ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 433 : เตาหลอมวิญญาณแตกสลาย

จารึกที่ 433 : เตาหลอมวิญญาณแตกสลาย : วิถีสูญตาบดขยี้บรรพกาล


แสงตะวันที่สาดส่องลงมากระทบผืนดินตะวันออก ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยกระแสปราณสังหารที่เดือดพล่านอยู่กลางนภากาศ เงามืดของนาวาเซียนบรรพกาลทาบทับลงมาประหนึ่งมือของมัจจุราชที่กำลงบนลำคอของสรรพสิ่ง เสียงกึกก้องของการปะทะระหว่างกองทัพศัสตราเทวะนับแสนและศิษย์สำนักหมื่นอักขระดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ โลหิตสาดกระเซ็นย้อมลานหยกขาวของวิหารสุริยันจันทราจนกลายเป็นทะเลเลือด


ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง จุดสนใจที่แท้จริงของการต่อสู้ กลับรวมศูนย์อยู่ที่ชายหนุ่มในชุดคลุมสีคราม ผู้ลอยตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวเบื้องหน้าหัวกะโหลกขนาดยักษ์ของนาวาเซียนบรรพกาล


"ในเมื่อเจ้าอยากสัมผัสความสิ้นหวัง ข้าก็จะสนองให้!"


ตี้เทียนอู๋ตวาดลั่นจากบัลลังก์กระดูกมังกร ปลายนิ้วของผู้นำตระกูลเซียนโบราณชี้ตรงมายังอาเจีย ทันใดนั้น ปีกกระดูกขนาดยักษ์ที่ด้านข้างลำเรือก็กระพือขึ้นอย่างรุนแรง พายุหมุนที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายความตาย ก่อตัวขึ้นเป็นหอกหอกเกลียวสว่านนับหมื่นเล่ม พุ่งทะลวงฝ่าอากาศธาตุเข้าหาอาเจียพร้อมกัน


หอกแต่ละเล่มแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งการกลืนกิน หากสัมผัสถูกแม้เพียงผิวเผิน ปราณชีวิตและดวงวิญญาณจะถูกสูบหายไปในพริบตา


อาเจียหรี่ตาลง เนตรสูญตาทอประกายสีเทาหม่นจับจ้องไปยังหอกมรณะเหล่านั้น เขาไม่ขยับหนี และไม่กางปราณคุ้มกันใดๆ ทว่า พู่กันนิรันดร์ในมือขวาถูกตวัดขึ้นอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบที่มองไม่เห็น


"วิถีแห่งอักขระ... มิใช่การปะทะด้วยกำลัง"


อาเจียรำพึงแผ่วเบา ทารกวิญญาณสูญตาในตันเถียนหมุนวนขับเคลื่อนกฎเกณฑ์ หมึกวิญญาณสีเทาไหลรินออกจากปลายพู่กัน ก่อตัวเป็นอักขระ 'หมุนวน' (旋) ขนาดมหึมากลางอากาศ


"สูญญตาเบี่ยงเบน!"


เมื่อหอกมรณะพุ่งเข้าปะทะกับอักขระสีเทา แทนที่จะเกิดการระเบิดทำลายล้าง หอกเหล่านั้นกลับถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น บิดเบือนทิศทางไปอย่างสิ้นเชิง พายุหอกสีดำหมุนวนรอบตัวอาเจียราวกับกระแสน้ำที่ไหลหลากรอบก้อนหิน ก่อนจะพุ่งสวนกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า กระแทกเข้ากับทัพศัสตราเทวะที่กำลังร่วงหล่นลงมาเป็นกำลังเสริม!


ตูมมมม!


ทหารเซียนโบราณนับพันนายถูกหอกของนายตนเองแทงทะลุร่าง ร่วงหล่นลงมาเป็นสายฝนโลหิต เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ


"บังอาจนัก!" ตี้เทียนอู๋ผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ โทสะพุ่งปะทุจนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยว "เล่นเล่ห์เพทุบายกับข้า! เปิดเตาหลอมวิญญาณ! ข้าจะดูซิว่า ปฐมอาณาเขตกระจอกงอกง่อยของเจ้า จะทนรับความอาฆาตของวิญญาณนับหมื่นได้หรือไม่!"


ผู้อาวุโสคุมกฎนับสิบคนที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ ประสานอินพร้อมกัน ค่ายกลสีเลือดที่ใจกลางนาวาเซียนบรรพกาลเปิดออก เผยให้เห็น 'เตาหลอมวิญญาณ' ที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีเขียวคล้ำ เสียงร้องไห้คร่ำครวญและเสียงสาปแช่งของวิญญาณที่ถูกสังเวย พุ่งทะลักออกมาประหนึ่งคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรแห่งความตาย


คลื่นวิญญาณอาฆาตนับหมื่น พุ่งตรงเข้าใส่อาเจีย มันมิใช่การโจมตีทางกายภาพ ทว่าเป็นการโจมตีโดยตรงต่อจิตวิญญาณและรากฐานวิถีเต๋า!


"อาเจีย! ระวัง!" ฉินมู่หลางที่กำลังฟาดฟันศัตรูอยู่เบื้องล่าง ตะโกนเตือนด้วยความตระหนก เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุเจตจำนงกระบี่ เพียงแค่อยู่ห่างออกไปนับร้อยจั้ง


มู่เฉินที่ยืนเฝ้ามองอยู่หน้าหอคัมภีร์ กำมือแน่น "การโจมตีด้วยวิญญาณอาฆาตมหาศาลเช่นนี้ หากจิตใจไม่นิ่งพอ จะถูกดึงลงสู่ขุมนรกแห่งความบ้าคลั่งในเสี้ยวลมหายใจ..."


ทว่า อาเจียที่เผชิญหน้ากับคลื่นมรณะกลับยังคงยืนสงบนิ่ง ชุดคลุมสีครามพัดพลิ้วไปตามแรงลมวิญญาณ นัยน์ตาสูญตาของเขามิได้มองคลื่นอาฆาตเหล่านั้นเป็นศัตรู แต่เขากำลังมองทะลุผ่านความโกรธเกรี้ยว เข้าไปเห็นถึงความเจ็บปวดและความอยุติธรรมที่วิญญาณเหล่านี้ได้รับ


"พวกท่านล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่ปรารถนาจะแสวงหาวิถีแห่งฟ้าดิน..." อาเจียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเวทนาและเด็ดขาด "ทว่ากลับถูกตระกูลเซียนโบราณจับมาเป็นเพียงฟืนในเตาหลอม... ความอาฆาตของพวกท่าน ข้าสัมผัสได้"


อาเจียหลับตาลง เขาเปิดปฐมอาณาเขตของตนออกกว้าง ไม่ใช่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อ 'ต้อนรับ'


วิ้งงงง!


คลื่นวิญญาณอาฆาตนับหมื่นพุ่งชนร่างของอาเจียอย่างจัง!


"ฮ่าฮ่าฮ่า! โง่เขลา! รนหาที่ตาย!" ตี้เทียนอู๋หัวเราะลั่นอย่างสะใจ "เปิดอาณาเขตรับวิญญาณอาฆาต? จิตวิญญาณของเจ้าจะต้องถูกกัดกินจนแหลกสลาย!"


ทว่า เสียงหัวเราะของผู้นำตระกูลเซียนโบราณกลับต้องชะงักค้าง


เมื่อคลื่นวิญญาณสีเขียวคล้ำพุ่งเข้าสู่อาณาเขตของอาเจีย พวกมันไม่ได้กัดกินทารกวิญญาณสูญตาอย่างที่ตี้เทียนอู๋คาดคิด อักขระสูญตาที่หว่างคิ้วของอาเจียทอประกายแสงสีเทาประกายทองที่อบอุ่นและลึกล้ำ วงแหวนสามธาตุ ลม เพลิง และวารี เปลี่ยนสภาพเป็นแม่น้ำแห่งการชำระล้าง


วิถีแห่งสูญญตา... มิใช่เพียงการทำลายให้เป็นศูนย์ แต่คือการนำพาสิ่งที่บิดเบี้ยวกลับคืนสู่ความว่างเปล่าที่บริสุทธิ์


วิญญาณอาฆาตที่สัมผัสกับแสงสีเทา รูปลักษณ์ที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นค่อยๆ เลือนหายไป เปลวไฟสีเขียวคล้ำที่แผดเผาพวกเขาดับลง เหลือเพียงดวงวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ที่หลุดพ้นจากพันธนาการของเตาหลอม


อาเจียลืมตาขึ้น เนตรสูญตาทอประกายเจิดจ้า เขาตวัดพู่กันนิรันดร์ วาดอักขระ 'ปลดปล่อย' (释) ขึ้นกลางอากาศ


"สวรรค์ที่แท้จริง มิเคยกักขังผู้ใด... จงกลับคืนสู่วัฏจักรแห่งฟ้าดินเถิด!"


สิ้นเสียงประกาศ อักขระสีเทาระเบิดออกเป็นละอองแสงนับแสนสาย เข้าปกคลุมดวงวิญญาณบริสุทธิ์เหล่านั้น วิญญาณนับหมื่นดวงโค้งคำนับให้แก่อาเจียด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะสลายกลายเป็นปราณวิญญาณบริสุทธิ์ ล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนเมฆหมอกสีเลือดที่หลงเหลืออยู่ให้กลายเป็นสายฝนแห่งความชุ่มชื้นโปรยปรายลงสู่ทวีปตะวันออก!


"เป็น... เป็นไปไม่ได้!" ตี้เทียนอู๋ผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าซีดเผือด "มัน... มันสามารถชำระล้างเจตจำนงแห่งความตายของนาวาเซียนบรรพกาลได้!"


เตาหลอมวิญญาณที่ใจกลางเรือดับมอดลงอย่างสิ้นเชิง นาวาเซียนบรรพกาลที่สูญเสียเชื้อเพลิงหลัก เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด โครงกระดูกยักษ์ที่ประกอบเป็นตัวเรือเริ่มปริแตก พลังป้องกันที่เคยไร้เทียมทานลดฮวบลงในพริบตา


"ตอนนี้แหละ! โจมตีแกนกลางของมัน!" อาเจียตวาดสั่งการ


เบื้องล่าง ฉินมู่หลาง เฟิงอวี้หราน และศิษย์สำนักหมื่นอักขระที่สวมเกราะสูญญตา ไม่รอช้า พวกเขาอาศัยจังหวะที่กองทัพศัสตราเทวะกำลังตื่นตระหนกจากการที่นาวาแม่สูญเสียพลัง บุกทะลวงกระบวนทัพศัตรูจนแตกพ่าย


เฟิงอวี้หรานทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มังกรเพลิงอัคคีบรรพกาลของเขาพุ่งเข้าแผดเผาปีกกระดูกของนาวาเซียนจนลุกเป็นไฟ หลินซิงเสวี่ยและเย่วปิงอวิ๋นผสานพลังสร้างหอกพฤกษาขนาดยักษ์ แทงทะลุใต้ท้องเรือเพื่อตรึงมันให้อยู่กับที่


"เจ้าสัว! ไปทุบกะโหลกมันให้แหลก!"


พยนต์เทวะศิลาทมิฬคำรามลั่น ร่างใหญ่โตของมันกระโดดขึ้นไปเกาะที่หัวกะโหลกยักษ์หน้าเรือ หมัดศิลาที่อัดแน่นด้วยแรงโน้มถ่วงทุบลงไปอย่างไม่ยั้ง เสียงกระดูกแตกหักดังสะเทือนเลื่อนลั่น


"ปกป้องนาวาเซียน! สังหารพวกมัน!" ผู้อาวุโสคุมกฎนับสิบคนบนดาดฟ้าเรือ พยายามพุ่งเข้ามาสกัดกั้น


ทว่า อาเจียไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ทำเช่นนั้น ชายหนุ่มทะยานร่างวูบเดียว ขึ้นมายืนหยัดอยู่บนดาดฟ้านาวาเซียนบรรพกาล ประจันหน้ากับผู้อาวุโสคุมกฎทั้งสิบ และตี้เทียนอู๋โดยตรง


"วิถีแห่งการกลืนกินของพวกท่าน จบลงเพียงเท่านี้" อาเจียกำพู่กันนิรันดร์แน่น ปลายพู่กันหยดหมึกวิญญาณสีเทาเข้มข้นลงบนดาดฟ้ากระดูก "ข้า อาเจีย ในนามของผู้สืบทอดแห่งหมื่นอักขระ... ขอประกาศว่า ทวีปตะวันออก มิใช่สนามเด็กเล่นของตระกูลเซียนโบราณอีกต่อไป!"


เจตจำนงแห่งสูญตาแผ่ขยายออก ควบคุมพื้นที่บนดาดฟ้าเรืออย่างสมบูรณ์แบบ ผู้อาวุโสคุมกฎทั้งสิบคนรู้สึกราวกับมีขุนเขากดทับบ่า ลมปราณในร่างติดขัดอย่างรุนแรง


ตี้เทียนอู๋กัดฟันกรอด ดวงตาสีเลือดวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตแค้นถึงขีดสุด เขาชักกระบี่ที่หล่อหลอมจากกระดูกของราชันย์เซียนออกมาจากข้างบัลลังก์ กลิ่นอายระดับข้ามผ่านมหายานจุดสูงสุดระเบิดออก กดทับจนมิติบนดาดฟ้าเรือแตกเป็นเสี่ยงๆ


"เด็กจองหอง! ข้าจะสับร่างเจ้าเป็นหมื่นชิ้น และใช้กระดูกของเจ้ามาเป็นฟืนก้อนใหม่ให้กับนาวาลำนี้!"


ผู้นำแห่งสองขั้วอำนาจกำลังจะปะทะกันด้วยวิถีเต๋าและเจตจำนงที่แท้จริง การประลองที่ชี้ชะตาของโลกเซียน ได้มาถึงจุดเดือดที่สุดแล้ว!