นักฆ่าพักงานกลับไปเรียนมัธยม

    ตอนที่ 26 ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

    "นี่ นี่ เอาด้วยไหม นี่ นี่"

    ชายคนหนึ่งยืนดูรายการอาหารต่างๆอยู่ตามทางเดินมีร้านอาหารตั้งอยู่มากมาย เขาเตรียมจะสั่งอาหารกับนักเรียนที่กำลังรอรับออเดอร์อยู่ จึงเอ่ยเรียกเพื่อนของเขาที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาเรียกเพื่อนของตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เพื่อนของเขาก็ไม่ยอมตอบกลับมาสักที เขาได้แต่สงสัยและหันไปมองเพื่อนของตนว่าเป็นอะไรไป


    "นี่ นี่ นายเป็นอะไรไป"

    ชายคนนั้นแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนของตัวเองเหม่อลอย เขาพยายามเรียกเพื่อนของเขา แต่ไม่ว่าจะเรียกยังไงก็ไม่ยอมรู้สึกตัวหันกลับมาตอบเขาเลย เขาจึงได้แต่มองตามทิศทางที่เพื่อนของเขาจ้องมองอยู่ วินาทีที่เลื่อนใบหน้าของตัวเองไปมองนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าเวลาที่อยู่รอบตัวเองหยุดลงไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สายตาของเขามอง อยู่นั้น มันดึงดูดไม่ให้เขาละความสนใจไปที่ไหนได้เลย สตินึกคิดของตนเองว่างเปล่าไปแล้วในตอนนี้


    "เคร้ง"

    เสียงแก้วล่วงล่นกระทบพื้นอย่างดังปลุกทุกคนให้ตื่นจากฝันอันแสนยาวนานที่ฉุดให้พวกเขาทุกคนไม่เป็นอันทำอะไรเลย เป็นนักเรียนชายคนหนึ่งที่กำลังถือถาดจะเสิร์ฟอาหารและน้ำให้ลูกค้าของตนเอง เขาเผลอหันไปมองทิศทางนั้นด้วยเหมือนกันจนไม่ทันระวังทำถาดอาหารตก ทุกคนต่างรู้สึกตัวขึ้นมาในทันที ไม่นานเสียงพูดคุยราวกับตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างก็ดังขึ้นเป็นพวกชายหนุ่มต่างก็กระซิบกระซาบกับเพื่อนที่อยู่ด้านข้างของตนอย่างตื่นเต้นขณะมองไปตรงทิศทางด้านนั้น


    เป็นกลุ่มสามสาวที่พากันเดินมาหาอาการกินกันกับอาเบลโดยอลิเซียและลาล่าเกาะแขนทั้งสองข้างของอาเบลคนละฝั่ง โดยมีลินเดินตามอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยตามปกติของเธออยู่แล้ว เพราะเสียงดังของแก้วตกกระแทกแตกกังลั่นปลุกพวกผู้ชายหลายคนให้ตื่นขึ้น จากเสียงที่เงียบสงัดหลังจากที่พวกเธอเข้ามาก็พลันดังขึ้นอย่างกับตลาดแตก เสียงฮือฮากระซิบกระซาบดังตามหลังจากที่พวกเธอเดินผ่าน


    "หญิงสาวสองคนนั้นเป็นใครกันฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย อีกคนหนึ่งสวยน่ารักมากๆ และอีกคนก็ดูเซ็กซี่สุดๆเลย"


    "ฉันเห็นด้วย แต่หญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลังสองคนนั้นฉันว่าโคตรมีเสน่ห์เธอดูราวกับคุณหนูผู้เงียบขรึมเลยนะ"

    ชายหลายต่อหลายคนต่างหันมาพูดชื่นชมพวกเธอทั้งสามคนแทบจะเป็นประโยคเดียวกันเลยเพราะความสวยของพวกเธอคนละแบบสะกดสายตาผู้ชายทุกคนให้หยุดมองได้โดยไม่ต้องทำอะไร


    "แต่ อะไรกัน ไอหน้าหล่อคนนั้น น่าโมโหชะมัด"

    เสียงของผู้ชายเหล่านั้นก็เริ่มที่จะดังเข้มขึ้นเรื่อยๆ ใส่อารมณ์ความโกรธออกมา หลังจากที่เห็นอาเบลเดินอยู่ทามกลางดอกไม้อันแสนงดงามทั้งสามเหล่านี้


    "อ้ากกกกกกกก"

    เสียงแห่งความอิจฉาริษยาดังอยู่ในจิตใจของทุกคนแต่ก็ไม่มีใครสักคนระบายมันออกมา ได้แต่กัดฟันมองดูทั้งสี่เดินผ่านไปอย่างน่าเจ็บใจ


    "นี่อาเบล เราไปกินอันนั้นกันเถอะ"

    ลาล่าคว้ามือของอาเบลพาเดินไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปให้ทันก่อนที่จะมีใครมาต่อคิว มันทำให้แขนของอาเบลที่อลิเซียเกาะไว้อยู่แทบจะหลุดออก จนอลิเซียเกือบจะล้มถ้าเธอไม่วิ่งตามแขนของอาเบลไปด้วย


    "ไม่ต้องรีบครับเดี๋ยวล้มกันพอดี"

    อาเบลเห็นแบบนั้นกลัวอลิเซียจะล้มได้เขาจึงชะลอลาล่าไว้ และเตือนเธอเล็กน้อย เขาพอจะเข้าใจว่าทำไมลาล่าต้องลากเขาไปให้เร็ว


    "ค่ะ"

    ลาล่าขอโทษอาเบลและค่อยๆเดินตามที่เขาเตือนเธอ


    "รีบก็ไปกินคนเดียวสิจะลากอาเบลไปทำไม ห่ะ"

    อลิเซียที่เกือบจะล้มพูดแขวะลาล่าเล็กน้อย แต่ลาล่าก็ไม่สนใจ ทั้งสี่คนเดินมาไม่นานก็ถึงร้านที่ลาล่าชี้ พวกเขาต่อแถวใช้เวลาเล็กน้อยไม่นานก็ได้รับอาหารมากิน มันดูน่ากินเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน และเดินไปต่อเพื่อหาอาหารอย่างอื่น นำไปนั่งกินที่สวนที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้


    "อ้ามมมมมมมมม"

    ลาล่ายื่นอาหารป้อนให้อาเบล เช่นเคยอาเบลก็อ้าปากกินตามปกติของเขาที่ลาล่าชอบป้อนตอนที่ทั้งคู่กินข้าวด้วยกัน ลาล่ามองดูอาเบลกินอาหารอย่างมีความสุขก่อนจะเอ่ยถามออกมา


    "อร่อยไหม"


    "อืม"

    อาเบลพยักหน้าและกลืนลงท้องไป


    "งั้นกินนี่อีกสิ อ้ามมมมมมมม"

    อลิเซียมองทั้งคู่อย่างอิจฉา เธอจึงเขาไปแทรกกลางและยื่นอาหารที่เธอซื้อให้อาเบลกินตัดหน้าลาล่าทันที การกระทำของเธอรวดเร็วเป็นอย่างมากทำให้ลาล่าต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป


    อาเบลเคี้ยวอาหารและถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ


    "อึก"


    "อาเบล อ้ามมมมมมมม"


    "อ้ามมมมมมมมมมมม"


    "หยุดเลยครับ"

    อาเบลรู้สึกว่ามันชักจะเกินเลยไปแล้วเขาจึงยกมือขึ้นขวางกั้นไม่ให้พวกเธอยื่นอาหารมาให้เขากินอีก และลงมือจัดการกินเองคนเดียวในทันทีเมื่อเสียงพูดของเขาจบลง


    ลาล่าและอลิเซียทั้งคู่หันมามองหน้ากันอย่างมีอารมณ์เดือด พวกเธอไม่พอใจกันเป็นอย่างมากและคิดในใจว่าที่อาเบลมีท่าทีเหมือนจะโกรธเป็นอย่างมากแบบนี้เพราะอีกฝ่ายที่พยายามจะขัดขวางเธอ ลินที่นั่งอยู่ด้านข้างมองดูการกระทำของเพื่อน เธอได้แต่กุมขมับและถอนหายใจอย่างเหนื่อยสุดๆเป็นเวลาไม่นานอาเบลและสามสาวก็กินอาหารจนหมด


    "อาเบลยังมีเวลาพักอยู่อีกนานเลย ไปเดินเที่ยวกันไหม"


    "ได้สิ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"

    อาเบลพูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเดินไปทางห้องน้ำเลยทันที


    "นี่ลาล่า จะมาขัดขวางฉันทำไม"


    "เธอนั่นแหละที่ขัดขวางฉัน"


    "ฮึม"


    "ฮึม"

    ทั้งคู่หันหน้าออกสะบัดใส่กันอย่างไม่พอใจ


    ************************†*************************


    "อาเบลไปบ้านผีสิงกันดีไหม ที่นั่นเพื่อนของฉันบอกมาว่ามันน่ากลัวและตื่นเต้นเป็นอย่างมากเลย"

    อาเบลก็ไม่รู้จะฆ่าเวลาด้วยอะไรดีเขาจึงพยักหน้าตอบตกลงเห็นด้วยตามที่อลิเซียเสนอออกมา แต่ด้านข้างของอาเบล ลาล่าที่ได้ยินว่าเป็นบ้านผีสิงเธอก็เกิดอาการตัวสั่นเล็กน้อย อาเบลรู้สึกถึงมันจึงหันไปหาลาล่าและถามออกมาอย่างเป็นห่วง


    "เป็นอะไรไปหรอครับ"


    "อะ ไม่มีอะไร"

    ลาล่าตอบเสียงสั่นเล็กน้อย


    "ถ้ากลัวก็ไม่ต้องเข้าไป รออยู่ตรงนี้แหละ"

    อลิเซียพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ลาล่าตอบกลับมา เธอยิ้มออกมาในใจ มันเป็นแผนของเธออยู่แล้วที่จะสลัดยัยนี่ให้ออกห่างจากอาเบลสักที เพราะเธอรู้จุดอ่อนของลาล่าอยู่แล้วว่าเป็นคนที่กลัวอะไรแบบนี้จึงเลือกเป็นบ้านผีสิง


    "ไม่ได้กลัวซะหน่อย จะไปก็ได้นะ"

    ลาล่าทำใจฝืนแสดงออกมาว่าไม่กลัว แต่ขาของเธอไม่ยอมทำตามที่เธอพูดสั่นออกมาเล็กน้อย


    "งั้นจับแขนผมไว้แน่นๆ ไม่ต้องกลัวนะผมจะอยู่ข้างๆคุณเอง"

    อาเบลหันหน้ามองลาล่าและพูดออกมาเพื่อให้เธอมั่นใจ


    "อืม"

    ลาล่าพยักหน้าด้วยความเขินอาย เธอลืมความกลัวเมื่อสักครู่นี้ไปทั้งหมดในพริบตาทันที และกอดแขนอาเบลแน่นยิ่งขึ้นโดยคิดในใจว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยแขนของชายคนนี้ให้หลุดมือไปเด็ดขาด เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างขอแค่ให้เธอได้อยู่ในอ้อมแขนของเขา


    "ยินดีต้อนรับสู่บ้านผีสิงค่ะ สี่ที่นะคะ เชิญค่ะ"

    ทั้งสี่เดิน มาตรงจุดขายตั๋วและซื้อมาก่อนจะเริ่มเข้าไปในนั้น มันเป็นฉากที่ทำออกมาได้เหมือนจริงมาก ข้างไหนเต็มไปความสยดสยอง ถ้าจิดใจไม่แข็งพอก็แทบจะทำให้ทุกคนกลัวกันได้ง่ายๆ


    อาเบลได้รับหน้าที่ให้เดินนำหน้า เขาเดินอย่างสบายๆโดยมีลาล่าที่เกาะแขนอาเบลไปด้วยตัวสั่นไปด้วย ส่วนอลิเซียแรกๆก็ใจสู้ไม่ค่อยกลัว แต่เมื่อเจอกับการตกแต่งด้านในที่แทบจะเหมือนจริง มันเริ่มทำให้จิตใจเธอก่อตัวความหวาดกลัวขึ้นมาเรื่อยๆส่วนลินก็ยังทำหน้านิ่งๆอยู่โดยก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่นอกจากตัวเธอเอง ทั้งสี่ค่อยๆเดินเข้ามาด้านใน มันเป็นกำแพงที่ดำสนิท มีไฟสลัวๆเป็นบ้างครั้ง และเสียงร้องโหยหวนตลอดทาง แต่ที่น่ากลัวขึ้นกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ที่ไวต่อการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหม็นโชยเข้ามาให้สูดดม เงารูปร่างคนที่ผ่านไปมา เสียงร้องโหยหวนทำให้สมองจินตนาการออกมาเอง มันก็ยิ่งทำให้หญิงสาวที่เกาะแขนอาเบลทั้งสองคนขวัญผวาขึ้นเรื่อยๆ


    "ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก"

    เสียงดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ตรงด้านหลังที่พวกเขาเดินผ่านมา ทุกคนจึงหยุเและหันกลับไปมองบริเวณตรงนั้น มันมืดมากเพราะมีกำแพงบัง เสียงดังก็เริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ


    "โฮกกกกกกกกกกกก"


    "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด×2

    หญิงสาวสองคนหลับตามิดชิดกระโดดเกาะตัวอาเบล ทั้งคู่รัดแน่นยิ่งกว่ายางรัดซะอีก อาเบลจ้องมองเสียงที่ทำให้ทั้งสองตกใจอย่างแปลกใจเล็กน้อย เขาก็ไม่ได้สนใจมันอีก เลยโอบเอวแบกเธอทั้งสองคนเดินไปต่อ และยังหันไปมองด้านหลังที่มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วยเขาจึงเอ่ยถามเธอ


    "ลิน ไม่เป็นอะไรนะ"

    อาเบลหันมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ลินส่ายหน้าสื่อว่าไม่เป็นอะไร อาเบลจึงโล่งใจและเดินไปต่อ


    "อ๊าาาาาาาาาาาา"

    ก็เป็นเหมือนเดิม เสียงโหยหวน เสียงน่ากลัว เงามืดรูปร่างคล้ายคนตามหลอกหลอนไปที่ต่างๆ อาเบลและลินพบเจอเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว อาเบลเลยส่งสัญญาณให้ลินเร่งรีบออกจากที่นี่ดีกว่า เขากลัวว่าทั้งสองสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาจะช็อคไปซะก่อนที่จะได้ออกจากที่นี่


    "ตุบ ตุบ"

    หญิงสาวทั้งสองละมือจากการกอดอาเบลอย่างอ่อนแรงหลังจากออกมาจากบ้านผีสิง พวกเธอกอดแน่นรัดมากเกินไปด้วยความกลัว เกร็งกล้ามเนื้อจนเป็นตะคริวไปทั่วตัว อาเบลได้แต่พยายามพาพวกเธอเดินไปหาที่พักผ่อน ซึ่งก็คือสวนหลังห้องเรียนที่ลับของลาล่าและอาเบล


    "เดี๋ยวผมนวดให้"

    อาเบลใช้มือลูบคลำ นวดบริเวณร่างกายของลาล่าที่เป็นตะคริว เขานวดใส่แรงออกมาอย่างพอประมาณเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย จนลาล่าเริ่มหายปวด อาเบลจึงหยุดและหันไปนวดอลิเซียต่อเลยเพราะตอนนี้เธอทำหน้าไม่พอใจอาเบลเป็นอย่างมาก


    "พักผ่อนนะครับ ใกล้ถึงเวลาต้องไปทำงานต่อแล้ว"

    อาเบลนวดเสร็จก็บอกสามสาวให้พักผ่อน ทั้งสี่คนนั่งพักจนรู้สึกกลับมามีพลังงานมากพอพร้อมลุยงานต่ออีกครั้ง พวกเราจึงเดินกลับไปทำงานต่อทันที

    คล้ายกับเรื่องนักฆ่าพักงานกลับไปเรียนมัธยม ที่คุณอ่าน