หลายวันผ่านไปบนเรือสินค้าของหอการค้าเมฆาจร...
เกลียวคลื่นที่ซัดสาดกระทบกราบเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นไอทะเลที่เค็มปะแล่มและเสียงนกนางนวลที่กรีดร้องอยู่ไกลๆ ควรจะให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แต่สำหรับสามสหายที่หลบหนีมา บรรยากาศบนเรือกลับเต็มไปด้วยความปลอดภัยจอมปลอมที่แสนจะตึงเครียด
จางหู่และสือเหล่ยมีอาการดีขึ้นมากแล้ว บาดแผลภายนอกของพวกเขาเริ่มสมานตัวด้วยยาเม็ดคุณภาพสูงที่ได้รับมา พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกซ้อมกระบวนท่าอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือในยามเช้า พยายามขัดเกลาฝีมือและจิตใจที่ถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม
แต่หลินเฟิงกลับตรงกันข้าม
เขานั่งทำสมาธิอยู่เกือบตลอดเวลาในห้องพักใต้ท้องเรือที่เงียบสงบ แต่ใบหน้าภายใต้หน้ากากหนังมนุษย์ของเขากลับซีดเซียวลงทุกวัน ที่บาดแผลบริเวณแผ่นหลังนั้น...มีไอพลังสีดำจางๆ ที่มองเห็นได้ยากเล็ดลอดออกมาเป็นครั้งคราว มันคือความเย็นเยียบที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก คอยขัดขวางการฟื้นตัวและดูดกลืนพลังชีวิตของเขาอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่หยุดยั้ง
"เย่เฟิง...ดูเหมือนอาการของเจ้าจะไม่ดีขึ้นเลยนะ" จางหู่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยน้ำสมุนไพรอุ่นๆ กล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง เขาเฝ้าสังเกตการณ์อาการของผู้นำทีมมาหลายวันแล้ว และมันก็มีแต่จะแย่ลง
หลินเฟิงลืมตาขึ้น เขาฝืนยิ้มบางๆ รับถ้วยน้ำมาดื่ม "ข้าไม่เป็นไร...แค่ต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่าพวกท่านหน่อย"
แต่แล้ว ท่านอาวุโสไป๋ที่บังเอิญเดินผ่านมาตรวจความเรียบร้อยพอดีก็ได้ยินบทสนทนานั้นเข้า เขามองมายังหลินเฟิงด้วยสายตาที่เฉียบคมของพ่อค้าเฒ่าผู้เจนโลก ก่อนจะเดินตรงเข้ามา
"ให้ข้าดูหน่อย พ่อหนุ่ม"
หลินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมเปิดเสื้อให้ท่านอาวุโสไป๋ดูบาดแผลแต่โดยดี
ทันทีที่ได้เห็นรอยฝ่ามือสีดำจางๆ ที่แผ่นหลังของหลินเฟิง...สีหน้าของท่านอาวุโสไป๋ก็พลันเคร่งขรึมลงทันที!
"นี่มัน...พลังปราณกัดกร่อนวิญญาณของพรรคบัวโลหิต!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง "ยาเม็ดธรรมดารักษาไม่ได้หรอกนะ! ไอพลังชั่วร้ายนี่จะคอยกัดกินพลังชีวิตของเจ้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้าจะตาย!"
คำพูดนั้นทำให้จางหู่และสือเหล่ยถึงกับหน้าถอดสี!
"แล้ว...แล้วไม่มีทางรักษาเลยรึขอรับ!?" สือเหล่ยถามอย่างร้อนรน
ท่านอาวุโสไป๋ลูบเคราขาวราวกับหิมะของตนเองอย่างครุ่นคิด "การจะถอนพิษ...ต้องใช้พิษล้างพิษ...หรือก็คือต้องใช้พลังงานที่มีคุณสมบัติตรงกันข้ามเข้าสลายมัน...พลังแห่งความมืดที่บริสุทธิ์...ข้ารู้จักสมุนไพรหายากอยู่ชนิดหนึ่ง...มันมีชื่อว่า 'เถาวัลย์เงาจันทรา' มันจะเติบโตเฉพาะในสถานที่ที่มืดมิดและมีไอพลังธาตุหยินหรือธาตุมืดเข้มข้นเท่านั้น"
เขาเดินไปที่ห้องถือท้ายเรือแล้วกลับออกมาพร้อมกับแผนที่เดินเรือแผ่นใหญ่ "โชคดีในโชคร้าย...เส้นทางของเราในอีกสองวันข้างหน้า จะล่องผ่านชายฝั่งที่ใกล้กับสถานที่ในตำนานแห่งหนึ่ง...หุบเขาเงาดับ"
เขาชี้ไปยังจุดที่เป็นเงาดำทึบบนแผนที่ "ในตำนานเล่าว่ามันเป็นหุบเขาที่ลึกและมีหน้าผาสูงชันจนแสงอาทิตย์ไม่มีวันส่องลงไปถึงก้นบึ้งได้...เป็นดินแดนต้องห้ามที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรสายเงาและพืชพรรณประหลาด...ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าของคณะเดินทางของผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ที่เคยเข้าไปสำรวจแล้วไม่ได้กลับออกมาอีกเลย...หากจะมีที่ไหนที่มี 'เถาวัลย์เงาจันทรา' อยู่ล่ะก็...ต้องเป็นที่นั่นอย่างแน่นอน"
การตัดสินใจได้เกิดขึ้นในใจของหลินเฟิงทันที
"ท่านอาวุโสไป๋...รบกวนท่านช่วยทอดสมอที่ชายฝั่งที่ใกล้ที่สุดให้ข้าด้วย"
"เจ้าจะไปคนเดียวรึ! ไม่ได้นะ!" สือเหล่ยคัดค้านทันที "พวกเราจะไปกับเจ้า! เราคือทีมไม่ใช่รึไง!"
"ใช่แล้ว" จางหู่กล่าวเสริมอย่างหนักแน่น "แผนของเจ้าเสี่ยงเกินไป ให้พวกเราไปด้วยกัน อย่างน้อยสามหัวก็ยังดีกว่าหัวเดียว"
หลินเฟิงส่ายหน้า แววตาของเขาแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว "ไม่ได้...พวกท่านไปกับข้าไม่ได้"
เขาหันไปมองหน้าสหายทั้งสองคนอย่างจริงจัง เขาต้องใช้เหตุผลเข้าสู้ "ศิษย์พี่จาง ท่านลองคิดดู...ภารกิจในการนำหลักฐานกลับไปมอบให้ท่านอาจารย์นั้นสำคัญที่สุด! มันคือชะตากรรมของสำนัก! พวกท่านทั้งสองคนแข็งแรงดีและสามารถเดินทางกลับไปได้อย่างรวดเร็ว...ส่วนข้า...สภาพร่างกายเช่นนี้มีแต่จะเป็นตัวถ่วง ทำให้การเดินทางของพวกเราช้าลงและเสี่ยงที่จะถูกตามทันมากขึ้น"
เขาหันไปทางสือเหล่ย "นี่ไม่ใช่การทอดทิ้งสหาย...แต่คือการ 'ไว้วางใจ' ข้าเชื่อว่าข้ามีวิธีที่จะเอาตัวรอดในหุบเขานั่นได้...และข้าก็เชื่อใจพวกท่านทั้งสองคนว่าจะสามารถทำภารกิจที่สำคัญกว่าให้สำเร็จลุล่วงได้...ข้าต้องการให้สหายของข้า...เป็นคนนำข่าวกลับไปเพื่อเปิดโปงคนชั่ว"
คำพูดที่เต็มไปด้วยเหตุผลและอารมณ์นั้น ทำให้จางหู่และสือเหล่ยไม่อาจจะคัดค้านได้อีกต่อไป
หลินเฟิงถอดแหวนมิติที่ได้รับมาจากอิงออก แล้วยื่นให้จางหู่พร้อมกับหลักฐานทั้งหมด "ศิษย์พี่จาง...ข้าขอฝากภารกิจนี้...และชีวิตของสือเหล่ย...ไว้กับท่าน"
สองวันต่อมา...เรือสินค้าได้ทอดสมออยู่ที่ชายฝั่งที่ดูรกร้างและน่าขนลุกแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าคือทางเข้าหุบเขาที่มืดมิดราวกับปากอสูร
หลินเฟิงในชุดคลุมสีดำที่ท่านอาวุโสไป๋มอบให้ยืนอยู่ที่หัวเรือ "ดูแลตัวเองด้วย...แล้วพบกันที่สำนัก"
"เจ้าก็เช่นกัน...ต้องกลับไปให้ได้นะ!" จางหู่กล่าวเสียงหนัก
"ใช่แล้ว! ถ้าเจ้าไม่กลับไป...ข้า...ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าแน่!" สือเหล่ยกล่าวทั้งน้ำตา
หลินเฟิงเพียงแค่พยักหน้ารับ...แล้วทะยานร่างจากเรือขึ้นไปบนชายฝั่ง...เดินหายเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาเงาดับเพียงลำพัง...
บรรยากาศในหุบเขานั้นเย็นเยียบและกดดันอย่างรุนแรง พืชพรรณรอบตัวล้วนมีสีดำและสีเทา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดส่งเสียงร้อง มีเพียงความเงียบที่น่าขนลุก...แสงสว่างดูราวกับจะถูก "ดูดกลืน" หายไปในความมืดรอบตัว
เขาใช้เวลาเกือบครึ่งวันในการเดินทางอย่างยากลำบาก...และในที่สุดเขาก็พบมัน! ในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง เถาวัลย์สีดำสนิทที่เลื้อยพันอยู่รอบผลึกคริสตัลสีม่วงเข้ม...มันกำลังดูดซับแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเพียงน้อยนิด...เถาวัลย์เงาจันทรา!
เขาเก็บมันมาได้สำเร็จ...แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดลึกลับที่มาจากส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ!
ด้วยความสงสัยใคร่รู้...เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไป...
ภายในถ้ำนั้นว่างเปล่า...ยกเว้นสิ่งเดียวที่อยู่ใจกลาง...
มันคือ "แก่นศิลาดูดกลืนเงา"! หินทรงกลมสีดำสนิทที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์! มันไม่ได้สะท้อนแสงใดๆ เลย...แต่กลับดูดกลืนแสงทุกอย่างเข้าไป...ทำให้เงารอบตัวมันบิดเบี้ยวราวกับมีชีวิต!
หลินเฟิงค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปใกล้มันอย่างระมัดระวัง...
วูบ!
ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวเรียบเย็นของศิลานั้น...ลำแสงสีดำสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากศิลาเข้าสู่กลางหน้าผากของเขาทันที! พร้อมกับข้อมูลและความรู้จำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในจิตสำนึกของเขา!
เขาไม่ได้เห็นแค่เคล็ดวิชา...แต่เห็นภาพของการกำเนิดจักรวาล...การแยกตัวของแสงและความมืด...มันคือความเข้าใจใน "กฎเกณฑ์" แห่งเงามืดโดยตรง!
เมื่อความรู้ทั้งหมดหยุดลง...หลินเฟิงก็ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง!
"นี่มัน...นี่มันไม่ใช่แค่วิชาตัวเบา...มันคือการ 'ดำ' ลงไปในเงา! เหมือนกับวิชาในมังงะนินจาเรื่องนั้นไม่มีผิด! คาถาเงา...ไม่สิ...นี่มันคือ 'ซอร์สโค้ด' ของเงามืดเลยนี่หว่า!"
เคล็ดวิชานี้ทำให้ผู้ใช้สามารถหลอมรวมร่างของตนเองเข้ากับเงาใดๆ ก็ได้ แล้วเคลื่อนที่จากเงาหนึ่งไปยังอีกเงาหนึ่งได้ในพริบตา! มันคือสุดยอดวิชาสำหรับหลบหนีและลอบเร้นที่ไร้เทียมทาน!
ชื่อของมันคือ..."วิชาเงาไร้ลักษณ์"
หลินเฟิงมองไปที่แก่นศิลา...แล้วก้มลงมองมือของตนเอง...เขาลองโคจรพลังตามเคล็ดวิชาใหม่...ปลายนิ้วของเขาก็ค่อยๆ จมหายเข้าไปในเงาของตนเองบนพื้นถ้ำ!
เขารักษาอาการบาดเจ็บของตนเองได้แล้ว...และยังได้รับของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดเป็นของแถมอีกด้วย!