ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_93_เชือดไก่ให้ลิงดู

    ซือเจิ้นเฉียงไม่คิดมาก่อนเลยว่า หลี่เทียนหย่ง จะไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่นิดเดียว แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีไหวพริบดี แต่เห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายไม่ไว้ใจต่อสัญญาที่เขาเสนอให้ มันทำให้เขาโกรธมาก จากนั้นเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ตกลงในเมื่อคุณไม่วางใจผมที่เป็นเลขาธิการ เช่นนั้นก็กลับไปคุยกันเองเถอะ เชิญออกไปได้แล้ว”


    เมื่อพวกหลี่เทียนหย่งออกไป สีหน้าของซือเจิ้นเฉียงก็ดำคล้ำเครียด เขาหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะแล้วโทรหา หัวหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล ซือจิ้งโจว “จิ้วโจว ฉันขอเสนอให้นายถอดหลี่เทียนหย่ง กับ จ้าวไห่เฉียงออกจากตำแหน่ง และอีกไม่นานเราจะเจรจากับผู้นำชุมชนหมู่บ้านถัดไป ดังนั้นต้องหาทางควบคุมผู้นำประจำชุมชนให้เร็วที่สุด เพื่อที่ฉันจะได้กำราบผู้นำประจำชุมชนให้อยู่หมัด”


    ซือเจิ้นเฉียงได้ให้เพื่อร่วมงานของเขาโทรหาและบอกให้คณะกรรมการหมู่บ้านหยูฉู่ยื่นรายงานถอดถอนจ้าวไห่เฉียง และส่งไปที่ฝ่ายคณะกรรมการส่วนตำบล โดยเร็วที่สุด


    หลังจากนั้นซือเจิ้นเฉียง ก็มองไปยังโจวเหวินเชาแล้วพูดว่า “คุณชายโจว รอสักครู่ หลังจากหวางตงหยางกระจายข่าวว่าสองคนนั้นกำลังจะถูกปลดในอีกไม่ช้า ทันทีที่เราได้เจรจากับตัวแทนของหมู่บ้านถัดไป เรื่องราวจะต้องง่ายขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งที่ต้องทำก็คือเชือดไก่ให้ลิงดู”


    โจวเหวินเชา ยิ้มพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะพูดว่า “ดี ดีมาก เลขาธิการซือเป็นคนเด็ดขาดจริงๆ ถ้ามีโอกาสผมจะพูดถึงคุณให้พ่อฟัง เผื่อจะมีตำแหน่งในเทศบาลเมืองที่เหมาะสมกับความสามารถคุณ"


    ซือเจิ้นเฉียงได้ยินโจวเหวินเชาพูดแบบนั้น ถึงจะรู้ว่ามันเป็นแค่คำพูดเพื่อเยินยอ แต่เขาก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันเสี่ยง แต่อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้พวกโจวเหวินเชาพึงพอใจ ตราบใดที่ผู้บังคับบัญชาพอใจเส้นทางข้าราชการของเขาย่อมราบรื่น


    อีกด้านหนึ่ง ข่าวเรื่องที่หลี่เทียนหย่ง กับ จ้าวไห่เฉียงกำลังจะถูกปลดก็ได้แพร่กระจายไปตามหมู่บรรดาผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการหมู่บ้าน ซึ่งระหว่างทางกลับหมู่บ้าน หลี่เทียนหย่ง กับ จ้าวไห่เฉียงก็ได้รับข่าวนั้นมาเช่นกัน


    จ้าวไห่เฉียงพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า “เหล่าหลี่ ดูเหมือนว่าไอ้สารเลวซือเจิ้นเฉียงกำลังจะบีบคั้นเรา มันต้องการใช้เราเป็นไก่เชือดให้ลิงดู เพื่อเตือนผู้นำชุมชนคนอื่นๆ ว่าถ้าไม่ยอมคล้อยตามผลมันจะเป็นอย่างไร ต่อให้เรายอมทำตาม เราจะได้ผลประโยชน์จริงๆ หรอ”


    หลี่เทียนหย่งถอนหายใจแล้วพูดว่า “คงเป็นไปได้ยาก ซือเจิ้นเฉียงเป็นพวกที่คำนึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่มีทางแยแสชาวบ้านตาดำๆอย่างเรา เห็นได้ชัดว่ามันพยายามประจบเอาใจคุณชายทั้งสอง ดังนั้นมันจึงต้องพยายามอย่างมากเพื่อเข้าหาสองคนนั้น สำหรับผลประโยชน์ของชาวบ้านก็เป็นได้แค่บันไดเหยียบที่มีไว้ให้พวกมันใช้ปีนขึ้นไปเท่านั้น เห้อ คงจะวิเศษมากๆ หากนักการเมืองทุกคนเป็นอย่างนายกหลิว”


    จ้าวไห่เฉียงได้ยินคำพูดของหลี่เทียนหย่ง ก็ชะงักไปทันทีเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขแล้วพูดว่า “เหล่าหลี่ ในเมื่อซือเจิ้นเฉียงคิดจะปลดเรา เราคงไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีก ฉันจะโทรหานายกหลิว เพราะในกวนซานมีแค่นายกหลิวที่กล้าเผชิญหน้ากับซือเจิ้นเฉียง”


    หลี่เทียนหย่งพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ฉันจะโทรหาพวกสมาชิกกรรมการชุมชน ถ้าซือเจิ้นเฉียงต้องการปลดเราออก พวกเราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม”


    ผู้นำชั้นล่างทั้งสองคนจึงเริ่มวุ่นวายขณะที่หยุดอยู่ข้างทาง


    อย่างไรก็ตามไม่กี่นาทีถัดมา เมื่อทั้งสองวางโทรศัพท์สีหน้าทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง


    จ้าวไห่เฉียงพูดขึ้นว่า “เหล่าหลี่ โทรศัพท์ของนายกหลิวปิดอยู่ ฉันติดต่อหาไม่ได้ ฉันโทรหาผู้อำนวยการหงแล้ว เขาบอกว่านายกหลิวไปที่เทศมณฑล และทางเทศมณฑลต้องการให้ทุกคนปิดโทรศัพท์ดูเหมือนว่านี่จะเป็นแผนของซือเจิ้นเฉียง”


    หลี่เทียนหย่งยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “ใช่ ฝั่งฉันเองก็แย่พอๆ กัน ตอนนี้คณะกรรมการทุกคนไม่รับโทรศัพท์ มีแค่ เอ้อจูจื่อเท่านั้น เขาเป็นเพื่อนรักฉัน เขาบอกว่าทางตำบลได้แจ้งให้ถอดชื่อนายออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ทางฝั่งคณะกรรมการหมู่บ้านอื่นๆ ก็เริ่มดำเนินการเช่นกัน”


    เมื่อได้ยินที่หลี่เทียนหย่งพูด จ้าวไห่เฉียงก็ใบหน้าหม่นหมอง เขารู้ดีว่าถ้าเขารอให้คณะกรรมการหมู่บ้านไล่เขาออกจริงๆ ซือเจิ้นเฉียงจะสามารถดำเนินแผนการชั่วขั้นต่อไปได้ เขาทำได้เพียงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “งั้นเราคงทำได้เพียงกลับไปหมู่บ้านแล้วทำงานของเราเหตุผลที่เราปฏิเสธความร่วมมือของโจวเหวินเชา ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทุกคน แต่ในเมื่อความทะเยอทะยานของอีกฝ่ายมีมากเกินไป เราคงไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้"


    หลี่เทียนหย่งพยักหน้า “เราทำได้ดีที่สุดแค่นี้ ฉันหวังว่านายกหลิวจะรีบกลับมา เพราะในเวลานี้เราต้องการเขามากกว่าใคร”


    ในขณะเดียวกัน ทางด้านฝ่ายคณะกรรมการส่วนตำบลก็ได้เปิดประชุมฉุกเฉิน หัวข้อเรื่องคือการเสนอชื่อถอด หลี่เทียนหย่ง จากหมู่บ้านหยูฉู่ แต่เพราะหลิวชิงหยู่ไม่อยู่จึงไม่มีใครเป็นผู้นำลุกขึ้นต่อต้าน ตอนนี้อิทธิพลของซือเจิ้นเฉียงแข็งแกร่งอย่างมาก ดังนั้นมตินี้จึงผ่านความเห็นชอบอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน ซือจิ่งโจวก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ โดยหยิบยกเรื่องที่จ้าวไห่เฉียงพาคนไปเทศมณฑลเพื่อประท้วง ถือเป็นการละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง ควรทำการปลดทันที


    เนื่องจากมันมีหลักฐานที่ว่า จ้าวไห่เฉียงพาคนไปยังเทศมณฑลจริง ดังนั้นคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ จึงไม่มีใครสามารถคัดค้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ทำให้จ้าวไห่เฉียงถูกปลดออกจากรายชื่อ เหลือเพียงลงนามในมติเท่านั้น หากร่างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ จ้าวไห่เฉียงก็จะถูกปลดจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ


    หลังจากประชุมเสร็จซือเจิ้นเฉียง ก็กลับสำนักงานแล้วพบ พวกผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการทั้งหลายพร้อมกับโจวเหวินเชา อันที่จริงคนเหล่านี้มาถึงที่นี่นานแล้ว แต่เขาติดประชุมอยู่ เขาไม่คิดเลยว่าในขณะที่เขาประชุมมันมีข่าวไปถึงผู้ใหญ่บ้านทั้งหลายแล้ว นี่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของเขา


    ด้วยผลลัพธ์ที่ได้เห็น มันทำให้ผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการประจำหมู่บ้านยอมจำนนต่อซือเจิ้นเฉียงและยอมรับเงื่อนไขโจวเหวินเชา เว้นแต่หมู่บ้านหม่าหลาน เพราะเทียนเหล่าซวนรับรู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมดเขาจึงได้คุยกับเลขานุการหมู่บ้านของเขา ซึ่งทั้งสองก็ได้ใช้ประโยชน์จากวิธีการของซือเจิ้นเฉียง พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านอื่นๆ และทำการปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อจาก ซือเจิ้นเฉียง


    เมื่อถึงเวลาที่ซือเจิ้นเฉียงโทรหาเทียนเหล่าซวน ก็พบว่าไม่สามารถติดต่อได้ทำให้เขาโกรธมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเทียนเหล่าซวน แต่เขารู้ดีว่า เทียนเหล่าซวนมีชื่อเสียงในหมู่บรรดาผู้ใหญ่บ้าน และมีอำนาจในตำบลกวนซานพอสมควรซึ่งหากเทียบกันกับจ้าวไห่เฉียงมันต่างกันอย่างมาก ตอนนี้หมู่บ้านหม่าหลานเป็นดั่งขวากหนามชิ้นใหญ่เขาจึงต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีการอื่น


    ในตอนนี้หงซานจินเองก็ได้ทราบข่าวแล้ว เมื่อได้รู้ว่าซือเจิ้นเฉียงใช้วิธีแบบนี้เพื่อบีบให้บรรดาผู้ใหญ่บ้านยอมเซ็นสัญญาเขาก็โกรธมาก จึงรีบโทรหาหลิวชิงหยู่ทันที


    แต่เพราะหลิวชิงหยู่ติดประชุมยาว ซึ่งมันยาวจนน่าประหลาดใจ กระทั่งเวลาเที่ยงครึ่ง


    หลังจากเขาได้รับสายจากหงซานจิน หลิวชิงหยู่ก็ได้รับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกวนซาน


    แน่นอนว่าเมื่อเขาได้ยินเรื่องทั้งหมดเขาก็กำหมดแน่นดวงตาของเขาเกิดประกายเย็นชาขึ้น เขาพึมพำขึ้นว่า “ซือเจิ้นเฉียงฉันไม่คิดว่าเลขาธิการอย่างแกจะทำเรื่องไร้ยางอายขนาดนี้ ในฐานะเลขาธิการพรรคประจำตำบลแต่กลับไม่คิดจะทำเพื่อประชาชน ในขณะที่ฉันต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยประชาชน ในเมื่อแกกล้าทำถึงขนาดนี้ ฉันจะไม่ทนกับแกอีกต่อไป รับรองว่าฉันจะสะสางบัญชีทั้งหนี้เก่าหนี้ใหม่ จนแกไม่ได้ผุดได้เกิด”


    หลังจากตัดสินใจจะจัดการกับซือเจิ้นเฉียง หลิวชิงหยู่ก็พูดกับหงซานจินด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที “ผมรู้แล้ว และผมก็คาดการเอาไว้แล้วว่าการประชุมของเทศมณฑลต้องกินเวลาแน่นอน บางทีมันอาจจะยาวถึงสองวัน เรื่องนี้ซือเจิ้นเฉียงคงวางแผนสมรู้ร่วมคิดกับเสวี่ยเหวินหลง คุณลองติดต่อคนที่ไว้ใจได้ ให้ผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการเอาต้นฉบับสัญญามาให้ผม ถ้าหากเอามาไม่ได้เป็นฉบับสำเนาก็ยังดี เรื่องนี้สำคัญมากอย่าให้ซือเจิ้นเฉียงล่วงรู้เป็นอันขาด”