแบบไม่จำกัดออกมานั้น มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกคือ จักรวรรดิหัวเซี่ยมีการศึกษาภาคบังคับเพียง 12 ปี การที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายสูง การแสดงศักยภาพของเขาเช่นนี้จะทำให้เขาได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนมากขึ้น
ข้อสอง คือเพื่อปกปิดความลับของพลั่ว ความลับของพลั่วนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าพร์ระดับ SSS ของเขา หากความลับนี้ถูกเปิดเผย แม้ว่าโรงเรียนและจักรวรรดิจะไม่มีความคิดร้ายต่อเขา แต่ก็ไม่แน่ว่าจักรวรรดิอื่นๆ หรือแม้แต่กลุ่มฏต่อต้านมนุษยชาติอาจจะคิดกำจัดเขา
"หึ เว่ยเสี่ยวซู ครั้งนี้นายแพ้ฉันแล้ว"
เว่ยเสี่ยวซูที่กำลังคิดถึงแผนการในอนาคตอยู่ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู เขาหันไปมอง ก็เห็นสวีเสี่ยวฉิงกำลังมองเขาด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
"การทดสอบผู้เล่นใหม่ยังไม่เริ่มเลย เธอเอาอะไรมาตัดสินว่าฉันแพ้?" เว่ยเสี่ยวซูตอบกลับสั้นๆ แล้วเดินกลับไปยังที่ของตัวเอง
"นาย..." สวีเสี่ยวฉิงจ้องมองไปที่หลังของเว่ยเสี่ยวซู กำมือแน่นจนมือขาวๆ ของเธอกลายเป็สีแดง
พิธีปลุกพลังดำเนินไปจนถึง 6 โมงเย็นจึงเสร็จสิ้น ในระหว่างนั้นมีคนปลุกพลังอาชีพหายากได้อีกหนึ่งคน คืออาชีพนักดาบวายุ เขาเป็หัวหน้าห้อง 8 ชื่อ เฉียนจื่อห่าว
เขาเป็คนเรียนเก่งและเป็ที่รักของครู แต่เป็คนใจแคบ ชอบเอาเื่เล็กๆ น้อยๆ มาคิดมาก หน้าตาก็ธรรมดา แต่เป็คนเลียแข้งเลียขาสวีเสี่ยวฉิงอย่างออกนอกหน้า เขาไม่สามารถเอาชนะใจสวีเสี่ยวฉิงได้ จึงหันมาโยนความผิดทั้งหมดมาที่เว่ยเสี่ยวซู ซึ่งเป็เื่ที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง
"นักเรียนทุกคน พิธีปลุกพลังในปีนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พรุ่งนี้เช้าเวลา 9.00 น. พวกเธอจะได้ไปฝึกฝนในดันเจี้ยนสำหรับมือใหม่ของโรงเรียน
ผู้ที่ได้ผลการเรียนดีเยี่ยมจะได้รับทุนการศึกษาจำนวนมาก และจะได้รับคะแนนพิเศษในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วจักรวรรดิในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ดังนั้น สู้ๆ นะ!" หวังเหว่ยกล่าวด้วยเสียงดัง
พิธีปลุกพลังในครั้งนี้มีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง แต่โดยรวมแล้ว ระดับเฉลี่ยของนักเรียนในรุ่นนี้สูงกว่าปีก่อนๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ปลุกพลังอาชีพหายากได้ถึง 3 คน และอาชีพพิเศษอีก 16 คน หวังเหว่ยยิ้มไม่หุบตลอดทั้งบ่าย
ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ เริ่มทยอยกันออกไป เว่ยเสี่ยวซูก็แทบรอไม่ไหวที่จะหาที่เงียบๆ เพื่อศึกษาอาชีพของตัวเองให้ละเอียด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะออกจากสนามฝึกซ้อม ก็ถูกใครบางคนขวางทางไว้ และคนๆ นั้นก็คือ เฉียนจื่อห่าว ศัตรูตัวฉกาจของเว่ยเสี่ยวซู
"เว่ยเสี่ยวซู นายไปพูดอะไรกับเสี่ยวฉิง เธอถึงหน้าบึ้งแบบนั้น? ฉันไปคุยด้วยเธอก็ไม่สนใจ!"
การถูกขวางทางโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้เว่ยเสี่ยวซูไม่พอใจ เขาจึงตอบกลับไปว่า "ทำไมเธอถึงไม่สนใจนาย นายไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ?"
เฉียนจื่อห่าวเป็เด็กเรียนเก่งของโรงเรียนชิงหยาง เขาไม่ใช่คนโง่ แต่เป็คนมั่นใจในตัวเองสูง และยังเป็พวกคลั่งรัก ไม่ว่าเื่อะไร ถ้าเกี่ยวกับสวีเสี่ยวฉิง ไอคิวของเขาก็จะลดลงฮวบฮาบ เหมือนอย่างตอนนี้
"แกอยากโดนตื้บหรือไง?" เฉียนจื่อห่าวรู้ทันทีว่าเว่ยเสี่ยวซูหมายถึงว่าเขาหน้าตาขี้เหร่ แต่เื่แบบนี้เขายอมรับได้เหรอ? จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร แค่ดูธรรมดาๆ เท่านั้นเอง
ในวินาทีต่อมา ดาบยาว 1 เมตร ที่เปล่งประกายสีเขียวก็ปรากฏขึ้น เฉียนจื่อห่าวคว้ามันไว้ในมือ ออร่าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที
เว่ยเสี่ยวซูรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบเล็กน้อยที่ิั เขารู้สึกใกับพลังของนักดาบวายุ มันช่างน่ากลัวจริงๆ
ถึงแม้ว่านักดาบวายุจะไม่แข็งแกร่งเท่าทูต์ของสวีเสี่ยวฉิง แต่มันก็ติดอันดับท็อป 50 ของอาชีพหายาก แค่ลำดับก็เหนือกว่าผู้อัญเชิญิญญาที่อยู่ท้ายตารางมากแล้ว
"เว่ยเสี่ยวซู ฉันจะเตือนนายเป็ครั้งสุดท้าย อยู่ให้ห่างๆ เสี่ยวฉิงไว้ อย่าคิดว่าการอัญเชิญโครงกระดูกกระจอกๆ ได้ไม่จำกัดจะทำให้นายเก่งกาจ
ขยะ ต่อให้มากแค่ไหนก็เป็ขยะ อย่าหาเื่ใส่ตัว ไม่งั้นฉันจะทำให้นายกลายเป็คนพิการซะ!"
เฉียนจื่อห่าวพูดพร้อมกับถือดาบยาวสีเขียว มองเว่ยเสี่ยวซูด้วยสายตาเหยียดหยาม ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็อาชีพหายากเหมือนกัน แต่ตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
นักเรียนที่เดินผ่านไปมา ไม่เพียงแต่ไม่มีใครเข้ามาห้าม แต่กลับยืนมุงดูเหตุการณ์นี้อย่างสนใจราวกับกำลังดูละครฉากใหญ่