ตอนที่ 55สงครามล้างเผ่าพันธุ์ 1
ระหว่างเดินทางสู่ดวงดาวแอนดรูว์ไม่ได้มีความคิดสนใจมองดูฐานหลักของเขาที่เริ่มมีขนาดเล็กลงหรือสนใจมองสภาพแวดล้อมของดวงดาวในจักรวาลเขาสนใจอยู่กับข้อมูลรายงานความคืบหน้าของสงครามที่โมบิทเริ่มส่งมาให้อย่างต่อเนื่อง
-รายงานความคืบหน้า แผนการเบื้องต้นดำเนินการไปอย่างราบรื่น ทำการดึงดูดความสนใจสำเร็จ...แฮ็กเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีของสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์สำเร็จ...ทำการคัดเลือกเผ่าพันธุ์ทั้งหมดสิบเผ่าพันธุ์ได้แก่ เผ่าพันธุ์ลิงซ์ ,เผ่าพันธุ์เดวา ,เผ่าพันธุ์ฟลิซ ,เผ่าพันธุ์หินทราย ,เผ่าพันธุ์นกหยก ,เผ่าพันธุ์อากอส ,เผ่าพันธุ์มัชชู ,เผ่าพันธุ์ฟูซ่าร์ ,เผ่าพันธุ์ก้อนเหล็ก ,เผ่าพันธุ์เลือดฟ้า (5 วันก่อน)
-รายงาน ความคืบหน้ายานรบของทั้งสิบเผ่าพันธุ์ที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่แผนการถูกโจรกรรมเสร็จสิ้น...เปิดใช้งานกองยานและจัดรวมรูปแบบขบวนรบผสมขณะนี้กำลังใช้วิธีส่งสัญญาณสื่อสาร เป็นการเปิดเผยตำแหน่งกองยาน เพื่อล่อฝูงยานของบลัดเอลเดอร์และสร้างความวุ่นวาย(4วันก่อน)
-รายงาน ความคืบหน้าล่อลวงฝูงยานบลัดเอลเดอร์ประสบผลสำเร็จ กองยานกำลังเข้าปะทะกับฝูงยานบลัดเอลเดอร์ (3 วันก่อน)
-รายงานความคืบหน้า เกิดความเสียหายเกินกว่าแผนที่วางไว้จึงล่อให้ฝูงยานบลัดเอลเดอร์ไปยังทุ่งหินที่มีกองกำลังของเราซ่อนตัวอยู่ (3 วันก่อน)
-รายงานความคืบหน้า เกิดการรบในทุ่งหิน ทำการระเบิดยานทุกลำที่โจรกรรมมาทั้งหมด...เข้ารวบฝูงยานบลัดเอลเดอร์...เคลื่อนย้ายผ่านจุดวาร์ป...ลบร่องรอย(2 วัน 16 ชั่วโมงก่อน)
-รายงานความคืบหน้า บนดาว LvHt2 ส่งชีวจักรกลไปฝังจักรกลปรสิตควบคุมความคิดระยะไกลใส่ร่างกายบลัดเอลเดอร์ทำการตัดคลื่นสัญญาณในพื้นที่...ดัดแปลงยานรบของบลัดเอลเดอร์...ลบร่องรอยการลงมือทั้งหมด(2 วันก่อน)
-รายงาน ความคืบหน้าทำการเข้าควบคุมฝูงยานบลัดเอลเดอร์สำเร็จ...ปรับเปลี่ยนแผนการ เริ่มทำการแฮ็กระบบเทคโนโลยีเผ่าพันธุ์อื่นที่ตรงตามเงื่อนไขและข้อกำหนดเพิ่มเติม(2 ชั่วโมงที่ผ่านมา)
-รายงาน ความคืบหน้า เข้าควบคุมยานหลักของเผ่าพันธุ์ที่ถูกเลือกเข้าสู่แผนการสำเร็จ...จำนวนทั้งหมด26,506 ลำ... (1 ชั่วโมงที่ผ่านมา)
-รายงานความคืบหน้าเริ่มดำเนินแผนการโจมตีฝูงยานบลัดเอลเดอร์ฝูงใหม่ เพื่อดำเนินการซ่องสุมกองกำลังบลัดเอลเดอร์ที่ถูกล้างสมองให้มากที่สุด(5 นาทีที่ผ่านมา)
‘จุดนี้ไม่ได้แย่แค่เสียเวลาเพิ่ม ถ้าไม่มีใครจับได้ ยานบลัดเอลเดอร์ที่จะเอาไปโจมตีเผ่าพันธุ์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูงพวกนั้นคงยั่วยุได้หลายเผ่าพันธุ์...ฉันจะรอดู’ แอนดรูว์คิดในใจ เขาไม่รู้ตัวว่าใบหน้าเขาแสดงออกถึงความชั่วร้ายรางๆเพราะเขาเผลอคิดไปไกลถึงตอนบลัดเอลเดอร์ยั่วยุเผ่าพันธุ์มีเทคโนโลยีระดับสูงจนเกิดสงครามติดพัน
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเดวิดขับยานลงจอดบนดวงดาวแห้งแล้งดวงหนึ่ง
แอนดรูว์ได้รับข้อมูลมาจากโมบิทก่อนหน้านึกย้อนไปถึงสภาพดวงดาวที่มีในรายงาน
‘ดวงดาวตรงตามข้อมูลแต่ชีวจักรกลสีแดงหนึ่งกองร้อยกับเศษชิ้นส่วนนั่นมันอะไร กำลังเคลื่อนย้ายเศษซากยานหรือจัดเตรียมเป้าหมายสำหรับทดสอบกันแน่’แอนดรูว์กำลังคิดหาคำตอบ เดวิดได้พูดขึ้นมาพร้อมส่งชุดให้เขา
“ลงจอดยานเรียบร้อย ถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพกรุณาสวมใส่ชุดป้องกันเพื่อความปลอดภัย”
“ไม่จำเป็น” แอนดรูว์เอื้อมมือไปปลดล็อกประตูยานเขาเดินลงจากยานพร้อมกับกระบี่ ก่อนมองไปยังกลุ่มชีวจักรกลสีแดงที่กำลังขนย้ายเศษซากยานไปยังจุดต่างๆ
“พวกนั้นกำลังทำอะไร”แอนดรูว์ถามขึ้น หลังเดวิดเดินลงจากยาน ซึ่งเดวิดตอบแอนดรูว์ทันที แต่เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเดวิดกลับเป็นเสียงโมบิท
“รายงาน กำลังจัดฉากข้อมูลลวงโดยใช้เศษซากยานที่เก็บกู้มาจากทุ่งหินสร้างเรื่องราวว่าทั้งหมด ให้ดูเป็นแผนร้ายของบลัดเอลเดอร์โฮสสามารถทดสอบอาวุธได้ตามต้องการ การทดสอบอาวุธของโอสไม่มีผลกระทบต่อแผนการ”
“โอ้! นี่กะจะสร้างสาเหตุของสงคราม ว่าพวกบลัดเอลเดอร์จงใจโจมตีพวกเผ่าพันธุ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงโดยตรงตั้งแต่แรก...”แอนดรูว์เอามือลูบคาง เขานิ่งคิดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“ไม่แย่ข้อมูลลวงอาจกระตุ้นความโกรธพวกมันได้ ต่อให้พวกมันรู้เหตุผลที่แท้จริง ยังไงที่ระบายความโกรธก็หนีไม่พ้นบลัดเอลเดอร์อยู่ดีถึงเป็นอย่างนั้นเราควรรอบคอบไว้หน่อย...” แอนดรูว์หยุดคิดบางอย่างแล้วพูดต่อ เพื่อช่วยเสริมแผนการของโมบิทให้รัดกุม
“เชื่อมโยงข้อมูลลวงกับกองกำลังผสมของพวกรับจ้างฆ่ากับพวกค้าของเถื่อนว่ามันเป็นผู้ร่วมลงมือ ที่สำคัญอย่าลืมว่าร่องรอยของเราต้องไม่มีใครจับได้”
“รับทราบ!”
‘ฮึ! เท่านี้ทุกอย่างดูมีเหตุผลขึ้นมาหน่อย หวังว่าข้อมูลลวงจะถูกส่งไปตามเส้นทางไม่น่าสงสัยและกระจายวงกว้างเท่านี้ความโกรธแค้นทุกอย่างจะลงไปที่บลัดเอลเดอร์นี่คือผลของการสร้างความเสียหายให้กองกำลังของฉัน’ แอนดรูว์เผยรอยยิ้มยินดีโดยที่เขาไม่รู้ว่ารอยยิ้มเขามันดูน่ากลัว
“ต่อไปหาที่เหมาะ ๆ”แอนดรูว์พูดแล้วก็เลือกเดินไปยังพื้นที่โล่งพักหนึ่งแล้วหยุดยืน เขามองไปรอบด้านในระยะหนึ่งกิโลเมตรรอบตัวเขามีแค่ผืนดินว่างเปล่า
ซู้ดดดดดดดดดดด
ฟู่ววววววววววววววววววววววว
แอนดรูว์สูดลมหายใจยาวและถอนหายใจเฮือกใหญ่เขามองไปด้านบนไม่เห็นท้องฟ้า เห็นเพียงชั้นบรรยากาศบางเบากับดวงดาวส่องแสงเหมือนอยู่ในอวกาศ
“ดวงดาวแห้งแล้งนี้ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิตดาวรกร้างยังเทียบไม่ได้ แรงดึงดูดกำลังหายไป ชั้นบรรยากาศลอยตัวออกนอกดวงดาวเกือบหมดรังสียังแผ่เข้ามาถึงพื้นผิว แทบจะกลายเป็นอวกาศโดยสมบูรณ์...ร่างกายเราไม่ได้รับผลกระทบความรู้สึกในตอนนั้น ว่าร่างกายทนได้ทุกสภาพเป็นเรื่องจริง” แอนดรูว์ขยับแขนขวา ยกกระบี่ในมือขึ้นมาดูพลางเหลือบมองดาวขนาดใหญ่สองสามดวงที่อยู่ใกล้ดวงดาวแห้งแล้ง
กริ้ง!
เสียงใสก้องกังวานแค่แอนดรูว์ใช้มือขวาจับด้ามกระบี่ ความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างเขากับกระบี่ชัดเจนราวกับมันเป็นแขนขาเสมือนว่ามันเป็นเลือดในร่างกายและเสี้ยวหนึ่งของจิตวิญญาณ
ชวิ้ง~
แอนดรูว์ชักกระบี่วินาทีที่กระบี่ออกจากฝัก เสียงแหลมคมดังออกมาพร้อมคลื่นพลังมหาศาลกระจายไปรอบตัวเขา
วูบบบบบบบบบบบบ
เศษฝุ่นเศษหินรอบตัวแอนดรูว์พร้อมรังสีกระจายออกไปหลายร้อยเมตรตัวกระบี่สะท้อนแสงส่งเสียง หึ่ง ๆ เหมือนต้องการปลดปล่อยพลานุภาพให้เขาเห็น
แอนดรูว์เล็งไปยังดวงดาวสีส้มขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ดาวแห้งแล้งก่อนตวัดกระบี่อย่างชำนาญไปยังทิศทางที่เขาเลือก
หวิบ!
เส้นแสงกระบี่พุ่งออกไปไวจนดวงตามองเกือบไม่ทันแอนดรูว์รู้ตัวอีกที จุดหนึ่งบนดวงดาวสีส้มที่เขาเล็งไว้ เกิดความปั่นป่วนเหมือนโดนอุกกาบาตหล่นใส่
‘แค่ตวัดออกไปเบาๆ ความเสียหายที่มันสร้างก็ไม่ธรรมดา ไม่ต้องคิดถึงความเร็วเหมือนแหวกมิตินั่น’แอนดรูว์พลิกกระบี่ไปมา ความรู้สึกเขามันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกมันเหมือนเขาถืออาวุธมหาประลัยขนาดย่อมอยู่ในมืด
“ในอนาคตต้องใช้มันอย่างระวังแต่ตอนนี้ขอใส่สุดแรง”
ว่าแล้วแอนดรูว์ก็ตวัดกระบี่ออกไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้ตอนเขาตวัดกระบี่มันต่างออกไป วินาทีที่เขาตวัดเหมือนถูกดูดกลืนพลังจิตวิญญาณไปส่วนหนึ่งตอนพลังงานถูกปลดปล่อยพร้อมคมกระบี่มันยังรวดเร็วจนเขามองเห็นเป็นเส้นยืดยาว
ไม่กี่วินาทีต่อมาสิ่งที่แอนดรูว์เห็นคือพลังมหาศาลพุ่งกระแทกดวงดาวสีส้มจนเป็นรูขนาดใหญ่มองเห็นไปถึงอีกฝั่งโชคดีที่พลังงานมหาศาลพัดพาคลื่นพลังไปอีกทาง แถมจุดที่ทะลุยังไม่ใช่ส่วนสำคัญจึงไม่ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่
“อันตรายจริง” แอนดรูว์พึมพำแผ่นหลังเขารู้สึกว่ามีเหงื่อเย็นไหลออกมา สายตาเขากลับมองดวงดาวสีส้มที่เกิดการปะทุจากพลังงานรั่วไหลและไม่สมดุล
“การทดสอบกระบี่หยุดไว้เท่านี้มันทรงพลังเกินกว่าที่คิดเอาไว้ ไม่จำเป็นไม่ควรใช้ ส่วนชุดเกราะคงไม่จำเป็น” แอนดรูว์บอกกับตัวเองเขาเลือกหยุดการทดสอบ ไม่คิดทดสอบต่ออีกต่อไป
ในจังหวะที่แอนดรูว์เก็บกระบี่เข้าฝักเตรียมเดินกลับไปที่ยาน เขาต้องหันกลับไปมองดวงดาวสีส้มอีกครั้ง เพราะสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่อยู่ห่างไกลออกไป...
...สิ่งที่เขาเห็นเป็นดวงดาวที่อยู่ห่างถัดจากดวงดาวสีส้ม มันถูกผ่าครึ่งแยกออกจากกันคลื่นพลังพวยพุ่งออกมาตามรอยผ่าก่อนจะเกิดการระเบิด ในเส้นรอยตัดทุกสิ่งที่อยู่ในเส้นทางต่างถูกผ่าแยกเป็นสองส่วน
แอนดรูว์ไม่รู้ว่ามีอะไรถูกผ่าแยกไปบ้างแต่จากระยะการมองเห็นที่จำกัด เขารู้ว่ามีดาวถึงสองดวงเกิดความเสียหาย
“ทำเอานึกถึงอาวุธของเดมิก็อตแต่นั่นไม่น่าสร้างมาจากแกนกลางดวงดาว” แอนดรูว์รู้สึกว่าพลังของกระบี่มันเกินกว่าที่เขาคิดไว้ไปไกลโขเขาพยายามท่องให้ขึ้นใจว่า ต้องควบคุมพลังทุกครั้งที่ใช้งานพลางเดินกลับไปที่ยาน
เมื่อแอนดรูว์กลับมาถึงยานเดวิดที่ยืนรออยู่ไม่ได้ถามอะไร แค่เห็นแอนดรูว์ขึ้นยาน เดวิดก็ขึ้นไปที่นั่งคนขับ
หนึ่งนาทีต่อมา
ยานเริ่มเดินทางสู่อวกาศเป้าหมายคือกลับไปยังฐานหลัก แต่แอนดรูว์ที่นั่งอยู่บนยาน จ้องมองกระบี่ในมือไม่วางตาเขาไม่มีความคิดหันมองแผนการของโมบิทที่จัดเตรียมเกือบเสร็จสมบูรณ์
‘พลังมหาศาลแข็งแกร่งทนทาน เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายและจิตวิญญาณ ในอนาคตจะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากขอตั้งชื่อให้ตามสิ่งที่ฉันทำบ่อยที่สุด การล่า แต่แค่นี้มันดูไม่เข้ากับลวดลายบนฝักเอาเป็น ล่าอสูร’
“นับจากนี้ กระบี่นี้มีชื่อว่าล่าอสูร ไม่ว่าอสูรชนิดไหนก็ไม่มีทางหนีพ้นเมื่อกระบี่ออกจากฝัก” แอนดรูว์พูดจบตัวกระบี่ส่งเสียง หึ่ง ๆ ออกมาจากฝัก เหมือนมันยอมรับชื่อของมัน ทั้ง ๆที่ไม่มีจิตวิญญาณ
เดวิดที่อยู่ด้านข้างได้ยินเสียงของแอนดรูว์จึงส่งรายงานให้โมบิท ทำการบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูลอย่างเงียบ ๆ
.
.
.
.
พื้นที่หนึ่งในจักรวาล
ฝูงยานบลัดเอลเดอร์ฝูงหนึ่งไล่ตามทำลายกองยานขนาดเล็กกองหนึ่งเข้าสู่วงแหวนดวงดาวสีม่วงที่เต็มไปด้วยเศษหินนับไม่ถ้วนราวกับว่าไม่หวาดกลัวเศษหินทำลายตัวยาน
ทว่า! สิ่งที่บลัดเอลเดอร์ไม่คาดคิดหลังเข้าสู่วงแหวนดวงดาว ไม่ใช่ทุ่งหินขนาดเล็กที่เคลื่อนตัวไปตามแรงเหวี่ยงอย่างรวดเร็วแต่เป็นกองยานขนาดใหญ่ซุ่มซ่อนอยู่ในจุดปลอดภัยรอจังหวะเข้าโจมตีและจับกุมพวกมันอย่างง่ายดาย
ที่สำคัญกองยานขนาดใหญ่ยังประกอบไปด้วยฝูงยานของพวกมัน นี่สร้างความหวาดกลัวให้บลัดเอลเดอร์อยู่บ้างแต่พวกมันนั้นสู้สุดกำลังไม่มีถอยจนพ่ายแพ้และถูกจับ
เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นวนซ้ำในพื้นที่หลายแห่งที่เป็นทุ่งหินที่อยู่ห่างไกลความเจริญและเผ่าพันธุ์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูงหรือเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญา