บทที่ 12
พีเจแพ้
การต่อสู้ระหว่างเธอกับพีเจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด เขาออมมือให้เธออย่างเห็นได้ชัด ทุกคนในห้องนั้นต่างให้ความสนใจกับเธอเป็อย่างมาก แม้ความรู้สึกในตอนนั้นมันอาจจะดูเนียนตบตาใครต่อใครได้ แต่ว่าไม่ใช่เธอ เพราะนั่นไม่ใช่บุคลิกอย่างเขา พีเจควรจะชนะ เธอเคยได้ยินเธียร์พูดว่าเขาเป็หน่วยสือราชการลับ แน่นอนว่าพีเจต้องมีฝีมือกว่านี้แน่ หรือเธออาจจะคิดผิดไป...
ไม่ใช่ เขา้าจะอ่อนให้เธอ เขากำลังคิดอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้ มินตราคิดว่าเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ ไม่อย่างนั้น เขาคงจะชนะเธอไปนานแล้ว และถึงจะอ่อนให้เธอมากแค่ไหนเขาก็ควรจะชนะอยู่ดี ไม่ใช่แพ้ราบคาบแบบนี้ มินตราคิดว่าเธอจะไปคุยกับเขาให้รู้เื่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะตอนนี้เธอได้รับาเ็จากการต่อสู้ แม้ว่ามันจะเป็สิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่แรงเตะของพีเจที่ซี่โครงของเธอนั้นไม่ใช่ย่อยๆ เลย มินตรากุมซี่โครงไว้หลังจากกลับมานั่งหลังขดในห้องนอนอยู่เกือบสามสิบนาที ริมฝีปากบวมเป่ง และขอบตามีรอยฟกซ้ำจากการถูกกระแทก หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าเย็นในตู้เย็น แต่ทว่าตอนกำลังลุกนั้น เธอสะท้านไปทั้งตัว เธอเม้มปากและกัดฟันแน่น แผลจากการต่อสู้ และการฝึกซ้อมกับเคนยังคงระบมอยู่ เธอคงทำอะไรไม่ได้อีกหลายวัน มีคนเปิดประตู มินตราเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเขาเดินเข้ามา
เคนเหลือบมองเธอ เขาหลุบตาต่ำลง ไม่พูดไม่จาเหมือนอย่างเคย มินตราจึงเป็คนเลือกที่จะทักเอง
“ไง”
เขายักไหล่ เดินตรงมาที่เธอนั่งอยู่ มือของเขาลูบตามรอยฟกช้ำที่ขอบตา เธออึ้งนิดๆ กับการกระทำที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขา เขามองมันด้วยแววตาอ่อนโยนขึ้น หญิงสาวจ้องมองใบหน้าจริงจังของเขา เขาดูอ่อนโยนขึ้นจริงๆ เธอไม่ได้คิดผิด ไป ชายหนุ่มยังคงสำรวจดูว่าเธอมีส่วนไหนผิดปกติบ้าง ก่อนจะเหลือบมองหน้าที่เธอเธอขดตัวอยู่
“ยืดตัวขึ้นสิ” เขาสั่งแบบนั้น เธอเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่อยากให้เขาเห็นอาการเจ็บของเธอตอนนี้ มันดูน่าสมเพชมาก
“มิน” เสียงเข้มของเขากระชับมากขึ้น เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้น แล้วความเ็ปแล่นเข้ามา มันเจ็บจี๊ดร้าวไปทุกส่วน
“โอย...” มันเจ็บจนไม่สามารถพูดคำอื่นออกไปได้แล้ว เคนเห็นดังนั้นเขาจึงค่อยๆ เอนตัวเธอลงนอนอย่างแ่เบาเธอพยายามนอนหงายให้ได้แต่มันเจ็บเกินไป หญิงสาวกำลังหดตัว
“อย่านอนขด ฉันขอดูก่อน” เขาบอกพร้อมเลิกเสื้อเธอขึ้น เธอไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขามองดูรอยฟกซ้ำตรงซี่โครงของเขา ใบหน้าเขาดูซีดไป เธอสังเกตให้ความสั่นไหวในแววตานั้น เขาลูบมันเบาๆ เธอสะท้านด้วยความเจ็บ
“ฉันคิดว่าเธออาจจะซี่โครงหัก หรืออย่างดีก็แค่ร้าว” เขาบอกอย่างนั้น แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมามองตาเธอ มินตราเลียริมฝีปาก แล้วคลี่ยิ้มบางๆ
“น่าประทับใจนะ”
“ตรงไหนกัน” เขาขมวดคิ้ว
“อย่างดีก็แค่ร้าว” เขาไม่ตอบคำพูดติดตลกของเธอ เขาหลุบตามองมันอยู่สักพักแล้วถอนลมหายใจ
“ฉันจะให้หน่วยพยาบาลเข้ามา” เคนเลื่อนเสื้อของเธอลงมาปิดหน้าท้องของเธอไว้ สายตาของเขายังคงจับจ้องที่ใบหน้าเธออยู่ มินตราหันไปมองทางอื่นเพราะรู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้า มันวูบวาบเกินไป ขอให้แสงแดดส่องมาไม่ถึงเธอที่นอนอยู่ตอนนี้ก็พอ เขาเงียบ เดินออกไปตามหน่วยพยาบาลเข้ามาภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที มีหน่วยพยาบาลสองคน คนหนึ่งเป็ผู้ช่วย เป็ผู้หญิงทั้งคู่ พวกเขาตรวจดูอาการของเธอ ดูเหมือนว่าจะไม่หนักหนาเท่าไหร่นัก เธอคิดว่าอาจจะไม่ต้องผ่าตัด พวกเขาหยิบเครื่องอะไรบางอย่างออกมา เป็เครื่องขนาดเท่าผ่ามือ สามารถสามารถฉายแสงได้ แสงสีฟ้าบอกตำแหน่งกระดูกที่ร้าว พยายามปิดมันและเขียนลงไปในใบอะไรสักอย่าง เธอคิดว่ามันคือนวัตกรรมที่เหนือกว่าในโรงพยาบาลทั่วไปตอนนี้เสียอีก เพราะเธอไม่เคยเห็นเครื่องเอกเซอร์เรย์หน้าตาประหลาดแบบนี้มาก่อน หน่วยพยาบาลคนหนึ่งบอกให้เธอทานยาแก้ปวด และนอนพัก อาจจะใช้เวลาเจ็ดวัน เป็อย่างที่เขาพูดจริงๆ ซี่โครงไม่ได้หัก มันแค่ร้าวเท่านั้น พยาบาลวางห่อยาแก้ปวดให้เธอ แล้วเดินจากไป เคนยืนมองเธออยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้ขยับไปไหน มือของเขาวางไว้บนเบาะที่นอนค้างกายเธอ เหมือนเป็การบอกว่าเขายังไม่จากไป มินตราไม่อยากหลับตอนนี้ แต่เธอทานยาแก้ปวดไปแล้ว มันมีฤทธิ์ทำให้เธอรู้สึกง่วง เคนดึงผ้าห่มขึ้นมาจนเกือบถึงคอ เขาทำท่าว่าจะจากไปเมื่อเห็นว่าเธออาการทรงตัวแล้ว แต่มือของหญิงสาวคว้าแขนของเขาไว้ ชายหนุ่มหันมามองด้วยความแปลกใจ ดวงตาของเธอเว้าวอนอยากให้เขาอยู่ต่อ เคนถอนหายใจ แต่เพราะไม่ใช่ความรำคาญ แววตาของเขาไม่มีความขุ่นเคืองอยู่นั้น เขาเลือกที่จะเดินกลับมาแล้วปัดปอยผมที่เปียกชื้นของเธออกจากใบหน้า มินตราจ้องมองดวงตาของเขา ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอจะใจเต้นแรงเท่าครั้งนี้ เธออยากให้เขาอยู่
“ฉันไม่ไปไหนหรอก” เสียงนุ่มนวลของเขาบอกกับเธอ มือของเขายังคงลูบศีรษะเธออย่างแ่เบา เขาปีนขึ้นเตียงแล้วล้มลงนอนข้างเธอ สอดตัวใต้ผ้าห่ม มินตราลังเลแต่เธอกลับตัดสินใจดึงตัวเข้าไปหาเขาให้ใกล้ที่สุด เขาสอดแขนไว้ใต้ศีรษะของเธอมืออีกข้างยกขึ้นลูบหัวเบาๆ เธอยิ้มน้อยๆ และหลับตา ริมฝีปากเริ่มขยับเหมือนยังไม่อยากหลับตอนนี้
“ทำไมคุณทำแบบนั้น” เสียงเธอแ่เบาแทบไม่ได้ยิน เขาเลิกคิ้วก้มลงมองเธอ
“ทำอะไร” เสียงเข้มกระซิบข้างหู
“จูบนั่นน่ะ”
เขาหยุดค้างแต่ดูไม่แปลกใจกับคำถาม เธอเอื้อมมือแตะที่ใต้คางของเขา มองใบหน้าเขาที่จับจ้องมาที่ดวงตาของเธอ อันที่จริง ที่ถามไปไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่ แค่ไม่อยากหลับตอนนี้ การถามคำถามที่ไม่รู้ว่าจะได้คำตอบอะไรกลับมาอาจจะทำให้เธอหายง่วง และนอนไม่หลับในที่สุด
เขายังไม่ตอบในทันที ยังคงจ้องมองมาที่ดวงตาสีนิลของเธอ สีหน้าเขาไม่ได้ดูประหลาดใจกับคำถามเมื่อครู่ นัก บางทีเขาคงมีคำตอบภายในใจอยู่แล้ว
“คงจะ...อารมณ์พาไปมั้ง” เขายักไหล่ เธอหัวเราะแห้งๆ และกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก อันที่จริงเธอไม่พอใจคำตอบของเขาเท่าไหร่
“ทำไมต้องมั้ง” เขาเงียบ สายตาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมเขาต้องคิด แค่เขาตอบมาคำเดียวว่าเพราะอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นมันชัดเจนในมโนสำนึก เธอไม่ได้ฝันไป และเขาก็รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร เขาไม่ได้เพียงแต่กำลังเกี้ยวกรำเธอให้ต่อสู้กับอะไรบางอย่าง เขาอาจจะปลุกเธอขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับตัวเขาเอง เคนขยับตัว เขาหลุบตาต่ำจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง
“มีหลายสิ่งเกิดขึ้นระหว่างที่เธอหนีไปเรียนที่ปารีส ” เขาดูหายใจลำบาก ดวงตาของเขากำลังบอกเธอว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดนั้นไม่ใช่เื่ดีเท่าไหร่
“และเพราะฉันรู้ว่าฉันตอนนี้กำลังทำบางอย่างที่ผิด ผิดมากๆ” เธอจ้องตาของเขา ดวงที่ที่เต็มไปด้วยความสับสน กระวนกระวายใจ และความลับที่เธอไม่รู้อยู่อีกมาก มินตราเลียริมฝีปากของตนเองสะกดอารมณ์แย่ๆ ที่กำลังจะปะทุออกมา เธอรู้สึกแย่กับคำตอบของเขา กำลังทำผิด... นั้นแปลว่าความรู้สึกที่เขามีให้เธอนั้นมันผิดใช่หรือเปล่า เขาไม่้าให้เื่ระหว่างเธอกับเขาเกิดขึ้น หญิงสาวสูดหายใจ รู้สึกถึงขอบตาที่กำลังร้อนผ่าว
“โอเค” เธอบอก
เธอเลือกที่จะหลับตาลงนอนบนท่อนแขนของเขาตรงนี้ พยายามบังคับลมหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ มินตราไม่รู้ว่าอนาคตจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้างหลังจากจบการฝึกแล้ว ดูเหมือนของกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ มินตรารู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนฉลาดนัก เพราะการเข้ามาในที่แห่งนื้โดยไร้จุดหมายและไม่มีอะไรรับประกันว่าเธอจะปลอดภัยถ้าหากเธอได้กลับบ้าน เธอมีเพียงเขาเท่านั้นที่ควรจะเชื่อใจ มินตรารู้สึกได้ถึงััร้อนๆ ที่หน้าผาก ริมฝีปากของเขาประทับบนหน้าผากกลมมน เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด แต่เธอััได้ถึงริมฝีปากที่สั่นระริกเมื่อประทับลงมา เขากำลังลังเลในสิ่งที่กำลังจะทำ ไม่เว้นแม้แต่การเข้าใกล้เธอ
มินตราสะดุ้งตื่นขึ้นจากเสียงปลุก หญิงสาวงัวเงีย เธอพยายามปรับโฟกัสว่าใครที่กำลังปลุกเธอ แม็กซ์หยิบปืนออกมาจากสีข้าง สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก เหมือนว่ามีอันตรายอยู่ใกล้ๆ หล่อนเร่งเร้าให้เธอตื่นขึ้น
“มิน รีบหยิบปืน ตอนนี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว”
“มีอะไรเหรอ” หญิงสาวถามด้วยคามแปลกใจ
“ฉันเห็นสายตรวจ พวกนั้นเรียกคนในองค์กรให้ออกไปรวมตัวกัน ฉันคิดว่าพวกมันกำลังตาล่าตัวเธออยู่ เขารู้แล้วว่าเธออยู่ที่นี่” แม็กซ์หยิบปืนส่งมาให้เธอหนึ่งกระบอก
“ใคร ใครรู้”
“ฉันจะอธิบายให้เธอฟังทีหลัง ออกไป ตอนนี้เราต้องหนีแล้ว” เสียงหวอดดังขึ้นเพื่อเรียกทุกคนไปรวมตัวกัน สายตรวจพวกนั้นกำลงตามหาตัวเธออยู่สาเหตุเกิดจากอะไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มินตราลุกขึ้นไปหยิบเสื้อขึ้นมาสวมอำพรางตัวตามที่แม็กซ์สั่ง แม็กซ์หยิบอาวุธปืนเล็กๆ ยื่นให้เธอพร้อมกับมีดสั้นไว้ป้องกันตัว
“ออกทางหน้าต่าง” แม็กซ์กระซิบและชี้ไปที่หน้าต่างบานเล็กที่อยู่ถัดจากเตียงนอน หญิงสาวพยักหน้า ทั้งสองคนค่อยๆ ลอดตัวออกไป มินตรารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวรอบตัว ตอนนี้ทุกคนกำลังชุลมุน หญิงสาวแอบเห็นว่ามีชายฉกรรจ์หลายคนสวมชุดดำถือกระบอกปืนเดินวกไปวนมากหลายคนด้วยกัน มีสายตรวจกำลังตามหาเธออยู่ เป็จริงอย่างที่เคนพูดไว้เมื่อวันก่อนว่าตอนนี้องค์กรอิสระไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ทันทีที่ออกจากบ้านพักได้ พวกเธอก็วิ่งและวิ่งออกมาจนเกือบสุดทางเดิน มินตราและแม็กซ์พยายามให้เท้าแตะพื้นให้เบาที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ หญิงสาวมองสองฝั่งด้านข้างเห็นว่าไฟถูกเปิดสว่างจ้าจนมองเห็นได้ทุกอย่าง ยกเว้นทางลับที่แม็กซ์เป็คนพาเธอวิ่งออกมา มันมืดพอที่จะไม่เห็นอะไรถ้าไม่ได้จับจ้องให้ดี แม็กซ์วิ่งมาจนถึงโรงอาหารที่ปิดประตูแ่า มีเครื่องสแกนนิ้วมืออยู่ด้านของ เธอกดรหัส ห้า สี่ สี่ เจ็ด และวางนิ้วหัวแม่มือบนแท่นสแกน ทันใดนั้นเองประตูก็ค่อยๆ เปิด
“มีประตูลับลงอุโมงค์ ทางออกไปชายหาดทางสามนาฬิกา” แม็กซ์พูดเสียงกระซิบ มินตราจับแขนแม็กซ์ไว้และหยุดเดิน
“แล้วเคนล่ะ” เธอไม่เห็นเขาั้แ่ตื่นนอน เธออยากรู้ว่าเขาหายไปไหน เคนควรที่จะอยู่กับเธอในเวลาแบบนี้ ก่อนที่เธอจะหลับเขายังกอดเธอไว้อยู่เลย
“เขาต้องรีบไปเก็บข้อมูล เคนรู้ตัวก่อนที่พวกสายตรวจจะลงมาไม่ถึงห้านาที”
องค์กรอิสระมีข้อมูลลับที่รั่วไหลไม่ได้ เคนเคยบอกว่าพวกเขาต้องเปลี่ยนรหัสผ่านเกือบทุกอาทิตย์เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูล มินตราเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อคิดถึงอันตรายที่ใกล้จะมาถึง ทำไมเธอถึงรู้สึกเป็ห่วงเขานะ