สวะผู้นี้จะครองสวรรค์

    ตอนที่ 13(2) บิดาโดนวางยาซ้ำ

    ชายบนเตียงเงียบ

    ดวงตาเปลี่ยนไป

    เขาเป็นผู้นำตระกูลมาหลายปี

    ย่อมเข้าใจความหมาย

    “เป็นคนในตระกูล?”

    “ยังสรุปไม่ได้”

    ฉินเฟิงกล่าว

    “แต่ผู้ลงมือรู้ว่าท่านมีพิษเดิมอยู่ก่อน”

    “คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มาก”

    ฉินเทียนหยางมีสีหน้าเคร่ง

    ฉินเฟิงไม่พูดชื่อฉินซวนเฮ่อ

    ยังไม่มีหลักฐาน

    เขาเด็ดขาดกับศัตรู

    แต่ไม่ฆ่าคนเพียงเพราะความสงสัย

    ถ้าจะลงมือ ต้องแน่ใจว่าเป็นคนใด

    และเมื่อแน่ใจแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้คนนั้นมีโอกาสครั้งที่สอง

    “ท่านพ่อ ข้าจะชำระพิษใหม่ก่อน”

    “อันตรายหรือไม่?”

    “สำหรับข้าไม่อันตราย”

    ฉินเฟิงยิ้มบาง

    “ท่านวางใจเถิดขอรับ”

    เขาเริ่มฝังเข็ม

    ครั้งนี้พลังอัสนีของเขาเปลี่ยนไปแล้ว

    กระแสอัสนีที่ผ่านเข็มละเอียดกว่าก่อน

    เขาไม่ได้เร่งขับพิษทั้งหมด

    เริ่มจากพิษใหม่ก่อน

    เถาวัลย์เงาโลหิตถูกแยกออกจากชีพจรทีละส่วน

    ครึ่งก้านธูปผ่านไป

    เหงื่อปรากฏบนหน้าผากฉินเทียนหยาง

    ผิวซึ่งซีดเริ่มมีสีเลือดกลับมา

    จากนั้นฉินเฟิงใช้เข็มสามเล่มชี้นำพิษออกทางปลายนิ้ว

    หยดเลือดสีม่วงดำไหลออก

    กลิ่นคาวฉุน

    เมื่อเลือดเปลี่ยนกลับเป็นสีแดง ฉินเฟิงจึงหยุด

    “พิษที่เพิ่มเมื่อคืนถูกขับออกเกือบหมดแล้ว”

    ฉินเทียนหยางสูดลมหายใจ

    รู้สึกได้ทันทีว่าหน้าอกเบาขึ้น

    “วิชาแพทย์ของเจ้า…”

    ฉินเฟิงรู้ว่าคำถามนี้ต้องมา

    จึงตอบอย่างที่เตรียมไว้

    “ท่านอาจารย์เป็นผู้สอนขอรับ”

    ฉินเทียนหยางมองบุตร

    “อาจารย์ลึกลับผู้นั้น?”

    “ขอรับ”

    “เขารับเจ้าเป็นศิษย์ตั้งแต่เมื่อใด?”

    ฉินเฟิงตอบโดยไม่ลังเล

    “ไม่นานก่อนที่ข้าจะเริ่มฝึกปราณได้”

    “เหตุใดไม่เคยบอกพ่อ?”

    “ท่านอาจารย์กำชับไม่ให้ข้าเปิดเผยเรื่องของท่าน และในตอนนั้นข้าเองยังไม่รู้ว่าท่านจะยอมรับข้าเป็นศิษย์จริงหรือไม่”

    ฉินเทียนหยางไม่ได้สงสัยต่อ

    กลับถอนหายใจ

    “ดูเหมือนสวรรค์ยังเมตตาเจ้า”

    ฉินเฟิงยิ้ม

    “บางทีอาจเป็นเช่นนั้นขอรับ”

    ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน

    สวรรค์หรือ?

    ชาติก่อนเขาตายด้วยมือคนที่ไว้ใจที่สุด

    ถ้าจะบอกว่าสวรรค์เมตตา เขาคงไม่เชื่อ

    สิ่งที่เชื่อมากกว่าคือ

    ชะตาต้องสร้างด้วยมือตนเอง

    หลังรักษาเสร็จ ฉินเทียนหยางหลับไป

    ฉินเฟิงห่มผ้าให้บิดา

    จากนั้นออกจากห้อง

    ทันทีที่ประตูปิด สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่หายไป

    เหลือเพียงความเย็นสงบ

    “คนที่วางยา…”

    “ข้าจะหาเจ้าให้พบ”

    เสี่ยวเหลยบนไหล่เงยหน้า

    “ฆ่าหรือ?”

    ฉินเฟิงเดินไปตามระเบียง

    ตอบในใจ

    “ถ้าตั้งใจฆ่าท่านพ่อ”

    “ก็ต้องฆ่า”

    เสี่ยวเหลยพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

    ไม่นานพ่อบ้านลู่กลับมา

    แต่สีหน้าของเขาทำให้ฉินเฟิงรู้ทันทีว่ามีเรื่อง

    “คุณชาย”

    “ว่า”

    “อาเฉิงหายตัวไป”

    ฉินเฟิงหยุดเดิน

    “เมื่อใด?”

    “คนในหอสมุนไพรบอกว่า เขาลาออกเมื่อคืนหลังส่งยามาที่ตระกูลเรา”

    “เสี่ยวหง?”

    “ยังไม่พบ”

    สองคนที่เกี่ยวข้องกับยา

    หายตัวพร้อมกัน

    ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    ฉินเฟิงถาม

    “บ้านอาเฉิงอยู่ที่ใด?”

    “เขตตะวันตก”

    “มีครอบครัวหรือไม่?”

    “มีมารดาแก่หนึ่งคน”

    “ไปหา”

    พ่อบ้านลู่ชะงัก

    “ตอนนี้?”

    “ตอนนี้”

    “แต่คุณชายเพิ่งกลับมา…”

    ฉินเฟิงมองเขา

    “คนที่ลงมือรู้ว่าท่านพ่อไม่ตาย”

    “ถ้าอาเฉิงหรือเสี่ยวหงยังมีชีวิต คนเบื้องหลังจะทำอะไร?”

    พ่อบ้านลู่มีสีหน้าเปลี่ยน

    “ฆ่าปิดปาก!”

    “ถูกต้อง”

    ฉินเฟิงกล่าว

    “ถ้าเราไปช้า ศพอาจเป็นสิ่งเดียวที่เหลือ”

    “ข้าจะเตรียมคน!”

    “ไม่ต้องมาก”

    ฉินเฟิงกล่าว

    “คนมากจะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว”

    “เลือกคนไว้ใจได้สามคน”

    พ่อบ้านลู่รีบไป

    ฉินเฟิงกลับเรือนตนเพียงชั่วครู่

    เปลี่ยนเสื้อ

    เก็บโอสถรักษา

    กระบี่

    และนำพยัคฆ์สามเขากับจิ้งจอกสามหางไว้ในพื้นที่วิญญาณตามเดิม

    เสี่ยวเหลยไม่ยอมเข้า

    มันเกาะไหล่

    “ข้าไป”

    “เจ้าต้องซ่อนกลิ่นอาย”

    “ได้”

    สายฟ้ารอบตัวมันหาย

    ดูเหมือนสัตว์เลื้อยคลานมีปีกตัวเล็กธรรมดามากขึ้น

    ก่อนออกจากเรือน ฉินเฟิงหยุด

    เขาหยิบหญ้ามังกรอัสนีออกมาหนึ่งต้น

    มองครู่หนึ่ง

    จากนั้นเก็บกลับ

    ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาปรุงยา

    จัดการเรื่องคนวางพิษก่อน

    ไม่ถึงหนึ่งเค่อ พ่อบ้านลู่กลับมาพร้อมชายสามคน

    ทั้งหมดเป็นคนที่ติดตามฉินเทียนหยางมาหลายปี

    ระดับพลังอยู่ขั้นรับปราณขั้นเจ็ดถึงเก้า

    ฉินเฟิงไม่ได้อธิบายมาก

    “ไปเขตตะวันตก”

    ทั้งห้าออกจากประตูหลังตระกูล

    ค่ำคืนเมืองชิงหลานยังคึกคัก

    แต่เขตตะวันตกเงียบกว่าศูนย์กลางเมือง

    บ้านอาเฉิงอยู่ในตรอกแคบ

    เมื่อเข้าใกล้ประมาณสามสิบก้าว เสี่ยวเหลยบนไหล่ฉินเฟิงก็เงยหน้า

    “เลือด”

    ฉินเฟิงหยุดทันที

    “ด้านไหน?”

    เสี่ยวเหลยชี้ปีกไปด้านหน้า

    “บ้านนั้น”

    เป็นบ้านไม้หลังเล็ก

    ประตูปิด

    ไม่มีแสงไฟ

    ฉินเฟิงส่งสัญญาณให้ทุกคนระวัง

    ชายสองคนแยกไปด้านข้าง

    พ่อบ้านลู่อยู่หลังฉินเฟิง

    เขาเดินถึงประตู

    ไม่เคาะ

    ใช้พลังวิญญาณตรวจภายใน

    การรับรู้แผ่ไปหลายจั้ง

    มีคนสองคน

    หนึ่งคนนอนอยู่

    อีกคน…

    กำลังเคลื่อนไหว

    ฉินเฟิงยกมือ

    ทุกคนหยุด

    เสียงเบามากดังจากหลังบ้าน

    เหมือนหน้าต่างถูกเปิด

    “มีคนกำลังหนีด้านหลัง”

    ชายของตระกูลฉินสองคนพุ่งอ้อมทันที

    ฉินเฟิงเตะประตู

    ปัง!

    บานไม้เปิด

    เขาพุ่งเข้า

    กลิ่นเลือดกระแทกจมูก

    หญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น

    มีเลือดบริเวณศีรษะ

    แต่หน้าอกยังขยับ

    ยังไม่ตาย!

    ฉินเฟิงตะโกน

    “พ่อบ้านลู่ ช่วยนาง!”

    ตนเองพุ่งผ่านห้อง

    หน้าต่างหลังบ้านเปิด

    เงาร่างหนึ่งกำลังกระโดดข้ามกำแพง

    ชายของตระกูลฉินเข้าขวาง

    “หยุด!”

    เงานั้นไม่หยุด

    สะบัดมือ

    เข็มสามเล่มพุ่งออก

    ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

    ชายตระกูลฉินยกดาบป้อง

    เคร้ง!

    อีกฝ่ายใช้โอกาสนั้นพุ่งขึ้นหลังคา

    ฉินเฟิงตามถึงลาน

    พลังอัสนีไหลเข้าสู่ขา

    ร่างพุ่งขึ้นกำแพง

    จากนั้นกระโดดตาม

    ระดับพลังของคนหนีแผ่ออก

    ขั้นเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง!

    เหนือกว่าฉินเฟิงหนึ่งขอบเขตใหญ่

    แต่ฉินเฟิงไม่หยุด

    คนผู้นี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในตอนนี้

    เงาดำหันมามอง

    เห็นเด็กขั้นรับปราณขั้นเจ็ดไล่ตามเพียงคนเดียว จึงหัวเราะเย็น

    “หาที่ตาย!”

    เขาหยุดบนหลังคา

    หันกลับ

    มีดสั้นปรากฏในมือ

    “เงาพิษทะลวงใจ!”

    มีดพุ่งตรงหน้าอก

    ฉินเฟิงเบี่ยงตัว

    ปลายมีดเฉือนเสื้อ

    กลิ่นหวานลอยขึ้น

    มีพิษ

    ฉินเฟิงไม่ปะทะตรง

    กระโดดลงหลังคาอีกฝั่ง

    คนร้ายคิดว่าเขาจะหนี

    จึงไล่

    ทันทีที่ลงถึงตรอก ฉินเฟิงกลับหัน

    กระบี่อยู่ในมือแล้ว

    ปราณขั้นรับปราณขั้นเจ็ดรวมที่ปลาย

    “กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”

    ฉึก!

    คนร้ายยกมีดรับ

    เคร้ง!

    ประกายไฟกระจาย

    แรงจากขั้นเปิดชีพจรทำให้ฉินเฟิงถอยสามก้าว

    แต่อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าตกใจ

    เด็กขั้นรับปราณรับการโจมตีของเขาได้?

    ฉินเฟิงเองประเมิน

    คนนี้อ่อนกว่าเหอจิ่วมาก

    แม้ระดับเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง แต่ปราณไม่บริสุทธิ์นัก

    น่าจะใช้โอสถเพิ่มระดับ

    สู้ได้!

    คนร้ายพุ่งมาอีก

    มีดสั้นแทงต่อเนื่อง

    ฉินเฟิงหลบ

    หนึ่ง

    สอง

    สาม

    ครั้งที่สี่เขาใช้กระบี่รับ

    จากนั้นพลังอัสนีจากโลหิตไหลเข้าสู่แขน

    เปรี๊ยะ!

    กระแสอัสนีวิ่งตามใบมีด

    คนร้ายมือชา

    สีหน้าเปลี่ยน

    ฉินเฟิงเตะเข่า

    ปึก!

    อีกฝ่ายถอย

    แต่ยังไม่ล้ม

    ฉินเฟิงพุ่งตาม

    กระบี่แทงไหล่

    คนร้ายหมุนตัว

    มีดฟันคอ

    ฉินเฟิงเอนหลบ

    ปลายมีดผ่านห่างเพียงเล็กน้อย

    คนร้ายเริ่มตกใจ

    เด็กคนนี้อ่านการเคลื่อนไหวของเขาได้เกือบทั้งหมด

    “เจ้าเป็นใครกันแน่!”

    ฉินเฟิงไม่ตอบ

    กระบี่โจมตีต่อ

    คนร้ายถอย

    เขาเริ่มคิดหนีอีกครั้ง

    ฉินเฟิงเห็นสายตา

    รู้ทันที

    จึงไม่ให้โอกาส

    “เสี่ยวเหลย!”

    มังกรน้อยบนไหล่บินขึ้น

    สายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งลง

    เปรี๊ยะ!

    คนร้ายตกใจ

    ยกแขนป้อง

    สายฟ้ากระแทก

    แม้ไม่รุนแรงพอทำบาดเจ็บหนัก แต่ทำให้ร่างชาชั่วขณะ

    หนึ่งลมหายใจ

    เพียงพอ

    ฉินเฟิงพุ่งถึงตัว

    กระบี่แทงต้นขา

    ฉึก!

    คนร้ายร้อง

    ขาข้างหนึ่งทรุด

    ฉินเฟิงหมุนตัวเตะข้อมือ

    มีดหลุด

    จากนั้นด้ามกระบี่กระแทกขมับ

    ปึก!

    อีกฝ่ายล้ม

    แต่ยังไม่หมดสติ

    ฉินเฟิงเหยียบข้อมือ

    กระบี่จ่อคอ

    “ชื่อ”

    คนร้ายแค่นหัวเราะ

    “ฆ่าข้าเถิด”

    ฉินเฟิงมองใบหน้า

    “เจ้าไม่ใช่อาเฉิง”

    คนร้ายไม่ตอบ

    “เจ้ามาฆ่ามารดาของอาเฉิงเพื่อปิดปาก”

    ดวงตาอีกฝ่ายเปลี่ยนเล็กน้อย

    “แสดงว่าอาเฉิงยังไม่ตายก่อนเจ้ามาที่นี่”

    ยังเงียบ

    ฉินเฟิงกล่าวต่อ

    “เจ้าต้องการรู้ว่าเขาบอกอะไรแก่มารดาหรือไม่ จึงมาที่นี่”

    “เมื่อพบว่านางไม่รู้ เจ้าจึงจะฆ่าแล้วออกไป”

    คนร้ายหัวเราะ

    “คิดว่าตนฉลาดมาก?”

    “ไม่จำเป็นต้องฉลาดมาก”

    ฉินเฟิงตอบ

    “เพียงดูว่าคนอย่างเจ้าทำอะไร”

    “ใครส่งเจ้ามา?”

    คนร้ายไม่ตอบ

    ฉินเฟิงลดปลายกระบี่

    แทงไหล่อีกข้าง

    ฉึก!

    เสียงร้องดัง

    “ข้าถามอีกครั้ง”

    “ใครส่งเจ้ามา?”

    “ฝันไปเถิด!”

    ฉินเฟิงไม่โกรธ

    เขากลับดึงกระบี่ออก

    จากนั้นตรวจฟันของอีกฝ่าย

    พบเม็ดยาพิษซ่อนอยู่จริง

    คนร้ายตกใจ

    ฉินเฟิงใช้ด้ามกระบี่กระแทกกราม

    ปึก!

    เม็ดยาหลุด

    เขาเหยียบแตก

    “คิดฆ่าตัวตาย?”

    สีหน้าคนร้ายเปลี่ยนจริง

    ฉินเฟิงย่อตัว

    “ข้ารู้เรื่องพิษดีกว่าเจ้า”

    “ดังนั้นอย่าหวังว่าจะตายง่าย ๆ”

    เขาหยิบเข็มออกมา

    แทงจุดพลังที่แขนและขา

    คนร้ายรู้สึกว่าปราณของตนไหลไม่สะดวกทันที

    “เจ้าทำอะไร!”

    “ทำให้เจ้าหนีไม่ได้”

    ฉินเฟิงตอบ

    “พ่อบ้านลู่กำลังมา”

    “เราจะมีเวลาคุยกันอีกมาก”

    ทันใดนั้นคนร้ายกลับหัวเราะ

    “สายไปแล้ว”

    ฉินเฟิงหรี่ตา

    “หมายความว่าอย่างไร?”

    “อาเฉิงตายแล้ว”

    “ศพอยู่ไหน?”

    “ฮ่า…”

    คนร้ายยังไม่ทันหัวเราะจบ

    เสียงแหลมพุ่งจากปลายตรอก

    ฉินเฟิงสัมผัสได้ก่อน

    เขาเอียงศีรษะ

    ฟึ่บ!

    ลูกดอกสีดำผ่านใบหน้า

    แต่เป้าหมายไม่ใช่เขา

    เป็นคนร้ายบนพื้น!

    ฉินเฟิงพยายามใช้กระบี่ปัด

    ช้าไปเล็กน้อย

    ฉึก!

    ลูกดอกแทงคอคนร้าย

    ดวงตาเบิกกว้าง

    ริมฝีปากดำทันที

    พิษรุนแรง

    ฉินเฟิงหันไปทางต้นทาง

    เงาหนึ่งอยู่บนหลังคาไกลออกไป

    กำลังหนี

    “เสี่ยวเหลย!”

    มังกรน้อยพุ่ง

    ฉินเฟิงตาม

    แต่เงานั้นเร็วมาก

    แรงกดดันที่แผ่ออกมาเพียงชั่วครู่ทำให้เขารู้ระดับ

    เปิดชีพจรขั้นห้าหรือสูงกว่า!

    เร็วเกินไป

    ห่างกันเกือบสิบหลังคาในไม่กี่ลมหายใจ

    ฉินเฟิงหยุด

    ไม่ไล่ต่ออย่างไร้สติ

    เขาจำรูปร่าง

    ความสูง

    ท่าร่าง

    และทิศทางไว้ทั้งหมด

    เสี่ยวเหลยบินกลับ

    “ตามไม่ทัน”

    “ไม่เป็นไร”

    ฉินเฟิงกลับไปยังคนร้าย

    อีกฝ่ายตายแล้ว

    พิษลูกดอกรุนแรงมาก

    แม้เขาอยู่ตรงนี้ก็ช่วยไม่ทัน

    แต่ฉินเฟิงไม่ได้หงุดหงิดจนเสียสติ

    เขาตรวจศพ

    ในเสื้อมีเหรียญทองเล็กน้อย

    มีดพิษ

    ขวดยา

    และป้ายไม้หนึ่งชิ้น

    ไม่มีชื่อ

    มีเพียงสัญลักษณ์รูป งูพันดาบ

    ฉินเฟิงไม่รู้จัก

    แต่พ่อบ้านลู่ที่มาถึงพอดีเห็นแล้วกลับมีสีหน้าเปลี่ยน

    “คุณชาย…”

    “ท่านรู้จัก?”

    พ่อบ้านลู่รับป้ายไปดู

    “นี่เป็นตราของหอเงาโลหิต”

    ฉินเฟิงถาม

    “คืออะไร?”

    “กลุ่มนักฆ่า”

    พ่อบ้านลู่ตอบ

    “พวกมันรับเงินฆ่าคน ติดตามคน หรือจัดการเรื่องที่ผู้ว่าจ้างไม่ต้องการเปิดเผย”

    “ในเมืองชิงหลานมีสาขาหรือ?”

    “ไม่มีใครรู้ที่ตั้งแน่นอน”

    “แต่ข่าวลือว่ามีคนของพวกมันอยู่ในเมือง”

    ฉินเฟิงมองศพ

    คนเบื้องหลังถึงกับจ้างนักฆ่า

    แสดงว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าความขัดแย้งภายในบ้านธรรมดา

    “หญิงชราเป็นอย่างไร?”

    “ยังมีชีวิต”

    พ่อบ้านลู่กล่าว

    “บาดเจ็บศีรษะ แต่ไม่หนักถึงชีวิต”

    “พากลับตระกูล”

    “ขอรับ”

    “ศพนี้ด้วย”

    พ่อบ้านลู่ถาม

    “จะนำกลับ?”

    “ใช่”

    ฉินเฟิงกล่าว

    “อาวุธ พิษ เสื้อผ้า ทุกอย่างอาจมีร่องรอย”

    “และเรื่องคืนนี้…”

    เขามองคนทั้งหมด

    “ห้ามแพร่งพราย”

    ทุกคนรับคำ

    เมื่อกลับถึงตระกูลก็ใกล้เที่ยงคืน

    ฉินเฟิงไม่ได้พัก

    หญิงชราฟื้นระหว่างทาง

    เมื่อนางรู้ว่าคนช่วยเป็นคนตระกูลฉิน ก็หวาดกลัวในตอนแรก

    ฉินเฟิงไม่ได้ข่มขู่

    ให้น้ำ

    ให้ยารักษา

    แล้วรอจนจิตใจนางสงบ

    จึงถาม

    “ท่านยาย ข้าต้องการตามหาอาเฉิง”

    หญิงชรามีสีหน้ากังวล

    “ลูกข้า…เขาทำอะไรผิดหรือ?”

    “ตอนนี้ข้ายังไม่รู้”

    ฉินเฟิงตอบ

    “แต่มีคนพยายามฆ่าท่านเพราะเขา”

    หญิงชราหน้าซีด

    “เมื่อคืนเขากลับมาหาข้า”

    ฉินเฟิงมีแววตาเปลี่ยน

    “เมื่อใด?”

    “ดึกมาก”

    “เขาพูดอะไร?”

    “เขาดูกลัว”

    หญิงชราพยายามนึก

    “บอกว่าตนทำเรื่องผิด”

    “แล้ว?”

    “เขาให้เงินข้าถุงหนึ่ง บอกให้ข้าออกจากเมืองพรุ่งนี้เช้า”

    “จากนั้นไปไหน?”

    “ข้าไม่รู้”

    ฉินเฟิงถาม

    “เขาพูดถึงผู้ใดหรือไม่?”

    หญิงชราส่ายหน้า

    แล้วเหมือนนึกบางอย่างได้

    “มี…”

    “อะไร?”



    คล้ายกับเรื่องสวะผู้นี้จะครองสวรรค์ ที่คุณอ่าน