"เห็นทีว่าคงต้องสู้จนกว่าจะครบกำหนดเวลาของชั้นนี้เหมือนกันสินะ!"เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ
แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ทหารยักษ์ตนนั้นก็ได้กวัดแกว่งขวานขนาดมหึมาอีกครั้งพร้อมกับฟันฉีกอากาศโจมตีมายังเทียนฉินอย่างรวดเร็ว
สายตาของเทียนฉินที่เปล่งประกายจ้องมองไม่วางตา ส่วนมือข้างขวาก็กระชับดาบไว้แน่นก่อนจะวาดออกไปทันที
เปลวเพลิงสีส้มพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับหมุนวนก่อร่างเป็นมังกรเพลิงสองตัว ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ทหารยักษ์ตนนั้นอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
มังกรเพลิงสองตัวเข้ากระแทกกับทหารยักษ์นั้นอย่างรุนแรง จนร่างของมันถึงกับหงายท้องลงไปนอนกับพื้น
ตู้ม!
ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตาม ขวานขนาดใหญ่เล่มนั้นกลับร่วงหล่นไปตกบนร่างของมันอย่างเหมาะเจาะ
หน้าอกของทหารยักษ์ที่ถูกขวานขนาดใหญ่หล่นใส่ก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงทั้งสองข้างที่ดุดันค่อยๆดับวูบลงไป ท้ายที่สุดร่างของมันเริ่มแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นหินดังเดิม
ทั้งชุดเกราะและขวานขนาดใหญ่ของมันก็กลายสภาพกลับไปเป็นหินเหมือนกับตัวมันเช่นกัน
"ข้าช่างโชดดีอะไรขนาดนี้!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
แต่ความดีใจก็อยู่ได้ไม่นานนัก ที่ผนังด้านข้างปรากฏทหารยักษ์อีกสองตัว กำลังขยับเขยื้อนออกมาจากผนังอีกครั้ง เศษหินที่เกาะอยู่ตามตัวมันร่วงหล่นพื้นส่งเสียงดังเกรียวกราว
"คราวนี้สองตัวรึ!"
เทียนฉินไม่รอให้ทหารยักษ์สองตัวนั้นตั้งหลัก รีบพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกับวาดดาบเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว
เสียงต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นสอง ร่องรอยของดาบปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วบริเวณ เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามความเงียบสงบจึงได้มาเยือนอีกครา
เทียนฉินนั่งพักเพื่อฟื้นฟูพลังอย่างเร่งด่วน การต่อสู้คราวนี้เขาสูญเสียพลังปราณไปมากกว่าชั้นแรกนัก อีกทั้งเสื้อผ้าที่เขาใส่ก็ขาดแหว่งไปหลายจุดจากคมอาวุธของทหารยักษ์พวกนั้น
บันไดสีเหลืองปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลังจากฟื้นฟูพลังปราณที่เสียไปแล้ว เทียนฉินก็ก้าวเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นต่อไปทันที
ณ ชั้นสามของหอคอยปฐมอัคคี ภาพที่ปรากฎในสายตาของเทียนฉินคือทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด คลื่นยักษ์กำลังกระหน่ำซัดเข้าใส่เกาะที่อยู่ท่ามกลางทะเลอย่างไม่ขาดสาย เสียงคลื่นที่กระทบกันนั้นราวกับเสียงคำรามกับสัตว์ร้ายพาให้ใจหวั่นไหวหวาดกลัวยิ่งนัก
แต่มีสิ่งที่แตกต่างไปจากคลื่นทะเลที่ซัดสาดอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งเทียนฉินให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
"นั่นคืออะไรกัน!"
เทียนฉินจ้องมองไปทางเกลียวคลื่นนั้นอย่างไม่วางตา หางปลายแหลมสีดำตวัดไปมาราวกลับกำลังหยอกล้อกับเกลียวคลื่นนั้นอยู่ โดยรอบของปลายแหลมนั้นมีตุ่มขนาดใหญ่สีแดงขึ้นสลับตัดกับสีดำอย่างลงตัว
"ปลาหมึกหรอกรึ!"
เทียนฉินเพ่งสายตามองดูก็พบว่าหางปลายแหลมที่โผล่เหนือคลื่นทะเลอยู่นั้น แท้จริงแล้วมันคือหนวดของปลาหมึกนั่นเอง
"คราวนี้ทำไมถึงเป็นสัตว์อสูรไปได้!"เทียนฉินอุทานออกมาอย่างสงสัย
"ทุกๆสามชั้นจะมีสัตว์อสูรเป็นผู้พิทักษ์อยู่ทั้งนั้นอย่างเช่นปลาหมึกกรดพิษพวกนี้ แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก สัตว์อสูรพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงพลังวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์อสูรที่แท้จริงแต่อย่างใด"หลงยู่
หมิงอธิบายให้เทียนฉินฟังอย่างละเอียด
"ปลาหมึกกรดพิษอย่างนั้นรึ?"เทียนฉินกลับสงสัยขึ้นมาอีกว่าเป็นใครกันที่สามารถสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมาได้
"เจ้าเห็นเกาะที่อยู่ตรงกลางนั่นมั้ย?"
"หากเจ้าสามารถผ่านฝูงปลาหมึกกรดพิษนี้ไปได้ เจ้าอาจจะพบเจอโชควาสนาที่อยู่บนเกาะนั้นก็เป็นได้"หลงยู่หมิงกล่าวให้กำลังเทียนฉิน
"ยังไงก็ต้องเสี่ยงกันดูสักครั้งอยู่แล้ว เพราะถ้าหากข้าไม่สามารถผ่านพวกนี้ไปได้ ก็คงไม่อาจจะขึ้นไปยังชั้นต่อไปของหอคอยปฐมอัคคีนี้ได้!"เทียนฉินตัดสินใจอย่างแน่วแน่
"ถึงแม้ปลาหมึกกรดพิษพวกนี้จะเป็นเพียงแค่พลังวิญญาณ แต่เจ้าควรรู้ไว้ว่าการโจมตีของมันนั้นไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอน!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาให้เทียนฉินไม่ประมาท
"ข้าเข้าใจแล้วอาวุโสหลง!"
หลังจากที่ทราบข้อมูลต่างๆแล้ว เทียนฉินก็เหาะเหินไปทางเกาะกลางทะเลนั้นอย่างไม่ลังเล ตอนนี้ร่างกายของเขาล้วนปกคลุมไปด้วยเกร็ดมังกรสีดำเมี่ยม มังกรเพลิงสีส้มกับสีดำลอยตามมาด้านหลังอย่างสงบ และดาบเพลิงสุริยาถูกถืออยู่ในมือขวาอย่างมั่นคง
การต่อสู้ในครั้งนี้เทียนฉินไม่ประมาทแม้แต่น้อย เนื่องจากปลาหมึกกรดพิษนั้นแตกต่างจากหุ่นที่เขาเคยเจอมาทั้งสองชั้นอยู่บ้าง เพราะไม่เพียงแต่มันมีจำนวนมากแล้ว กลับยังมีจิตสำนึกเป็นของตนเองอีกด้วย
ทันทีที่เทียนฉินเหาะเข้าใกล้เกาะกลางทะเลนั้น ปลาหมึกกรดพิษก็เข้าจู่โจมอย่างรุนแรงราวกลับกำลังปกป้องสถานที่ที่มันอาศัยอยู่
พรึ่บ!
หนวดสีดำจุดแดงตวัดเข้าใส่เทียนฉินอย่างรวดเร็ว ความว่องไวของมันทำให้เทียนฉินหลบหนีอย่างยากลำบากอยู่บ้าง และที่ทำให้เทียนฉินตื่นตระหนกก็คือ มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแต่พวกมันมากันเป็นฝูง
เทียนฉินบังคับมังกรเพลิงสองตัวให้พุ่งเข้าใส่หนวดปลาหมึกพวกนั้นทันที ภายใต้การหมุนวนของมังกรเพลิงทั้งสองตัว กรงเล็บเปลวเพลิงสีส้มกับสีดำประสานกันไปมา ฟาดใส่หนวดปลาหมึกนั้นจนขาดสะบั้นกระจุยกระจาย
ขณะที่มังกรเพลิงทั้งสองต่อสู้กับหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่นั้น เทียนฉินก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาพร่ามัวจากท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราไปโผล่อยู่ใกล้กับหัวปลาหมึกกรดพิษตัวหนึ่ง
ภายใต้การควบแน่นเปลวเพลิงรอบดาบเพลิงสุริยา เทียนฉินจ้วงแทงเข้าใส่ที่หัวปลาหมึกนั้นอย่างรุนแรง
"ทะลวงดารา!"
ตู้ม!
เสียงน้ำสาดกระจายไปแตกออกเป็นวงกว้าง พิษสีแดงผสมกับน้ำหมึกสีดำพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ปลาหมึกกรดพิษตัวอื่นที่อยู่ใกล้ๆถูกน้ำหมึกผสมพิษนั้นกัดกร่อนจนเป็นแผลเหวอะหวะ
ถึงแม้ว่าพิษนี้จะเป็นของพวกมันเอง แต่เมื่อสัมผัสกับผิวด้านนอกก็สร้างความเจ็บให้กับพวกมันได้ระดับหนึ่ง
เทียนฉินที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศไม่รอช้า ขับเคลื่อนพลังปราณออกมาเต็มที่ก่อนใช้กระบวนท่าตาข่ายฟ้าออกมาเต็มกำลัง คลื่นดาบพุ่งออกมาราวกับสายฝนกระหน่ำ ปกคลุมฝูงปลาหมึกกรดพิษด้านหน้าก่อนฟาดลงไปทุกส่วน
ฉั้วะ!
หนวดปลาหมึกกรดพิษถูกหั่นออกเป็นท่อนๆภายในพริบตา ผืนน้ำทะเลที่เป็นสีครามตอนนี้ล้วนปะปนไปด้วยกรดพิษ ฝูงปลาหมึกที่เคยดุร้ายเกรี้ยวกราดต่างเริ่มทยอยมุดลงไปด้านล่างเพื่อหลีกหนีการกัดกร่อนของพิษนั้นอย่างทุลักทุเล
เทียนฉินมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ตอนแรกเขาคิดจะจัดการปลาหมึกพิษพวกนี้ให้สิ้นซาก แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมารีบเหาะเหินไปยังเกาะกลางทะเลนั้นทันที
ทันทีที่เทียนฉินเหาะมาถึงเกาะกลางทะเล ทิวทัศน์เบื้องหน้าที่มองเห็นคือขุนเขาแมกไม้อันยิ่งใหญ่ไพศาล ตรงกลางเกาะมีกระท่อมหลังเล็กตั้งอยู่เดียวดาย คล้ายจะพังแหล่ไม่พังแหล่ด้านหน้าของกระท่อมคือลำธารซึ่งไหลคดเคี้ยวลงมาจากขุนเขาที่เขียวขจีนั้น
สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ช่างลึกล้ำจนเกินไปแล้ว เขาไหนเลยจะเคยนึกฝันว่าผู้สร้างสถานที่แห่งนี้จะมีความสามารถมากขนาดไหน
เทียนฉินเดินทางเรื่อยๆจนถึงกระท่อมไม้เชิงเขาซึ่งดูจากภายนอกแล้วไม่มีความพิเศษอันใดภายในกระท่อมมีเพียงเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้น และกองตำรับตำราที่ล้วนมีสีดำสนิท หน้าปกหนังสือแต่ละเล่มล้วนถูกฝุ่นจับเกาะจนมองไม่เห็นตัวอักษร
เทียนฉินหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาดู หน้ากระดาษของตำรานั้นเป็นสีดำสนิทในขณะที่อักษรโบราณบนนั้นเป็นสีทองงดงาม ทว่ามันกลับสร้างความงุนงงให้แก่เขาเป็นอย่างมาก เนื่องจากอักษรที่ปรากฏอยู่เทียนฉินไม่รู้จักเลยสักนิด
"ตัวอักษรพวกนี้เป็นภาษาโบราณเก่าแก่ ถ้าเจ้าอยากรู้รายละเอียดของเนื้อหา เพียงใช้กระแสจิตส่งเข้าไปสัมผัสกับอักษรพวกนั้น เจ้าก็จะทำความเข้าใจมันได้เอง"
"เพียงแต่เจ้าต้องระวังให้ดี โอกาสของเจ้านั้นจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากที่เจ้าส่งกระแสจิตเข้าไปสัมผัสกับตำราเล่มนั้นแล้ว ตำราเล่มอื่นเจ้าก็ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้อีก"หลงยู่
หมิงชี้แนะอย่างใจเย็น
"แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรกันว่าตำราเล่มไหนที่เหมาะสำหรับข้า"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างส่งสัย
"ก็อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้านั้นแหละ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของตัวเจ้าเองเท่านั้น ข้ามิอาจแพร่งพรายสิ่งอันใดให้เจ้าได้รู้ได้"หลงยู่หมิงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
จบตอนที่ 75