ตอนที่ยี่สิบห้า Play Different Game
ผมที่ไร้ปัญญาและไหวพริบต่อให้มีพลังที่โกงนั้นก็คงจะพ่ายแพ้หากต้องไปดวลกับหญิงสาวผมชมพูและองค์กรลับที่อยู่เื้ัของโลกนี้
หลายคนอาจจะเข้าใจ “ความหมาย”ของเอวานเกเลี่ยนผิด
คนแต่งได้เคยถามกลับว่า
“ทำไมถึงคิดว่าการหนีเป็เื่ไม่ดี?”
ในสนามรบของทางยุโรปที่เจอกับนโปเลี่ยนหรือโรมันเจอกับฮันนิบาล
สู้ไม่ได้ก็หนีสิฟะจะอยู่ทำไม?
และเอาชนะได้ไม่ใช่เพราะความเก่งกาจด้านการต่อสู้หรือยุทธวิธีในสนามรบแต่เพราะพลังการผลิตในการทำาต่อเนื่องกันล้วนๆ
แน่นอน
การใช้กลยุทธของการมี่พันธมิตรยุโรปจัดการนโปเลี่ยนโรมันจัดการฮันนิบาล หรือสุมาอี้จัดการขงเบ้ง
เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อนว่า
“เราต่อสู้กับฝั่งตรงกันข้ามไม่ได้”
ว่ามันเปลืองพลังทางการเมืองของคนที่ใช้แผนนี้เพราะคนรอบข้างมองว่าเราไร้ศักดิ์ศรีอ่อนแอ ไร้ความสามารถ แค่นี้ก็ยังปราบฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
ทำให้แม้แต่สุมาอี้ก็เกือบตาย ขุนพลฝ่ายโรมันก็โดนโจมตีทางการเมืองไปตามตามกัน
โชคดีที่ผมไม่ถึงขั้นไร้ศักดิ์ศรีแค่ยอมรับว่าตนเองสู้กับแบทแมนไม่ได้เท่านั้นเอง
แม้ผมจะโง่มันก็ยังพอที่จะมีคนที่ทำให้ผมเลียนแบบได้
เม่ยกั๋ว เอ๊ย อเมริกาแสดงว่าการผลิตของอุตสาหกรรมาต่างหากที่เอาชนะความกล้าหาญไม่กลัวตายจิติญญาของบูชิโดแดนอาทิตย์อุทัยได้
ต่อให้พวกเ้าจมเรือรบของข้าไปได้หลายลำแล้วจะอย่างไร?
ตูผลิตให้มากกว่าที่เอ็งจมไปก็พอแล้ว
“โลกบวมกันดั้มบ๊อง”
เล่นมุกว่าหากฝ่ายสหพันธ์กับซีอ้อนเล่นมุกสแปมจิมกับบอลมาตีกันเต็มสนามรบ
ชาร์กับอามุโร่คงไม่ได้ตีกัน
ซึ่งอาจจะเป็มุกตลกแต่ถือว่าถูกต้องตามแิอุตสาหกรรมการาแล้ว
ต่อให้อามุโร่หรือชาร์เก่งแค่ไหน
เอ็งพังบอลกับจิมได้เร็วกว่าที่ตูผลิตหรือเปล่าล่ะ?
“คิดอะไรไม่ออกกดปุ่มผลิตสิ่งของรัวๆ”
นั่นคือแผนการของผม
ว่ามันมีสาเหตุอยู่ที่
“กันดั้มต้องมีแต่โปรโตไทป์”
หากมีการ
“ผลิตจำนวนมาก”
นั้นจะเป็การฮาราม ผิดผี อนุญาตให้มีได้เฉพาะตอนจบของเื่เท่านั้น
ซึ่งผมก็จะทำอย่างนั้นล่ะ
สร้างฐานการผลิตต่อไปคือหัวใจของธุรกิจอเมริกัน
แสงสว่างวาบเกิดขึ้น
เสื้อผ้าปรากฏบนร่างกายของเซย์ในชุดว่ายน้ำของโรงเรียน
เป็ชุดธรรมดาไม่มีความสามารถพิเศษใดใดทั้งสิ้น
แต่นั่นก็พอสำหรับผมแล้ว
“ขอบคุณดาร์ลิ้งก์มาก”
เซย์ลุกขึ้นมากอดและจูบผมเมื่อผมได้แต่งตัวให้เธอ
ต่อไปนี้ผมจะฝึกใช้ความสามารถพิเศษของผมในการสร้างสิ่งของ
ไม่จำเป็ต้องเป็อุปกรณ์ที่มีความสามารถรับไซไฟเป็อาวุธธรรมดาที่ผมผลิตได้มากกว่าโรงงานอุตสาหกรรมของทั้งโลกรวมกันก็พอแล้ว