ท้ายหมู่บ้านจะมีแหล่งน้ำอยู่แห่งหนึ่งที่เรียกว่าสระน้ำตะวันลับ มีผาสูงนับพันเมตรเปรียบดั่งผนังกั้นตั้งตระหง่าน ตรงกลางมีชะง่อนหินยื่นออกมาหลายสิบเมตรและมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขากว้างไกลหลาย 10 เมตร ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง
บางครั้งคราวจะมีผลไม้สุกร่วงหล่นลงในสระน้ำตะวันลับ แต่น่าแปลกที่ไม่มีผู้ใด หรือแม้แต่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลจ้าวก็ยังไม่ทราบชื่อต้นไม้ใหญ่นี้ ได้แต่ตั้งชื่อว่า “ต้นไม้ตะวันลับ” ตามชื่อดวงดาราตะวันลับเท่านั้น
ตามบันทึกที่มี ก็ไม่เคยมีผู้ใดจะสามารถคำนวณเวลาสุกงอมของผลไม้ได้และไม่เคยมีผู้ใดสามารถเก็บเกี่ยวผลไม้ได้เช่นเดียวกัน
จะทราบว่าผลไม้สุกงอม ก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงผลไม้ตกกระทบผิวน้ำดังจ๋อม... เท่านั้น ซึ่งจะมีเสียงดังกังวานไพเราะเสนาะโสต กาลเวลาผ่านมาจนบัดนี้นับรวมได้หลายล้านปีแล้วล้วนไม่มีผู้ใดทราบถึงคุณประโยชน์ของมัน
ในอดีตเคยมีผู้คนนั่งเฝ้ารอคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน หรือแม้กระทั่งใช้ตาข่ายอักขระรูนโบราณไปขึงรองรับไว้แต่ก็ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
เพราะสุดท้ายผลไม้ก็ร่วงหล่นลงกระทบผิวน้ำอยู่ดีเื่ราวความวิเศษของสถานที่แห่งนี้ แน่นอนว่าทุกผู้คนต่างย่อมรู้ ดีแม้กระทั่งราชวงค์ตะวันลับยังหวัง้าจะมันไว้
ที่ริมสระตะวันลับ บัดนี้กลับมีเด็กน้อยผู้หนึ่งอายุราว8 ขวบ วันพรุ่งนี้มันก็จะ 9 ขวบแล้ว มันแหงนหน้ามองจนคอตั้ง มองดูต้นไม้ใหญ่บนชะง่อนผาที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกจนกว้างไกล ขนาดลำต้นใหญ่โตมาก จนต้องใช้คนถึง 20 คนจึงจะโอบได้รอบ
เด็กน้อยจะมาที่นี่ทุกวันเวลาเดียวกัน เป็กิจวัตร มันก็ไม่ทราบว่ามันมาทำไม มันรู้พียงว่าบิดามารดา เก็บมันได้ที่ริมสระน้ำแห่งนี้ บอกว่ามันน่าจะพลัดตกลงมาจากยอดเขาตะวันลับจึงเก็บมันมาเลี้ยงดู ทั่งที่ฐานะก็ย่ำแย่อยู่แล้ว แต่ยังเผื่อแผ่พระคุณดูแลมันเหมือนบุตรโดยกำเนิด
มันจึงสำนึกในพระคุณอย่างยิ่งยวดหวังว่าจะตอบแทนคืนกลับในอนาคตข้างหน้า แต่ความหวังนี้จะเป็จริงหรือไม่เหตุเพราะร่างกายของมันไม่มีพลังปราณใดๆ เลย เป็เพียงร่างกายมนุษย์ธรรมดา ที่ไม่อาจจะธรรมดากว่านี้ได้อีกมีเพียงเส้นชีพจรที่หนาแน่นและใหญ่กว่าคนทั่วไปหลายเท่าที่พิเศษพิศดารเท่านั้น
เด็กน้อยผู้พิการย่อมถูกผู้คนรังแกโดยง่าย จากเด็กๆ ในหมู่บ้าน ล้วนล้อเรียนมันมีเพียงเด็กสาวข้างบ้านที่เห็นใจมัน ดูแลเอาใจใส่และเล่นเป็เพื่อนมัน
แต่เมื่อ 3 วันก่อนเด็กสาวผู้แสนดีพลันตายจากไป มันเศร้าโศกเสียใจยิ่ง ดุด่าตนเองที่ไร้ประโยชน์เดือดดาลคั่งแค้นเหล่าเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ที่กลั่นแกล้งตนแต่พลาดไปถูกเด็กสาวแสนดีเข้า นางจึงต้องตายจากไป
มันไม่อาจจะแก้แค้นให้นางเพราะมันสู้กลุ่มเด็กหนุ่มไม่ได้ และถูกรุมกระหน่ำจนสาหัสทุกคราไป วันนี้ก็เป็เช่นกันตามหน้าตาร่างกาย ฟกช้ำดำเขียว เสื้อผ้าแปดเปื้อนโลหิต ไหลข้างซ้ายห้อยลงเพราะกระดูกไหล่หัก
ร่างกายแม้เ็ปทรมานด้วยาแแต่จิตใจกลับเ็ปยิ่งกว่า มันกำหมัดจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ขบกรามจนแน่นแววตาเปล่งประกายแค้น ซักวันหนึ่งถ้าข้าสามารถมีพลังปราณแล้วล่ะก็ ข้าจะฆ่าล้างพวกมันจนสิ้นซาก
เวลาผ่านไปจนพลบค่ำมันจึงก้าวเดินจากไปทิ้งสระตะวันลับไว้เื้ั เด็กน้อยก้าวเดินซวนเซเชื่องช้ายิ่ง จนถึงบ้านของมันซึ่งบัดนี้มีสตรีวัยกลางคนยืดคอรอคอยอยู่หน้าบ้าน
เมื่อสตรีสาวเห็นเด็กน้อยเดินมาก็มีสีหน้าปิติยินดี แต่พอเห็นสภาพร่างกายและไหลข้างซ้ายสีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือด รีบวิ่งร้อนรนเข้าไปโอบประคองเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมอกน้ำตาไหลพราก ด้วยความสงสารจับใจ ปากเอ่ยพรำรำพัน
“หลงเอ๋อ...เหตุใดเ้าต้องเยี่ยงนี้รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ยังไม่ยอมแพ้ จะให้มารดาทำเยี่ยงไร”
ผู้เป็มารดาได้แต่โอบกอดลูปไล้ตามหน้าตา ร่างกาย ที่เต็มไปด้วยาแ ด้วยมือที่สั่นเทา เฝ้าปลอบประโลมอยู่พักใหญ่
เด็กน้อยไม่รู้จะปลอบใจเยี่ยงไร ได้แต่นิ่งเงียบ ปล่อยให้มารดาผู้ปราณีร่ำไห้รำพัน
จนกระทั่งนางสามารถระงับจิตใจได้แล้วพลันนึกถึงเื่ที่น่ายินดีเื่หนึ่ง จึงรีบเอ่ยคำด้วยความตื่นเต้นปนน้ำตา
“หลงเอ๋อ...บิดาของเ้าพบตำแหน่งแร่พลังปราณจำนวนมาก จึงปรารถนา ที่จะขุดแร่เ่าั้ เพื่อไปแลกเปลี่ยนเม็ดยาคุณภาพสูงให้แก่เ้าเพราะท่านผู้าุโแซ่จู จะให้ร่างวัลแก่ผู้ที่ส่งมอบแร่พลังปราณจำนวนมากที่สุด”
กล่าวจบนางจ้องมองใบหน้าหลงเอ๋อคิดหวังว่าบุตรของนางจะมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีขึ้นมาบ้าง แต่นางก็ต้องผิดหวังแล้ว ทว่านางก็ยังไม่ยอมแพ้จึงรีบเอ่ยคำต่อไป
“เ้าอาจจะยังไม่รู้ คราหนึ่ง บิดาของเ้าเคยได้ไปปรึกษาท่านผู้นำตระกูลด้วยเื่ของเ้า แต่นับว่ามีเื่บังเอิญยิ่ง บิดาของเ้าจึงมีโอกาสได้พบกับท่านผู้าุโแซ่จูท่านจึงแนะนำว่าเม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถีอาจจะสามารถช่วยเ้าได้ซึ่งทางราชวงค์มีอยู่ 1 เม็ดพอดีขอเพียงบิดาเ้านำแร่พลังปราณที่มากพอมาแลกเปลี่ยนได้ ก็พอมีหวังแล้ว”
ประกายตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวังขอเพียงมีหวังก็นับว่าประเสริฐแล้ว พลันนางมีสีหน้าปิติยินดีที่เห็นหลงเอ๋อสีหน้าแปรเปลี่ยนไปจากเดิม นั่นแสดงว่าบุตรของนางกำลังสนใจฟังแล้วนางจึงไม่รีรอรีบเอ่ยคำต่อไป
“หลงเอ๋อ...คราครั้งนี้ลูกจะได้ฝึกพลังปราณแล้วดีใจหรือไม่”
อา...พลังปราณนับเป็ความหวังของข้า เด็กน้อยสนใจเพียงคำพลังปราณเท่านั้น ถ้อยคำหลังจากนั้นมันหาได้ฟังไม่ มันบอกกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน เพราะถ้ามันมีพลังปราณมันก็จะแก้แค้นได้มันจะตอบแทนผู้ที่คิดร้ายต่อมันด้วยความตาย...เท่านั้น
มารดากับบุตร กำลังสนทนากันอยู่นั้นทันใดนั้นก็มีชายชราผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาหาอย่างเร่งร้อน ร้องะโมาแต่ไกล
“หลี่เอ๋อ...เกิดเื่แล้ว เื่ใหญ่แล้ว เร็วเข้าๆ ช้าอาจไม่ทันการ”
มารดากับบุตรเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายชราข้างบ้านวิ่งมาด้วยสีหน้าร้อนลน จิตใจพลันร่วงหล่นใจสั่นระรัว เกิดลางสังหรณ์เป็ห่วงสามีขึ้นมาทันทีทันใด
ผู้เป็มารดารีบวิ่งไปรับหน้า โดยมีบุตรชายวิ่งตามหลังมาโดยเร็ว นางรีบเอ่ยคำเร่งร้อน
“เกิดสิ่งใดขึ้น ลุงโจ”
ชายชราวิ่งมาอย่างเหนี่อยหอบและหยุดลง ยกมือกุมอก หายใจแทบไม่ทันจนกระทั่งผ่อนลมหายใจได้บ้างแล้วจึงรีบเอ่ยอีกครั้ง
“เกิดเื่แล้ว...หลี่เอ๋อ รีบไปดู อาหวังเร็วเข้า ช้าไปไม่ทันการแล้ว”
หลี่เอ๋อได้ยินดังนั้นพลันใจหาย รีบถามอย่างร้อนรน
“ลุงโจ เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านพี่หวัง”
“รีบไปเถอะ...รีบไปที่เหมือง อย่าเพิ่งถามอาหวังใกล้สิ้นใจแล้ว” ลุงโจขัดขึ้นด้วยเสียงร้อนรนไม่ต่างกัน
หลี่เอ๋อใจหายวาบ ร้องะโท่านพี่หวัง แล้วรีบวิ่งไปอย่างสุดกำลังส่วนหลงเอ๋อก็รีบวิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิด ในใจก็ร้องเรียกบิดาด้วยความกังวล
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้1 วัน
จ้าวหวังบิดาของหลงเอ๋อ ทำงานใช้แรงงานในเหมือง คอยสำรวจและขุดแร่พลังปราณมาหลายปี มันเป็1 ในหมู่คนที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการสำรวจแหล่งแร่พลังปราณและทุกครั้งที่มันค้นพบแหล่งแร่จำนวณมาก มันก็จะชักชวนผู้คนไปช่วยกันขุดแบ่งปันกัน นับเป็คนมีจิตใจดี ทุกผู้คนต่างหวังดีต่อมันยิ่งนัก
คราครั้งนี้เพื่อหลงเอ๋อจ้าวหวังจึงมุ่งมั่นสำรวจลึกลงไปใต้ดิน ไกลยิ่งกว่าเดิมมากคิดหวังว่าจะพบแหล่งแร่พลังปราณจำนวนมาก เพื่อนำมาแลกเม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถี
มันที่ไม่มีบุตรธิดาั้แ่มันพบหลงเอ๋อที่ริมน้ำ มันก็รักถนอมหลงเอ๋อเหมือนลูกของตนเอง อีกเพียง2 วัน หลงเอ๋อก็จะครบ 9 ขวบแล้ว มัน้านำเม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถีไปเป็ของขวัญวันเกิดมัน้าให้บุตรชายของมันฝึกพลังปราณได้เหมือนผู้อื่น
การสำรวจแหล่งแร่พลังปราณของจ้าวหวังไม่ใช่เลื่อนลอยไร้สาเหตุแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้มันค้นพบเบาะแสบางอย่างและคอยสังเกตุเรื่อยมา จนในที่สุดมันก็แน่ใจ และบัดนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้เก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์จากแหล่งแร่สายนี้
“ข้าเชื่อว่ามันต้องอยู่แถวนี้ไม่ไกลแน่” จ้าวหวังบ่นรำพึง
จ้าวหวังสำรวจแหล่งแร่เพียงผู้เดียว ลึกเข้าไปในถ้ำโพร่งที่ไม่มีแม้แต่แสงตะวันจะลอดผ่านเข้ามาได้ อาศัยเพียงพลังใจอันเด็ดเดี่ยวแรงกล้าและไฟคบเพลิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ถึงแม้จะรู้ว่ามีอันตรายถึงชีวิตแต่มันก็ไม่ย้อท้อ
“อา...นั่นมัน”
จ้าวหวังมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี ดวงตามีประกายไฟแห่งความหวัง
ในที่สุดความพยายามของมันก็ไม่สูญเปล่าแล้วมันค้นพบแหล่งแร่พลังปราณจริงๆ ทั้งยังมีจำนวนมากกว่าที่เคยพบเจอมา
และที่น่าประหลาดใจก็คือกลับมีแร่พลังปราณระดับกลาง และระดับสูงปะปนอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง
ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ
ซึ่งการพบเจอนี้กลับผิดปกติอย่างยิ่งเนื่องเพราะดวงดาราตะวันลับเป็เพียงดวงดาราระดับล่างสุดเท่านั้นไม่มีทางที่จะมีแร่พลังปราณระดับกลาง และระดับสูง จำนวนมากก่อเกิดขึ้นมาได้
ดังนั้นมีเพียงอย่างเดียวที่จะเป็ไปได้คือมีสิ่งของวิเศษใดที่แปรสภาพแหล่งแร่ให้ยกระดับสูงขึ้นถ้ามีผู้ใดรู้เื่นี้เข้าคงจะเกิดความบ้าคลั่งเป็แน่
อนิจาที่์ไม่เป็ใจมีคนพบเห็นจ้าวหวังผิดสังเกตุ จึงสะกดรอยตามจ้าวหวังไปและได้พบเห็นแหล่งแร่พลังปราณเช่นกัน มันจึงรีบกลับไปรายงานและนำกำลังมาหมายฆ่าปิดปาก
จ้าวหวังใจเต้นระรัวที่เห็นกลุ่มคนวิ่งเข้ามาหา
“พวกท่านคือ....”
“พวกท่านใช่คนของทางราชวงค์ตะวันลับหรือไม่”
จ้าวหวัง ปลุกปลอบใจตนเองวาดหวังอย่าให้เป็อย่างที่ตนนึกกลัว
คนชุดดำที่อยู่ด้านหน้าผู้หนึ่งมองดูจ้าวหวังเอ่ยอย่างเ็า พร้อมกับกวักมือไปด้านหลัง
“สังหารมัน”
จ้าวหวังใหน้าซีดเผือดหันหลังได้ก็ออกวิ่งทันที อาศัยความชำนาญในเส้นทางหลบหนี เกือบถูกจับได้หลายครั้ง
ขณะที่จวนเจียนจะสำเร็จไม่รู้เพราะเหตุอันใด จ้าวหวัง จึงหลบหนีมาได้ด้วยอาการาเ็สาหัสร่อแร่ใกล้ตายเต็มทีอาศัยเพียงลมหายใจอึดหนึ่ง คิดหวังพบหน้าภรรยาและบุตรซักครั้ง
ขณะที่กำลังวิ่งหนีใกล้หมดแรงอยู่นั้นจ้าวหวังกลับพบกับกลุ่มของลุงโจและคนของทางราชวงค์ตะวันลับเข้าโดยบังเอิญจึงได้ประคองกันช่วยเหลือไว้ และเป็ลุงโจที่รีบวิ่งมาบอก หลี่เอ๋อ นั่นเอง