ในกองทัพเป่ยหลิงที่เต็มไปด้วยนักรบผู้หยาบกร้านและเข้มแข็ง หลงเฟยไม่ได้มีเพื่อนสนิทมากนัก ด้วยพื้นเพที่แตกต่างและบุคลิกที่เงียบขรึมของเขา ทำให้เขามักจะถูกมองว่าเป็คนแปลกแยกและเข้าถึงยาก แต่ก็มีคนหนึ่งที่มักจะเข้ามาพูดคุยและแสดงความเป็มิตรด้วยเสมอ นั่นคือ หลี่เหวิน (李文) นายกองหนุ่มผู้มีอายุห่างจากหลงเฟยเพียงไม่กี่ปี หลี่เหวินมีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ายิ้มแย้ม และดวงตาที่ฉายแววความจริงใจ เขามักจะเป็คนแรกที่เข้ามาช่วยเหลือหลงเฟยเมื่อเขามีปัญหาในการฝึกฝน หรือเมื่อมีทหารคนอื่นมองหลงเฟยด้วยสายตาแปลก ๆ
หลี่เหวินจะเข้ามายืนข้างเขาเสมอ
หลี่เหวินคือบุตรชายคนเล็กของ หลี่จงเหอ (李忠和) ขุนนางชั้นสูงผู้เป็ที่ปรึกษาคนสำคัญของกษัตริย์และสนิทสนมกับเว่ยอู๋จี๋มาก ทำให้เขาเป็คนที่มีฐานะสูงศักดิ์ แต่กลับไม่ถือตัวและไม่มีท่าทีอวดเบ่ง เขามีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และมักจะมองหาโอกาสในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ หลี่เหวินชื่นชมในความมุ่งมั่นและพร์ของหลงเฟย เขามักจะใช้เวลาว่างหลังจากฝึกฝนเสร็จแล้ว ชวนหลงเฟยไปฝึกฝนนอกเวลา หรือแลกเปลี่ยนความรู้เื่วิชาการรบและกลยุทธ์ด้วยกัน
"หลงเฟย เ้าคิดว่ายุทธวิธีการตีโอบนี้มีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง?" หลี่เหวินถามขึ้นขณะที่พวกเขากำลังดูแผนที่จำลองการรบที่วางอยู่บนพื้นดินกลางกระโจมบัญชาการเล็กๆ ที่พวกเขาใช้เป็ที่ศึกษา ยามว่าง หลงเฟยใช้นิ้วชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่จำลองอย่างแม่นยำ "หากศัตรูคาดการณ์ได้และเตรียมกำลังเสริมไว้ที่จุดนี้อย่างลับๆ การตีโอบอาจกลายเป็การถูกล้อมกลับเสียเอง กลายเป็กับดักที่ทำลายกองทัพเราได้"
หลี่เหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง "สมกับเป็เ้าจริงๆ หลงเฟย ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ก็ยากที่จะหาทางแก้ไขที่สมบูรณ์แบบได้"
มิตรภาพของทั้งสองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จากความเคารพในความสามารถซึ่งกันและกัน และการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ หลี่เหวินเป็คนเดียวที่หลงเฟยรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ด้วย เขาสามารถพูดคุยเื่เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องระแวง ไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะตัดสินเขาจากอดีตที่ไม่ชัดเจน แต่หลงเฟยก็ไม่เคยปริปากเล่าเื่ราวของเมืองเจียงหนานให้หลี่เหวินฟัง เขายังคงเก็บงำความลับนั้นไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ
วันหนึ่ง หลี่เหวินชวนหลงเฟยไปนั่งดื่มชาในโรงเตี๊ยมเล็กๆ นอกค่าย เป็ครั้งแรกที่หลงเฟยได้ัักับบรรยากาศภายนอกค่ายทหารอย่างเป็อิสระ เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนในแคว้นเป่ยหลิงดูใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ เด็กๆ วิ่งเล่นหัวเราะอย่างมีความสุข ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคัก ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่เข้มแข็งและมีแม่ทัพอย่างเว่ยอู๋จี๋คอยปกป้องดินแดน ทุกคนดูภาคภูมิใจที่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของแคว้นเป่ยหลิง
"ท่านแม่ทัพเว่ยอู๋จี๋น่ะ เป็คนดีนะ ถึงจะดูเ็าไปหน่อย แต่เขาเป็ผู้ปกป้องแคว้นของเราอย่างแท้จริง" หลี่เหวินพูดขึ้นขณะจิบชาอุ่นๆ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "เขาเคยนำทัพเข้าปราบฏที่ชายแดนได้อย่างเด็ดขาดเมื่อหลายปีก่อน ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย ผู้คนในแคว้นต่างเคารพรักและยกย่องท่านเป็อย่างมาก"
คำพูดของหลี่เหวินทำให้หลงเฟยชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปในอก เว่ยอู๋จี๋...ผู้ปกป้องแคว้น...ช่วยชีวิตผู้คน... แต่ในส่วนลึกของใจ หลงเฟยก็ยังคงมีภาพเมืองที่ลุกเป็ไฟที่เจียงหนานตามหลอกหลอน เขาพยายามทำความเข้าใจว่าสองภาพนี้จะสามารถอยู่ในคนเดียวกันได้อย่างไร เขาเพียงแค่รู้สึกว่ามันเป็ความขัดแย้งที่ยากจะอธิบาย ความขัดแย้งภายในเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ ในจิตใจของหลงเฟย ราวกับมีเสียงสองเสียงกำลังต่อสู้กันอยู่ในหัว เสียงหนึ่งบอกให้เขาเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นและััจากเว่ยอู๋จี๋ อีกเสียงหนึ่งกระซิบถึงอดีตอันเ็ปที่ไม่เคยลืมเลือน ภาพเมืองเจียงหนานที่ลุกเป็ไฟกลับมาอีกครั้งในมโนสำนึกของเขา เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่ให้หลี่เหวินสังเกตเห็นถึงความผิดปกติใดๆ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยดุจเดิม แต่ในใจกลับกำลังเดือดพล่าน