"นี่ นี่ เอาด้วยไหม นี่ นี่"
ชายคนหนึ่งยืนดูรายการอาหารต่างๆอยู่ตามทางเดินมีร้านอาหารตั้งอยู่มากมาย เขาเตรียมจะสั่งอาหารกับนักเรียนที่กำลังรอรับออเดอร์อยู่ จึงเอ่ยเรียกเพื่อนของเขาที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาเรียกเพื่อนของตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เพื่อนของเขาก็ไม่ยอมตอบกลับมาสักที เขาได้แต่สงสัยและหันไปมองเพื่อนของตนว่าเป็นอะไรไป
"นี่ นี่ นายเป็นอะไรไป"
ชายคนนั้นแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนของตัวเองเหม่อลอย เขาพยายามเรียกเพื่อนของเขา แต่ไม่ว่าจะเรียกยังไงก็ไม่ยอมรู้สึกตัวหันกลับมาตอบเขาเลย เขาจึงได้แต่มองตามทิศทางที่เพื่อนของเขาจ้องมองอยู่ วินาทีที่เลื่อนใบหน้าของตัวเองไปมองนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าเวลาที่อยู่รอบตัวเองหยุดลงไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สายตาของเขามอง อยู่นั้น มันดึงดูดไม่ให้เขาละความสนใจไปที่ไหนได้เลย สตินึกคิดของตนเองว่างเปล่าไปแล้วในตอนนี้
"เคร้ง"
เสียงแก้วล่วงล่นกระทบพื้นอย่างดังปลุกทุกคนให้ตื่นจากฝันอันแสนยาวนานที่ฉุดให้พวกเขาทุกคนไม่เป็นอันทำอะไรเลย เป็นนักเรียนชายคนหนึ่งที่กำลังถือถาดจะเสิร์ฟอาหารและน้ำให้ลูกค้าของตนเอง เขาเผลอหันไปมองทิศทางนั้นด้วยเหมือนกันจนไม่ทันระวังทำถาดอาหารตก ทุกคนต่างรู้สึกตัวขึ้นมาในทันที ไม่นานเสียงพูดคุยราวกับตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างก็ดังขึ้นเป็นพวกชายหนุ่มต่างก็กระซิบกระซาบกับเพื่อนที่อยู่ด้านข้างของตนอย่างตื่นเต้นขณะมองไปตรงทิศทางด้านนั้น
เป็นกลุ่มสามสาวที่พากันเดินมาหาอาการกินกันกับอาเบลโดยอลิเซียและลาล่าเกาะแขนทั้งสองข้างของอาเบลคนละฝั่ง โดยมีลินเดินตามอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยตามปกติของเธออยู่แล้ว เพราะเสียงดังของแก้วตกกระแทกแตกกังลั่นปลุกพวกผู้ชายหลายคนให้ตื่นขึ้น จากเสียงที่เงียบสงัดหลังจากที่พวกเธอเข้ามาก็พลันดังขึ้นอย่างกับตลาดแตก เสียงฮือฮากระซิบกระซาบดังตามหลังจากที่พวกเธอเดินผ่าน
"หญิงสาวสองคนนั้นเป็นใครกันฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย อีกคนหนึ่งสวยน่ารักมากๆ และอีกคนก็ดูเซ็กซี่สุดๆเลย"
"ฉันเห็นด้วย แต่หญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลังสองคนนั้นฉันว่าโคตรมีเสน่ห์เธอดูราวกับคุณหนูผู้เงียบขรึมเลยนะ"
ชายหลายต่อหลายคนต่างหันมาพูดชื่นชมพวกเธอทั้งสามคนแทบจะเป็นประโยคเดียวกันเลยเพราะความสวยของพวกเธอคนละแบบสะกดสายตาผู้ชายทุกคนให้หยุดมองได้โดยไม่ต้องทำอะไร
"แต่ อะไรกัน ไอหน้าหล่อคนนั้น น่าโมโหชะมัด"
เสียงของผู้ชายเหล่านั้นก็เริ่มที่จะดังเข้มขึ้นเรื่อยๆ ใส่อารมณ์ความโกรธออกมา หลังจากที่เห็นอาเบลเดินอยู่ทามกลางดอกไม้อันแสนงดงามทั้งสามเหล่านี้
"อ้ากกกกกกกก"
เสียงแห่งความอิจฉาริษยาดังอยู่ในจิตใจของทุกคนแต่ก็ไม่มีใครสักคนระบายมันออกมา ได้แต่กัดฟันมองดูทั้งสี่เดินผ่านไปอย่างน่าเจ็บใจ
"นี่อาเบล เราไปกินอันนั้นกันเถอะ"
ลาล่าคว้ามือของอาเบลพาเดินไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปให้ทันก่อนที่จะมีใครมาต่อคิว มันทำให้แขนของอาเบลที่อลิเซียเกาะไว้อยู่แทบจะหลุดออก จนอลิเซียเกือบจะล้มถ้าเธอไม่วิ่งตามแขนของอาเบลไปด้วย
"ไม่ต้องรีบครับเดี๋ยวล้มกันพอดี"
อาเบลเห็นแบบนั้นกลัวอลิเซียจะล้มได้เขาจึงชะลอลาล่าไว้ และเตือนเธอเล็กน้อย เขาพอจะเข้าใจว่าทำไมลาล่าต้องลากเขาไปให้เร็ว
"ค่ะ"
ลาล่าขอโทษอาเบลและค่อยๆเดินตามที่เขาเตือนเธอ
"รีบก็ไปกินคนเดียวสิจะลากอาเบลไปทำไม ห่ะ"
อลิเซียที่เกือบจะล้มพูดแขวะลาล่าเล็กน้อย แต่ลาล่าก็ไม่สนใจ ทั้งสี่คนเดินมาไม่นานก็ถึงร้านที่ลาล่าชี้ พวกเขาต่อแถวใช้เวลาเล็กน้อยไม่นานก็ได้รับอาหารมากิน มันดูน่ากินเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน และเดินไปต่อเพื่อหาอาหารอย่างอื่น นำไปนั่งกินที่สวนที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้
"อ้ามมมมมมมมม"
ลาล่ายื่นอาหารป้อนให้อาเบล เช่นเคยอาเบลก็อ้าปากกินตามปกติของเขาที่ลาล่าชอบป้อนตอนที่ทั้งคู่กินข้าวด้วยกัน ลาล่ามองดูอาเบลกินอาหารอย่างมีความสุขก่อนจะเอ่ยถามออกมา
"อร่อยไหม"
"อืม"
อาเบลพยักหน้าและกลืนลงท้องไป
"งั้นกินนี่อีกสิ อ้ามมมมมมมม"
อลิเซียมองทั้งคู่อย่างอิจฉา เธอจึงเขาไปแทรกกลางและยื่นอาหารที่เธอซื้อให้อาเบลกินตัดหน้าลาล่าทันที การกระทำของเธอรวดเร็วเป็นอย่างมากทำให้ลาล่าต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป
อาเบลเคี้ยวอาหารและถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
"อึก"
"อาเบล อ้ามมมมมมมม"
"อ้ามมมมมมมมมมมม"
"หยุดเลยครับ"
อาเบลรู้สึกว่ามันชักจะเกินเลยไปแล้วเขาจึงยกมือขึ้นขวางกั้นไม่ให้พวกเธอยื่นอาหารมาให้เขากินอีก และลงมือจัดการกินเองคนเดียวในทันทีเมื่อเสียงพูดของเขาจบลง
ลาล่าและอลิเซียทั้งคู่หันมามองหน้ากันอย่างมีอารมณ์เดือด พวกเธอไม่พอใจกันเป็นอย่างมากและคิดในใจว่าที่อาเบลมีท่าทีเหมือนจะโกรธเป็นอย่างมากแบบนี้เพราะอีกฝ่ายที่พยายามจะขัดขวางเธอ ลินที่นั่งอยู่ด้านข้างมองดูการกระทำของเพื่อน เธอได้แต่กุมขมับและถอนหายใจอย่างเหนื่อยสุดๆเป็นเวลาไม่นานอาเบลและสามสาวก็กินอาหารจนหมด
"อาเบลยังมีเวลาพักอยู่อีกนานเลย ไปเดินเที่ยวกันไหม"
"ได้สิ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
อาเบลพูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเดินไปทางห้องน้ำเลยทันที
"นี่ลาล่า จะมาขัดขวางฉันทำไม"
"เธอนั่นแหละที่ขัดขวางฉัน"
"ฮึม"
"ฮึม"
ทั้งคู่หันหน้าออกสะบัดใส่กันอย่างไม่พอใจ
************************†*************************
"อาเบลไปบ้านผีสิงกันดีไหม ที่นั่นเพื่อนของฉันบอกมาว่ามันน่ากลัวและตื่นเต้นเป็นอย่างมากเลย"
อาเบลก็ไม่รู้จะฆ่าเวลาด้วยอะไรดีเขาจึงพยักหน้าตอบตกลงเห็นด้วยตามที่อลิเซียเสนอออกมา แต่ด้านข้างของอาเบล ลาล่าที่ได้ยินว่าเป็นบ้านผีสิงเธอก็เกิดอาการตัวสั่นเล็กน้อย อาเบลรู้สึกถึงมันจึงหันไปหาลาล่าและถามออกมาอย่างเป็นห่วง
"เป็นอะไรไปหรอครับ"
"อะ ไม่มีอะไร"
ลาล่าตอบเสียงสั่นเล็กน้อย
"ถ้ากลัวก็ไม่ต้องเข้าไป รออยู่ตรงนี้แหละ"
อลิเซียพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ลาล่าตอบกลับมา เธอยิ้มออกมาในใจ มันเป็นแผนของเธออยู่แล้วที่จะสลัดยัยนี่ให้ออกห่างจากอาเบลสักที เพราะเธอรู้จุดอ่อนของลาล่าอยู่แล้วว่าเป็นคนที่กลัวอะไรแบบนี้จึงเลือกเป็นบ้านผีสิง
"ไม่ได้กลัวซะหน่อย จะไปก็ได้นะ"
ลาล่าทำใจฝืนแสดงออกมาว่าไม่กลัว แต่ขาของเธอไม่ยอมทำตามที่เธอพูดสั่นออกมาเล็กน้อย
"งั้นจับแขนผมไว้แน่นๆ ไม่ต้องกลัวนะผมจะอยู่ข้างๆคุณเอง"
อาเบลหันหน้ามองลาล่าและพูดออกมาเพื่อให้เธอมั่นใจ
"อืม"
ลาล่าพยักหน้าด้วยความเขินอาย เธอลืมความกลัวเมื่อสักครู่นี้ไปทั้งหมดในพริบตาทันที และกอดแขนอาเบลแน่นยิ่งขึ้นโดยคิดในใจว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยแขนของชายคนนี้ให้หลุดมือไปเด็ดขาด เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างขอแค่ให้เธอได้อยู่ในอ้อมแขนของเขา
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านผีสิงค่ะ สี่ที่นะคะ เชิญค่ะ"
ทั้งสี่เดิน มาตรงจุดขายตั๋วและซื้อมาก่อนจะเริ่มเข้าไปในนั้น มันเป็นฉากที่ทำออกมาได้เหมือนจริงมาก ข้างไหนเต็มไปความสยดสยอง ถ้าจิดใจไม่แข็งพอก็แทบจะทำให้ทุกคนกลัวกันได้ง่ายๆ
อาเบลได้รับหน้าที่ให้เดินนำหน้า เขาเดินอย่างสบายๆโดยมีลาล่าที่เกาะแขนอาเบลไปด้วยตัวสั่นไปด้วย ส่วนอลิเซียแรกๆก็ใจสู้ไม่ค่อยกลัว แต่เมื่อเจอกับการตกแต่งด้านในที่แทบจะเหมือนจริง มันเริ่มทำให้จิตใจเธอก่อตัวความหวาดกลัวขึ้นมาเรื่อยๆส่วนลินก็ยังทำหน้านิ่งๆอยู่โดยก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่นอกจากตัวเธอเอง ทั้งสี่ค่อยๆเดินเข้ามาด้านใน มันเป็นกำแพงที่ดำสนิท มีไฟสลัวๆเป็นบ้างครั้ง และเสียงร้องโหยหวนตลอดทาง แต่ที่น่ากลัวขึ้นกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ที่ไวต่อการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหม็นโชยเข้ามาให้สูดดม เงารูปร่างคนที่ผ่านไปมา เสียงร้องโหยหวนทำให้สมองจินตนาการออกมาเอง มันก็ยิ่งทำให้หญิงสาวที่เกาะแขนอาเบลทั้งสองคนขวัญผวาขึ้นเรื่อยๆ
"ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก"
เสียงดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ตรงด้านหลังที่พวกเขาเดินผ่านมา ทุกคนจึงหยุเและหันกลับไปมองบริเวณตรงนั้น มันมืดมากเพราะมีกำแพงบัง เสียงดังก็เริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
"โฮกกกกกกกกกกกก"
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด×2
หญิงสาวสองคนหลับตามิดชิดกระโดดเกาะตัวอาเบล ทั้งคู่รัดแน่นยิ่งกว่ายางรัดซะอีก อาเบลจ้องมองเสียงที่ทำให้ทั้งสองตกใจอย่างแปลกใจเล็กน้อย เขาก็ไม่ได้สนใจมันอีก เลยโอบเอวแบกเธอทั้งสองคนเดินไปต่อ และยังหันไปมองด้านหลังที่มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วยเขาจึงเอ่ยถามเธอ
"ลิน ไม่เป็นอะไรนะ"
อาเบลหันมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ลินส่ายหน้าสื่อว่าไม่เป็นอะไร อาเบลจึงโล่งใจและเดินไปต่อ
"อ๊าาาาาาาาาาาา"
ก็เป็นเหมือนเดิม เสียงโหยหวน เสียงน่ากลัว เงามืดรูปร่างคล้ายคนตามหลอกหลอนไปที่ต่างๆ อาเบลและลินพบเจอเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว อาเบลเลยส่งสัญญาณให้ลินเร่งรีบออกจากที่นี่ดีกว่า เขากลัวว่าทั้งสองสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาจะช็อคไปซะก่อนที่จะได้ออกจากที่นี่
"ตุบ ตุบ"
หญิงสาวทั้งสองละมือจากการกอดอาเบลอย่างอ่อนแรงหลังจากออกมาจากบ้านผีสิง พวกเธอกอดแน่นรัดมากเกินไปด้วยความกลัว เกร็งกล้ามเนื้อจนเป็นตะคริวไปทั่วตัว อาเบลได้แต่พยายามพาพวกเธอเดินไปหาที่พักผ่อน ซึ่งก็คือสวนหลังห้องเรียนที่ลับของลาล่าและอาเบล
"เดี๋ยวผมนวดให้"
อาเบลใช้มือลูบคลำ นวดบริเวณร่างกายของลาล่าที่เป็นตะคริว เขานวดใส่แรงออกมาอย่างพอประมาณเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย จนลาล่าเริ่มหายปวด อาเบลจึงหยุดและหันไปนวดอลิเซียต่อเลยเพราะตอนนี้เธอทำหน้าไม่พอใจอาเบลเป็นอย่างมาก
"พักผ่อนนะครับ ใกล้ถึงเวลาต้องไปทำงานต่อแล้ว"
อาเบลนวดเสร็จก็บอกสามสาวให้พักผ่อน ทั้งสี่คนนั่งพักจนรู้สึกกลับมามีพลังงานมากพอพร้อมลุยงานต่ออีกครั้ง พวกเราจึงเดินกลับไปทำงานต่อทันที