ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี ยุค 80

    บทที่ 16 ซูเจินเป็นอิสระ



    “ค่าอะไร ค่าเลี้ยงดูพี่สาวพี่ชายรึไง พ่อแม่ตายหมดแล้ว มีที่ไหนจะต้องไปดูแลบ้านเดิม” ซีผ่าเจียเริ่มมีน้ำโหอีกครั้ง รู้สึกว่าที่พูดย้ำกันมาซ้ำๆ ว่าแม่ของเขาไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรในบ้านอันอีกนั้นไร้ประโยชน์เสียเหลือเกิน

    “บ้านอันทำกันมาอย่างนี้ คนนอกอย่าสอดปาก” อันส่งจื่อตวาด

    “เหลือจะเชื่อ เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นส่งมาเดือนละสามสิบป้าก็จะเอาสามสิบ หน้าด้านเกินไปไหม ซวยจริงๆ ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ คุณหนูว่านอย่างฉันตกต่ำแล้วจริงๆ บัดซบที่สุด” 

           เฟยเฟิ่งกลั้นน้ำตาที่ไม่ใช่ของตนเองไว้ไม่ไหวอีกแล้ว จึงปล่อยโฮออกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกถ้อยคำนี้ได้สร้างความโกรธเคืองและน้อยเนื้อต่ำใจให้แก่คนผู้หนึ่งเข้าเสียแล้ว

    “ป้าพูดอะไรบ้าง เอาแต่เงียบ นี่มันปัญหาที่ฉันต้องมารับหรือไงกัน” ว่านเฟยเฟิ่งสุดจะทนกับซูเจินที่ไม่ยอมพูดมัวแต่ยืนเหม่อลอยเสมือนไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของตนเอง

    “ฉัน…” ซูเจินอ้ำอึ้ง

    “ถ้าฉันจะให้ร่างสัญญาจบเ๹ื่๪๫ทุกอย่าง คนบ้านอันจะไม่มายุ่งวุ่นวาย ไม่มาเอาอะไรจากบ้านซีอีกได้ไหมคะหัวหน้าหมู่บ้าน นี่มันออกจะเกินไปแล้ว” 

    “ได้สิ ถ้าเธอยอมจ่ายสามร้อยหยวน ห้ามผ่อนจ่าย คนบ้านอันจะไม่มายุ่งด้วยอีกเลย” อันส่งจื่อกล่าว

    “ฉันมีแค่หกสิบหยวนเท่านั้น หมดแล้ว จะเอาก็เอา ไม่เอาก็คอยทะเลาะกันไปแบบนี้ทุกเดือน โดยที่ฉันจะไม่ให้อะไรเลย ค่ารักษาก็จะไม่จ่าย เพราะถือว่าเตือนแล้ว”

           ว่านเฟยเฟิ่งเจ็บใจนักที่จะต้องเสียเงินก้อนนี้ไป แม้ว่าเ๽้าของร่างเดิมจะมีเงินติดตัวมามากมายจนหนีไปตั้งตัวใหม่ได้สิบรอบก็ยังเพียงพอ แต่มันก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่เธอต้องมายอมจ่ายค่าตัดขาด ให้กับคนที่มันต้องขาดกันไปแต่แรกแล้วแบบนี้

    “หกสิบก็ได้ แต่เอาข้าวมาด้วย” อันเหยียนเค่อตัดสินใจออกไป

    “เอาข้าวไปแล้วฉันจะทำมาหากินยังไง อย่าทุเรศเกินไปนัก” เฟยเฟิ่งง้างอีโต้เล่มใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง

    “จะบ้ารึไง ปกติได้เดือนละอย่างน้อยก็ยี่สิบหยวน จะมายอมกับหกสิบแล้วจบเ๹ื่๪๫ได้ยังไงกัน!” อันผิงเจินโวยวายก่อนจะมุ่งตรงเข้ามายังน้องสาวของตนที่ยังคงยืนพิงประตู อันผิงเจินผลักและตบตีซูเจินที่ร่างกายอ่อนแอไปหลายครั้ง ก่อนที่จะมีใครขยับตัว

    “แม่!” เสียงทุ้มของชายเต็มวัยเรียกซูเจินว่าแม่ดังขึ้น แต่เฟยเฟิ่งไม่ได้สนใจ ทั้งยังต้องเบี่ยงหลบซีผ่าเจียที่วิ่งมาดูแม่ตน

           เธอรีบเข้าไปคว้าตัวผิงเจินขึ้นมา โดยมีผีหนุ่มตนเดิมที่เคยช่วยเหลือไม่ให้เฟยเฟิ่งต้องเป็๞ฆาตกรติดคุกหัวโตเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ผีตนนี้จับมือเฟยเฟิ่งออกหมัดด้วยความชำนาญ แต่เพราะเฟยเฟิ่งไม่เคยต่อสู้มาก่อน จึงทำให้ต่อยออกไปแล้วต้องมาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บมือ

    “โอ๊ยๆๆๆ ทำไมการต่อยคนมันเจ็บขนาดนั้น” เฟยเฟิ่งทั้งบีบทั้งสะบัดมือตัวเองไล่ความเจ็บ จนหลงลืมว่าที่ลูกขึ้นมาออกลายบู๊เพราะกำลังช่วยว่าที่แม่สามี

    “ย่า คุณย่าฮือๆๆ เ๧ื๪๨เยอะไปหมด” 

           เสียงของซูลี่ดังขึ้นเรียกให้เฟยเฟิ่งหันไปมอง แต่เพราะความไม่ระวังทำให้อันผิงเจินที่หายมึนแล้วตบเธอคืนมาฉาดใหญ่ จนเฟยเฟิ่งล้มลงกระแทกขอบโต๊ะที่ใช้วางของตั้งขายหน้าบ้าน

    ปัก!

    “เหมยหลันเฝ้าบ้านให้ฉันด้วย อย่าให้ใครขโมยของ” เฟยเฟิ่งฝากฝังบ้านไว้กับเพื่อนเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้แล้วตาก็ปิดลง

    “น้าเฟิ่ง! ฮือๆๆ น้าเฟิ่งหัวแตกยังไม่ทันจะหายเลย” ซูลี่กรีดร้องขึ้นมาอีกหน

    “ผู้เฒ่าซี ช่วยจัดการทำเอกสารให้ผมด้วยครับ” ซีจื่อหานผู้เป็๲บุตรชายอีกคนของซูเจินกล่าว

    “เดี๋ยวสิเงินยังไม่จ่าย คนจ่ายสลบไปแบบนั้น ไม่ลงชื่อให้หรอกนะ” อันส่งจื่อประกาศกร้าว

           ซีจื่อหานโยนเงินในจำนวนนั้นลงพื้น ทั้งที่ตอนแรกเพียงแค่ดูอยู่ห่างๆ เพราะอยากจะรู้นิสัยที่ไม่ปรุงแต่งของผู้หญิงที่ถูกจ้างให้แต่งงานด้วย แต่สุดท้ายต้องยอมเปิดโปงตนเอง เพราะป้าแท้ๆ ของเขาที่ต่อให้พูดจาไม่ดี ชอบเอาเปรียบ แต่ก็ไม่เคยตีผู้ใหญ่ด้วยกันเอง ดันลุกขึ้นมาตีแม่ของเขาจนล้มเสียได้

           สองพี่น้องสกุลซีคนหนึ่งหามแม่ คนหนึ่งหามเมียไปยังบ้านที่มีรถลาก เพื่อนำสองสตรีไปหาหมอเท้าเปล่าที่อยู่หมู่บ้านติดกัน ส่วนเ๹ื่๪๫ที่บ้านซีก็มีผู้เฒ่าซีเป็๞ธุระจัดการ โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านร่างสัญญาให้ทั้งสองฝ่ายรับทราบข้อตกลง

    .

    .

    .

           อาการของว่านเฟยเฟิ่ง แม้ดูภายนอกไม่หนักหนา แต่เมื่อหมอเท้าเปล่าเห็นว่าให้ยาดมไปกี่แบบสตรีที่มีผิวพรรณผุดผ่องผิดกับทุกคนในหมู่บ้านผู้นี้ก็ยังไม่ฟื้น จึงบอกให้ซีจื่อหานพาไปที่โรงพยาบาลในเมืองจะดีกว่า

           ซีจื่อหานแม้จะขุ่นใจที่ผู้หญิงคนนี้ด่าว่าการแต่งงานมากับตนทำให้ตกต่ำ  แต่เพราะมีปมกับการแต่งงานถึงสามครั้ง ก็รู้สึกว่าจะให้ภรรยาคนใดตายไปหรือหนีไปไม่ได้อีกแล้ว จึงนำเฟยเฟิ่งไปใส่รถลากแล้ววิ่งออกไปให้เร็วที่สุดทันที

           ด้านซูเจินเมื่อทำแผลภายนอก และได้ยาต้มที่ช่วยเ๹ื่๪๫ข้อกระดูกต่างๆ แล้วก็สามารถกลับไปพักที่บ้านได้ทันที 

    “ซูเจิน ไม่มีบ้านอันก็มีคนบ้านซี เธอน่ะเป็๲สะใภ้ที่ดี เธอคือลูกสาวของเรา” ผู้เฒ่าซีที่ยามนี้นั่งรออยู่ในบ้านกล่าวพร้อมทั้งยื่นกระดาษข้อตกลงให้แก่อันซูเจิน

    “แม่เป็๞อิสระจากคนพวกนั้นแล้วนะ” ซีผ่าเจียลูบหลังมารดาของตนที่มองกระดาษแผ่นนั้นนิ่ง

    “ฉันไม่เคยกล้าทำอะไรเลย ต้องให้สะใภ้ที่อายุแค่นั้นมาออกหน้า ถ้าเด็กคนนี้เป็๲อะไรไป แม่ แม่จะทำยังไงผ่าเจีย” ซูเจินที่หายจากความรู้สึกตกตะลึงกับเหตุการณ์วันนี้แล้วก็เริ่มกังวลขึ้นมา

    “ฉันทำผิดต่อพี่สาว แต่สะใภ้ฉันผิดอะไรกันถึงต้องตีจนสลบแบบนั้น”

    “แม่คิดได้แบบนี้ก็ดี ๻ั้๹แ๻่เล็กแม่ยอมคนบ้านนั้น เห็นหรือยังว่าเขาไม่ได้ซาบซึ้งมาตีแม่ ตีสะใภ้แม่” ผ่าเจียย้ำด้วยกลัวมารดาจะกลับไปใจดีให้เงินให้ของบ้านอันอีก

    “ตัดขาดเสีย แม่ไม่ทนแล้ว ผ่าเจียแกไปดูน้องชายกับน้องสะใภ้ด้วย แม่จะเฝ้าหลานที่นี่เอง” 

             สิ้นคำของอันซูเจินบุตรชายคนโตก็ออกไปทันที ส่วนคนจากบ้านเก่าซีก็ประคองผู้เฒ่าออกไปด้วย ยามนี้ในบ้านซีจึงมีเพียงเหมยหลัน และลูกสาวที่อยู่รอฟังข่าว แต่แม้เด็กๆ จะอยู่ในบ้านกันถึงสามคนก็ไม่มีใครคิดจะวิ่งเล่น เด็กน้อยเพียงนั่งกันนิ่งเงียบพยายามไม่ร้องไห้เท่านั้น โดยมีหลันลี่คอยกอดปลอบซูลี่ไว้แน่น