“คุณชายรอง อาจารย์อู่อยากดูกล่องยาของข้าหรือไม่เ้าคะ?”
“รบกวนแม่นางแล้ว” อู่จุนเหลียนกับลูกศิษย์ลุกจากเก้าอี้พร้อมกัน
“กล่องยาแม่นางดูแปลกตาขวดพวกนี้คือยาอะไร...แม่นางฝังเข็มได้ด้วยหรือ อันนี้คืออะไร ขวดนี้แปลกตามาก นุ่นนี้มีไว้ทำไม…”
“อาจารย์อู่ ท่านใจเย็นก่อนถามเยอะขนาดนั้นนางจะตอบท่านได้อย่างไร” เ้าเมืองไป๋เทียนเอ่ยห้าม
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ขวดยาพวกนี้คือยาสามัญประจำบ้านหรือเรียกว่ายารักษาพื้นฐาน จะแยกเป็ยาใช้ภายในคือยาทาน ขวดนี้ยาแก้ปวดท้องท้องอืด ด้านข้างมีฉลากกำกับเห็นไหมเ้าคะ” สวีเหมยฮวายื่นให้อู่จุนเหลียนดูเขารับไปอ่านมีตัวหนังสือเขียนไว้จริง ๆ
“ส่วนขวดนี้ยาแก้ท้องเสีย ยาระบายยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอขับเสมหะ ฝั่งนี้คือยาใช้ภายนอก ยาล้างแผลยาฆ่าเชื้อ ยาห้ามเื ยานวดกล้ามเนื้อ อันนี้คือยาดมแก้วิงเวียน คัดจมูกพวกนี้คืออุปกรณ์ นุ่นนี่เรียกว่าสำลีมีแบบก้อนกับพันก้าน ผ้าพันแผล กรรไกรชุดฝังเข็มเ้าค่ะ” อู่จุนเหลียนและไป๋หลินพากันหยิบตาขึ้นมาอ่านทีละขวด เ้าเมืองไป๋เทียนลุกขึ้นมาดูด้วยอีกคน
“ยาพวกนี้สั่งจ่ายได้เลยหรือ?”
“ถ้าไม่ใช่ป่วยโรคเฉพาะสามารถสั่งจ่ายได้เลยเ้าค่ะ”
“น่าสนใจมากทีเดียว”
“เมื่อครู่แม่นางเรียกกล่องยานี่ว่าอะไรนะ?”
“กล่องยาสามัญประจำบ้านเ้าค่ะ”
“อาจารย์อู่วังหลวงมีกล่องยาชนิดนี่หรือไม่” เ้าเมืองไป๋เทียนหันไปถามอู่จุนเหลียน
วังหลวง?
“ไม่มีขอรับ”
“แม่นางสวี ข้ามีเื่อยากขอร้อง”พอได้รับคำตอบ เ้าเมืองไป๋เทียนหันมาทางสวีเหมยฮวา
“เ้าคะ?”
“ช่วยสอนวิธีปรุงยาให้อาจารย์อู่กับเสี่ยวหลินได้หรือไม่?” หะ!
“เ้าคะ!?” ไป๋อวี๋หยิบถ้วยชาจรดริมฝีปากหลุบตาลงมองพื้นในใจกลับนึกถึงสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของผู้หญิงอีกคนคำปรึกษาระหว่างบิดากับนางดังเข้าหูอยู่เป็ระยะมีเสียงน้องชายและอาจารย์อู่แทรกขึ้นในบางครั้ง
“ซื่อจื่อ”
“ท่านแม่”
“ลองให้แม่นางสวีตรวจขาดูดีหรือไม่”
“ขนาดหมอหลวงยังรักษาไม่ได้ นาง...”ไป๋อวี๋หยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อรับรู้สายตาทิ่มแทงจากอีกฝั่งทางด้านหน้า
“ตามใจท่านแม่ขอรับ” ไป๋เฟินเย่วลุกขึ้น เพียงไม่นานมารดากลับมาพร้อมหญิงชาวบ้านผู้นั้น
“ข้าตรวจซื่อจื่อได้มากแค่ไหนเ้าคะ?” สวีเหมยฮวาหันไปถามเ้าเมืองไป๋เทียน
“มากแค่ไหน...หมายถึงอย่างไร?”
“ข้าหมายถึงข้าสามารถจับส่วนไหนของซื่อจื่อได้บ้างเ้าคะ?”
“แค่ตรวจขาไม่ใช่หรือคงไม่จำเป็ต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดละมั้ง” ไป๋อวี๋เงยหน้าสบตาบิดาที่เอ่ยประโยคนั้นออกมา
“ขอถามซื่อจื่อท่านเดินไม่ถนัดแค่ขาด้านขวาข้างเดียว หรือข้างซ้ายด้วยเ้าคะ?”
“แค่ข้างขวา”
“เกิดจากอุบัติเหตุหรือเ้าคะ?” ไป๋อวี๋พยักหน้า เล่าเหตุการณ์อุบัติเหตุคร่าว ๆให้สวีเหมยฮวาฟัง
“ส่วนหนึ่งอาจมาได้รับาเ็บริเวณขาแต่บางทีการตกลงจากหลังม้าแรง ๆ อาจทำให้เส้นประสาทด้านหลังเสียหายส่งผลให้หลัง่ล่างไปถึงปลายขาปวดหรือชาได้เพื่อให้แน่ใจข้าต้องตรวจดูเส้นประสาทหางม้าเ้าค่ะ”
“เส้นประสาทหางม้า คืออะไร?” อู่จุนเหลียนถาม
“คือกลุ่มเส้นประสาท่ล่าง...ตรงนี้ขึ้นไปประมาณคืบหนึ่ง” สวีเหมยฮวาวางนิ้วตรงสะบักเอวของอู่จุนเหลียนเป็ตัวอย่างให้ทุกคนดู
“ต้องถอดเสื้อใช่หรือไม่” ไป๋เฟินเย่วถาม
“ถ้าเป็ไปได้ข้าอยากให้ถอดเ้าค่ะ”
“แต่เ้าเป็ผู้หญิงคงไม่เหมาะ...”
“ไป๋ฮูหยินลืมไปแล้วหรือเ้าค่ะว่าข้าเคยแต่งงานมาแล้วร่างกายผู้ชายใช่ว่าข้าจะไม่เคยเห็น ข้ากับซื่อจื่อไม่ได้อยู่ในห้องตามลำพังด้วย หากมัวแต่ยึดถือหลักการชายหญิงเช่นนั้นหมอผู้ชายไม่ควรตรวจคนไข้ผู้หญิงเหมือนกันไม่ใช่หรือเ้าคะ”
เงียบกริบ........
“ฮ่า ฮ่า พูดได้ดีข้าไม่เคยเห็นใครกล้าพูดตรงไปตรงมาเช่นเ้ามาก่อน”เ้าเมืองไป๋เทียนหัวเราะด้วยความชอบใจ
“ท่านพี่”
“ที่นางพูดมาใช่ว่าจะไม่ถูก หมอหญิงในแคว้นเรามีน้อยขนาดนับสองมือยังเหลือหากมีหมอหญิงเยอะกว่านี้คงดีมาก แม่นางสวีรบกวนด้วย” พอตกลงกันได้ทุกคนจึงย้ายที่ไปห้องไป๋อวี๋
ร่างกายกำยำ ผิวคล้ำแดดกล้ามเนื้อหมัดกล้ามแน่น ๆ สุดยอด... สวีเหมยฮวาสะบัดความคิดไม่ดีในหัวออกตั้งใจมองแต่แผ่นหลังแข็งแรง...
สวยจัง...
ไป๋อวี๋นั่งตัวเกร็ง เวลานิ้วเรียวไล่ไปตามแนวกระดูกสันหลังนับจากต้นคอไล่ลงต่ำทีละข้อปลายเล็บสั้น ๆ กรีดผ่านผิวเนื้อแ่เบา จนลำคอเขาแห้งผากกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไหนจะกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวหญิงสาวมันช่าง...
นี่ข้าร้างราเื่อย่างว่าไปนานแค่ไหนกัน...
“อ๊ะ!”
หือ?... สวีเหมยฮวาชะโงกหน้ามองด้านข้างชายหนุ่ม
“ตรงนี้ เจ็บมากไหมเ้าคะ?”
“บอกไม่ถูกรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแรง ๆ”
“เจ็บตรงไหนอีกอย่าลืมบอกข้าด้วยนะเ้าค่ะ”
“อือ” สวีเหมยฮวาใช้เวลาไม่นานในการตรวจดูกระดูกด้านหลังและขาทั้งสองข้าง พอสรุปได้คร่าว ๆ อย่างที่คาดการณ์เอาไว้
“มีทางรักษาหรือไม่?” ไป๋เฟินเย่วร้อนใจรีบถามออกมาไป๋อวี๋กำลังสวมเสื้อผ้าเงยหน้าขึ้นทันได้เห็นสายตาวิบวับที่จ้องมองต่ำ
“รักษาด้วยการฝังเข็มรวมกับการนวดคลายกล้ามเนื้อแต่ข้าไม่ขอรับรองผลนะเ้าค่ะ”
“ซื่อจื่อ อยากรักษาตามวิธีแม่นางสวีหรือไม่”เ้าเมืองไป๋เทียนถามความสมัครใจของลูกชาย
“คิดว่าได้ผลแค่ไหน”
“ 70 % ขึ้นอยู่กับระยะเวลารักษาด้วยเ้าค่ะ”
“ข้าตกลง เริ่มรักษาเมื่อไหร่”
“ง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือเ้าคะ?”
“หรือข้าต้องทำอะไรก่อนตกลง”
“เกิดข้ารักษาไม่ได้ขึ้นมาล่ะท่านคงไม่ลงมือกับข้าใช่ไหมเ้าคะ”
“ข้ายินยอมให้เ้ารักษาเอง”สวีเหมยฮวาเผลอตัวยักไหล่ ก่อนจะคิดได้ว่าทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าท่านเ้าเมือง
“ข้าจะฝังเข็มวันนี้วันแรก และรักษาทุก5 วัน ่สิบโมงเช้า ส่วนสอนปรุงยา อาจารย์อู่กับคุณชายรองแน่ใจหรือเ้าคะ ข้าไม่มีอาจารย์สอนส่วนยาที่ข้าปรุงขึ้นมาเคยใช้แค่ยานวดเท่านั้น อย่างอื่นยังไม่เคยลองใช้ไม่รู้ว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน”
“ยังไม่เคยใช้รักษาใครเลยสักคน?”
“นอกจากาแเล็กน้อยจากการทำงานตัวยาภายในอย่างอื่นยังไม่เคยใช้เ้าค่ะ” สวีเหมยฮวาตอบเ้าเมืองไป๋เทียนพอได้ยินคำตอบ เ้าเมืองไป๋เทียนหันไปมองอู่จุนเหลียน
“แม่นางสวีจะว่าอะไรหรือไม่หากข้าขอยืมตำรามาศึกษาก่อน ข้ายินดีจ่ายเงินค่าเงินตำราให้”
“พรุ่งนี้ข้าจะนำมาให้ส่วนเื่เงินข้าไม่้า ตกลงให้ข้าสอนเมื่อไหร่ข้าค่อยคิดว่าสอน ดีหรือไม่เ้าคะ?”
“ตกลง”
“ใครมีคำถามสงสัยอะไรอีกไหมเ้าคะถ้าไม่มีข้าขอเริ่มฝังเข็มรักษาซื่อจื่อก่อน”
“เชิญ”
“ข้าต้องถอดเสื้ออีกหรือ?”
“ข้าไม่ได้บอกให้ซื่อจื่อสวมเสื้อสักหน่อย”
ข้าอดีตรองแม่ทัพนะ เ้าควรหวาดกลัวข้าเหมือนคนอื่นสิ.... ความคิดที่ไป๋อวี๋ไม่กล้าพูดต่อหน้าทุกคน
สองชั่วโมงต่อมารถม้าบ้านสวีวิ่งออกจากจวนเ้าเมืองไปทางร้านอาหารหลี่ฟู่เพื่อรับใบสั่งซื้อสินค้าระหว่างทางได้ยินเสียงพูดคุยกับเกี่ยวงานแต่งตระกูลหลีและตระกูลจิว สองตระกูลเชิญวาณิชสำคัญในเมืองเฉียงฉู่เกือบทุกตระกูลพอมาถึงร้านหลี่ฟู่ยังได้ทราบว่าทางนั้นสั่งอาหารหลายอย่างจากที่นี่ไปเลี้ยงแขกร่วมงานด้วย
“พี่ใหญ่คิดอะไรอยู่”สวีซือซงถามด้วยความเป็ห่วง
“กำลังคิดว่าเราจะซื้อที่ได้มากแค่ไหน?”
“ข้านึกว่าพี่คิดเื่ที่ได้ยินมาเสียอีก”
“เื่อะไร...งานแต่งนะหรือ?”
“ใช่”
“ใครจะแต่งกับใครมันไม่เกี่ยวกับพี่สักหน่อย”
“เฮ้อ...ได้ยินแบบนี้ข้าค่อยดีใจหน่อย”
“ผู้ชายแบบนั้นไม่ควรเอามาเป็สามีให้เสียเวลาใครโง่อยากได้เชิญตามสบายเลย”
“ฮ่า ฮ่ามีคนโง่คนหนึ่งที่พยายามแย่งจนได้มานะ”
“อย่างน้อยนางโชคดีที่แม่สามีเอ็นดูแต่คงโชคร้ายหน่อยที่อาจใช้สามีร่วมกับคนอื่น”
“อย่าบอกนะ...”
“คิดว่าคนอย่างอี๋เจ๋อมีแค่พี่คนเดียวหรือเขาไม่พาเข้าบ้านเพราะหลีฮูหยินคัดค้านต่างหาก อย่าให้ฮ่วนผิงรู้แล้วกันได้อาละวาดบ้านแตกแน่”
“ข้ายังไม่อยากเชื่อว่านางจะกล้าลงมือกับพี่”
“ไม่มีใครเชื่อหรอก เหมือนที่พี่บอก คนส่วนใหญ่ตัดสินคนด้วยฐานะชาติกำเนิดต่อให้คนรวยทำเลวแค่ไหนคนส่วนใหญ่ยังปิดตาชี้นิ้วใส่ความคนที่ฐานะต่ำกว่าอยู่ดี”
“พี่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากจริง ๆ”
“ลองผ่านชีวิตเหมือนพี่ดูสิ” ถูกหักหลังถึงสองครั้งในเื่เดียวกันจนนางหมดศรัทธาในความรักไปเกือบหมดแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงถูกหย่าหรือขอหย่าในสมัยนี่มักถูกชาวบ้านมองว่าเป็ฝ่ายผิดอยู่เสมอ คนเข้าใจก็มีคนไม่เข้าใจก็เหมือนที่ผ่านมา ด่าเสีย ๆ หาย ๆ เหมือนหญิงม่ายอย่างนางไปฆ่าคนตายมาอย่างไรอย่างนั้น
ทางด้านไป๋อวี๋ หลังสวีเหมยฮวาออกจากจวนไปเขาสั่งให้ซีหยางสืบเื่ของนางทั้งหมด ภายในเวลาไม่กี่วันเขาได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้เหตุผลที่นางแต่งเข้าตระกูลหลี เหตุผลที่นางขอหย่าหลังจากแต่งงานไม่ถึงสองปีดี
“นางน่าสงสัยหรือขอรับ?”
“หรือเ้าไม่สงสัยความสามารถนาง”
“ไม่น่าเชื่อว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างนางสามารถทำการค้ากับตระกูลหลี่ได้”
“ชาวบ้านธรรมดางั้นหรือ...ข้าคิดว่าไม่ใช่อีกอย่าง ข้าคิดว่านางมีวรยุทธ”
“ขอรับ?”
“นางใช้ลมปราณช่วยในการฝังเข็ม”
“.....”
“เ้าไปพักผ่อนเถอะไม่ต้องสืบเื่นางแล้ว”
“ขอรับ” ซีหยางเดินออกจากห้อง
ไป๋อวี๋มองออกไปด้านนอกที่มืดมิดที่นี่แตกต่างจากเมืองหลวง แตกต่างจากสนามรบ เงียบสงบมากเกินไปในบางคืน จนเผลอคิดถึงอดีตที่ไม่ควรคิดถึงทว่าอดีตคืออดีตไม่อาจหวนคืนได้นอกจากปล่อยวางก้าวเดินต่อไป
บ้านสวีถูกพูดถึงอีกครั้งหลังซื้อที่ดินเปล่าไม่มีเ้าของยาวไปถึงตีนเขาบริเวณรอบบ้านว่างเปล่าไร้เ้าของ รวมเบ็ดเสร็จที่ดินทั้งหมดที่ได้มาใหม่ 8 ไร่ ไม่ถึง50 ตำลึงทอง บวกของเดิม 2 ไร่และที่ดินบ้านอีกเกือบหนึ่งไร่ เวลานี้บ้านสวีมีที่ดินรวม10 ไร่เศษ ๆ
“ท่านแม่ อาซือ ข้าเอาแบบบ้านมาให้เลือก”
“คุยกับลุงหวังแล้วหรือ?”
“ถามไว้บ้างแล้วเ้าค่ะ อีกหลายวันกว่าจะขุดสระน้ำเสร็จลองเลือกดูเ้าค่ะ” สวีเหมยฮวายื่นแบบบ้านให้ 2 แบบ แบบแรกคือ ทุบหลังนี่สร้างในพื้นที่ใหม่เป็บ้านหลังใหญ่หลังเดียวแบบตัวU อีกแบบคือแยกบ้านเป็หลัง ๆ
“แม่ไม่อยากทุบบ้านหลังนี่”บ้านหลังนี้มีความทรงจำมากมาย นางไม่อยากให้มันลบหายไป
“เราสร้างแบบแรกและเหลือบ้านหลังนี่เอาไว้ ทุบกำแพงเชื่อมกันดีไหมเ้าคะ?”
“แบบนั้นข้าเห็นด้วย” สวีซือซงบอก
“ฉงฉงล่ะ”
“ข้าน้อยหรือเ้าคะ?”
“ใช่สิ พวกเป็ครอบครัวเดียวกันนี่”
“ข้าน้อยขออยูดูแลฮูหยินเ้าค่ะ”สวีฝูหรงยิ้มไม่คัดค้าน
“ลำพังเราสี่คนคงทำงานไม่ไหวแน่”
“ข้าคิดจะซื้อทาสสัก 3-4 ช่วยงานในไร่สัก3 คน ในบ้านอีกคนก็พอ ไม่พอค่อยจ้างคนในหมู่บ้านเพิ่มดีไหมเ้าคะ?”
“ให้พวกเขาพักอยู่ที่ไหนขอรับ”
“ตรงนี้...สร้างบ้านพักไว้ตรงนี้หลังหนึ่งข้าไม่อยากให้คนเข้ามาวุ่นวายในบ้านมากเกินไปเหมือนกัน”
“อาซือชอบบ้านแบบไหน”สวีฝูหรงหันไปถามลูกชาย
“ข้าคิดว่าสร้างแบบแรกก็ดีขอรับส่วนบ้านหลังนี่ข้าไม่อยากให้ทุบเหมือนกัน”
“ตกลง เอาแบบแรกข้าจะได้ไปคุยกับลุงหวังให้เรียบร้อย”
สิ่งหนึ่งที่สวีเหมยฮวาอยากได้พื้นที่กว้างกว่าตอนนี้เพราะเกี่ยวกับการค้าที่มาของผักผลไม้ไม่แน่ชัดอาจทำให้คนอื่นสงสัย ดังนั้นนางตั้งใจสร้างพื้นที่ใหม่เป็แบบไร่นาสวนผสมเหมือนโครงการหนึ่งที่เคยเห็นและได้ยินมา
ระยะเวลาการสร้างบ้านใหม่ ขุดสระ สร้างกำแพงอิฐปรับพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ราว ๆ 2 เดือน จากกำหนดเดิม 3 เดือนเพราะสวีเหมยฮวาอยากสร้างให้เสร็จเร็วที่สุดจึงได้เพิ่มเงินค่าจ้างให้ช่างหวังหาคนงานเพิ่มค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 1200 ตำลึงทองรวมค่าจ้างทำเครื่องเรือนเข้าไปด้วย
วันนี้ เป็อีกหนึ่งวันที่สวีเหมยฮวาต้องเข้าเมืองเพื่อไปรักษาไป๋อวี๋ทว่ารถม้ายังไม่วิ่งเข้าประตูเมือง เสียงแตรแห่งานรื่นเริงดังเข้าหูเสียก่อน
“ข้างหน้ามีงานอะไร?”
“งานแต่งตระกูลหลิวพี่ใหญ่จำไม่ได้หรือขอรับ?”
“ทำไมข้าต้องจำได้...เลี่ยงไปถนนเส้นอื่นเถอะ”สวีซือซงบังคับรถม้าอ้อมไปถนนเส้นรอง
สวีเหมยฮวาเปิดม่านดูขบวนเกี้ยวเ้าสาวแปดคนหาม นี่แหละมั้งที่คนบอกว่าแข่งอะไรก็แข่งได้แข่งโชควาสนาแข่งไม่ได้ สะใภ้ชังอย่างนางไม่มีทางได้นั่งเกี้ยวแปดคนหามแน่นอน
“เอ๊ะ นั่นอดีตสะใภ้หลีไม่ใช่หรือ?”
“นางคงไม่ได้มาขัดขวางงานแต่งหรอกนะ”
“เ้าตาฝาดมั้ง ข้าไม่เห็นใครเลย”
“รถม้าคันเมื่อกี้ไงข้าเหมือนเห็นคนเปิดม่านมาดู”
“มาขัดขวางสิดี ข้าจะได้ดูเื่สนุก”
คนที่พูดไม่ได้อยู่ไกลจากเกี้ยวเ้าสาวสักเท่าไหร่จิวฮ่วนผิงนั่งอยู่ข้างในกำลังจะเปิดม่านออกมาดู แม่สื่อห้ามเอาไว้ก่อน
คิดมาขวางงานแต่งข้า ไม่มีทาง!
“เสี่ยวเอินเ้าไปสืบดูสิว่านางมาทำไม รีบไปรีบมา” จิวฮ่วนผิงบอกสาวใช้คนสนิทตน
“เ้าค่ะ” แม่สื่อไม่ทันได้เรียกเอาไว้ เสี่ยวเอินวิ่งหายไปในกลุ่มคนเสียก่อน
งานมงคลตัวเองยังไปยุ่งเื่คนอื่นอีกช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย... แม่สื่อคิดในใจ
“คุณหนูข้าไม่เห็นนางอยู่แถวนี้เลยเ้าค่ะ”ผ่านไปพักใหญ่เสี่ยวเอินรีบวิ่งกลับมารายงานจิวฮ่วนผิง
“เ้าแน่ใจว่าดูหมดแล้ว”
“แน่ใจเ้าค่ะ”
“คอยดูเอาไว้ ข้าไม่อยากให้ใครมาทำลายงานแต่งข้า”
“เ้าค่ะ”
ไม่ว่าอะไรที่จิวฮ่วนผิงคิดสวีเหมยฮวาไม่รับรู้สักนิด เวลานี้นางมีสิ่งที่ต้องทำมากมายไม่มีเวลามาสนใจชีวิตคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตนางสักนิด