หลังจากที่ล่าสัตว์ป่าได้ สอง ตัว คือกวางป่า และเสือโคร่ง ชิงหลงก็พาเด็ก ๆ กลับมาที่คฤหาสน์ ระหว่างทางนั้นก็เต็มไปด้วยสายตาแห่งความเทิดทูนของเหล่าเด็กน้อยทักหลาย มันก็ทำให้เขารู้สึกดีเล็กน้อย
" ว่าไง...กลับมาสักทีนะ "
เมื่อมาถึงคฤาสน์ก็มีคนที่คุ้นเคยรอเขาอยู่ที่หน้าคฤหาสน์แล้ว คนนั้นคือหลัวจี้คงนั่นเอง เขานั้นออกไปทำการเจรจาเรื่องการค้าที่นอกอาณาจักรจึงไม่รู้ว่าชิงหลงกลับมาแล้ว หลังจากกลับมาได้ยินว่าชิงหลงกลับมาแล้วเขาก็ออกมารอข้างหน้าเลย หลังจากเห็นชายหนุ่มและเด็ก ๆ แล้วหลัวจี้คงก็ยิ้มทักทายเขา
" ท่านก็กลับมาได้สักทีนะลุงคง "
เห็นฝ่ายตรงข้ามทักทายเขา ชิงหลงก็ยิ้มพูดตอบกลับไป หลัวจี้คงจ้องมองชายหนุ่มสักพักก่อนจะทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา
" ฮ่ะฮ่า เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ "
" ดูไม่เหมือนสัตว์ประหลาดแบบแต่ก่อน "
ได้ยินที่หลัวจี้คงพูดชิงหลงก็ยกยิ้มเล็กน้อย แน่นอนเขาปกปิดกลิ่นอายของตนเองจนมิดชิดจนคล้ายกับคนปกติ ไม่เตะตาเหมือนแต่ก่อน
" แต่เจ้าดูแข็งแกร่งขึ้นนะ...อาจมากกว่าข้าซะด้วยซ้ำ "
หลัวจี้คงวิเคราะห์ชายหนุ่มอย่างระเอียดจึงพบว่าแม้ออร่าพลังของชิงหลงแม้จะธรรมดา พลังชั้นปราณนภา ขั้น เก้า ของเขาแม้จะไม่เท่ากับเหล่าศิษย์หัวกระทิของเหล่านิกายใหญ่ทั้ง สาม และ องค์ชายจากอาณาจักรอื่น ๆ ซึ่งมีพลังชั้นปราณราชันย์กันหมดแล้ว แต่สัญชาตญาณของหลัวจี้คงกลับรู้สึกหวาดกลัวชิงหลงอยู่ลึก ๆ
" ถึงข้าจะแข็งแกร่งกว่าท่าน ข้าก็ยังเคราพท่านในฐานะผู้อาวุโสเสมอ "
" ฮ่าฮ่า เจ้าช่างปากกล้าเช่นเคย เอาล่ะเราไปกันเถอะ "
" หืม...ไปไหนงั้นเหรอ ? "
เห็นชายหนุ่มทำหน้างงงวย หลัวจี้คงรู้สึกอยากเขกกระบาลมันสักครั้งจริง ๆ
" ไปหาองค์ราชาไงล่ะ เจ้ามาอยู่นี่ตั้งหลายวันแล้วแต่กลับไม่เข้าไปหาท่านสักที ท่านแทบจะรอเจอเจ้าไม่ไหวแล้วรู้มั้ย "
" อ่าร์~~ข้าลืมไปเลย "
ชิงหลงพูดขึ้นพร้อมเขกหัวตัวเองเล็กน้อย นี่เขาลืมไปหาราชาเซี่ยวได้ยังไงกัน คงเป็นเพราะเขาเล่นกับจิงจิงเยอะจนลืมเรื่องอื่นไปเลย คิดแล้วก็นำร่างของสัตว์ที่ล่าได้จากป่าหลังภูเขาออกมาจากแหวนวางลงตรงหน้าของเด็ก ๆ
" ข้ามีธุระต้องไปทำ พวกเจ้าให้พ่อแม่ของพวกเจ้ามาเอาไปล่ะ "
" เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ !! "
" เดี๋ยวพี่ชายกลับมานะ อื้มมม "
จากนั้นเด็ก ๆ ก็วิ่งกันออกไปอย่างคึกคัก เขาหอมแก้มจิงจิงไปสองฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถม้าไปกับหลัวจี้คง
" ลูกชายข้าเหมือนจะทำงามหน้ากับเจ้าไว้สินะ ต้องขอโทษด้วยล่ะ "
หลังจากรถม้าออกเดินทาง หลัวจี้คงก็ยกเรื่องของเจ้าอ้วนและฮุ่ยหนิงขึ้นมาพูด ดูเหมือนเขาจะรู้สึกผิดเล็ก ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ชิงหลงนำพี่สาวของเขามาฝากไว้ที่คหาสน์ของตนแต่ลูกชายของเขาดันไปตกหลุมรักนางซะได้ แต่เพราะมันเป็นเรื่องของหนุ่มสาวเขาจึงไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่ง
" เรื่องนั้นมันดีแล้วล่ะ...ตอนนี้ข้าสบายใจมากเลยที่มันเป็นเช่นนี้ ข้าไม่สามารถพานางไปทุกที่กับข้าได้ การมีสิ่งที่เรียกว่าบ้าน คอยดูแลนางมันทำให้ข้าสบายใจ "
ชิงหลงรู้สึกดีที่ฮุ่ยหนิงมีความสุขอีกอย่าง สิ่งที่เขาต้องทำในอนาคตมันอันตรายอย่างมากเขาไม่อยากให้นางอยู่กับเขาอยู่แล้ว ที่แห่งนี้จะช่วยปกป้องนางได้ไม่มากก็น้อย เห็นชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไรหลัวจี้คงก็สบายใจ จากนั้นเขาก็คุยกันอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ของอาณาจักรและอื่น ๆ อีกมากมาย
.......
คุยกันเพลินจนรถม้าเข้ามาถึงพระราชวังแล้ว ทั้งคู่เดินลงจากรถม้าก่อนจะเดินไปที่ประตู ระหว่างทางทหารที่อยู่หน้าประตูต่างเรียกแถวทำความเคราพทั้งครู่อย่างเคร่งคัด มันทำให้ชิงหลงรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย
" ฮ่าฮ่า เจ้ากลับมาเสียที มาให้ข้ากอดหน่อยสิ "
หลังจากเดินผ่านประตูวังมาได้ไม่นานร่างสุดคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายชราในชุดทองก็วิ่งเข้ามาหาชิงหลงอย่างรวดเร็ว แน่นอนชายชราคนนั้นคือราชาเซี่ยวหลี่เว่ยนั่นเอง ชายชราพยายามอย่างยิ่งที่จะกอดชิงหลง แต่เขากระโดดหลบไปก่อน
ฟิ้ววว ตุบ !!
" หากท่านเป็นองค์หญิงเซี่ยวหยินล่ะก็ข้าคงให้ท่านกอด...เสียดายท่านไม่ใช่ "
ชิงหลงกระโดดหลบแขนทั้งคู่ก่อนจะยืนอยู่บนแจกันที่ตั้งโชว์อยู่ น้ำหนักของชิงหลงนั้นเรียกได้ว่าหนักแต่เขากับยืนอยู่บนแจกันได้โดยที่มันไม่แตก เพราะเขาควบควมลมปราณได้เป็นอย่างอย่างดี
" ฮ่ะฮ่า หากเจ้าอยากกอดลูกสาวข้าล่ะก็ เอาไปสิข้ายกให้เลย "
" หึ ขอปฏิเสธ "
เป็นอีกครั้งที่ชิงหลงปฏิเสธข้อเสนอนี้ ชายชราได้ยินก็ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินนำพวกเขาเข้าไปด้านใน
......
" ว้าว~~เจ้าไปฝึกอยู่ที่ป่าอสูรรัตติกาลงั้นเหรอ สุดยอดไปเลย อืม ๆ "
ชิงหลงนั่งอยู่ภายในห้องทำงานของเซี่ยวหลี่เว่ย เมื่อเข้ามาชายชราก็ถามเกี่ยวกับเรื่องของเขาอย่างเดียวทั้งเรื่องพี่สาวเรื่องที่เขาไปที่ไหนมาตลอด สี่ ปีนั้น ชิงหลงก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่เขาก็บอกไปว่าเขาฝึกอยู่ที่ป่าอสูรรัตติกาล ชายชราถึงกับตาโตเลยทีเดียว
" ระดับเจ้าสูงขึ้นมากจริง ๆ สมแล้วที่เป็นรุ่นเยาว์มากพรสวรรค์ แต่เจ้าดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนะ "
" ก็ข้าเป็นมนุษย์นี่ หึ"
เซี่ยวหลี่เว่ยนั้นรู้สึกแปลกใจในตอนเจอกับชายหนุ่มครั้งแรกแต่ก็เก็บมันเอาไว้ เมื่อก่อนนั้นชายชราสัมผัสได้ถึงออร่าความอันตรายแผ่ออกมาทุกย่างก้าวที่เขาเดินเลย แต่ตอนนี้มันกลับไม่มี ชิงหลงรู้สึกเบื่อหน่ายจริง ๆ ที่มีคนชอบมาบอกว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด สักพัก หลังจากคุยเรื่องของเขาจบไปชิงหลงก็ถามเรื่องที่เขาอยากรู้
" คู่ต่อสู้ของข้าในงานชุมนุมสุดยอดผู้นำ มีระดับเท่าใดกัน "
" อืม...เรื่องนั้น ทุกคนอยู่ระดับชั้นปราณราชันย์ ทั้งหมด "
" โดยเฉพาะคนที่เจ้าต้องระวังเลยคือ องค์ชายแห่งราชวงค์เจียง เจียงสื่อหวง "
เซี่ยวหลี่เว่ยค่อย ๆ บอกเกี่ยวกับบุคลที่เขาอาจต้องสู้ในอนาคตและต้องระวังเอาไว้ คือ องค์ชายเจียงสื่อหวง และ พวกศิษย์หลักของแต่ละนิกาย ส่วนพวกตระกูลใหญ่ที่ต้องระวังที่สุดเลยคือตระกูลฟู่ ในส่วนขององค์ชายของอาณาจักรอื่น ๆ นั้นไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากลุ่มข้างต้นเท่าใดนักอาจไม่เป็นปัญหา
" แม้ระดับพลังของเจ้าจะต่ำที่สุด แต่ข้าก็เชื่อนะว่าเจ้าสู้พวกเขาได้ "
" ทำไมท่านถึงเชื่อเช่นนั้นล่ะ "
เห็นชายชรากล่าวอย่างเชื่อมั่นในตัวชิงหลง ชายหนุ่มก็ถามออกไป
" เพราะในวันนั้นข้าได้เห็นแล้วไงล่ะ...ว่าสัตว์ประหลาดมันเป็นยังไง "
โปรดติดตามตอนต่อไป...